ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 34 วิชาตัวเบา

    ตอนที่ 34จันทร์วาดใช้เวลาเดินทางจากในป่าลึกหลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็กลับมาถึงเมืองท่ามังกรทองติงลี่นั้นฟื้นขึ้นมาแล้วแต่ยังไม่ทันจันทร์วาดจะติดต่อไปเธอก็ได้รับข้อความจากติงลี่เสียก่อนติงลี่ : พี่จันทร์ครับแมวที่บ้านผมโดนรถชนต้องพาไปหาสัตว์แพทย์ด่วนขอตัวก่อนนะครับพี่“หวังว่าแมวจะไม่เป็นอะไรมากนะว่าแต่เราจะไปไหนดีหว่า” จันทร์วาดไม่ได้วางแพลนไว้ว่าจะไปไหนก่อนดีทันใดนั้นเองจู่ๆเธอก็เห็นกลุ่มผู้เล่นชุดดำเดินอยู่ข้างหน้าฟุ่บ !! จันทร์วาดรีบหลบทันทีเวรเอ้ยพวกนักฆ่าอีกแล้วกูจะเดินสบายๆไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย !! จันทร์วาดคิดในใจเธอนั้นยังไม่อยากเจอผู้เล่นนับร้อยไล่ตามหาอีกจึงต้องรีบหลบจันทร์วาดหลบอยู่แบบนั้นจนกระทั่งกลุ่มผู้เล่นกิลด์นักฆ่ากลุ่มนั้นเดินผ่านไปเธอจึงออกมาจากที่ซ่อน“ไปเปลี่ยนอาชีพก่อนแล้วกัน” จันทร์วาดหลังจากออกมาจากที่ซ่อนก็ตัดสินใจไปเปลี่ยนอาชีพก่อนเธอรีบมุ่งหน้าไปที่อาคารเปลี่ยนอาชีพนักสู้อาคารเปลี่ยนอาชีพนักสู้“สวัสดีค่ะไม่ทราบคุณผู้เล่นมีธุระอะไรคะ” NPC อาคารเปลี่ยนอาชีพนักสู้ถามจันทร์วาดเมื่อเธอเดินเข้าไป“มาเปลี่ยนอาชีพนักสู้คลาสที่สองน่ะ” จันทร์วาดตอบ“เปลี่ยนอาชีพคลาสที่สองนะคะผู้เล่นจะต้องมีระดับห้าสิบแล้วก็ใช้เงินสองแสนเหรียญในการลงทะเบียนค่ะ” NPC อาคารเปลี่ยนอาชีพนักสู้บอก“หือใช้เงินด้วยเหรอเนี่ย” จันทร์วาดพูดเพราะตอนเปลี่ยนคลาสแรกไม่เห็นจะใช้เงินสักแดง“ใช่ค่ะคุณผู้เล่นจะดำเนินการเลยหรือเปล่าคะ” NPC อาคารเปลี่ยนอาชีพนักสู้พูด“อือ...ดำเนินการเลยสิ” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะจัดการลงทะเบียนและจ่ายเงินสองแสนเหรียญทองให้เรียบร้อยและเมื่อลงทะเบียนเปลี่ยนอาชีพนักสู้คลาสที่สองไปแล้ว NPC ก็ให้จันทร์วาดเข้าไปข้างในวู่บ !! เมื่อจันทร์วาดเข้ามาด้านในร่างของเธอก็ถูกวาร์ปหายไปทันทีจันทร์วาดถูกวาร์ปเข้ามาโผล่ในลานประลองโบราณแห่งหนึ่งบนลานแห่งนั้นมีชายมีอายุคนหนึ่งยืนรออยู่[ผู้เล่นพบยอดนักสู้หวังหย่ง]หือ NPC งั้นเหรอแถมยังเป็นยอดนักสู้ด้วยต่างจากครั้งก่อนที่เป็น NPC นักสู้เฉยๆครั้งหน้าที่มาเปลี่ยนคงเจอ NPC เทพนักสู้ล่ะมั้ง จันทร์วาดคิดในใจ“สวัสดีเจ้าขึ้นมาบนลานประลองสิ” หวังหย่งพูด“เอ่อค่ะ” จันทร์วาดพยักหน้าและรีบเดินขึ้นไปบนลานประลอง“เส้นทางของนักสู้นั้นไม่เคยมีอะไรง่ายการที่เจ้าจะออกไปผจญภัยในยุทธภพนั้นจะต้องมีวิชาติดตัวข้าจะสอนวิชาตัวเบาและวิชาการต่อสู้ให้เจ้า” หวังหย่งบอก“วิชาการต่อสู้อย่างนั้นเหรอคะ” จันทร์วาดแปลกใจเพราะตอนแรกนึกว่าจะสอนแค่วิชาตัวเบาเสียอีกที่ไหนได้มีสอนวิชาการต่อสู้ด้วยแล้วนี่จะมีสอนสกิลให้เธอเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่า“เอาล่ะอย่าเสียเวลาเลยเรามาเริ่มเรียนกันเถอะข้าจะเริ่มจากวิชาตัวเบาเจ้าจงก้าวเท้าตามข้า” หวังหย่งพูดก่อนจะวางเท้าตั้งท่าทันทีจันทร์วาดที่เห็นดังนั้นก็รีบวางเท้าตามหวังหย่งบอก“หลักของวิชาตัวเบาคือการใช้ขาข้างถนัดก้าวไปข้างหน้าวางขาด้วยปลายเท้าเท้าหลังตั้งมั่นใช้เป็นหลักสำหรับดีดตัวถ้าเจ้าตั้งใจเรียนเจ้าจะสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 5” หวังหย่งพูดอธิบายวิชาตัวเบาระดับ 5 หมายความว่ายังไง !! จันทร์วาดคิดในใจเธอเห็นหวังหย่งเริ่มก้าวเท้าให้ดูแล้วจึงลองทำตาม[ผู้เล่นสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 3]ทันทีที่จันทร์วาดก้าวเท้าตามเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวทันทีวิชาตัวเบาระดับ 3 งั้นเหรอ !! จันทร์วาดคิดในใจเธอไม่รู้ว่าระดับ 3 มันหมายความว่าอย่างไรและดีหรือไม่แต่เธอก็ยังก้าวเท้าตามหวังหย่งไปเรื่อยจนกระทั่งเธอจับหลักอะไรได้บางอย่าง“หือนี่มันท่าวางปลายเท้านี่ !!” จันทร์วาดอุทานออกมาเพราะท่าที่หวังหย่งทำให้ดูนั้นคือท่าการวางปลายเท้าที่เป็นท่าก้าวเท้าของวิชาการต่อสู้แทบทุกชนิดซึ่งมันเป็นท่าพื้นฐานเลยจันทร์วาดที่เห็นว่าแค่ให้ทำตามท่าพื้นฐานเท่านั้นเธอจึงลองใช้ท่าก้าวเท้าระดับสูงที่รำเรียนมาทันทีฟุ่บ !! จันทร์วาดปรับเปลี่ยนท่าวางเท้าของตัวเองโดยเลิกสนใจหวังหย่งที่กำลังสอนท่าก้าวเท้าระดับพื้นฐานให้เธอ[ผู้เล่นสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 6][ผู้เล่นสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 7][ผู้เล่นสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 8]...ยิ่งจันทร์วาดลองก้าวเท้าด้วยวิชาที่เธอร่ำเรียนมาระดับของวิชาตัวเบาก็ขยับขึ้นไปเรื่อยจนกระทั่ง[ผู้เล่นสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 13]ระดับวิชาตัวเบาของจันทร์วาดขึ้นมาจนถึงระดับสิบสามและมันก็ไม่ขึ้นอีกซึ่งเธอไม่รู้หรอกว่าระดับสูงสุดของมันอยู่ที่เท่าไหร่และเอาอะไรมาวัดระดับแต่ท่าการก้าวเท้าของเธอนั้นดูเหมือนจะเหนือกว่าระดับที่หวังหย่งสอนให้ไปไกลแล้วหวังหย่งสอนโดยไม่สนใจจันทร์วาดเลยอยู่เกือบสิบนาทีจนในที่สุดเขาก็สอนเสร็จ“เอาล่ะนี่คือหลักการทั้งหมดของวิชาตัวเบาถ้าเจ้าทำตามที่ข้าสอนได้ทุกกระเบียดนิ้วเจ้าจะสำเร็จวิชาตัวเบาระดับ 5 แน่นอนแต่ทว่าเจ้าก็อย่าหยุดพัฒนาวิชาตัวเบานั้นยังมีระดับที่สูงกว่านี้ยิ่งขึ้นไปอีกถ้าเจ้าสำเร็จระดับ 10 อย่างข้าเจ้าก็สามารถกระโดดครั้งเดียวได้สูงขนาดนี้ !!” หวังหย่งพูดก่อนจะกระโดดให้จันทร์วาดดูฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ร่างของหวังหย่งลอยขึ้นไปบนอากาศกว่ายี่สิบเมตรจันทร์วาดเงยหน้ามองหวังหย่งที่ลอยขึ้นไปฟ้าว !! ตุบ !! เมื่อหวังหย่งลอยขึ้นไปจนสูงเท่าระยะที่วิชาตัวเบาของเขาสามารถทำได้แล้วร่างเขาก็ค่อยๆตกลงมายืนบนพื้นอย่างนุ่มนวล“เอาล่ะไม่ต้องมองข้าด้วยความเทอดทูนอิจฉาวิชาตัวเบาอันสูงส่งของข้าขนาดนั้นก็ได้ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าจะทำได้แบบข้า” หวังหย่งบอกซึ่งการแสดงวิชาตัวเบาระดับสิบให้ผู้เล่นตรงหน้าเห็นนั้นก็เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาวิชาตัวเบาต่อไปเอ่อ...ป้าไม่ได้มองอย่างเทอดทูนเลยนะป้าก็แค่สงสัยว่าเอ็งจะกระโดดได้สูงแค่ไหนก็เท่านั้นแล้วก็ป้าไม่ได้อิจฉาวิชาตัวเบาที่แสดงให้เห็นเมื่อครู่เลยนะป้าน่ะสำเร็จระดับ 13 ไปแล้ว จันทร์วาดคิดในใจ“เอาล่ะต่อไปข้าก็จะสอนวิชาการต่อสู้ให้เจ้าเพื่อเอาไว้ใช้ออกท่องไปในยุทธภพ” หวังหย่งพูดจากนั้นบนลานประลองก็มีหุ่นรูปร่างขนาดเท่าคนปรากฎขึ้นมาสองตัววู่บ !! วู่บ !! หุ่นสองตัวปรากฏขึ้นมา“เอาล่ะข้าจะแสดงวิชาให้เจ้าดูก่อนวิชาเหล่านี้จะใช้ออกก็ตามแต่สถานการณ์ที่เจ้าเจอเจ้าจะใช้อย่างไรในสถานการณ์ไหนก็อยู่ที่ไหวพริบของเจ้าแล้ว” หวังหย่งบอกก่อนจะพุ่งเข้าใส่หุ่นตัวหนึ่งทันทีหนึ่งชั่วโมงต่อมา“เฮ้อเสร็จสักที...นึกว่าจะสอนวิชาการต่อสู้อะไรให้ที่แท้ก็สอนแต่ท่าพื้นฐานนี่หว่าแถมยังสอนตั้งหลายแขนงทั้งมวย ยูโด คาราเต้ หวิงชุน ยิวยุตสูมั่วไปหมดคงกะให้ผู้เล่นเอาไปต่อยอดเอาเองสินะ” จันทร์วาดบ่นหลังจากเสร็จสิ้นการสอนของหวังหย่งตอนนี้เธอเปลี่ยนอาชีพเรียบร้อยแล้วสถานะตัวละครผู้เล่น : จันทร์วาดระดับ : 52อาชีพ : ยอดนักสู้“ระดับขึ้นมาตั้งสองระดับแน่แถมยังมีค่าพลังพิเศษเพิ่มขึ้นมามีอยู่ร้อยแต้มไม่รู้จะใช้วิชาตัวเบาได้นานเท่าไหร่” จันทร์วาดพูดเปลี่ยนอาชีพรอบนี้นั้นไม่ได้สกิลเพิ่มเติมแต่เป็นการปลดล็อกระดับและปลดล็อกสกิลวิชาตัวเบาแทนว่าแต่วิชาตัวเบานี่มันสูงสุดที่เท่าไหร่นะจันทร์วาดสงสัยจึงลองค้นหาข้อมูลในบอร์ดดูไม่นานเธอก็เจอข้อมูลของผู้เล่นที่วิชาตัวเบาสูงที่สุด“หวันฮวา...วิชาตัวเบาระดับ 9 หือนี่มันอีเจนนี่นา” จันทร์วาดเจอข้อมูลของผู้เล่นที่วิชาตัวเบาสูงที่สุดในเกมส์ก็แปลกใจเพราะนึงไม่ถึงว่าจะเป็นรุ่นน้องของตนแต่นี่มันสูงที่สุดแล้วอย่างนั้นเหรอระดับ 9 เนี่ยนะแล้วเธอที่ทะลุไประดับ 13 ล่ะจะเรียกว่าอย่างไรและระหว่างที่กำลังดูบอร์ดข้อมูลอยู่นั่นเองก็มีเสียงเอะอะดังขึ้น“เฮ้ยนั่นผู้เล่นจันทร์วาดนี่ !!”“จริงด้วยนั่นมันจันทร์วาดนี่ฆ่ามันเร็ว”“หมูทองคำเงินหนึ่งแสนของตรู !!”ควับ !! จันทร์วาดได้ยินเสียงคนเอะอะชื่อเธอก็รีบหันไปทันทีก่อนจะเห็นกลุ่มผู้เล่นกิลด์นักฆ่าที่เธอเห็นก่อนหน้าที่จะเข้ามาเปลี่ยนอาชีพกำลังยืนชี้ไม้ชี้มือมาทางเธออยู่“เหี้ย !!” จันทร์วาดที่เห็นพวกกลุ่มผู้เล่นกิลด์นักฆ่ากำลังชี้ไม้ชี้มือมาทางเธอก็เผลอสบถออกมาทันทีไม่รอช้าจันทร์วาดก็ใช้ออกด้วยวิชาตัวเบาระดับ 13 ที่พึ่งจะเรียนมาทันทีฟุ่บ !! เฮ้ย !! ร่างของจันทร์วาดพุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูงกว่าห้าสิบเมตรพวกกลุ่มผู้เล่นกิลด์นักฆ่าที่เห็นจันทร์วาดกระโดดขึ้นไปสูงกว่าห้าสิบเมตรนั้นก็ร้องอุทานกันอย่างตกใจทางด้านจันทร์วาดเองที่พึ่งใช้ออกด้วยวิชาตัวเบานั้นก็ตกใจไม่แพ้กันเหี้ยกูโดดได้สูงขนาดนี้เลยเหรอ !! จันทร์วาดคิดในใจเธอกระโดดได้สูงกว่าอาคารสามชั้นเสียอีกตุ่บ !! จันทร์วาดร่อนลงที่ดาดฟ้าของอาคารข้างๆซึ่งอาคารในเมืองนั้นส่วนมากจะเป็นอาคารสองชั้นและสามชั้นเธอมองลงไปยังเบื้องล่างก็เห็นว่าพวกกลุ่มผู้เล่นกิลด์นักฆ่าพวกนั้นยังตกตะลึงอ้าปากค้างกับวิชาตัวเบาของเธออยู่“เอ่อ...ป้าเผ่นก่อนแล้วกันนะ” จันทร์วาดเมื่อเห็นว่าผู้เล่นกิลด์นักฆ่าพวกนั้นยังตกตะลึงอยู่ก็ไม่รอช้าเธอเผ่นทันทีด้วยวิชาตัวเบาฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! จันทร์วาดกระโดดไปตามดาดฟ้าของอาคารในเมืองถ้าเหล่าผู้เล่นที่ยืนอยู่ข้างล่างแหงนหน้ามองขึ้นมาล่ะก็จะต้องตกตะลึงเป็นแน่นอนที่เห็นผู้เล่นเดินทางด้วยการกระโดดข้ามตึกอาคารแบบนี้ไปไหนก่อนดีหว่าไปเก็บระดับเตรียมรับมืออีเจนเลยดีมั้ยไม่สิเรายังไม่มีอาวุธเลยอาวุธมันสร้างกันที่ร้านขายอาวุธสินะไปที่นั่นแล้วกันจันทร์วาดคิดในใจก่อนจะกระโดดมุ่งตรงไปที่ร้านขายอาวุธที่อยู่ห่างไปหลายช่วงตึกอาคารจบ...

    คล้ายกับเรื่อง ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์ ที่คุณอ่าน