ซูหลีหลี่มองฮั่วจิ่นหรงด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเสียใจและความเสียดายฮั่วจิ่นหรงยังคงไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ทำทุกสิ่งด้วยอารมณ์ทะเยอทะยานและมีจิตใจที่คับแคบคนเ่าั้ที่เขากำจัดทิ้งไปล้วนเป็คนที่ช่วยให้เขาได้นั่งบัลลังก์ัได้สำเร็จยามนี้สิ้นพวกเขาไปแล้วราชบัลลังก์ของเขาก็ยากจะมั่นคง ถึงยามนั้นแคว้นต้าเหลียงแห่งนี้ก็คงจะลุกโชนด้วยไฟาอีกครั้งประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็คงจะได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าอีก
“ในเมื่อสิ้นพวกเขาไปแล้วแล้วต่อไปผู้ใดจะคอยช่วยประคับประคองราชบัลลังก์ให้ฝ่าาเล่าเพคะ”คำถามของนางทำให้ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้พลันแย้มพระสรวลออกมา
“ก็เพราะเ้าเป็เช่นนี้อย่างไรเล่าความรักที่ข้ามอบให้เ้าจึงได้หมดสิ้นไป เหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนี้เล่าเพคะเหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนั้นเล่าเพคะ ถามจริงๆเถิดข้าเป็สามีของเ้าหรือว่าข้าเป็บุตรชายของเ้ากันแน่ ซูหลีหลี่ข้าเป็ถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหลียง แล้วเหตุใดข้าจึงจะต้องทนอยู่ใต้อำนาจการสั่งการของเ้าด้วย”คำถามของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มออกมา
“ที่แท้ก็เพราะเช่นนี้ทรงหมางเมินหม่อมฉันทรงตั้งใจทำให้หม่อมฉันทุกข์ใจก็เพราะหม่อมฉันหวังดีกับพระองค์มากเกินไปนี่เองยินดีด้วยเพคะครั้งนี้ฝ่าาทรงทำได้สำเร็จจริงๆหม่อมฉันรู้สึกสิ้นหวังกับฝ่าาได้อย่างแท้จริงแล้วเพคะ”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมา
“เช่นนั้นก็ทรงลงมือเถิดเพคะระหว่างพวกเราไม่มีสิ่งใดที่ติดค้างกันอีกต่อไปแล้วหม่อมฉันเหนื่อยเหลือเกินอยากจะพักผ่อนตลอดกาลแล้วเพคะ”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหลับตาลงฮั่วจิ่นหรงจ้องมองนางด้วยสายตาอันสั่นไหวในขณะที่เขาจะลงมือก็มีเสียงสั่งการอันสนั่นหวั่นไหว
“ช่วยเหลือองค์ฮองเฮากำจัดฮ่องเต้ทรราช”เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งก็มีลูกธนูแทงทะลุหน้าอกของเขาในทันที
“ดียิ่งนักซูหลีหลี่จะตายอยู่แล้วยังคอยชักใยคนของข้าอยู่อีก เช่นนั้นเ้าก็จงอย่าอยู่เลย”ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยพลางใช้กำลังที่เหลือเฮือกสุดท้ายยื่นมือไปบีบคอของซูหลีหลี่ด้วยแรงกำลังทั้งหมด
‘ข้าไม่ได้ทำอันใดเลยท่านนั่นแหละที่ไม่เชื่อคำเตือนของข้า’แม้ว่าอยากจะเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่นางกลับไม่มีโอกาสได้เอ่ยออกมา
“ท่านแม่!ข้ามาช่วยท่านแล้ว”เสียงของซูฉางเยว่ผู้เป็บุตรชายบุญธรรมของนางดังขึ้นพร้อมกับศีรษะของฮั่วจิ่นหรงที่ร่วงหล่นลงมาเืจำนวนมากสาดกระเซ็นไปทั่วดวงหน้าอันคุ้นเคยของซูฉางเยว่เขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ท่านแม่ข้ามาช้าไปใช่หรือไม่” ซูฉางเยว่ไม่สนใจหยาดเืที่สาดกระเซ็นไปทั่ว เขาดึงร่างของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ออกแล้วเข้ามาช่วยประคับประคองนางขึ้น
“เยว่เอ๋อครั้งนี้เ้าลงมือรุนแรงจนเกินไปแล้ว” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางพยายามอ้าปากหอบหายใจหนึ่งเดียวที่นางเป็ห่วงและพยายามยื้อชีวิตของตนเองไว้ก็คือคนผู้นี้เขาคือบุตรชายนอกสายเืที่นางเฝ้าเลี้ยงดูด้วยความรักอย่างสุดหัวใจแม้ว่ายามนี้เขาจะเติบใหญ่แล้วและสามารถดูแลตนเองได้แล้วแต่นางก็ยังอดเป็ห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี
“ข้าไม่สนใจเขารังแกท่าน เขาหักหลังพวกเราทุกคนแม่ทัพในสังกัดของเขารวมทั้งนายกองที่อยู่ใต้สังกัดของข้าหากไม่ถูกส่งไปตายก็ถูกยัดเยียดข้อหาฏให้ตัวข้าเองหากไม่จับดาบลุกขึ้นมาสู้ก็คงต้องตายด้วยโทษฏเช่นเดียวกัน”เขาเอ่ยพลางพยายามใช้มือของตนเองเช็ดเืของฮั่วจิ่นหรงที่เปรอะเปื้อนใบหน้าของนางด้วยฝ่ามืออันสั่นเทาแต่น่าเสียดายที่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อน
“ท่านแม่ท่านต้องแข็งใจเอาไว้แล้วอยู่กับข้าก่อน” ซูฉางเยว่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ซูหลีหลี่กลับส่ายศีรษะ
“ข้าคงอยู่กับเ้าไม่ได้แล้วหากมีชาติหน้าขอให้พวกเราได้เกิดมาเป็แม่ลูกกันก็แล้วกันหวังว่าชาติหน้าข้าจะได้ครองคู่กับคนดีๆ เ้าจะได้มาเกิดในท้องของข้า ชั่วชีวิตของเ้าจะได้ไม่ต้องเติบโตท่ามกลางคมดาบและคาวโลหิตเช่นนี้อีก”ซูหลีหลี่เอ่ยออกมาด้วยความอาลัย
“ท่านแม่! ไม่...ไม่นะ! ท่านอยู่กับข้าก่อน” เสียงร่ำไห้ของซูฉางเยว่ดังห่างออกไปเรื่อยๆสุดท้ายก่อนที่นางจะสิ้นใจนางก็ได้แต่คิดว่าหากเกิดใหม่ชาติหน้านางเองก็จะขอเสพสุขให้เต็มที่จะไม่ขอเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้ใดนอกจากบุตรชายผู้นี้อีกแล้ว…
เสียงร่ำไห้ของบุตรชายบุญธรรมห่างหายไปจากนางเรื่อยๆสติของซูหลีหลี่ก็ค่อยๆ ดับมืดลงเดิมทีนางคิดว่านางคงจะต้องดับสูญไปเช่นนี้ตลอดกาลแต่เมื่อนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ได้พบว่านางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างของตนเองอีกครั้งอีกทั้งนางยังได้ย้อนกลับมาตอนที่ตนเองยังไม่ได้แต่งงานอีกด้วย
“คุณหนูนายท่านกับฮูหยิน้าให้ท่านไปพบเ้าค่ะ”เสียงของตงชิงทำให้ซูหลีหลี่ตื่นจากภวังค์ความคิดนางนั่งมองเงาร่างอันอ่อนเยาว์ของตนเองผ่านบานกระจกมองการแต่งกายและการตกแต่งเครื่องเรือนในห้องนอนของตนเองแล้วก็ทอดถอนใจออกมาเมื่อคิดได้ว่าทันทีที่นางถูกบิดารับมาจากชนบทก็ถูกเรียกตัวไปคุยเื่การสับเปลี่ยนคู่แต่งงานแล้วหากนางจำไม่ผิด่นี้ภายในจวนน่าจะกำลังระส่ำระสายกับการแผลงฤทธิ์ของซูหลีเซียงและยามนี้บิดาของนางก็น่าจะทนไม่ไหวแล้วจึงได้เรียกหานางทั้งที่ไม่อยากจะพบหน้าเช่นนี้
“พวกเราไปกันเถิด”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้นนางตั้งเป้าหมายเอาไว้ในใจแล้วว่าต่อให้ถูกบิดาตีจนตายนางก็จะไม่ยอมสับเปลี่ยนคู่แต่งงานกับซูหลีเซียงอีกแล้วต่อให้รู้แล้วว่าว่าที่เ้าบ่าวของนางอย่างเสียนอ๋องจะอายุสั้นแต่นางก็ยินดีที่จะแต่งเข้าจวนอ๋องชาตินี้ของนางจะไม่ขอเกี่ยวข้องกับคนเห็นแก่ตัวและมีจิตใจคับแคบอย่างฮั่วจิ่นหรงอีกต่อไปแล้ว
จวนสกุลซูยังเป็เช่นเดิมกับในความทรงจำของนางผู้คนภายในจวนเย่อหยิ่งจองหอง บรรดาข้ารับใช้ก็ต่างมองนางด้วยสายตาดูแคลนแม้ว่าจะยังคงทำท่าทีเคารพนบนอบตามธรรมเนียมแต่ซูหลีหลี่กลับรู้ดีว่าท่าทีเช่นนี้ก็แค่แสดงออกมาอย่างฉาบฉวยเพียงเท่านั้น
ถึงแม้ว่าซูหลีหลี่จะเป็บุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอกแต่มารดาแท้ๆ ของนางจากไปนานแล้วฮูหยินคนใหม่ที่บิดาของนางแต่งเข้ามาทั้งสูงส่งและงดงามทำให้บิดาของนางลืมเลือนความรักที่เคยมีต่อมารดาของนางไปจนหมดสิ้นนางจึงได้ถูกส่งไปใช้ชีวิตในชนบท ในสายตาของคนในจวนสกุลซูนางจึงเป็แค่เพียงคุณหนูใหญ่ที่ไร้ความโปรดปรานเติบโตมาจากชนบทไร้ซึ่งฐานะไม่ใช่คนสำคัญในจวนสกุลซูแห่งนี้
“หลีหลี่คารวะท่านพ่อและท่านแม่เ้าค่ะ”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางย่อกายคารวะบิดาและมารดาเลี้ยงด้วยความนอบน้อมแม้ว่าจะเติบโตมาจากชนบทแต่นางที่เคยถูกเลี้ยงดูโดยนางข้าหลวงใหญ่ในวังย่อมมีกิริยาที่ไม่แตกต่างจากสตรีในเมืองหลวงอีกทั้งยังดูงามสง่ากว่าบรรดาคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจในเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ
“หลีหลี่พ่อมีเื่ที่้าจะพูดกับเ้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่เม้มริมฝีปากแน่นนางรู้ดีว่าเขาจะพูดเื่อะไรและครั้งนี้นางไม่คิดจะยินยอมทำตามคำขอร้องของเขาอย่างเด็ดขาด