หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 37 เปิดบัญชี

            พวกหยางเถาอวี้เดินทางไปยังร้านรับฝากเงินวั่นไฉเพื่อเปิดบัญชีตามที่คุยกันไว้ภายในร้านมีผู้คนเดินเข้าเดินออกค่อนข้างพลุกพล่านยืนกันอยู่สักพักไม่เห็นมีพนักงานเข้ามาต้อนรับเสียทีจึงพากันเดินไปที่กุ้ยไถ (เค้าท์เตอร์) เพื่อสอบถาม

            “หลงจู๊ ข้าขอรบกวนสอบถามหน่อยเจ้าค่ะ” หยางเถาอวี้เอ่ยทัก

            ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาดีดลูกคิดเสียงดังก๊อกๆแก๊กๆ พร้อมกับจดรายการลงสมุดบัญชีได้ยินเสียงเรียกใกล้ตัวถึงเงยหน้าขึ้นมอง

            “โอ้ ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปให้การต้อนรับขอรับ วันนี้ลูกค้าเยอะจริงๆไม่ทราบว่าพวกท่านมีความประสงค์ใดหรือขอรับ” ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้นต้อนรับ

            “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกข้าอยากมาเปิดบัญชีฝากเงินกับที่นี่เจ้าค่ะไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง”

            “อ้อๆ งั้นพวกท่านโปรดรอสักครู่ข้าจะให้พนักงานพาไปที่ห้องรับแขกชั้นสองนะขอรับ” กล่าวจบหลงจู๊ก็หันไปเรียกหาเด็กในร้านคนหนึ่งซึ่งบังเอิญให้บริการลูกค้าเสร็จพอดี

            “เอ้อหลิน เจ้าพาท่านลูกค้าไปที่ห้องรับรองแขกก่อนซิอย่าลืมดูแลนายท่านทั้งหลายให้ดีด้วยเล่า ปล่อยให้พวกท่านยืนรอเสียนาน”

            “ขอรับนายท่าน” พนักงานร้านที่ถูกเรียกว่าเอ้อหลินหันมาทางพวกหยางเถาอวี้และผายมือนำทางพาพวกนางขึ้นไปยังห้องรับรองแขกชั้นสองอย่างรู้งาน

            “เชิญพักรอที่ห้องนี้ก่อนนะขอรับ ข้าจะไปเตรียมน้ำชาและของว่างมาให้อีกสักครู่หลงจู๊เกาจะตามขึ้นมาขอรับ” เอ้อหลินกล่าวจบจึงหันหลังเดินจากไปเพียงไม่กี่อึดใจก็กลับเข้ามาพร้อมชุดน้ำชากับของว่าง ตามด้วยหลงจู๊เกา

            “ขออภัยที่ให้รอนาน ข้าน้อยเกาเจี้ยนยินดีต้อนรับทุกท่านนะขอรับ”

            “ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ/ขอรับ” ทุกคนเอ่ยทักทายตอบและแนะนำตัวกันพอเป็นพิธี

            “ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการเปิดบัญชีแบบใดกับทางร้านเราหรือขอรับ”

            “ข้าต้องการเปิดบัญชีที่มีผู้ถือครองบัญชีร่วมกันสองคนเจ้าค่ะไม่ทราบว่ามีหรือไม่” หยางเถาอวี้อธิบายความประสงค์

            “อ้อ มีอยู่นะขอรับเพียงแต่ว่าค่าธรรมเนียมแรกเปิดบัญชีแพงกว่าปกตินิดหน่อย”

            “เท่าไหร่หรือเจ้าคะ”

            “ค่าธรรมเนียมแรกเข้าจะรวมถึงป้ายเจ้าของบัญชีสองชิ้นขั้นต่ำเป็นจำนวนหนึ่งร้อยตำลึงเงินขอรับ”

            “หลงจู๊เกาเอ่ยว่าขั้นต่ำ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”หยางเถาอวี้สงสัย

            “คือสิ่งที่ใช้ระบุความเป็นเจ้าของมีหลายแบบ แบบป้ายทองแดงธรรมดาลงอักขระราคาหนึ่งร้อยตำลึงเงินเป็นป้ายที่ใช้ได้ในทวีปชิงหลงเท่านั้น แบบป้ายทองลงอักขระก็เช่นกันเพียงแแต่ผู้ถือครองป้ายทองจะมีสิทธิกู้เงินกับทางร้านเราได้ในวงเงินหนึ่งล้านตำลึงทองด้วยป้ายชนิดนี้ออกให้กับบุคคลพิเศษที่ได้รับการยอมรับจากทางร้านวั่นไฉเท่านั้น ป้ายทองมีค่าธรรมเนียมหนึ่งพันตำลึงทองส่วนแบบสุดท้ายคือแหวนหยกลงอักขระ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมแพงที่สุดเท่ากับหนึ่งหมื่นตำลึงทองแหวนหยกลงอักขระสามารถใช้บริการของร้านวั่นไฉได้ทุกสาขาทั่วทั้งสี่ทวีปและสามารถกู้ยืมเงินกับร้านวั่นไฉได้ตามดุลพินิจของแต่ละสาขาใหญ่ของแต่ละทวีปมีความยืดหยุ่นต่อการตัดสินใจระหว่างทางร้านกับเจ้าของบัญชีสูง

            นอกจากนี้ทางเรายังมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าป้ายทองและแหวนหยกอักขระให้สามารถเข้าใช้บริการที่สำนักประมูลวั่นไฉได้ หากเป็นการเข้าร่วมประมูลไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านอีกหากเป็นการฝากของประมูล ทางเราจะคิดค่าธรรมเนียมเพียงแค่หนึ่งในร้อยส่วนเท่านั้น”

            “ถ้าเป็นแบบแหวนหยก หนึ่งวงเข้าร่วมการประมูลได้กี่คนเจ้าคะ”

            “ถ้าเป็นแบบแหวนหยก ผู้เป็นเจ้าของแหวนสามารถพาคนมาด้วยโดยที่ทางเราไม่จำกัดคนขอรับทางสำนักประมูลวั่นไฉจะเปิดห้องพิเศษไว้บริการท่านลูกค้าหนึ่งห้อง”

            “ถ้าข้าจะขอใช้แบบแหวน สามารถทำได้เลยหรือว่าต้องมีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษหรือไม่”

            “ท่านต้องเปิดบัญชีกับทางร้านเราขั้นต่ำเป็นเงินหนึ่งล้านตำลึงทองขอรับจึงจะได้สิทธิใช้แหวนหยก” หลงจู๊เกาอธิบายอย่างนอบน้อมและใจเย็นไม่มีท่าทีดูแคลนคนทั้งสามแต่อย่างใด เพียงบอกถึงกฎเกณฑ์ของทางร้านเท่านั้น

            “ข้าขอถามอีกสักนิดไม่ทราบว่าทางร้านอนุญาตให้ใช้ผลึกหยกแทนเงินตำลึงหรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยถามอีกครั้งเวลานี้เงินตำลึงที่มีหลังแบ่งกับจางเหยาแล้วเหลืออยู่เพียงหกพันกว่าตำลึงทองเท่านั้นแต่นางกลับมีผลึกหยกต่างๆ ไม่อั้นตั้งแต่รู้ความลับของหินกำเนิดพิภพนางจึงนำผลึกหยกส้มผลึกหยกเหลืองและผลึกหยกเขียวไปปลูกลงตามถ้ำหินกำเนิดพิภพในมิติใช้เวลาแค่ไม่กี่วันผลึกหยกต่างๆ ก็งอกเงยขึ้นมาจนแทบเต็มถ้ำแต่ละถ้ำแล้ว

            “ได้แน่นอนขอรับทางร้านยินดีรับผลึกหยกทุกระดับ” หลงจู๊เกามีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ในสถานที่ไกลปืนเที่ยงเช่นอำเภอตงอวิ๋นนี้ไม่ค่อยมีคนที่ทำการค้ากันด้วยผลึกหยกแต่หากเข้าเมืองใหญ่หรือเมืองหลวง การใช้ผลึกหยกแทนเงินถือเป็นเรื่องสามัญยิ่ง

            “แล้วทางร้านรับฝากผลึกหยกด้วยหรือไม่แบบที่ไม่ต้องตีมูลค่าเป็นตัวเงิน และถอนออกมาเป็นผลึกหยกหนะเจ้าค่ะ”

            “รับด้วยขอรับคุณหนู แต่อาจจะต้องแจ้งล่วงหน้าสำหรับกรณีที่ทางร้านเรามีหยกไม่เพียงพอต่อการเบิกถอนซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นหรอกขอรับ แต่ก็ต้องบอกกล่าวแก่ลูกค้าไว้ให้รับทราบก่อนยกตัวอย่างเช่นร้านสาขาที่อำเภอเล็กๆ ห่างไกลเมืองหลวงอย่างที่นี่เวลานี้ไม่มีหยกม่วงหรือที่สูงกว่านั้น”

            “งั้นก็ตกลงตามนั้นข้าต้องการเปิดบัญชีและใช้แหวนหยกสองวงนี่เป็นผลึกหยกเขียวจำนวนร้อยก้อนสำหรับเปิดบัญชี และหนึ่งก้อนสำหรับค่าธรรมเนียมโปรดตรวจนับเจ้าค่ะ” กล่าวจบหยางเถาอวี้กวาดมือออกไปรอบหนึ่งเบื้องหน้าพลันปรากฏผลึกหยกเขียวจำนวนร้อยหนึ่งก้อนโผล่ออกมาเป็นกอง (1 ผลึกหยกเขียว= 10,000 ตำลึงทอง)

            คราวนี้หลงจู๊เกาแทบเก็บสีหน้าไม่อยู่แม้เขาไม่เคยคิดดูแคลนคนทั้งสามตรงหน้า แต่ต้องรู้ว่าคนที่สามารถควักผลึกหยกเขียวออกมาได้คราวละมากมายปานนี้ย่อมไม่ธรรมดา

            “ได้ๆๆ ขอรับ”เขาส่งพลันปราณกวาดออกไปที่กองหยกเขียวเพียงครู่ “ครบถ้วนตามจำนวนขอรับเช่นนั้นข้าจะรีบไปจัดแหวนหยกยืนยันตัวตนพร้อมหนังสือสัญญามาให้พวกท่านเดี๋ยวนี้โปรดรอสักครู่ขอรับ”

            “ช้าก่อนหลงจู๊เกาขอขอถามอีกเรื่องเจ้าค่ะ”

            “ไม่ทราบคุณหนูต้องการสอบถามเรื่องใดขอรับ”

            “เมื่อครู่หลงจู๊ยกตัวอย่างว่าตอนนี้ทางร้านไม่มีผลึกหยกม่วงแปลว่าทางร้านมีผลึกหยกครามกับผลึกหยกน้ำเงินอยู่ใช่หรือไม่ ข้าอยากขอแลกสักหน่อยจะได้ไหมเจ้าคะ”

            “ถูกต้องขอรับ เวลานี้ที่ร้านมีผลึกหยกครามผลึกหยกน้ำเงินอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าคุณหนูต้องการแลกเท่าไหร่ขอรับ”

            “ข้าต้องการผลึกหยกครามกับผลึกหยกน้ำเงินแค่อย่างละก้อนเองโปรดตรวจนับเจ้าค่ะ” กล่าวจบก็กวาดมือออกไปอีกรอบผลึกหยกเขียวจำนวนหนึ่งร้อยสิบก้อนปรากฏออกมาอีกกอง (10ผลึกหยกเขียว =1 ผลึกหยกคราม, 100 ผลึกหยกเขียว =1 ผลึกหยกน้ำเงิน)

            “ครบถ้วนขอรับเช่นนั้นข้าขอตัวไปจัดเตรียมของทั้งหมดมาให้พวกท่านก่อนนะขอรับ ใช้เวลาเดี๋ยวเดียวขอเชิญพวกท่านพักผ่อนจิบชาทานของว่างตามอัธยาศัยสักครู่นะขอรับ”หลงจู๊เกาลุกขึ้นยืนพร้อมกับโค้งศีรษะลงด้วยท่าทางนอบน้อมยิ่งกว่าเก่า ก่อนจะหันหลังเดินจากไปแม้มีความสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมแม่นางน้อยผู้นั้นจึงขอแลกผลึกหยกครามกับผลึกหยกน้ำเงินแค่อย่างละก้อนแต่การค้าที่ไม่เล็กครั้งนี้สร้างความสุขใจให้เขาจนขี้เกียจจะเปลืองสมองไปคิดมากเรื่องของคนอื่นวันนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภประทานพรเมตตาเขาแล้ว จึงได้ลูกค้ารายใหญ่เข้าร้านเดือนนี้ต้องได้ค่าตอบแทนสูงแน่ แค่คิดก็สุขใจไปถึงสวรรค์เชียว

            เพียงชั่วจิบชาหลงจู๊เกาเดินกลับมาพร้อมด้วยหนังสือสัญญาทั้งหมดสามฉบับแหวนหยกลงอักขระเฉพาะของทางร้านสองวงกับผลึกหยกครามและผลึกหยกน้ำเงินอย่างละก้อน

            “พวกท่านโปรดหยดเลือดลงไปเพื่อสร้างพันธะกับแหวนหยกนี้เมื่อสร้างพันธะสัญญาสำเร็จ แหวนทั้งสองวงนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนเจ้าของได้อีกต่อให้พวกท่านตกตายไปก็ไม่มีใครสามารถคลายพันธะนี้ได้ พูดง่ายๆ คือไม่มีใครมาสวมรอยแทนที่พวกท่านได้เด็ดขาดนี่เป็นความพิเศษของอักขระที่ลงไว้ และพวกท่านสามารถระบุผู้รับมรดกได้ผ่านทุกสาขาของร้านวั่นไฉดังนั้นพวกท่านวางใจในความปลอดภัยของมันและการคุ้มครองบัญชีจากทางร้านเราได้แน่นอนเลยขอรับ”

            “เยี่ยมมากเจ้าค่ะ ขอบคุณที่ท่านอธิบายอย่างชัดแจ้งครอบคลุมทุกกรณี”หยางเถาอวี้เอ่ยขอบคุณ แต่ในใจแอบบ่นเล็กๆ ‘ยังไม่ทันไรท่านก็แช่งข้าซะแล้วรึ ฮึ่ม’ นางหันไปยื่นแหวนอีกวงหนึ่งให้จางเหยาทั้งคู่หยดเลือดลงไปทำสัญญาผูกมัดแสดงความเป็นเจ้าของแหวนทันที ส่วนผลึกหยกครามกับผลึกหยกน้ำเงินน่ะรึหึหึหึ นางรีบโยนเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อเพื่อให้นางช่วยนำไปปลูกลงบนหินกำเนิดพิภพก้อนละถ้ำน่ะสิ

            “อ้อ หลงจู๊เจ้าคะ แล้วถ้าข้าต้องการให้ผู้อื่นนำเงินมาเข้าบัญชีจะต้องทำอย่างไร” ทุกคนเกือบลืมประเด็นสำคัญไปเสียแล้ว

            “ง่ายมากขอรับ ทางเราจะออกป้ายฝากเงินให้ขอรับป้ายนี้มีค่าธรรมเนียมแค่อันละหนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น สามารถฝากได้อย่างเดียวปลอดภัยหายห่วงเรื่องเงินจะหลุดจากบัญชีขอรับ”

            “งั้นตอนนี้ข้าต้องการสามป้ายเจ้าค่ะ”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมนำเงินออกมาสามตำลึงเงิน

            “เช่นนั้นรออีกสักประเดี๋ยวนะขอรับ”คราวนี้หลงจู๊หันไปสั่งเอ้อหลินให้ออกไปจัดเตรียมป้ายฝากเงินมาสามป้ายแค่ชั่วอึดใจหยางเถาอวี้ก็ได้รับป้ายโลหะฝากเงินมาสามอัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสามจึงขอตัวลา

            ...

            “ฟู่ เสร็จธุระเสียที กะจะพาพี่เหยากับท่านยายออกมาเดินช๊อปปิ้งแท้ๆ”หยางเถาอวี้บ่น

            “แต่ข้าสนุกมากนะ ได้เดินเล่นทั่วอำเภอเช่นนี้”

            ‘แหงล่ะถ้าข้าถูกขังอยู่ในถ้ำนั่นเป็นปีเหมือนท่านป่านนี้ข้าคงออกไปท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว’ หยางเถาอวี้อยากจะพูดออกไปอย่างนี้เสียจริงแต่กลัวจะไปกระตุ้นต่อมพลัดพรากในใจของยายจางเข้า จึงได้ยั้งปากไว้

            “งั้นคราวนี้พวกเราก็ไปเดินดูของสวยๆ งามๆกันเช่นเสื้อผ้าเสียทีเถอะเจ้าค่ะ ข้าล่ะคันมือคันไม้เต็มทน”ว่าแล้วก็รีบประคองยายจางเดินไปทางร้านขายเสื้อผ้าที่เดิมทันที ทั้งสามช่วยกันเลือกเสื้อผ้าสำหรับบุรุษให้จางเหยาหลายแบบรวมไปถึงเสื้อคลุมขนสัตว์เนื้อนุ่มฟูสำหรับทั้งสาม เวลานี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วอากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นมาไม่น้อย หยางเถาอวี้นึกถึงพวกคนงานนางจึงชักชวนยายจางซื้อผ้าเนื้อหนากับพวกผ้านวมเพื่อไปแจกจ่ายให้ทุกคน

            ถัดจากร้านเสื้อไปเป็นร้านค้าเครื่องประดับในร้านมีทั้งเครื่องประดับของชายและหญิง หยางเถาอวี้ชอบร้านนี้มากนางเห็นงานประดิษฐ์สวยงามแปลกตาหลายชิ้นจึงเลือกซื้อไปฝากให้พวกผู้หญิงทุกคนที่บ้าน

            หยางเถาอวี้เห็นหยกขาวเนื้อนมแพะคู่หนึ่งจึงหันไปชี้ชวนให้ยายจางดู“ท่านยายดูนี่สิเจ้าคะ กำไลหยกขาวคู่นี้งดงามนัก ข้าซื้อให้ท่านนะเจ้าคะ”ยายจางไม่ขัดศรัทธาหลาน นางเองก็ถูกใจกำไลหยกเนื้อดีคู่นี้มากเช่นกันเผื่ออีกหน่อยจะใช้รับขวัญหลานสะใภ้ได้ ..... (คิดไกลไปหรือไม่เจ้าคะหลานท่านเพิ่งอายุสิบสามปีเศษเองมิใช่รึ   ̄□ ̄)

            หลังจากเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้จนคนธรรมดาคงเมื่อยขาแย่แล้วนางจึงเพิ่งนึกได้

            “ท่านยายยยยย เมื่อยหรือไม่เจ้าค่ะ ขออภัยเจ้าค่ะข้าลืมตัวไปหน่อย”

            “จริงด้วยขอรับ ข้าก็เพลินจนลืมคิดเลยขอรับขออภัยท่านย่าจริงๆ”

            “ไม่เป็นไรๆเห็นพวกเจ้าร่าเริงเช่นนี้ย่าก็ลืมเหนื่อยเหมือนกัน” ยายจางยิ้มแต้ปลอบใจ

            “งั้นพวกเราไปนั่งพักกินน้ำเต้าหู้กับหมั่นโถวที่แผงท่านลุงคนนั้นกันเถอะเจ้าค่ะ”หยางเถ้าอวี้ชี้ชวนไปที่แผงขายน้ำเต้าหู้กับหมั่นโถวข้างทาง

            น้ำเต้าหู้ร้อนๆ เหมาะกับอากาศหนาวๆ นัก เสียดายที่ไม่เห็นมีปลาท่องโก๋วางขายบ้างเลย

            เวลาวันนี้ผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่ายแม้มีธุระต้องทำหลายอย่างอยู่บ้างหลังนั่งพักขาจนยายจางค่อยคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้วจึงพากันกลับบ้าน

     


    คล้ายกับเรื่องหยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก ที่คุณอ่าน