บทที่ 31:ภาษามังกร
“มังกรยักษ์ตะกละเอ๊ย”
ดิโนพึมพำเสียงต่ำลอดไรฟันสายตาจ้องเขม็งไปยังเงาทะมึนของมังกรดำที่ค่อย ๆ ลับหายไปในหมู่เมฆ
บนดาดฟ้าเรือตอนนี้น่าอนาถใจนักลูกเรือส่วนใหญ่หมดสติจนน้ำลายฟูมปากจากแรงกดดันอันมหาศาลมีเพียงลูกเรือระดับอัศวินไม่กี่คนที่ยังพอฝืนพยุงกายลืมตาอยู่ได้
ทันทีที่บรรยากาศอันน่าสะพรึงจางหายไปเฮรัคก็ดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาถอดเสื้อคลุมผ้าสีดำหนาของตนออกแล้วคลุมลงบนร่างที่เปียกโชกของลิเลียนทันทีเพื่อพรางรูปร่างที่โปร่งแสงจากน้ำทะเล
ลิเลียนรีบคว้าเสื้อคลุมมาพันกายอย่างเก้กังใบหน้าแดงซ่านก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับเข้าไปในห้องพักด้วยท่าทางยุ่งเหยิงเฮรัคไม่ได้ตามนางไปในทันที เขาเดินเข้าไปหาดิโนที่ยังคงมีไอสังหารจาง ๆ รอบตัว
“ท่านดิโน...มังกรตัวเมื่อครู่นี้มันคืออะไรกันแน่ครับ?”
“พวกแมลงสาบสารเลวเอ๊ย!”
ดิโนสบถอย่างหัวเสีย
“พวกเผ่ามังกรชอบปล้นเรือที่ผ่านทะเลเป็นนิสัยถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาความปลอดภัยของเรือลำนี้ไว้ข้าคงเอาน้ำมันมังกรของมันมาจุดตะเกียงให้รู้แล้วรู้รอด!”
สมบัติมหาศาลที่เสียไปทำให้ดิโนเจ็บปวดใจอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่าพ่อมดระดับหนึ่งกำลังอารมณ์บูดถึงขีดสุดเฮรัคจึงเลือกที่จะเงียบและถอยออกมา
เขาเฝ้ามองลูกเรือระดับอัศวินที่กำลังเอาถังน้ำทะเลสาดใส่เพื่อนร่วมงานเพื่อปลุกให้ตื่นก่อนจะกลับเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้น
ไม่นานหลังจากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ลิเลียนยืนอยู่หน้าห้องในชุดนอนสวมสบายผมสีทองยาวที่ยังเปียกชื้นปล่อยสยายดูแปลกตาในอ้อมแขนของนางมีหนังสือปกสีแดงเล่มหนาเตอะ ชื่อหนังสือเขียนด้วยภาษาไซเวียร์ว่า พื้นฐานภาษามังกร
“ข้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาสนทนาอะไรกันเมื่อครู่ภาษามังกรนี่เรียนยากเหลือเกิน แค่พยางค์พื้นฐานข้าก็ยังจำได้ไม่หมดเลย”
ลิเลียนพูดพลางเดินดุ่มเข้าห้องมานั่งชันเข่าบนเตียงของเฮรัคอย่างถือวิสาสะเผยให้เห็นเรียวขาขาวและเท้าเล็กบอบบาง
นางเปิดหนังสืออย่างรวดเร็วใช้นิ้วเรียวไล่ข้อความสลับไปมาอย่างตั้งใจจนในที่สุดก็แปลบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนดาดฟ้าได้สำเร็จลิเลียนเงยหน้ายิ้มอย่างภูมิใจ
“ข้าเข้าใจแล้ว!มังกรนั่นบอกให้ส่งมอบสมบัติทั้งหมด ไม่อย่างนั้นมันจะคว่ำเรือทิ้ง...ส่วนดิโนตอบกลับไปว่า เจ้ากำลังรนหาที่ตายหรือ แล้วมังกรก็โต้กลับว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหน ก็รั้งข้าไว้ไม่ได้สุดท้ายมันยังบ่นทิ้งท้ายว่าเครื่องบรรณาการน้อยเกินไป ไม่เพียงพอสำหรับมัน”
เฮรัคครุ่นคิด
“ดิโนแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือครับขนาดมังกรยักษ์ยังต้องเกรงใจ”
“แน่นอนดิโนคือพ่อมดระดับหนึ่งที่ผ่านศึกมาโชกโชน หากอยู่บนบกมังกรดำนั่นคงไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ”
ลิเลียนตอบพลางขยับเข้าไปชิดหัวเตียง
“เจ้าอยากลองดูหนังสือเล่มนี้ไหมล่ะ?”
“ข้าสนใจภาษามังกรอยู่พอดีเผื่อวันหน้าจำเป็นต้องใช้”
เฮรัคพยักหน้า
“มันยากมากนะ จะบอกให้หากไม่มีคนสอนออกเสียง เจ้าไม่มีทางรู้เลยว่าพยางค์พวกนี้ต้องเปล่งเสียงยังไงมีคนบอกว่าถ้าเชี่ยวชาญภาษานี้จะสามารถใช้เวทมนตร์ภาษามังกรได้แต่โครงสร้างของมันซับซ้อนจนพ่อมดทางการยังปวดหัวเลยล่ะ”
ลิเลียนตบที่ว่างข้างตัว
“มานั่งนี่สิ ข้าจะสอนให้เอง”
เฮรัคหัวเราะแห้งๆ ในความใจร้อนของนางภาษานี้มีพยางค์พื้นฐานถึง 900 พยางค์ซึ่งออกแบบมาตามโครงสร้างกล่องเสียงของมังกรที่ต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิงแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
“เชนหลาน... เริ่มบันทึกภาษามังกรเข้าสู่ฐานข้อมูลชิปพันธุกรรม และช่วยข้าประมวลผลการเรียนรู้เดี๋ยวนี้”
“รับทราบบันทึกข้อมูลสำเร็จ”
ด้วยความช่วยเหลือจาก ชิปพันธุกรรม ทำให้การเรียนรู้ของเฮรัคก้าวกระโดดลิเลียนสอนพยางค์ทั้ง 900 รอบเดียวเขาก็จดจำได้แม่นยำทุกระเบียดนิ้วจนนางมองเขาเหมือนเห็นตัวประหลาด
“เจ้าจำได้หมดจริง ๆ หรือ? เจ้าแกล้งข้าใช่ไหม ต้องเคยเรียนมาก่อนแน่ๆ!”
“เปล่าเลยครับ แค่ 900 พยางค์เอง เห็นครั้งเดียวจำได้ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?”
เฮรัคตอบหน้าตายทำเอาลิเลียนเริ่มสงสัยในสติปัญญาของตัวเอง
เมื่อเข้าใจไวยากรณ์พื้นฐานเฮรัคก็ลองประกอบประโยคสั้นๆ ในภาษามังกร ออกมาทันที
ลิเลียนชะงัก
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไรครับ ดูบทถัดไปเถอะ”
เฮรัคยิ้มบาง ๆแต่ลิเลียนสัมผัสได้ถึงลางร้ายนางรีบเปิดสารบัญไล่เทียบค้นหาความหมายของเสียงที่เขาเปล่งออกมาทันที
“ข้าหิวแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนนะ!”
เฮรัครีบเผ่นออกจากห้องก่อนที่นางจะหาคำแปลเจอทันทีที่ก้าวพ้นประตู เสียงตะโกนด่าทออย่างเกรี้ยวกราดก็ดังสนั่นตามหลังมา
“เจ้ากล้าเรียกข้าว่า ยัยโง่ หรือ!เฮรัค กลับมาเดี๋ยวนี้!”
ลิเลียนในชุดนอนทำได้เพียงสบถสาปแช่งอยู่ในห้อง
ห้าวันผ่านไป
เฮรัคก็เชี่ยวชาญเนื้อหาในเล่มพื้นฐานทั้งหมดแต่เพื่อรักษาน้ำใจลิเลียน เขาจึงแกล้งทำเป็นต้องใช้เวลาเกือบเดือนถึงจะเรียนรู้จบทว่าผลลัพธ์นั้นก็ยังทำให้ลิเลียนรู้สึกหมดเรี่ยวแรงอยู่ดีในความอัจฉริยะที่ผิดมนุษย์ของเขา
ยามดึกสงัดเฮรัคนั่งสมาธิอยู่ในความเงียบพลังงานที่ควบแน่นในจิตสำนึกเริ่มเสถียรจนเขาสามารถสร้างดาวดวงที่สามได้อย่างสมบูรณ์
“เฮรัค เมอร์ลิน:
พละกำลัง 2.1
ความว่องไว 1.7
ความทนทาน 2.9
พลังจิต 5.8
พลังเวทมนต์ 100%”
พลังจิตที่เพิ่มขึ้นถึง 1.2หน่วยทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รอช้ารีบก้าวออกจากห้องมุ่งหน้าสู่ดาดฟ้าเพื่อค้นหาดาวดวงที่สี่ในการฝึกขั้นต่อไป
ท้องฟ้ายามราตรีกลางมหาสมุทรนั้นงดงามราวกับภาพวาดดวงจันทร์ยักษ์ทอแสงสีนวลเหนือผืนน้ำที่ราบเรียบเฮรัคเห็นดิโนยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ที่หัวเรือเหมือนทุกครั้งราวกับว่าการเฝ้ามองทะเลคือส่วนหนึ่งของการทำสมาธิ
เฮรัคเลือกมุมสงบมุมหนึ่งนั่งขัดสมาธิลงแล้วเริ่มกวาดสายตาไปบนฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวเขาต้องหาทิศทางใหม่ที่แตกต่างจากดาวสามดวงเดิมเพื่อสร้างรากฐานของสมาธิดาราให้มั่นคงยิ่งขึ้น ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเส้นทางของพ่อมดของเขากำลังก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง