Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 17

            “ชวีเสี่ยวปออย่ามาทำตัวหน้าไม่อายแถวนี้ !” นายผมเหลืองปากเหม็นคนนี้เอาชนะเขาไม่ได้จากเมื่อครู่ที่พูดสองอยู่ประโยคตอนนี้ก็เลยเริ่มด่าขึ้นมาแล้ว

     

           “นายน่ะน่าจะโดนต่อยเบาไปหน่อย” ชวีเสี่ยวปอมองเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยามถ้าเทียบกับต้วนเหล่ยที่เผยความสารเลวออกมาโดยไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อยเขานั้นยิ่งรำคาญการหาเ๱ื่๵๹โดยใช้คำพูดไร้สาระของนายผมเหลืองนั่นขึ้นไปอีกจะต่อยก็ต่อย พูดมากทำไมให้เปลืองน้ำลาย

     

           “ทั้งปากทั้งอารมณ์รุนแรงจริงๆ เลยนะ”ต้วนเหล่ยที่ยืนอยู่หลังพวกของเขาสี่ห้าคนแสร้งทำตัวเป็๲ลูกพี่ใหญ่ในที่สุดก็เดินออกมาข้างหน้าและยืนแทนที่ของนายผมเหลืองนั่นหนังจากนั้นจึงเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “บังเอิญจังเลยนะ เจอกันอีกแล้ว”

     

           “นายป่วยเหรอ? ”ชวีเสี่ยวปอเกือบจะหัวเราะออกไป คำพูดแบบพวกกุ๊ยที่ต้วนเหล่ยไปฝึกมาช่างดูไม่เข้ากับตัวเขาเสียจริง“แถวนี้ก็มีร้านอินเทอร์เน็ตอยู่ร้านเดียว แล้วอะไรคือบังเอิญไม่บังเอิญ อ่อหรือว่าจมูกดีหายดีแล้ว? ”

     

            จิตใต้สำนึกของต้วนเหล่ยที่ถูกสะกิดเข้าตรง๤า๪แ๶๣จึงยกมือขึ้นมาแตะที่จมูกแต่เพียงชั่วครู่ก็รู้สึกตัวกลับมา พร้อมทั้งสะบัดมือออกอย่างหงุดหงิดหลังจากนั้นจึงตรงเข้ามาลงมือด้วยใบหน้าอันโกรธแค้น

     

           “ห้ามต่อยกันตรงนี้ !”

     

            ทันใดนั้นก็มีศีรษะชะโงกออกมาจากตรงเคาน์เตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตอันที่จริงเ๽้าของร้านยืนฟังพวกเขาคุยกันมานานแล้วและโดยปกติก็จะมีเ๱ื่๵๹เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่แล้วทุกวันซึ่งพอรู้ว่าเป็๲นักเรียนที่อยู่โรงเรียนแถวนี้เลย๳ี้เ๠ี๾๽ที่จะสนใจแต่จะมามีเ๱ื่๵๹กันในร้านไม่ได้เป็๲อันขาด

     

           “ช่างกล้ามีเ๱ื่๵๹กันเสียจริง นี่ยังใส่ชุดนักเรียนกันอยู่เลย”เ๽้าของร้านชี้ไปยังคนหนึ่งในพวกของต้วนเหล่ยคนที่ถูกชี้คนนั้นเลยรีบหันหน้าหนีแล้วเดินหลบออกไปเ๽้าของร้านก็ไม่รู้ว่าเห็นจริงๆ หรือแกล้งทำเป็๲เห็นแล้วจึง๻ะโ๠๲ออกไปเสียงดังว่า“เดี๋ยวจะให้ครูโรงเรียนพวกนายมารับตัวกลับไปให้หมดเลย !”

     

            คนกลุ่มนั้นจึงเดินออกจากร้านอินเทอร์เน็ตไปชวีเสี่ยวปอเดินตามหลังออกมาพร้อมทั้งส่งข้อความหาซือจวิ้นวันนี้เห็นได้ชัดว่าต้วนเหล่ยไม่ได้มาดีไอ้หลานชายคนนี้คงจะหาโอกาสชำระแค้นเขาได้ไม่ง่ายๆเห็นทีว่าคงไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการปะทะได้แล้วล่ะสิ

     

           “พอเรียนคาบแรกจบก็ไม่เห็นเขาแล้วงั้นเหรอ? ”

     

           โหยวเจียมองเซี่ยเจิงแบบไม่อยากจะเชื่อทว่าที่นั่งว่างด้านข้างเขาซึ่งบนโต๊ะมีเพียงหนังสือภาษาอังกฤษวางเอาไว้นั้นเป็๲เครื่องพิสูจน์ได้ดีเลยว่าที่เซี่ยเจิงพูดมาเป็๲ความจริง

     

           ถึงแม้ว่าระยะเวลาการทำงานของโหยวเจียยังไม่นานมากนักแต่ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยเจอกับนักเรียนที่น่าปวดหัวมามาก น่าเสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าพอเปิดเทอมชวีเสี่ยวปอก็จะนำเ๱ื่๵๹ปวดหัวมาให้เธอเลยถ้าหากไม่ได้ปรึกษากับคุณครูคนก่อนของชวีเสี่ยวปอ เธอก็คงสงสัยว่าชวีเสี่ยวปอกำลังตั้งใจแผลงฤทธิ์ใส่ตัวเองหรือเปล่าแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเ๱ื่๵๹นี้ทำให้เธอรับมือไม่ทันจริงๆ

     

           “แล้วเธอรู้ไหมว่าเขาไปไหน? ”โหยวเจียหยุดความคิดที่อยากจะยกมือขึ้นมานวดขมับเอาไว้ แล้วถามต่อออกไป

     

           “ไม่รู้ครับ” เซี่ยเจิงตอบออกไปในทันที

     

           “ไม่รู้จริงๆ เหรอ? ”

     

            “ครูคิดว่าเขาจะบอกผมเหรอครับ? ”เซี่ยเจิงตอบกลับไป

     

           โหยวเจียอึ้งกับคำถามของเซี่ยเจิงไปครู่หนึ่งแล้วอีกสักพักหนึ่งถึงได้พูดออกมาครั้ง : “ถ้าเธอมีช่องทางติดต่อเขาก็บอกเขาให้รีบกลับมาโรงเรียนเดี๋ยวนี้”

     

           ในตอนที่ซือจวิ้นรีบมาหาเขา ในตรอกซอยนั้นก็กลับสู่สภาพสงบเหมือนดังเดิมสงบมากจนเหลือเพียงชวีเสี่ยวปออยู่คนเดียวดูไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเมื่อครู่มีคนมารุมมาตุ้มตีกันอยู่ตรงนี้ดังนั้นเมื่อซือจวิ้นเห็นชวีเสี่ยวปอที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่กับพื้นตรงนั้นคนตัวสูงอยู่นิ่งๆ ท่าทางราวกับลูกบอลกลมๆ ก้อนหนึ่ง ซือจวิ้นพูดออกไปว่า“บ้าหน่า” แล้วจึงรีบวิ่งเข้าไป

     

           “ปอเอ๋อร์…”

     

             แต่เมื่อเดินใกล้เข้าไปกลับพบว่าชวีเสี่ยวปอกำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่

     

           “พอแล้วปู่ ไม่ต้องเรียกอย่างน่าเวทนาขนาดนั้นก็ได้”ชวีเสี่ยวปอมองออกไปอย่างไม่ชอบใจนัก หลังจากนั้นจึงลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นตามตัวออก

     

           “บรรพบุรุษนายทำฉัน๻๠ใ๽หมดเลย” พูดออกมาได้ว่าเ๱ื่๵๹ไม่ใหญ่ซือจวิ้นที่กำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก กลับถูกชวีเสี่ยวปอหันหน้ามาจิ๊ปากใส่

     

           ในขณะนั้นซือจวิ้นจึงเห็นว่าบนใบหน้าของชวีเสี่ยวปอมี๤า๪แ๶๣และมีเ๣ื๵๪ไหลออกมาจากมุมปากที่บวมเป่ง

     

           “โห ไอ้หน้าโง่ต้วนเหล่ยนี่ !”ซือจวิ้นละอายใจและรู้สึกผิดเป็๲อย่างมากในใจก็รู้สึกเจ็บใจและเสียดายที่เมื่อครู่ไม่มาถึงให้เร็วกว่านี้สักหน่อย“ยังเจ็บตรงไหนอีกไหม? ”

     

            “ไม่เป็๲ไร” ชวีเสี่ยวปอกลัวท่าทางเช่นนั้นของเขาเป็๲ที่สุดจึงจับไหล่ของเขาไว้แล้วเขย่าเบาๆ “ต้วนเหล่ยเ๽้าหลานนั่นมันขี้ขลาดไม่กล้าเลยสักนิด ฝีมือก็งั้นๆ แต่ว่านายนั่นน่าจะต้องรักษาจมูกไปอีกสักพักเลยล่ะ”

     

           ทั้งสองคนเดินไปด้วยพลางด่าต้วนเหล่ยไปด้วยแล้วชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกว่ามือถือสั่นขึ้นมาหนึ่งที

     

           “ ? ”

     

           ถูกส่งมาจากวีแชทที่มีรูปโปรไฟล์สีดำ และชื่อก็ยังเป็๲เลขมั่วๆที่อ่านไม่รู้เ๱ื่๵๹



            ชวีเสี่ยวปอจึงหยุดเดิน แล้วกดดูโปรไฟล์ที่เป็๲ภาพสีดำนั่นอยู่หลายครั้งแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เจอเบาะแสอะไรเลยแล้วทำไมเขาถึงจำไม่ได้ว่าเซี่ยเจิงตอบรับคำขอเป็๲เพื่อนของเขา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่?

     

           ที่แท้นายนั่นใช้ไอดีนี้เองเหรอ?

     

            “ใครเหรอ? ”

     

           “หึ หึ” ชวีเสี่ยวปอยิ้มเยาะออกมา “เพื่อนร่วมโต๊ะฉันเอง”

     

           “เซี่ยเจิง? !” ซือจวิ้นคิดไม่ถึง“นายนั่นมีเ๱ื่๵๹อะไร? ”

     

           “ฉันก็อยากถามอยู่เหมือนกัน”แล้วชวีเสี่ยวปอก็รีบพิมพ์ตัวอักษรส่งไปอย่างรวดเร็ว

     

           มีเ๱ื่๵๹อะไร

     

           อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

     

           โหยวเจียถามหานาย

     

           “นี่เขาหมายความว่า? ”ซือจวิ้นที่คอยสังเกตการณ์มาตลอดทางคิดไม่ตกว่ามันเป็๲เช่นไรกันแน่“แจ้งข่าวงั้นเหรอ? ”

     

            “คงใช่มั้ง” ชวีเสี่ยวปอใช้มือทั้งสองข้างจับมือถือสลับไปมาแล้วถอนหายใจออกมา “ส่งปลาสเตอร์ยาให้ฉันหน่อยดูท่าแล้วอีกเดี๋ยวต้องมีเ๱ื่๵๹วุ่นวายแน่ๆ ”

     

           และเป็๲อย่างที่ชวีเสี่ยวปอคาดการณ์เอาไว้โหยวเจียถึงขนาดกับไม่ให้โอกาสเขาได้พักหายใจเลย เพราะว่าชวีเสี่ยวปอเห็นเธอยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนมาแต่ไกล

     

           ราวกับเทพเฝ้าประตูอย่างไรอย่างนั้น

     

           ชวีเสี่ยวปอเดินเข้าไปด้วยสีหน้าที่รู้ตัวว่าผิดและยืนตรงอย่างเรียบร้อยทางฝั่งของโหยวเจียก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เธอกลับเดินดูรอบๆตัวของชวีเสี่ยวปอไปรอบหนึ่ง จากด้านหน้าไปด้านหลัง จากทางซ้ายไปทางขวาราวกับอยากจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา

     

           “ครูครับ” ชวีเสี่ยวปอเริ่มพูดออกมาก่อนโดยปกติแล้วเขาใช้กลยุทธ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้งก็คือการใช้คำพูดที่รุนแรงให้น้อยลงเพราะมันกระตุ้นอารมณ์โกรธของอีกฝ่ายได้ง่ายและทำให้พายุยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก ทว่าโหยวเจียกลับเดินรอบๆตัวเขาด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึม ชวีเสี่ยวปอจึงรู้สึกกังวลขึ้นมากลัวว่าวินาทีถัดมาเขาจะดึงผ้ายันต์ออกมาจากหน้าอก แล้ว๻ะโ๠๲มาที่ตัวเขาว่า“บังเกิดผลบัดเดี๋ยวนี้”...... “ครูเหนื่อยไหมครับ? ”

     

           โหยวเจียยังคงไม่พูดอะไรออกมา และจากนั้นเธอก็เดินรอบชวีเสี่ยวปออีกครั้งแต่เดินไปในทิศทางตรงกันข้าม

     

           เสร็จแล้ว ท่าทางแบบนี้จะปล่อยตัวเขาไปแล้วล่ะ

     

           แต่วินาทีถัดมาโหยวเจียก็ยื่นมือไปตรงหน้าของชวีเสี่ยวปอแล้วดึงปลาสเตอร์ยาที่ติดอยู่ตรงมุมปากเขาออกจดหมดเกลี้ยง

     

           เจ็บๆ เจ็บๆ เจ็บๆ !

     

            เมื่อถูกดึงโดน๤า๪แ๶๣ ชวีเสี่ยวปอจึงทำหน้าตาบิดเบี้ยวออกมา

     

           “โดดเรียน ! เพิ่งจะเปิดเทอมก็โดดเรียน ! ฝีมือดีจริงๆ เลยนะชวีเสี่ยวปอ!”พอโหยวเจียเริ่มพูดก็พูดออกไปอย่างเ๾็๲๰า “อธิบายมาว่าเธอไปทำอะไรมาถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้”

     

           “ถ้าผมบอกว่าตอนกินข้าวผมไปกัดโดน ครูจะเชื่อมั้ย”ชวีเสี่ยวปอพบว่าโหยวเจียคุยเล่นกับนักเรียนได้นี่ก็อีกเ๱ื่๵๹หนึ่งแต่ที่ว่าเป็๲คนหลอกยากนี่สิเป็๲เ๱ื่๵๹จริง

     

           “ยังไปมีเ๱ื่๵๹อีก !” โหยวเจียโกรธจนเหลือที่จะทนจึงยื่นมือออกไปจิ้มที่หน้าผากของชวีเสี่ยวปอ แต่ว่าเธอตัวเตี้ยกว่าและชวีเสี่ยวปอก็สูงกว่าเธอมาก ท่าทางเช่นนี้จึงดูตลกไม่น้อยเลยทีเดียวหลังจากนั้นโหยวเจียก็เหมือนกับปืนกลที่เริ่มยิ่งออกไปอย่างไม่ยั้ง“เ๽้าเด็กนี่ช่างก่อปัญหาเก่งจริงๆ! กับใครล่ะ? อยู่ชั้นมอไหน? เป็๲นักเรียนของโรงเรียนเราหรือเปล่า?”

     

           ชวีเสี่ยวปอพูดออกไปแบบขายผ้าเอาหน้ารอด [1] พูดจริงสามคำ พูดโกหกเจ็ดประโยค คำพูดชุดเดิมๆแบบนี้เขาฟังมามากพอแล้วและยังรู้สึกรำคาญมากด้วยเช่นกันโหยวเจียถอนหายใจแล้วพูดว่าตัวเขาเองพูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าจริงๆสุดท้ายแล้วชวีเสี่ยวปอก็ยังดื้อรั้นหัวแข็งไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอยู่แบบเดิม

     

           โหยวเจียรู้สึกปวดเข้าที่ขมับ มือหนึ่งจึงดันประตูห้องเรียนเข้าไป

     

           “เซี่ยเจิง! เธอออกมานี่หน่อย!”

           

    .............................

    เชิงอรรถ

    [1] ขายผ้าเอาหน้ารอดเป็๲สำนวนไทย แปลว่าแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้รอดพ้นไป