“เฮ้!ตื่นได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องไปกันแล้ว”เสียงห้าวปลุกทุกคนจากห้วงนิทรา วาสลืมตาโพร่งขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะชันตัวลุกขึ้น
ความจริงเขาเพียงแค่นอนพักสายตาเท่านั้นไม่ได้หลับจริง อันที่จริงตลอด4เดือนนี้ไม่มีวันใดที่เขาสามารถหลับได้เต็มตา วาสต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาถ้าไม่ทำเช่นนี้เขาอาจจะกลายเป็ศพั้แ่่แรกๆก็ได้
“เอาละตามฉันมา”ชายคนเดิมที่เคยนำพวกวาสมากินอาหารและพักผ่อนเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินนำหน้าไป
เหล่าผู้อาสาสมัครขนของหรือตอนนี้กลายเป็ลูกทีมของบาร์นไปแล้วรีบตามไปอย่างรวดเร็ว
เท่าที่วาสสังเกตดูทั้ง14คนนั้นต่างมี่อายุที่แตกต่างกันไปน้อยสุดน่าจะเป็เด็กหนุ่มอายุราวๆ15ปี ส่วนที่มากสุดคือตาลุงวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่ทำให้วาสแปลกใจคือภายในกลุ่มนี้นั้นมีผู้หญิงอยู่ด้วยแถมมีด้วยกันถึง3คน
หลังจากเดินตามมาเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงปากทางเข้าที่เป็ตะแกรงเหล็กผุพัง ที่ปากทางเข้านั้นประกอบด้วยชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันหลายคน
แต่ละคนล้วนสวมใส่เสื้อผ้าหนาเตอะคล้ายชุดเกราะและพกอาวุธครบมือ ที่ด้านหน้านั้นคือบาร์นที่กำลังทำสีหน้าเรียบเฉย เมื่อเห็นพวกวาสเดินมาถึงแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นว่า
“เอาละ ในเมื่อมากันครบแล้วฉันก็จะขออธิบายแผนการเลยแล้วกัน โดยแผนของเราคือ เราจะเดินตามท่อระบายน้ำสายหลักไปเรื่อยจนไปถึงสุดทาง ซึ่งห่างจากเป้าหมายของเราราวๆ300เมตร เมื่อถึงที่นั้นเราจะขึ้นไป้ากันและเราจะจัดขบวนเดินเป็วงกลมโดย ให้คนที่มีหน้าที่ขนของอยู่ด้านในสุด ล้อมรอบด้วยผู้คุ้มกันที่มีปืน5คนอยู่ในวงกลมชั้นกลางและพวกไม่มีอาวุธปืนเป็วงกลมชั้นนอกสุด”คนที่มีหน้าที่ขนของได้ยินเช่นนั้นก็พากันทำหน้าโล่งอก ดูท่าว่าพวกเขาจะไม่ต้องเผชิญอันตรายนัก เพราะมีคนคุ้มกันถึง2ชั้น
“เอาละ มีใครมีคำถามอะไรมั้ย”บาร์นเปิดโอกาสให้คนที่สงสัยถามออกมา ก่อนจะเป็ตาลุงที่อายุมากที่สุดยกมือขึ้นถามอย่างเกรงใจ
“เอ่อ..คือผมสงสัยว่าทำไมมีคนคุ้มกันที่ใช้ปืนแค่5คนละครับ เท่าทีมองดูพวกคุณมีคนที่มีปืนมากกว่านั้นนี้”
“คนที่เหลือมีหน้าที่อื่นต้องทำไม่ต้องสนใจ”บาร์นเอ่ยเสียงเรียบแสดงเจตนาไม่อยากบอกอย่างชัดเจน ทำให้ตาลุงที่ถามได้แต่ทำหน้าเจื่อน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ”สิ้นคำบาร์นก็ออกเดินนำหน้าทันทีไม่เปิดโอกาสให้ใครถามอะไรอีก
ขบวนของบาร์นเดินไปตามท่อระบายน้ำหลักท่ามกลางายตาของฝูงชนที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ผู้คนรอบๆต่างภาวนาให้พวกเขาทำสำเร็จเพราะไม่มีใครอยากทนอยู่ในที่แบบนี้อีกต่อไป
วาสที่กำลังเดินตามอยู่ด้านหลังสุดนั้นกำลังเช็คสภาพความเรียบร้อยของตนเองอยู่ ตอนนี้เขายังพกสัมภาระประจำตัวอยู่เท่าเดิมคือTwin Fangและกระเป๋าเป้ใบเก่าที่บรรจุของใช้จำเป็ไว้ด้านใน
ขณะที่เดินอยู่นั้นเขาก็เหลือบไปเห็นบาร์นผละไปจากหัวขบวนก่อนจะมุ่งหน้ามาหาเขา วาสทำหน้าสงสัยแต่ยังไม่ทันจะถามอะไรบาร์นก็เอื้อมแขนมาล็อคคอเขาลากไปที่จุดหนึ่ง
“มีอะไรครับ?”วาสเอ่ยเสียงเรียบ
“อย่างที่นายรู้พวกฉันกลุ่มหนึ่งจะแยกไปที่รถคอนเทรนเนอร์ที่อยู่ในปั้มน้ำมัน ซึ่งฉันจะเป็คนนำขบวนนั้นเองและฉัน้าให้นายไปกับฉันด้วย”วาสขมวดคิ้วเขาไม่แน่ใจว่าการไปกับบาร์นจะปลอดภัยกว่าไปกับกลุ่มแรกไหม
“ไม่ต้องห่วง ระยะที่เราจะไปมันใกล้กว่าเป้าหมายแรกซะอีก มันห่างจากจุดที่เราจะขึ้นไปเพียง200เมตรเท่านั้น แถมไม่มีตัวถ่วงเราจะสามารถเคลื่อนที่เร็วมาก และขากลับเราจะขับรถกลับมา”วาสได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าก่อนจะเอ่ยว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง”บาร์นพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แต่ก่อนจะกลับไปเดินหัวขบวนนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปมองTwin Fangที่มือของวาสก่อนจะเอ่ยว่า
“นายมีปืนตั้ง2กระบอกจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอไปใช้สักกระบอกนึง”วาสตีหน้าเ็าก่อนจะบอกบาร์นไปตรงๆว่า
“ปืน2กระบอกนี้สำคัญกับผมมากผมคงไม่สามารถให้คุณได้”บาร์นพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเดินจากไป
หลังจากเดินมาสักพักพวกเขาก็มาถึงทางตันคือผนังท่อระบายน้ำซึ่งมีบันไดเหล็กติดกับผนังสามารถใช้ขึ้นสู่้าได้
เมื่อมาถึงตรงนี้ใจทุกคนต่างเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นผสมหวาดกลัวไม่เว้นแม้แต่บาร์น บาร์นสูดหายใจเข้าลึกๆราวกับว่าตอนนี้เขาไม่ได้กลิ่นน้ำสกปรกของท่อระบายน้ำ
“เอาละ เราจะขึ้นไปแล้วเตรียมตัวให้ดี”สิ้นคำบาร์นก็พยักหน้าให้กับชายคนที่ยืนข้างๆ ก่อนชายคนนั้นจะปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็สามารถปีนขึ้นไปถึงจุดบนสุด ชายคนนั้นยื่นมือดันฝาท่อระบายน้ำขึ้นอย่างแ่เบาและพยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุด เมื่อชายคนนั้นยกฝาท่อขึ้นแล้ว แสงแดดยามเช้าได้สาดส่องลงมายังท่อระบายน้ำเบื้องล่าง ทำเอาคนที่อยู่ด้านล่างรีบยกมือปิดตาทันทีเนื่องจากสายตาไม่ได้ััแสงแดดเป็เวลานาน
หลังจากปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งชายคนที่กำลังใช้มือดันฝาท่ออยู่นั้นก็โผล่หัวขึ้นสู่้าสอดส่องบริเวณรอบๆอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่ารอบๆปราศจากสิ่งมีชีวิตชายคนนั้นก็รีบขึ้นไป้าอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งสัญญาณมือให้บาร์น
“รีบขึ้นไปได้แล้วเร็ว! เงียบๆด้วยละ”สิ้นคำสั่งทั้งหมดต่างทยอยขึ้นไป้าอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาไม่กี่นาทีพวกเขาทั้งหมดก็ต่างขึ้นมาข้างบนได้สำเร็จ สายตาทุกคนมองรอบข้างอย่างหวาดระแวง จากนั้นบาร์นก็เอ่ยขึ้นว่า
“เอาละ จัดขบวนเดินตามที่ตกลงเอาไว้แล้วก็ไปกันได้แล้ว ระวังตัวกันด้วยละ”ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ลูกน้องคนสนิทของบาร์นพยักหน้า ก่อนจะกวักมือเรียกทุกคนแล้วเดินจากไปทันที
“ที่เหลือตามฉันมา”บาร์นเอ่ยเสียงเบาก่อนจะกระชับปืนพกสีดำในมือแล้วเดินนำหน้าไป
วาสตอนนี้เปลี่ยนจากสายตาเฉยชาเป็คมกริบ ประสาทััทั้งหลายต่างตื่นตัวเต็มที่มือทั้งสองข้างที่ถือTwin Fangกระชับอยู่ตลอดเวลา นิ้วมือพร้อมลั่นไกทุกวินาที
สองข้างทางที่พวกเขาเดินผ่านนั้นเต็มไปด้วยซากปรักหักพังทั้งหลายแหล่ แทบจะไม่มีสิ่งก่อสร้างใดอยู่ในสภาพสมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างเดินด้วยความเงียบเชียบ ในใจต่างภาวนาอย่าให้ได้มีอะไรมาเป็อุปสรรคของพวกเขาเลย
ผ่านไปราว5นาทีพวกเขาก็เดินเลี้ยวเข้ามายังถนนสายหลักเส้นหนึ่ง ภาพเบื้องหน้าทำเอาพวกเขาตาลุกวาวทันที
ภาพปั้มน้ำมันที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่ออีกทั้งภายในปั้มยังมีรถคอนเทรนเนอร์คันใหญ่จอดอยู่ถึง2คัน ซึ่ง1ในนั้นได้ถูกเปิดอยู่ ทำให้เห็นภาพอาหารแห้งที่กำลังจะถูกนำไปส่งยังที่ต่างๆล้นทะลักออกมาจากตู้ บาร์นสูดหายใจอย่างตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยด้วยความยินดีว่า
“เป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้วไปกันเถอะ”ขณะที่ทุกคนกำลังจะย่างเท้าออกไปนั้น
แกร๊บ! เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนซากปรักหักผังดังมาจากด้านข้าง วาสหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอุทานดังลั่น
“บัดซบ! พวกมันอยู่นี้”
ปัง!
วาสลั่นไกอย่างไม่ลังเลถึงกระนั้นเป้าหมายของเขากลับรู้ทัน เบี่ยงหลบได้อย่างฉิวเฉียด
โฮก!
เสียงคำรามดังลั่นเขย่าประสาทของทุกคน ภาพหมาป่าขนสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่มีลายรูปกะโหลกอยู่บนหน้าผาก2ตัวที่อยู่ห่างจากพวกเขาประมาณ30เมตรทำเอาความตื่นเต้นดีใจเมื่อครู่ลดฮวบฮาบทีเดียว
“ใจเย็นๆทุกคนมันมีแค่2ตัวเราเอาอยู่น่า”บาร์นเอ่ยเสียงเรียบปลอบขวัญทุกคน ก่อนจะรีบเอ่ยว่า
“ก่อนอื่นรีบจัดการพวกมันเร็ว ก่อนจะมีตัวอื่นออกมาอีก คนที่ไม่มีปืนคอยยืนกันอยู่ด้านนอกส่วนคนที่มีปืนก็รีบๆยิงมันให้ตายซะ”
ทุกคนรีบจัดกำลังตามที่บาร์นบอกอย่างรวดเร็ว โดยวาสเลือกที่จะอยู่ข้างบาร์นเพราะมั่นใจว่าตรงนี้ปลอดภัยที่สุด
หมาป่าทั้งสองไม่ปล่อยให้พวกเขาตั้งตัว พวกมันต่างวิ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็วโดยการแยกกันโจมตีขนาบข้างพวกเขา
“พวกมันแยกกันรีบยิ่งป้องกันเร็ว”บาร์นคำรามลั่น ก่อนจะเหนี่ยวไกยิงไม่ยั้ง
ปังๆๆๆ!
เสียงปืนดังลั่นไปทั่วบริเวณ ะุจำนวนมากมายถูกยิงไปอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่หมาป่าทั้งสองทั้งดูเหมือนจะคุ้นเคยกับอาวุธปืนเป็อย่างดี
พวกมันต่างวิ่งซิกแซกสลับซ้ายขวาพร้อมหาที่กำบังระหว่างทางเพื่อหลบะุทำให้ไม่มีะุโดนพวกมันเลย
“บ้าเอ้ย ทำไมมันเร็วขนาดนี้วะ”ชายคนหนึ่งสบถดังลั่นมือลั่นะุไม่ยั้ง ตอนนี้ทุกคนต่างตกอยู่ในความร้อนรุ่มเพราะระยะห่างเริ่มหดลงมาเรื่อยๆจนตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเขากับพวกมันเหลือไม่ถึง15เมตรแล้ว
แตกต่างจากวาสที่ตอนนี้กำลังทำตัวให้เยือกเย็นสุดขีดเพราะรู้ว่าต่อให้กระวนกระวายไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา
นอกจากะุนัดแรกแล้ววาสก้ไม่ได้ยิงอีกเลย มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาในระดับสายตาลมหายใจดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
จนระยะห่างระหว่างหมาป่าและกลุ่มคนย่นมาถึงระยะ10เมตร นับเป็ระยะใกล้ที่ง่ายต่อการยิง วาสกลั้นลมหายใจเพ่งสายตามองไปที่หมาป่าตัวหนึ่งอาศัยจังหวะที่มันะโหลบะุยิงดักหน้าทันที
ปังๆ!
ะุจากปืนทั้งสองที่ถูกลั่นไกพร้อมกันเข้าเป้าทั้งคู่! โดยนัดหนึ่งเข้าที่่ท้องและอีกนัดหนึ่งเข้าที่ขาหลังของมัน!
เอ๋งงง!
หมาป่าตัวนั้นร้องโหยหวนทันที ก่อนจะหยุดชะงักความเคลื่อนไหว พร้อมเสียงอุทานที่ดังมาจากคนรอบข้างวาสว่า
“ยิงโดนละ....อ๊ากกก!”และแล้วเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น จู่ๆก็มีหมาป่าตัวที่3กระโจนมาจากเื้ัพวกเขาขย้ำจมเขี้ยวลงที่ชายคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ เจฟพลาดแล้ว!!”ชายคนหนึ่งร้องดังลั่น ทั้งหมดพลันแตกตื่นทันที วาสที่แม้จะแตกตื่นแต่เข้าก็ไม่อาจจะพลาดโอกาสทองได้ สองนิ้วลั่นรัวๆยิงใส่หมาป่าที่าเ็
ะุนับ10นัดถูกส่งไปฝังในร่างหมาป่าที่าเ็ส่งผลให้มันไม่สามารถไปไหนได้ นอนจมกองเืทันที
ขณะเดียวกันหมาป่าอีกตัวก็ได้พุ่งมาถึงกลุ่มพวกเขา มันกัดเข้าที่คอชายคนหนึ่งแล้วลากออกไปเบื้องนอกทันที
อ๊ากกกก!
เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วบริเวณ ตอนนี้วงล้อมของพวกเขาเริ่มระส่ำระส่ายเนื่องจากเสียพวกไป2คน
หมาป่าทั้งสองไม่รอช้าพุ่งเข้ามาในรูปแบบเดิมอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากระยะห่างที่ไม่มากนักบวกกับความสับสนของทุกคน เพียงพริบตาเดียวพวกมันก็ประชิดตัวพวกเขาอีกครั้ง
ก่อนพวกมันจะพร้อมใจกระโจนเข้ามายังจุดกึ่งกลางของกลุ่มขย้ำคอไปอีก2คนทันที ในที่สุดกลุ่มของบาร์นก็ไม่อาจรักษาแนวป้องกันไม่ได้ถูกแยกเป็2กลุ่มโดยมีหมาป่า2ตัวอยู่ตรงกลางทันที
“เวรเอ้ย!”บาร์นสบถดังลั่น ก่อนจะร้องะโว่า
“ถอยออกจากกันแยกเป็2กลุ่ม รับมือพวกมันกลุ่มละตัวเร็วเข้า”วาสรีบพุ่งตัวออกไปด้านหลังทันที ขณะเดียวกันั้นก็ได้ส่งะุเข้าไปฝังที่ขาหลังหมาป่าตัวหนึ่งอีก1นัด
หมาป่าทั้งสองเมื่อเห็นพวกเขาแยกกันพวกมันก็แยกตาม น่าเสียดายที่ตัวที่าเ็นั้นเลือกจะตามบาร์นไป ส่วนอีกตัวที่ยังไร้าแกลับเลือกตามวาสซึ่งอยู่คนละกลุ่มกับบาร์น
วาสขมวดคิ้วแน่นกลุ่มของเขาตอนนี้มีคนน้อยกว่าของบาร์น อีกทั้งยังเจอตัวที่สมบูรณ์พร้อมทำให้ยิ่งรับมือยากเข้าไปอีก
“ถอยไปทิ้งระยะห่างเรื่อยๆ และอย่าหยุดยิง”วาสร้องบอกคนกลุ่มเขา พร้อมกับะโถอยหลังไปและยิงปืนพร้อมกันเพื่อเป็การขัดจังหวะหมาป่า
กลุ่มพวกเขายิงปืนพร้อมกับทิ้งระยะห่างจากหมาป่าเรื่อยๆทำให้ระยะของพวกเขาและมันไม่ถูกย่นเข้ามาอย่างรวดเร็วนัก และรวมกับที่มีเป้าหมายเพียงตัเดียวจึงทำให้การเล็งเป้าทำได้ง่ายขึ้น
จนในที่สุดกระสุดจากชายคนหนึ่งก็สามารถเข้าเป้าไปโดนบริเวณดวงตาของมันอย่างบังเอิญ
โฮก!
แทนที่มันจะร้องครวญครางอย่างเ็ปมันกลับร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง กระโจนเข้าหาพวกเขาอย่างไม่คิดชีวิต
แก๊ก!
“ชิบหายะุหมด!”ชายตรงหน้าสุดถึงคราวซวยเนื่องจากการยิงอย่างบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ทำให้ะุของเขาหมดไป เพียงพริบตาเดียวหมาป่าก็พุ่งตรงมาถึงตัวเขาและสะบัดกรงเล็บแหลมคมที่มีขนาดใหญ่โตเข้าที่คอของเขาอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ส่วนหัวหลุดลอยเืฉีดพุ่งขึ้นจาก่คอราวกับน้ำพุ
ทุกคนต่างตะลึงกับภาพน้ำพุโลหิตที่น่าสยดสยองเบื้องหน้า จนลืมเลือนเป้าหมายตนเองไปชั่วขณะหนึ่ง
หมาป่าที่กำลังบ้าคลั่งไม่รอช้ากระโจนเข้าขย้ำที่ลำตัวชายอีกคนหนึ่งและพุ่งไปตะปบเข้าที่ชายอีกคนใน่เวลาเพียงเสี้ยววินาที
“เฮ้ยย! อย่าหยุดยิงซิวะ”วาสคำรามดังลั่น ก่อนจะลั่นไกไม่ยั้งส่งะุอีกนับสิบนัดไปฝังที่ร่างของมัน
แต่ราวกับมันไม่สะทกสะท้าน หมาป่าตัวนั้นพาร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเืกระโจนเข้าใส่พวกเขาอีกทันทีก่อจะฆ่าพวกเขาไปอีก1คน
ตอนนี้เหลือเพียงวาสกลับชายอีกคนหนึ่งเท่านั้น วาสเห็นสถานการณ์ไม่ดีเขาตัดสินใจหันหลังวิ่งหนีทันที
ใครจะว่าเขาขี้ขลาดอย่างไรเขาไม่สนเพราะอย่างไรชีวิตของเขาก็สำคัญที่สุด ชายอีกคนที่เห็นวาสวิ่งก็ใทันที
“เฮ้ย!ไอ้หนูรอด้วย”สิ้นคำยังไม่ทันได้ออกวิ่งหมาป่าก็กระโจนเข้ากัดที่ไหล่ขวาของเขาทันที
อ๊ากกก!
ชายคนนั้นร้องดังลั่น ปากพร่ำบ่นคำหยาบออกมานับไม่ถ้วน ก่อนจะเอ่ยเสียงเหี้ยมว่า
“คิดว่าข้าจะยอมตายคนเดียวหรือไงวะ!!!”ว่าแล้วเขาก็ใช้มีดแหลมในมือแทงเข้าไปที่คอของมันไม่ยั้ง
ฉึกๆๆ!
หมาป่าที่ร่างชุ่มไปด้วยเืไม่สนใจความเ็ป ลงอุ้งเท้าแทงกรงเล็บไปที่หัวของเขาดับลมหายใจทันที
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปที่วาสที่กำลังวิ่งหนีแล้ววิ่งตามไปอย่างรวดเร็วทั้งๆที่มีมีดแทงคาอยู่ที่ลำคอ
4ขาย่อมรวดเร็วกว่า2ขา แม้จะาเ็สาหัสหมาป่าตัวนี้กลับสามารถตามวาสทันได้ในชั่วเวลาอึดใจ
“ทำไมมันอึดขนาดนี้วะ”วาสเอ่ยอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าหนียังไงก็คงหนีไม่ทัน เขาจึงเลือกจะหันไปเผชิญหน้ากับมัน
“ตายซะ!”
ปังๆๆๆๆ!
2นิ้วลั่นไกอย่างรวดเร็วะุถูกส่งไปยังหมาป่าเบื้องหน้าที่ตอนนี้มันเลือกที่จะไม่ะโหลบแล้วดีที่ระหว่างทางหนีวาสได้เปลี่ยนแมกกาซีนเรียบร้อยแล้วไม่งั้นเขาอาจจะเจอปัญหาะุหมดแบบชายก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความตื่นตระหนกผสมปนเปกับความหวาดกลัวทำให้วาสไม่สามารถยิงเข้าจุดตายของมันได้
จนในที่สุดมันก็กระโจนพรวดวาดกรงเล็บตะปปเล็งเข้าที่หัวของเขา ราวกับภาพสุดท้ายก่อนตาย วาสเห็นภาพกรงเล็บนั้นเชื่องช้าลงส่งผลให้เขายกปืนขึ้นมาไขว้กันไว้ได้ในเสี้ยววินาที
แต่แรงของมันมหาศาลกว่าเขามาก วาสไม่สามารถหยุดยั้งกรงเล็บนี้ได้ กรงเล็บได้ถูกเบี่ยงไปทำให้วาดผ่านั้แ่หน้าผากผ่านดวงตาข้างขวาและมาหยุดลงที่แก้มของวาส
อ๊ากกก!วาสร้องโหยหวนอย่างเ็ป แรงปะทะส่งผลให้วาสล้มลงไปนอนกับพื้น หมาป่าไม่รอช้าขึ้นคล่อมเขาทันที และอ้าปากกว้างเตรียมจะบดขยี้ศีรษะของเขา
“แกทำตาฉันบอดดด!”วาสเอ่ยอย่างเคียดแค้น เขาเบี่ยงศีรษะหลบได้ใน่เสี้ยววินาที ทำให้ปากของหมาป่าพลาดไปกระทบพื้น วาสไม่รอช้านำปืนไปจ่อที่ดวงตาของมันก่อนจะลั่นไกทันที
ปัง!
ะุทะลุดวงตาไปถึงสมองส่งผลให้มันตายในทันที ร่างหมาป่าล้มฟุบลงทับร่างของวาส เขาหอบหายใจแฮ่กๆ จากความตื่นเต้นทำให้เขาลืมเลือนความเ็ปไปชั่วขณะ
เขาค่อยๆดันร่างของหมาป่าออกไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะยืนขึ้นโซซัดโซเซก้มลงมองศพที่กองอยู่แทบเท้าด้วยดวงตาที่เหลืออยู่ข้างเดียว ก่อนจะขบกรามด้วยความเคียดแค้นแล้วลั่นปืนใส่ศีรษะมันไม่ยั้งทันที
ปังๆๆๆๆ! แกร๊กๆ!
หลังจากลั่นไกจนะุหมด ศีรษะที่เคยสมบูรณ์ก็กลายเป็เศษเนื้อเลอะเลือน วาสพ่นลมหายใจยาวเหยียด
‘อะไรที่เสียไปแล้วคงเอากลับคืนมาไม่ได้’วาสคิดในใจ แม้จะเหลือดวงตาเพียงข้างเดียวเขาก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
วาสตัดสินใจเดินกลับไปตำแหน่งเดิมที่เขาแยกจากบาร์น แต่เขากลับเหลียวเห็นบางจากจากซากศีรษะหมาป่า
วาสย่อตัวลงก่อนจะหยิบมันขึ้นมา สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมานั้นคือเม็ดสีทองอันเล็กๆขนาดเทียบเท่าลูกอม ที่มีร่องรอยขรุขระอยู่รอบๆ วาสเพ่งสายตามองก่อนจะพบว่ารอบขรุขระนั้นคืตัวอักษรบางอย่างที่มีขนาดเล็กมาก
‘นี้มันคืออะไรกัน’วาสคิดในใจอย่างสงสัย แต่เขาเลือกจะเก็บความสงสัยนั้นไว้แล้วเก็บเม็ดสีทองนี้ลงไปในกะเป๋าแล้วเดินกลับไปยังจุดเดิม