จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 59 ปะทะกับทหารหลิว

    ตอนที่ 59

    ปะทะกับทหารหลิว

    หลิงเฉินเดินออกจากลำธารที่หมิงเหอหลิงอยู่เพื่อไปจัดการกับเหล่าทหารของแคว้นหลิวที่เหลือ หลังจากที่เขาสามารถสัมผัสได้ว่ากำลังมีฝูงม้าตามมาจากด้านหลัง 

    เหอหลิงได้มอบกระบี่ผ่าสวรรค์ของตนเองให้กับหลิงเฉินติดตัวไปด้วย เอาที่จริงหลิงเฉินไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ได้เพราะว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่พ่ายแพ้ให้กับทหารเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รับไว้ก็จะเสียน้ำใจกันอีกฝ่ายอุตส่าห์ให้มาเขาก็ขอใช้ให้เต็มทีแล้วกัน 

    ฝูงอาชาหลายสิบตัวพวกมันกำลังมุ่งตรงมาทางหลิงเฉินด้วยความรวดเร็ว บัดนี้ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เหล่าทหารของแคว้นหลิวพวกนี้ได้เห็นร่างอันไร้วิญญาณของพรรคพวกแล้วก็เต็มไปด้วยความโกรธ พวกมันได้แกะรอยจากรอยเท้าอาชาของหลิงเฉินและเหอหลิงแล้วมุ่งตามมาอย่างติดๆ

    ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธทำให้พวกมันรีบร้อนควบม้าด้วยความเร็วสูงสุด 

    แต่แล้วหลิงเฉินที่ถือกระบี่สีทองอันงดงามอยู่ภายในมือ ก็ปรากฏกายเข้าขวางหน้าของเหล่าอาชาที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 

    พวกมันก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่มันก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อได้มองกระบี่ในมือและการปรากฏกายของเด็กหนุ่มอาภรณ์สีดำเบื้องหน้าพวกมันก็รู้ถึงเจตนาและก็คิดได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะมีส่วนที่ทำให้พรรคพวกของพวกมันกลายเป็นสภาพเช่นนั้น

    เหล่าทหารแคว้นหลิวที่กำลังควบอาชาด้วยความรวดเร็ว พวกมันกัดฟันแน่นก่อนจะมีผู้หนึ่งตะโกนขึ้นมา “ เหยียบมันเลย!!!! ”

    ความโกรธที่อยู่ภายในจิตใจทำให้พวกมันไม่สนแล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของมันจะเป็นเด็กหรือไม่ 

    “ โง่เขลา ” หลิงเฉินเปล่งเสียงเบาๆก่อนจะยกนิ้วซ้ายของตนเองขึ้นมาวาดอักขระ

    อักขระสีฟ้าเปล่งประกายก่อนจะขยายตัวออกกลายเป็นกำแพงอักขระขนาดใหญ่ เมื่อฝูงอาชาหลายสิบตัววิ่งเข้ามากระแทกเข้ากับม่านอักขระที่หลิงเฉินสร้างขึ้นพวกมันก็ต่างกระเด็นออกไปล้มระเนระนาด ตึง!!!

    เมื่อสามารถป้องกันฝูงอาชาที่กำลังจะวิ่งเข้ามาเหยียบตนเองได้แล้วเขาก็ได้คลายม่านอักขระตรงหน้าของตนเองออก ในขณะเดียวกันเหล่าทหารของแคว้นหลิวที่ตกจากหลังม้าพวกมันก็ตั้งสติแล้วลุกขึ้นมา 

    สายตาที่พวกมันมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากการกระทำเมื่อสักครู่พวกมันได้รู้แล้วว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าของพวกมันไม่ใช่คนธรรมดา

    หลิงเฉินที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับทหารร่างกายกำยำนับสิบคน แต่เขาไม่แสดงท่าทางสั่นกลัวออกมาเลยสักนิด เขามองกลับไปที่พวกมันด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

    แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำ 10 คนเขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเองจะแพ้พ่ายเลยสักนิด ตัวของเขาสามารถขัดเกลาพลังวิญญาณภายในร่างกายให้อยู่ในระดับ บรรลุชะตา ขั้นที่ 1 แล้ว เรื่องความต่างของอายุและร่างกายมันสามารถหักลบกันไปได้ 

    พวกทหารของแคว้นหลิวพวกมันได้ชักดาบของตนเองออกมาพร้อมกับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกมันไม่รู้เลยว่าตัวตนที่อยู่ตรงหน้าของพวกมันคือตัวตนที่ไม่ควรจะแตะต้องมากที่สุด 

    หลิงเฉินยกยิ้มด้วยใบหน้าที่เย็นชาก่อนที่จะกล่าว “ จะกลับไปหรือตาย ”

    เป็นไปได้ในยามนี้หลิงเฉินก็ไม่อยากจะปะทะเพราะว่าร่างกายที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้อย่างมีขีดจำกัดของเขาในยาม ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมดแต่หากว่าภายป่าเช่นนี้ถ้าเขาเก็บพลังวิญญาณเอาไว้มากๆก็คงจะอันตรายได้

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกทหารแคว้นหลิวก็ถึงกับโกรธควันออกหู พวกมันกำลังโดนเด็กน้อยผู้นี้ดูถูกอยู่ 

    “ ข้าคนเดียวก็พอ ” เสียงของทหารผู้หนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกับเขาที่ก้าวเดินออกไปเพียงผู้เดียวตรงดิ่งเข้าไปหาหลิงเฉิน 

    “ ระวังด้วยนะมันเป็นผู้ฝึกตน ” เสียงของสหายด้านหลังได้เตือนด้วยความหวังดี 

    “ ไม่ต้องเป็น... ” 

    ฉึบ!!! ทหารผู้นั้นยังไม่ทันได้จบประโยคศีรษะของเขาก็ถูกกระบี่ในมือของหลิงเฉินสะบัดจนหลุดออกจากลำตัว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้ใบหน้าของเหล่าทหารแห่งแคว้นหลิวต่างตื่นตระหนกพวกมันรู้สึกประหลาดใจที่เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถตัดศีรษะของพรรคพวกมันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

    “ เฮ้อ!!! กระบี่นี้มันหนักจริงๆทำให้ข้าเหวี่ยงกระบี่ได้เชื่องช้าเช่นนี้ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพลางกับเหวี่ยงกระบี่สีทองไปมา 

    เมื่อได้ยินคำพูดนั้นมันทำให้พวกทหารของแคว้นหลิวยิ่งประหลาดใจ ‘ ช้างั้นรึ!!! พูดอันใดน่ะความเร็วของกระบี่เมื่อสักครู่มันเทียบเท่ากับยอดฝีมือในยุทธภพเลยนะ!!! ’

    สำหรับหลิงเฉินแล้วที่เขามักจะใช้อักขระในการต่อสู้มันไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เก่งวิชาต่อสู่ระยะประชิดแต่มันเพราะว่าเขาไม่อยากจะเสียแรงของตนเองต่างหาก การเคลื่อนไหวของเขาเมื่อครู่ก็ต้องใช้พลังวิญญาณในการช่วยเพราะว่าอย่างไรเสียร่างกายที่เขาอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ร่างกายของเด็กหนุ่มที่มีวัยเพียงสิบหกปี การยกกระบี่ที่หนักกว่ากระบี่ปกติเช่นนี้มันย่อมเสียแรงไปเป็นอย่างมาก

    “ ข้าจะถามพวกเจ้าอีกครั้ง จะกลับหรือจะตาย ” 

    คำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้าในครั้งนี้มันทำให้พวกเขาต้องหยุดคิดแล้ว เพราะว่าร่างอันไร้วิญญาณของสหายตรงหน้าเป็นเครื่องยืนยันอย่างดี ว่าถ้าพวกเขาตัดสินใจพลาดไปสภาพของพวกเขาจะไม่ต่างจากสหายผู้นี้ 

    “ เอาอย่างไรดีขอรับหัวหน้า ” ทหารนายหนึ่งหันไปถามกับผู้ที่เป็นหัวหน้าของการนำทหารไล่ล่าในครั้งนี้ 

    ชายผู้นั้นได้ครุ่นคิดด้วยความหนักใจก่อนที่จะเอ่ยออกมา 

    “ เข้าไปครั้งเดียวแล้วฆ่ามัน!!! ” แม้ว่าจะหวาดกลัวต่อเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่แต่ร่างอันไร้วิญญาณของพวกพรรคมันทำให้โทสะที่อยู่ภายในใจของพวกมันเอาชนะความหวาดกลัวได้ 

    หลิงเฉินที่ยืนอยู่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อคนจำนวนมากเลยสักนิด เขากวาดสายตามองพวกมันอย่างเรียบเฉยก่อนที่จะยกนิ้วมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่ขึ้นมาวาดอักขระ อักขระสีเขียวเปล่งประกายก่อนที่อักขระอำพรางกายจะประทับลงบนร่างของหลิงเฉิน 

    เพียงพริบตาต่อมาร่างของหลิงเฉินที่ยืนอยู่ก็ได้หายไปจากสายตาของเหล่าทหารแคว้นหลิว พวกมันต่างตื่นตระหนก 

    ฉึบ!!! ฉึบ!!! ฉึก!!! ศีรษะของทหารแคว้นหลิวต่างถูกตัดขาดออกจากลำตัวไปทีละคน เมื่อเห็นศีรษะของพวกพ้องต่างทยอยถูกตัดขาดพวกมันก็ยิ่งตื่นตระหนกขึ้นอีกขั้น สองตาของพวกมันพยายามกวาดมองหาร่างของเด็กหนุ่มที่หายไป 

    ยามแรกที่หลิงเฉินใช้ดวงตากวาดมองพวกมันก็รู้อยู่แล้วว่าพวกมันเป็นผู้ฝึกตนระดับเริ่มต้นไม่มีทางมองอักขระอำพรางกายของเขาออก 

    ศีรษะของพวกทหารแคว้นหลิวถูกตัดขาดไปทีละคนจนเหลือแต่ผู้ที่เป็นหัวหน้าของพวกมัน บัดนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกความหวาดกลัวเริ่มปรากฏขึ้นภายในใจหลังจากเห็นร่างของพวกพ้องกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ 

    ฉึบ!!! 

    “ อ๊าก!!! ” มันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดกระบี่ปริศนาได้ฟันเข้าไปที่เอ็นขาทั้งสองข้าง ร่างของมันทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น

    เมื่อมันเงยมองเบื้องหน้าของมันบัดนี้ร่างของเด็กหนุ่มที่หายไปในยามแรกก็ปรากฏกายออกมาตรงหน้าของมันแล้ว 

    หลิงเฉินใช้ดวงตาที่เย็นยะเยือกมองต่ำลงไปที่ร่างของทหารแคว้นหลิวที่คุกเข่าอยู่กับพื้น 

    “ ปล่อยข้าไแเถอะนะ ข้าจะไม่กลับมาที่แคว้นหมิงอีกเลย ” ทหารของแคว้นหลิวเริ่มอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว

    “ ไม่!!! ยามแรกที่ข้าบอกให้พวกเจ้าเลือกว่าจะกลับหรือไม่ ถึงตอนนั้นพวกเจ้าเลือกจะกลับไปแต่โดยดีแต่สักวันพวกเจ้าก็ต้องตายด้วยมือของข้าอยู่ดี ”

    “ เอาง่ายๆก็คือข้าไม่คิดจะมีความปราณีให้กับคนที่หันกระบี่เข้าหาข้าหรอกนะ ” สิ้นเสียงคำพูดอันแสนจะเยือกเย็นนั้นหลิงเฉินได้ใช้กระบี่ทองในมือปิดชีพของทหารแคว้นหลิวตรงหน้าด้วยการตัดคอ ฉึบ!!!!

    จบบท

    ขอบคุณกระแสตอบรับมากเลยนะ เรื่องคอมเม้นไรท์อ่านทุกเม้นนะแต่จะอ่านตอนก่อนนอนเพราะเวลาปกติทำงาน

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน