ตอนที่ 43
ปะทะ(2)
เมืองยามาดะมีป้อมปืนอยู่ก็จริงแต่มันไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ตายได้เหมือนกับดาวเคราะห์ระดับ 1เนื่องจากความแข็งแกร่งทางกายภาพของมอนสเตอร์มันเกิดขอบเขตการทำลายของอาวุธปืนไปแล้วนี่เป็น 1ในสาเหตุที่ทำให้ผู้คนใช้ศิลปะการต่อสู้เพราะมันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในดาวเคราะห์ทุกระดับ
ทว่ามีบางคนที่ใช้อาวุธปืนได้อยู่คนเหล่านั้นจะมีพลังพิเศษที่ทำให้สิ่งของนั้นทรงพลังขึ้นคนเหล่านั้นถูกเรียกว่าเอนชานเตอร์พลังของพวกเขาไม่สามารถทำให้สิ่งของแข็งแกร่งได้ตลอดเวลาพวกมันมีเวลาจำกัดและไม่สามารถใช้กับป้อมปืนได้คนที่มีพลังประเภทนี้ล้วนเป็นที่ต้องการของทีมทุกทีมหากพวกเขาได้ยินว่าใครเป็นเอนชานเตอร์แล้วละก็จะต้องรีบไปแย่งตัวมาโดยเร็ว
บอสเห็นผู้คนมากมายมีสัตว์ขี่เป็นมอนสเตอร์หลากหลายระดับดูแล้วเท่มากที่นี่มีคนจากแดนอาทิตย์อุทัย(ญี่ปุ่น) และคนเกาหลีอยู่ด้วยโชคดีที่ภาษากลางคือภาษาจีนเลยทำให้ทุกคนพูดคุยกันรู้เรื่องยกเว้นสำเนียงอาจจะฟังดูแปลกประหลาดไปบ้าง
บอสไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะสามารถมายังดาวเคราะห์ระดับ2 ได้ หากไม่ได้เจอกับหนอนน้อยเขาอาจจะได้อยู่ภายในดาวเคราะห์ระดับ 1และใช้ปืนล่ามอนสเตอร์เพื่อเลี้ยงชีพตลอดชีวิตก็ได้
“รับผู้มีพลังพิเศษสายโจมตีเข้าร่วมทีม!! ขอระดับ 30+ และพลังเป็น 1 ในเบญจธาตุ”
“ตามหาผู้มีพลังพิเศษสายรักษา! อยู่ในระดับไหนก็ได้!”
“ต้องการนักธนูที่มีอุปกรณ์ระดับนักรบเหล็กขึ้นไป! ยิ่งเป็นอาวุธเมล็ดพันธุ์ยิ่งดี!”
บรรยากาศที่นี่ครึกครื้นมากราวกับงานเทศกาลเขามองเห็นสาวสวยมากมายอยู่ที่นี่ บางคนสวมชุดเกราะเต็มตัว บางคนก็สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นพอมองแล้วเลือดกำเดาแทบพุ่งชีวิตจริงไม่เหมือนในเกมหรืออนิเมะที่ยิ่งชุดเกราะน้อยชิ้นยิ่งดีความจริงแล้วพวกเธอเหล่านั้นมีเมล็ดพันธุ์ชุดเกราะนั่นเองแต่ชุดที่พวกเธอสวมใส่คือชุดเล่นหรือลำลอง
ถึงแม้ว่าบอสจะถูกสะกดรอยตามอยู่เขาก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมบรรยากาศโดยรอบมีคนมากมายเห็นชุดเกราะของบอสก็ตาลุกวาวเพราะมันสวยมากจริงๆไม่มีใครเคยเห็นชุดเกราะแบบนี้มาก่อนและนั่นก็หมายว่ามันเป็นชุดเกราะที่สั่งทำโดยเฉพาะชายและหญิงมากมายได้เชิญชวนบอสเข้าร่วมทีมล่าแต่เขาก็ปฏิเสธแบบอ้อมๆและรักษาน้ำใจอีกฝ่ายประมาณว่าผมมีทีมแล้วหรือไม่ก็ทีมของผมกำลังรออยู่
เขาเดินทางไปยังร้านค้าเพื่อซื้อแผนที่ของดาวเคราะห์ระดับ2 และดูว่ามีสินค้าอันไหนน่าสนใจหรือไม่แต่น่าเสียดายที่ไม่มีอันไหนเลยที่ทำให้เขาอยากซื้อมันของในร้านค้าระบบยังดีกว่าของพวกนี้มากจนไม่ต้องสนใจสินค้าอื่นนอกจากแผนที่ภายในร้านค้า
ที่นี่ไม่มีบริการรถหุ้มเกราะแต่จะเป็นบริการสัตว์บินแทนเมล็ดพันธุ์ของสัตว์ประเภทบินนั้นหายากมากน้อยคนนักที่จะมีแต่ถ้ามีอนาคตที่สดใสมีเงินทองมากมายก็อยู่ไม่ไกลแล้วการเดินทางด้วยสัตว์ประเภทบินสะดวกและสบายทุกคนยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อใช้บริการรายได้ต่อวันของคนเหล่านี้เทียบเท่ารายได้ทั้งปีของพนักงานบริษัทรวมโบนัสเลยทีเดียว
ภายในแผนที่เขามองเห็นพื้นที่เขามองเห็นตัวหนังสือกำกับว่ามีมอนสเตอร์ระดับไหนอาศัยอยู่บ้างพื้นที่ของดาวเคราะห์ระดับ 2 มีความกว้างมากกว่าพื้นที่ของดาวเคราะห์ระดับ 1เกือบเท่าตัวแต่เขตแดนแห่งความตายก็กินพื้นที่ไปแล้วประมาณ 20%มอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิเหล็กจะอาศัยอยู่ทุกที่หากใครโชคดีอาจจะกลายเป็นอาหารว่างของมันโดยไม่รู้ตัว
‘ตอนนี้เราอยู่ในระดับ 20แต่ความแข็งแกร่งรวมกับค่าสถานะจะอยู่ที่ประมาณระดับ 46 ของคนทั่วไปหากสวมชุดเกราะความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นมาอีก 5 - 6 ระดับถ้าเราใช้ความสามารถใหม่ของเกราะจะทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีกจนเกือบถึงระดับ60 แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะจัดการกับมอนสเตอร์ระดับราชันเหล็ก 2 ดาวขึ้นไปได้’
การล่ามอนสเตอร์ระดับราชันเหล็กและจักรพรรดิเหล็กของที่นี่จะต้องยกไปเป็นกองกำลังเนื่องจากมันมีความแข็งแกร่งเกินระดับของมนุษย์ไปหลายระดับการล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในดาวเคราะห์ที่อยู่สูงขึ้นไปยิ่งทวีคูณความยากมากขึ้นเรื่อยๆหากมอนสเตอร์เป็นอ่อนแอพวกเขาคงไม่เรียกมันว่า มอนสเตอร์ หรอกพวกเขาจะเรียกมันว่าไก่ แทน
‘บึงมรณะ ชื่อฟังดูไม่น่าไปเลยแหะ แต่กลับมีมอนสเตอร์ระดับสามัญชนและนักรบอยู่ที่นั่นจำนวนมากและเป็นที่นิยมอีกต่างหาก’
[มอนสเตอร์ประเภทเลื้อยคลานอย่างเต่าน่าจะอยู่แถวนั้นลองไปดูอาจจะได้เมล็ดพันธุ์พวกโล่มาใช้ก็ได้นะคะ]
‘โล่? ฉันมีเกราะอยู่แล้วจะใช้โล่ทำไม?’บอสถาม
[โล่เป็นสิ่งสำคัญมากเวลาต่อสู้กับมอนสเตอร์และมนุษย์คุณลองคิดดูสิค่ะตั้งแต่สมัยโบราณทั้งที่ทุกคนสวมเกราะอยู่แล้วทำไมถึงใช้โล่? นั่งก็เพราะมันสามารถป้องกันและปัดป้องอาวุธได้แถมยังดีกว่าการเอาตัวไปรับการโจมตีแล้วทำให้เราเสี่ยงตายอีกด้วยค่ะ]
‘พูดดี! งั้นลองไปดูหน่อยก็แล้วกันแต่ก่อนที่เราจะไปจะต้องจัดการกับนักฆ่าพวกนี้ก่อน’
[ความแข็งแกร่งของพวกเขาเทียบกับคุณไม่ได้ก็จริงแต่ก็ต้องระวังประสบการณ์ของพวกเขาด้วยนะคะคนพวกนี้เจ้าเล่ห์มากพวกเขาอาจจะเอาอาวุธแปลกๆมาจัดการกับคุณก็ได้แต่หากเป็นพิษเราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรมากนัก]
บอสพยักหน้าในช่องเก็บของเขามีอาวุธลับที่ซื้อมาจากร้านค้ามากมายเขาเดินไปเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วนำแกนสายฟ้าออกมาหนอนน้อยบอกเขาว่าวิธีใช้คือการกินมันลงไป! หินที่มีขนาดเท่ากับกำปั้นเด็กทารกนี่มันทำให้บอสกลัวว่ามันจะติดคอเขาเลยเตรียมน้ำเอาไว้เพื่อว่ามันจะเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นบอสนำแกนสายเข้าปากแล้วกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็ว
เอื๊อก!
อึก อึกๆ
เขากินน้ำเข้าไปด้วยเล็กน้อยเพื่อให้ลื่นคอเขารู้สึกจักจี้ภายในกระเพาะอาหารเล็กน้อยแต่ไม่นานอาการดังกล่าวก็หายไปแล้วมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในหัว
[ได้รับความสามารถของพลังพิเศษ โซ่ตรวนสายฟ้า]
ความสามารถของโซ่ตรวนสายฟ้าก็ตามชื่อมันจะพันธนาการเป้าหมายเอาไว้และยังทำให้เป้าหมายได้รับบาดเจ็บจากสายฟ้าด้วยเล็กน้อยมันคือความสามารถที่เหมาะมากเมื่อพบเจอกับศัตรูหายคนพร้อมกัน
เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเตรียมที่จะเดินทางไปยังบึงมรณะที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ130 กม.ระหว่างทางเข้าจะต้องผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์ระดับสามัญเหล็กจำนวนมากด้วย
“อสรพิษเกล็ดม่วงออกมาลูกพ่อ!!”บอสพึมพำ
งูที่มีขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของบอสผู้คนโดยรอบไม่ได้ตกใจอะไรมากเนื่องจากพวกเขาเคยเห็นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่มามากมายแต่การที่ได้รับเมล็ดพันธุ์ของมันมานั้นยากมาก! ในใจลึกๆของทุกคนแอบอิจฉาอยู่เล็กน้อยบอสกระโดดขึ้นไปนั่งบนหัวของมันแล้วสั่งให้ออกเดินทางในทันที
ครืนนนน~~~
งูขนาดใหญ่เลื้อยไปยังทิศที่เขาสั่งอย่างรวดเร็วต้นไม้ที่ขวางทางพังพินาศหมดแต่ก็ไม่มีใครสนใจเพราะมันแกะกะการที่คนทำลายมันทิ้งก็ดีเหมือนแต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนี้มันจะเป็นการเรียกภัยเข้าหาตนเองเพราะในดาวเคราะห์ระดับ2 มีบางอย่างที่พิเศษมากๆอยู่
“รีบตามมันไปเร็ว!!”ชายสวมชุดเกราะคนหนึ่งกล่าวจากนั้นก็เรียกหมาป่าตัวเท่าควายออกมาแล้วสั่งให้มันวิ่งตามบอสไปสัตว์ที่พวกเขาขี่มีชื่อ หมาป่าพันธุ์ผสมระดับนักรบเหล็ก 1 ดาวความเร็วของมันเหนือกว่าอสรพิษเกล็ดม่วงเสียอีก
ความแตกต่างระหว่างเมล็ดพันธุ์จากดาวเคราะห์แต่ละระดับนั้นง่ายมากนั่นก็คือเมล็ดพันธุ์ของดาวเคราะห์ระดับสูงกว่าจะแข็งแกร่งกว่าเมล็ดพันธุ์ที่มาจากดาวเคราะห์ระดับต่ำเสมอถึงแม้ว่ามันจะดูไม่สมดุลแต่มันก็คือความจริงและไม่สามารถปฏิเสธได้! ต่อให้คุณจะมีเมล็ดพันธุ์ระดับจักรพรรดิก็ตามแต่เมื่อนำมันมาเปรียบเทียบกับเมล็ดพันธุ์ระดับสามัญเหล็กแล้วมันเรียกได้ว่าเด็กกับผู้ใหญ่เลยก็ว่าได้ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถทำลายกฎที่ว่านั่นได้เลย
ผ่านไป20 นาที
ตอนนี้บอสอยู่ห่างจากเมืองยามาดะประมาณ70 กม.ตลอดทางเขาไม่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวไหนเลยเพราะเขากำลังรอดูว่าคนที่กำลังสะกดรอยตามมานั้นจะโจมตีเขาเมื่อไหร่เท่าที่ฟังจากหนอนน้อย อีกฝ่ายกำลังคันไม้คันมือพร้อมที่จะลงมือมาก
“หัวหน้าตอนนี้พวกเราก็ออกมาห่างเมืองยามาดะมามากพอสมควรแล้วตอนไหนเราถึงจะลงมือ!?”หอยถาม
“ใจเย็นค่อยๆดูมันไปก่อนฉันได้รับรายละเอียดมาว่าธงและห่านหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีกอย่างฉันรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับการกระทำของมัน”หินกล่าว(หัวหน้า)
หอยรู้จักหินดีเพราะพวกเขาทำงานร่วมกันมานานแล้วหินเป็นคนที่มีลางสังหรณ์ที่แม่นยำมากการที่หินระวังตัวขนาดนี้มันมีความเป็นไปได้ว่าเป้าหมายของพวกเขาจะไม่ธรรมดา
“ในตอนที่ห่านและธงลอบสังหารมันมันเพิ่งจะปลุกพลังได้ไม่นาน...และเปิดตัวในฐานะช่างทำอาวุธอัจฉริยะแต่เวลามันพึ่งผ่านไปได้ไม่นานมันก็สามารถมาล่ามอนสเตอร์ในดาวเคราะห์ระดับ 2แล้วนายคิดว่ามันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ?”หินกล่าวเสริม
“งั้นก็หมายความว่ามันปกปิดพลังของตัวเองเอาไว้และเป็นคนฆ่าห่านและธงเหรอครับ?”หอยกล่าว
“มีความเป็นไปได้สูงจับตาดูมันไปก่อนเมื่อเรายืนยันได้แล้วว่ามันมีพลังระดับไหนแล้วไม่เกินมือของเราก็ลงมือได้เลย!”หินกล่าว
ผ่านไปอีก30 นาที
ในที่สุดบอสก็เดินทางมาถึงบึงมรณะที่นี่เต็มไปด้วยโคลนตมเพราะมันคือบึงหนอนน้อยบอกว่าแถวนี้เป็นที่อยู่ของมอนสเตอร์เลื้อยคลาน น้ำและครึ่งบกครึ่งน้ำจำนวนมากแถมน้ำของที่นี่ก็มีคุณสมบัติที่สามารถซึมผ่านดินแล้วทำให้กลายเป็นโคลนที่ไม่มีวันแห้งถึงแม้ว่ามันจะอยู่กลางทะเลทรายก็ตาม
บุ๋งๆๆ
เสียงฟองอากาศลอยขึ้นมาจากบึงหนึ่ง
[ตรวจพบมอนสเตอร์ระดับนักรบเหล็ก 1 ดาวทิศ 12 นาฬิกา]
บอสเดินเข้าไปใกล้กับบึงที่อยู่ตรงหน้าจากนั้นก็นำชิ้นเนื้อของมอนสเตอร์ออกมาแล้วโยนไปที่บึงดังกล่าว
จ๋อม~
ชิ้นเนื้อลอยอยู่บนบึงสักพักน้ำในบึงก็เริ่มกระเพื่อมแล้วมีบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากน้ำขากรรไกรขนาดยาว3 เมตรผิวหนังสีเขียวดูหนาและทนทานมาก
[แมนอีทเตอร์ระดับนักรบเหล็ก 1 ดาวHP : 69k/69k]
‘พลังชีวิตเยอะยิ่งกว่าระดับจักรพรรดิเกือบ 2 หมื่นเลยเหรอ!?’บอสกล่าวในใจ
[อย่าไปกลัวค่ะถึงแม้ว่ามันจะมีพลังชีวิตเยอะแต่ความเสียหายที่คุณทำใช่ว่าจะน้อยตาม]
แมนอีทเตอร์มองมาทางบอสแล้วพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วบอสมองไปยังร่างของแมนอีทเตอร์ที่สูง 6 เมตรเขาก็พลันคิดแผนการบางอย่างออกมาแทนที่เขาจะชักดาบออกมาเขาก็เลือกที่วิ่งหนีแล้วตะโกนขึ้นมา
“อ๊ากกกกกกกกกก!!! ช่วยด้วย!!!!”
.......................................................................................................................