เวลาผ่านไปนานเพียงใดไม่อาจรู้ในที่สุดข้าก็ลืมตาขึ้น
ข้ารีบก้มมองที่ขาตัวเองเป็อันดับแรกและต้องร้องออกมาด้วยความดีใจเพราะในที่สุดข้าก็มีขา! ข้าไม่ใช่ิญญาเร่ร่อนอีกต่อไปแล้วน่าเสียดายที่ข้าได้ท่องเที่ยวในโลกหลังความตายเพียงแค่ครู่เดียว
แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าเป็ห่วงว่าต้องรอเวลาอีกเกือบยี่สิบปีให้ข้าโตแล้วมาแก้แค้นนั้นไม่ใช่อีกต่อไปข้ามีร่างกายที่ใหญ่โตสมบูรณ์ดีทุกอย่างไม่แตกต่างจากตอนที่ข้ามีชีวิตนักดูเหมือนจะมีเพียงผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ลงเพียงเล็กน้อย
เมื่อข้ามองไปรอบๆ ห้องที่ข้าเพิ่งจะตื่นขึ้นมาข้าก็ใยิ่งนัก ข้าจำได้ ข้าจำได้ที่นี่คือห้องนอนของหลี่ลู่เหอ!เ้าผีไร้หน้านั่นเหตุใดมีสถานที่ให้ข้าเกิดตั้งมากตั้งมายจึงเลือกให้มาเกิดที่ห้องของศัตรูข้าเช่นนี้!
ยังดีที่ในเวลานี้เ้าองค์ชายจอมเสแสร้งนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่
ข้ามองไปรอบ ๆ อีกครั้งแต่ก็จำไม่ได้ว่าข้ากลับมาใน่เวลาใด ตำหนักของเ้านี่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่แตกต่างจากเดิมเลยสักนิดข้าหันไปมาอยู่นานจนเริ่มคร้านที่จะตั้งคำถามกับตนเอง ทว่าไม่ทันที่ข้าจะเดินออกไปจากห้องที่ข้าแสนรังเกียจนี้ร่างสูงโปร่งที่ข้าชังนักหนาก็เดินเข้ามาภายในห้องเสียแล้ว
ท่าทางของเขาราวกับเพิ่งจะเดินตามข้าเข้ามาในห้อง
เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นแววตาของข้าที่มองเขาผิดไปจากแต่ก่อน ก็แน่สิ! ข้ายังทนมองหน้าเขาได้ก็บุญเพียงใดแล้ว หลี่ลู่เหอย่างกรายมาหาข้าช้า ๆเช่นเดียวกับที่ข้าเองก็ค่อย ๆ ถอยหลังจนสุดเตียง
“เ้าเป็อะไร”
ข้าอยากตอบนักว่าข้าฉลาดแล้วอย่างไรเล่าหากแต่น่าเสียดายที่ในยามนี้ข้ายังไม่อาจตอบเช่นนั้นได้ ข้าไม่ควรให้เขาตระหนักได้ว่าข้ารู้แผนการทั้งหมดของเขาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ข้าอยู่ในห้องกับเขาตามลำพังเช่นนี้
และราวกับก้อนหินก้อนใหญ่ทุบลงหนักๆ ที่ศีรษะของข้า
ข้าจำได้แล้ว! ที่นี่เวลานี้เมื่อปีก่อนข้าตกเป็ของเขาครั้งแรกที่นี่! เ้าผีไร้หน้านะเ้าผีไร้หน้า เหตุใดจึงส่งข้ากลับมาในเวลาเช่นนี้เดิมทีเ้าควรส่งข้ากลับไปั้แ่ก่อนเกิดเื่ราวทั้งหมดไม่ใช่หรือส่งข้ากลับมาในคืนนี้ก็เท่ากับว่าข้ากับหลี่เสี่ยวหานผิดใจกันแล้วสิ!
เกิดใหม่ทั้งทีให้ข้าได้ใช้ชีวิตง่ายๆ หน่อยไม่ได้หรืออย่างไร!
แววตาของหลี่ลู่เหอในเวลานี้ฉายประกายความแคลงใจอย่างเห็นได้ชัดนั่นจึงทำให้ข้าคิดได้อย่างหนึ่งว่า ก่อนที่จะไปคิดถึงหลี่เสี่ยวหานข้าควรเอาตัวให้รอดจากเงื้อมมือองค์ชายจอมเสแสร้งนี่เสียก่อน
“ท่านอ๋องข้าคิดว่านี่ดึกแล้ว ข้าเองควรกลับวังได้แล้ว” ข้ายิ้มสู้หากแต่คำตอบของหลี่ลู่เหอกลับทำให้ข้ายิ้มไม่ออก
“อาทิตย์สว่างเพียงนี้ดึกได้อย่างไรกัน” ข้าเห็นแววตางุนงงของหลี่ลู่เหอเป็ครั้งแรกที่ข้าคิดว่าเขามิได้ทำหน้าเสแสร้ง
สว่างหรือ! ข้ารีบวิ่งไปเปิดหน้าต่างพลางยื่นหน้ารับไออุ่นของแสงแดดยามบ่าย
ใช่แล้วก่อนหน้านี้ข้าพบเขาที่ตลาดและร้องไห้เสียใจที่โดนฮองเฮาดุสาเหตุก็ไม่ใช่เื่ใดหรอกนอกจากไฟที่ข้าจุดให้ควันลอยเข้าไปหาหลี่เสี่ยวหานเกิดลุกโชนจนไหม้ห้องเครื่องใกล้ๆ นั่น เขาจึงพาข้ามาปลอบใจกันต่อที่ตำหนักนอกวังของเขาอย่างน้อยโชคยังเข้าข้างข้าอยู่บ้างที่ตอนนี้มิใช่กลางคืน
“ใช่ๆ ๆ ข้าหน้ามืดไปชั่วครู่จึงหลงว่ากลางคืนแล้ว เห็นทีข้าต้องรีบกลับไปหาเฉิงเจี๋ย”ยามนี้ข้ายอมให้นางสั่งงดขนมของข้ายังดีเสียกว่ามองหน้าเ้านี่
“เ้าเป็อะไรไปโกรธอะไรข้า” หลี่ลู่เหอแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของข้า
ข้าไม่ได้โกรธเ้าข้าเกลียดเ้า!
“เปล่าๆ ข้าแค่นึกขึ้นมาได้ว่าเื่นี้ข้าเองที่ผิด ข้าไม่ควรจุดไฟเผาตำหนักเช่นนั้นท่านไม่ต้องปลอบใจข้าแล้วข้าเกรงใจ”
ยิ่งปลอบใจถึงขั้น...เช่นแต่ก่อนยิ่งไม่ต้อง
“เ้าอย่าได้คิดมากเลยเื่ใดที่ทำให้เ้าไม่สบายใจ
ล้วนเป็เื่ใหญ่สำหรับข้า”
ดูสีหน้าของเขาแล้วข้ายิ่งโมโหนักข้าเคยหลงใหลผู้ชายน่ารังเกียจเช่นนี้ได้อย่างไร!ทำเป็มองข้าด้วยสายตาห่วงใย หาใช่ไม่!สายตาแบบนี้จ้องจะจับข้ากินเสียมากกว่า!
“ข้ารู้”ข้าเพียงยิ้มอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักให้เขาไปภายในใจครุ่นคิดว่าข้าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรดีแล้วข้าก็คิดแผนอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
อา...หากไม่จำเป็ข้าก็ไม่อยากทำเช่นนี้หรอก
ข้าเอื้อมมือเรียวบางของข้าจับมือของหลี่ลู่เหอขึ้นมาพลางมองเขาด้วยสายตาออดอ้อนดังเช่นที่ข้าเคยทำในอดีตถึงอย่างไรในเวลานี้ หลี่ลู่เหอก็ยังไม่รู้ว่าข้าอ่านเขาออกหมดแล้วดังนั้นในยามนี้ข้าก็ยังถือเป็คนรักของเขาอยู่ ข้าเอ่ยคำใดเขาก็ต้องฟังข้า!
“ข้ารู้สึกเบื่อยิ่งนักท่านอ๋องพาไปนั่งกินขนมดอกกุ้ยฮวาที่ศาลาริมน้ำได้หรือไม่”
หลี่ลู่เหอยิ้มบางเบาตอบกลับข้าเขาคงคิดว่าถึงอย่างไรวันนี้ข้าก็ต้องตกเป็ของข้าแน่จึงไม่รู้จะรีบร้อนด้วยเหตุใด ดีเสียอีกยิ่งตามใจข้า ข้าก็ยิ่งรักและเชื่อใจเขา
แต่มีหรือที่สิ่งที่เขาคิดจะเป็จริง
องค์ชายจอมเสแสร้งที่ครั้งเป็ิญญาข้าเอาที่สาปแช่งเขาทุกชั่วยามที่ข้าลอยไปลอยมาดูเหมือนข้าจะผิดหวังไม่น้อยเมื่อเห็นว่าเขายังมีชีวิตอย่างสุขสบายดีทั้ง ๆ ที่ข้าเคยตายไปแล้วตั้งหนึ่งครั้ง
ช่างเถิดๆ อย่างน้อยข้าก็ได้กลับมา ไม่ได้หักคอเขาให้ตายไปพร้อมกับข้าก็ไม่เป็ไรแต่ชีวิตของเขานับแต่นี้อย่าหวังว่าจะได้ใช้ร่วมกับข้าอีกต่อไปแล้ว
หลี่ลู่เหอคิดจะคว้ามือของข้าไปกุมไว้ข้าแสร้งทำเป็ไม่เห็นและรีบวิ่งออกไปนอกประตูทันทีแค่เมื่อครู่ที่ข้ากลั้นหายใจััมือของคนหยาบช้าเช่นเขาข้าก็สะอิดสะเอียนเต็มทน หลี่ลู่เหอชะงักเล็กน้อยก่อนจะก็ใช้มือนั้นไพล่หลังและเดินตามข้ามา
ดูเหมือนว่าข้าจะลอยมานานจนกระทั่งเมื่อกลับมาเดินอย่างมนุษย์ทั่วไปกลับรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลยเหตุใดเ้าผีไร้หน้าจึงไม่ทำให้ข้ามาเกิดอีกครั้งและให้พลังข้าให้สามารถลอยไปไหนมาไหนได้
เร็ว ๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยบ้างนะ
เลือกเวลาเกิดให้ข้าทั้งทีก็เลือกไม่ดีอันที่จริง์ไม่ได้เมตตาข้าหรอก กลับกลั่นแกล้งข้าต่างหาก
เมื่อมาถึงศาลาริมน้ำในตำหนักของหลี่ลู่เหอข้าก็ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปในศาลาแต่อย่างใด แต่กลับยืนริมขอบสระบัวมองผีเสื้อที่บินไปมา
เปล่าๆ ข้าไม่ได้มีอารมณ์ชื่นมื่นถึงขนาดนั้น เพียงแต่ข้าคิดอะไรได้อย่างหนึ่ง
“ทิวทัศน์งดงามยิ่งนักแต่ไม่งดงามเท่าเ้า”
หลี่ลู่เหอเอ่ยเกี้ยวข้าข้าส่งเสียงแฮะ ๆ ไปให้เขาพลางมองกำแพงตำหนักของหลี่ลู่เหอซึ่งเป็สาเหตุที่ข้าชวนเขามาที่นี่หากข้าออกไปทางประตูเพียงลำพังตรงๆ ผู้คนก็จะนินทาข้าได้แต่หากข้าจะให้หลี่ลู่เหอพาข้าออกไปเห็นทีเขาคงไม่ยอมทำเช่นนั้น เห็นจะมีทางเดียวคือการหนี!
ข้าจะปีนกำแพงหนี!
ข้าจำได้ว่ากำแพงฝั่งนี้อยู่ติดกับถนนไม่ไกลจากตลาดมากนัก ต่อให้เขาตามมา ถึงเวลานั้นข้าก็อาศัยปะปนกับผู้คนหนีหายลับไปแล้ว
“หากเราทั้งสองได้นั่งเคียงข้างกันชมทิวทัศน์งดงามเช่นนี้ทุกวันคงดีไม่น้อย หากเป็ข้า ข้าจะอยู่กับเ้า คอยปกป้องเ้าไม่ให้ใครมารังแกเช่นนี้แน่”
หลี่ลู่เหอยังคงพล่ามไม่หยุดข้ารำคาญเสียจริง ในแคว้นนี้ยังมีผู้ใดคิดทำร้ายข้าอีกนอกเหนือจากเขา
“ท่านอ๋องท่านดูนั่น” ข้าชี้มือไปยังดอกบัวเหี่ยว ๆ ดอกหนึ่งในสระ หลี่ลู่เหอมองตามที่ข้าชี้แต่โดยดีหารู้ไม่ว่าข้าในเวลานี้หาใช่สตรีที่เชื่องกับเขาดังเช่นแต่ก่อน
ข้ายิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะถอยหลังก้าวหนึ่งแววตาข้านั้นมองแผ่นหลังของหลี่ลู่เหอไม่วางตา รอประเดี๋ยวเถอะข้าจะให้เ้าไปดูทิวทัศน์งดงามของเ้าให้เต็มตาเอง
ข้าพบข้อดีของการมีขาแล้วอย่างหนึ่งในยามนี้จึงค่อยๆ ถอยหลังอย่างเชื่องช้า พลางยกเท้าข้างที่ข้าถนัดที่สุดขึ้นมา แล้วข้าก็...
ถีบ!
ข้าถีบลงบนต้นขาของหลี่ลู่เหอเต็มแรงจนกระทั่งเขาเสียการทรงตัวตกลงไปในสระอย่างไม่ตั้งตัว!
ตู้ม!
ภาพเบื้องหน้าของข้าคือจวิ้นอ๋องผู้ที่เคยมีภาพลักษณ์อันแสนงดงามอยู่เสมอทว่าในเวลานี้กลับอยู่ในสภาพเปียกปอน ผมเผ้าที่เคยปลิวสยายยามต้องลมกลับเรียบลีบไปตามแนวศีรษะ ไม่ต่างกับพู่กันจุ่มหมึก
สาแก่ใจข้ายิ่งนัก!
อดีตคนรักที่ทรยศข้าตะเกียกตะกายอยู่ในสระ
ข้ารีบใช้พละกำลังทั้งหมดที่ข้ามีปีนขึ้นไปยังกำแพงและะโหนีออกไปทันทีข้าได้ยินเขาะโไล่หลังข้ามาแต่เื่อันใดข้าต้องอยู่รอฟังเล่า
“ลู่ซูเซียว!”