หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    มิตรสหาย

    ชายหนุ่มที่มาหาเรื่องหยางจื่อนอนเกือกกลิ่งอยู่พื้นด้วยความเจ็บปวด แขนที่หักงอและนิ้วที่บิดไปคนละทิศคนละทางทำให้คนที่ยืนดูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารชายหนุ่มคนนั้น"นี่เจ้าบังอาจทำร้ายพวกเราตระกูลเสวี่ยอย่างงั้นรึ" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"ในเมื่อมันโจมตีข้าก่อนแล้วทำไมข้าจะโจมตีมันกลับไม่ได้ หรือว่าผู้คนในตระกูลเสวี่ยสามารถโจมตีคนอื่นได้แต่คนอื่นโจมตีกลับไม่ได้" หยางจื่อกล่าเย้ยหยัน"นี่เจ้า!!!! ดีในเมื่อเจ้าตั้งตนเป็นศัตรูกับตระกูลเสวี่ยพวกเราก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหรอก" หญิงสาวกล่าวอย่างเย็นชาและพยุงตัวชายหนุ่มเดินจากไปหยางจื่อส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่าย เขาเบื่อกับกลุ่มรุ่นเยาว์ของตระกูลเสวี่ยที่มักจะมาหาเรื่องเขา ปกติหยางจื่อมักจะสังการศัตรูโดยไม่ปราณี แต่เมื่ออยู่ที่นี่หยางจื่อได้แต่แค่สั่งสอนพวกเขาเพียงแค่เล็กน้อย ถ้าอยู่ที่ดินแดนเทวะ พวกเสวี่ยหงหรือชายหนุ่มคงถูกหยางจื่อสังหารไปเเล้วหยางจื่อกลับเข้าไปในที่พักของตนหลังจากที่แยกกับกลุ่มตันหลางเเล้ว หยางจื่อรีบมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มพลังบ่มเพาะของตน หยางจื่อรู้ว่าในบรรดาศิษย์หลักยังมีคนที่แข็งแกร่งและอยู่ในตระกูลเสวี่ยอีกจำนวนนึง ด้วยพลังของหยางจื่อในตอนนี้อย่างมากก็แค่สามารถรับมือกับคนที่อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 3 ได้เท่านั้นภายในจี้หยกของหยางจื่อมีสมบัติและสมุนไพรล้ำค่ามากมาย หยางจื่อนำพวกมันออกมาและเริ่มบ่มเพาะในทันที ในวันรุ่งขึ้น ก็มีเสียงของชายชราดังขึ้นจากแผ่นป้ายชื่อของหยางจื่อ"หยางจื่อรีบมาที่หอลงทัณฑ์เดี๋ยวนี้" เสียงชายวัยกลางคนกล่าวอย่างเย็นชาหยางจื่อขมวดคิ้วลงและมองไปทางห้องของเสวี่ยเฟิงที่กำลังทะลวงผ่านระดับอยู่ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไป หยางจื่อรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับตระกูลเสวี่ยอย่างแน่นอนหยางจื่อเดินออกมาจากที่พักของตน และข้างหน้าของหยางจื่อก็คือกลุ่มของตันหลาง อิงจื่อและหยุนจี๋ ทั้งสามต่างก็มายืนรอหยางจื่ออยู่"พวกเจ้ามารอข้างั้นรึ" หยางจื่อกล่าว"พวกเราได้รับข่าวมาว่าตระกูลเสวี่ยกำลังใส่ร้ายเจ้าและทำให้เจ้าต้องถูกลงโทษจากวิหารเยือกแข็ง" อิงจื่อกล่าว"ใช่เเล้ว พวกข้าเลยมาเป็นพยานให้กับเจ้า" ตันหลางกล่าว"จริงอยู่ว่าตระกูลเสวี่ยนั้นทรงพลัง แต่ในอานาเขตของวิหารเยือกแข็งนั้นมีหลายขุมอำนาจอาศัยอยู่มันไม่ใช่ที่ที่ตระกูลเสวี่ยจะมาใช้อำนาจบาดใหญ่" หยุนจี๋กล่าว"ขอบคุณพวกเจ้ามาก" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม"แน่นอนพวกเราเป็นสหายกัน เจ้ากำลังเดือดร้อนแล้วพวกข้าจะอยู่เฉยได้อย่างไร" ตันหลางกล่าว"แล้วผู้อาวุโสเสวี่ยเฟิงละ" หยุนจี๋กล่าว"อาจารย์กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการทะลวงระดับ ข้าเลยไม่อยากจะรบกวนท่านอาจารย์" หยางจื่อกล่าว"แบบนี้นี่เอง พวกนั้นคงรู้อยู่เเล้วว่าผู้อาวุโสเสวี่ยเฟิงกำลังทะลวงระดับเลยฉวยโอกาสเล่นงานเจ้า" อิงจื่อกล่าว"คงจะเป็นอย่างงั้นพวกเราไปกันเถอะ" หยางจื่อกล่าวกลุ่มของหยางจื่อมุ่งหน้าไปยังหอกลงทัณฑ์ในทันที รอบ ๆหอลงทัณฑ์มีศิษย์มากมายที่กำลังรอดูเรื่องสนุกๆ พวกเขาต่างก็รอดูว่าหยางจื่อจะต่อต้านตระกูลเสวี่ยอย่างไรหยางจื่อเดินเข้ามาในหอลงทัณฑ์หยางจื่อยืนอยู่ใจกลางห้องที่เป็นวงกลม และที่ชั้นสองมีผู้อาวุโสที่ปลดปล่อยพลังกดดันออกมาอย่างรุนแรงยืนอยู่เป็นจำนวนมาก"หยางจื่อเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเราเรียกเจ้ามาด้วยเรื่องอะไร" ชายวัยกลางคนในชุดสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ศิษย์ไม่ทราบขอผู้อาวุโสโปรดบอกมา" หยางจื่อกล่าว"เมื่อวาน เจ้าได้ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก เรื่องนี้เจ้าต้องถูกลงโทษตามกฎของวิหารเยือกแข็ง" ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ในเรื่องนี้ชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนลงมือโจมตีศิษย์ก่อน ศิษย์เพียงแค่ลงมือตอบโต้เท่านั้น" หยางจื่อกล่าว"หืม ตามที่พวกเราได้ยินมาเจ้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนมิใช่รึ" ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เรื่องนี้ศิษย์มีพยานรู้เห็น" หยางจื่อกล่าวสิ้นเสียงของหยางจื่อ ตันหลาง อิงจื่อ หยุนจี๋ก็ปรากฏตัวออกมาและคารวะไปทางชายวัยกลางคน"เรื่องเมื่อวานพวกศิษย์ก็อยู่ในเหตุการณ์ เป็นคนตระกูลเสวี่ยที่เข้ามาหาเรื่องหยางจื่อและลงมือโจมตีก่อนหยางจื่อเพียงแค่ป้องกันตนเองเท่านั้น" หยุนจี๋กล่าว"หืมนี่มันหมายความว่ายังไง" ชายวัยกลางคนกล่าวและหันไปทางประตูอีกทางซึง่มีร่างๆหนึ่งนั่งอยู่ ชายคนนี้ก็คือเสวี่ยเหิงบิดาของเสวี่ยหง"เรียนผู้อาวุโส คำกล่าวของพวกเขานั้นไม่ใช่ความจริงอย่างแน่นอน พวกเขาเป็นสหายของหยางจื่อแน่นอนว่าต้องโกหกเพื่อช่วยหยางจื่อ" เสวี่ยเหิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม"อย่างที่พวกเจ้าได้ยิน พวกเจ้าจำเป็นจะต้องมีพยานมากกว่านี้" ชายวัยกลางคนกล่าว"งั้นพวกเราจะเป็นพยานให้กับเขาเอง" เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นกลุ่มชายหนุ่มสิบกว่าคนเดินเข้ามาและคารวะไปทางชายวัยกลางคนโดนไม่สนใจเสวี่ยเหิงเลย"พวกข้าเองก็เป็นพยานให้กับหยางจื่อด้วยเช่นกัน" กลุ่มชายหนุ่มกล่าวขึ้นหยางจื่ออดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ากลุ่มชายหนุ่มที่เคยเป็นลูกน้องของเสวี่ยหงจะมาช่วยเขา ในตอนนั้นเสวี่ยหงทอดทิ้งกลุ่มชายหนุ่มพวกนี้แต่เป็นหยางจื่อที่ชาวยพวกเขาไว้ นับแต่นั้นมาพวกเขาก็ไม่ได้ไปหาเสวี่ยหงอีกเลย"นี่พวกเจ้าคิดดีเเล้วอย่างงั้นรึ ที่บังอาจพูดจาโป้ปดภายในหอลงทัณฑ์ พวกเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าบทลงโทษต่อการกระทำผิดในครั้งนี้มันรุนแรงแค่ใหน" เสวี่ยเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขุ่"เฮอะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตระกูลเสวี่ยสามารถข่มขู่ผู้คนภายในวิหารเยือกแข็งแห่งนี้ได้" เสียงของชายชราดังขึ้นภายในหอลงทัณฑ์ปรากฏ 2 ชายชราและอีก 1 หญิงชรา ทั้งสามคนต่างก็เป็นผู้อาวุโสระดับสูงของวิหารเยือกแข็ง"ท่านอาจารย์" ตันหลาง อิงจื่อ หยุนจี๋ ต่างก็กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นใบหน้าของเสวี่ยเหิงบิดเบี้ยวอย่างหน้าเกลียดขึ้นมาในทันที หยางจื่อเองก็รู้สึกทึ่งที่พวกผู้อาวุโสหลายคนเคลื่อนใหวเพื่อช่วยเขา ในตอนนี้เสวี่ยเหิงนั้นไม่สามารถโต้เถียงออกไปได้และชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ดูแลหอลงทัณฑ์ก็มองมาที่เสวี่ยเหิงด้วยสายตาเย็นชา---------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน