The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 51 แผนโจมตีระยะไกล


    เครดิตภาพจาก  https://www.artstation.com


    ............................

          

           สนามแข่งขันดูเงียบไป เพราะผู้ชมต้องการเห็นความดุเดือด ซึ่งจะมีได้ ก็ต่อเมื่อเกิดการต่อสู้ระยะประชิดเท่านั้นแต่ผู้เล่นที่เปลี่ยนเข้ามากลับเป็นแครี่ที่เน้นการใช้อาวุธระยะไกล ดังนั้นความดุดันที่ทุกคนเฝ้ารอ คงยากจะได้ชม


    “ เฮ้อ…… ต่อไปเกมคงน่าเบื่อขึ้น เพราะสามคนที่ลงมาใหม่ ล้วนแต่เป็นตัวยิงไกล ” มาวินเริ่มบ่น

          


            สามชายวัยฉกรรจ์ในชุดเกราะหนังก้าวเข้าสู่สนาม ส่วนผู้เล่นคนที่สี่นั้นดูแปลกกว่านายอื่นแม้จะแต่งกายคล้ายๆกัน แต่ก็มีรูปร่างอ้วนใหญ่ สองมือกระชับค้อนยักษ์ด้ามยาวอันเป็นอาวุธคู่ใจ

           


           ใบหน้าของเหมยลี่ดูไร้ความรู้สึก แววตาคมกล้าวสาดส่องไปยังลานประลองเบื้องหน้าจากนั้นก็ตอบกลับด้วยเสียงที่แผ่วต่ำตามลักษณะนิสัย


    “ ใช่ เกมคงลดทอนความสนุกลงแต่ผลแพ้ชนะชักไม่แน่นอนแล้ว เนื่องจากผู้เล่นในตำแหน่งแทงค์มักแพ้ทางแครี่ซึ่งเป็นพวกโจมตีระยะไกล”


    “ เอ๋……แต่ชั้นว่าเจ้ายักษ์บ้าเลือดคนนี้ไม่ช้าเหมือนแทงค์ทั่วไปนะไม่เห็นการเคลื่อนไหวของมันรึ พวกเรามองตามแทบไม่ทันเลย ” มาวินเอ่ยค้าน


    “ อืม……จริงอยู่ที่แทงค์มือหนึ่งอย่างแม็กซ์จะว่องไวผิดธรรมดาแต่กัปตันทีมมัฟฟินก็ได้แก้เกม โดยเอาผู้เล่นตำแหน่งแทงค์หนึ่งคนมาคอยประคองเพื่อป้องกันความผิดพลาด ” เหมยลี่พยักหน้ารับ พร้อมวิเคราะห์เกมต่อ


    “ โห……ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เจ้าแทงค์บ้าเลือดนั่นขี้แตกแน่ เหอ เหอ เหอ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ เขาเริ่มเห็นใจแม็กซ์


    ………………………

          

            แทงค์มือหนึ่งยืนจังก้าอยู่กลางสนาม ดวงตาคมเข้มจับจ้องสี่ผู้เล่นใหม่ไม่วางวายด้านอินอสต้า เขาสั่งให้ลูกทีมเน้นโจมตีระยะไกล เพราะแม็กซ์แกร่งเกินกว่าจะคลุกวงในนอกจากนี้ กัปตันทีมสมองเพชรยังบอกให้ผู้เล่นร่างอ้วนคอยช่วย ในยามที่สามแครี่หลบการจู่โจมของแทงค์มือหนึ่งไม่ทัน

           


            เหล่าลูกทีมพยักหน้ารับคำ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าการต่อสู้ระยะประชิดกับแม็กซ์เสมือนประหนึ่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็กระชับหอกซัดไว้ในสองมือส่วนที่เหลือบรรจุใส่เป้เต็มอัตรา เพื่อเตรียมทำศึกระยะไกล ทางด้านนายอ้วนใหญ่ ยืนสั่นเล็กน้อย

          


            ผู้เล่นทั้งสี่ประจำตำแหน่งตำแหน่ง เหล่าแครี่แยกออกเป็นสามทาง อันเป็นรูปแบบเดียวกับกลุ่มไฟท์เตอร์ชุดที่แล้วส่วนแทงค์ร่างอ้วนก็ยืนอยู่ด้านหลังมือขว้างหอกซัดตัวกลางประมาณสี่ก้าว

           


           แม็กซ์ยืนนิ่ง สองมือถือขวานหินคู่ ดูไปแล้ว เขาน่าจะเป็นคนพูดน้อย แต่ต่อยหนักเพราะตั้งแต่เริ่มแข่ง ชายผู้นี้แทบไม่เอื้อนเอ่ยวาจา ถึงกระนั้น ทักษะการต่อสู้ก็นับว่าโหดเหี้ยม

          


           สามแครี่เริ่มควงหอกสั้น ทุกคนมีความชำนาญ สังเกตได้จากความว่องไวของมือพวกเขาสามารถปั่นอาวุธขว้างให้หมุนติ๋วเป็นวงกลมจนดูคล้ายลูกข่างขนาดใหญ่

          


           แทงค์ร่างใหญ่ยังคงตั้งรับอย่างใจเย็น ดวงตาคมเข้มเหลือบแลเหล่าอริ ราวพยัคฆ์ร้ายคุมเหยื่อในที่สุด ก็เป็นฝ่ายแครี่ทางซ้ายที่ขว้างหอกซัดเข้ามาก่อน


    “ เคร้ง”

          


           เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่น เพราะแม็กซ์ยกขวานใหญ่ขึ้นปัด ส่งผลให้หอกซัดวิ่งกลับไปหาเจ้าของด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม


    “ เฮ้ย”

          


            แครี่ผู้เคราะห์ร้ายร้องเสียงหลง ถึงกระนั้น เขาก็เอี้ยวตัวหลบหอกซัดได้อย่างหวุดหวิดแต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับแม็กซ์ซึ่งอยู่ตรงหน้าในระยะหนึ่งก้าว


    “ จ้าก….. ตายแน่ ”แครี่ตกตะลึง สิ่งที่เห็นในวินาทีถัดมาก็คือ.....ขวานใหญ่ในมือขวา มันกำลังฟาดลงมาบนร่างของเขา


    “ ตูม”

           


           เสียงดังสนั่นบังเกิดอีกวาระ แต่คราวนี้ เป็นเสียงขวานใหญ่ปะทะกับค้อนยักษ์ด้ามยาวในมือของแทงค์ร่างอ้วน


    “ โอ้….. ขอบใจมากเพื่อน นายช่วยชีวิตชั้นไว้ ” แครี่ร่างผอมสูงกล่าวขอบใจ พลางยิงตาหวานใส่อันชวนให้สงสัยความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทว่าแทงค์ร่างอ้วนไม่ซึ้งตอบ เขาตวาดกลับด้วยเสียงที่สั่นเทาเพราะใช้กำลังเกินพิกัดของตนเอง


    “ ไอ้บ้า อย่ามัวแต่ขอบใจแขนข้าสั่นไปหมดแล้ว การโจมตีของมันโคตรจะหนักเลย ทำอะไรซักอย่างซิฟะ”

          


           เหมือนคำเตือนของแทงค์ร่างอ้วนจะได้ผล เหล่าแครี่เริ่มรู้สึกตัวผู้เล่นทางขวาจึงขว้างหอกซัดใส่แม็กซ์ แต่ยักษ์ใหญ่ก็ไวพอจะหลบด้วยการถอยฉาก


    “ ตามเลย มันถอยแล้ว ” แครี่ผู้เฉียดเน่าจากขวานใหญ่ เริ่มหายตระหนก เขาร้องสั่งพรรคพวกให้ตีต่อ

           


            สิ้นเสียงของแครี่ผู้ปากดี ทั้งสามก็ระดมขว้างหอกแบบรัวๆ พวกเขาซัดไม่ต่ำกว่าคนละ10ดอก พร้อมตะโกนชื่อท่าเด็ดที่ปลดปล่อย


    “ ดาวกระจายหอกซัด”

           


           แม้ว่าแม็กซ์จะเก่งปานใด แต่พอเจอพายุศาสตรา เขาก็ทำได้แค่กวัดแกว่งขวานใหญ่เพื่อปัดป้องอาวุธร้ายให้มากที่สุด ถึงอย่างนั้น ก็มีหอกซัดหลายเล่มผ่านเข้ามาปักกายที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม


    “ ปึก ปึก ปึก”

           


           เสียงหอกซัดกระทบตัวดังต่อเนื่อง เมื่อสิ้นสุดการโจมตี ปรากฏว่าทั่วร่างของแม็กซ์มีหอกซัดประดับอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบเล่มทำให้เลือดแดงไหลโชกโทรมกาย


    “ เยี่ยม อย่างนั้นแหละ ” อินอสต้ายกกำปั้นขึ้นสูง ด้วยสะใจที่เห็นแผนการของตนได้ผลเกินคาด

           


            แม้อินอสต้าจะดีใจ แต่สามแครี่และหนึ่งแทงค์ที่อยู่แนวหน้า ล้วนอยู่ในอาการเกร็งทั้งสี่คิดตรงกัน


    “ ทั้งที่โดนเข้าไปขนาดนี้ ยังยืนอยู่ได้มันเป็นปีศาจรึไง ”

           


            แน่นอนว่าสภาพของแม็กซ์ดูน่ากลัวจริงๆ แม้ร่างสูงใหญ่จะโชกไปด้วยโลหิต แต่ก็ยังคงหยัดกายยืนตรงสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับว่าแผลฉกรรจ์ทั่วกายเป็นเพียงรอยขีดข่วนที่ไร้พิษภัย


    “ เฮ้ เอาไงต่อเหมือนท่าเด็ดของพวกเราจะทำอะไรมันไม่ได้นะ ” แครี่ที่อยู่ตรงกลางเปิดประเด็น


    “ นั่นสิ พวกแกเหลือหอกซัดกันคนละกี่เล่ม” แครี่ทางขวาไถ่ถาม


    “ เหลือประมาณยี่สิบเล่ม พวกแกล่ะ ”แครี่ทางซ้ายตอบ ซึ่งอีกสองนายก็แจงกลับพร้อมกัน


    “ เหลือเท่าๆกัน ”

            


           สิ้นการสนทนา ทั้งสามก็นิ่งไปอึดใจจากนั้นก็เป็นฝ่ายแครี่ตัวกลางที่เสนอแผนใหม่


    “ เอาอย่างนี้ซิ เราลองวิ่งวนรอบตัว แล้วใช้ดาวกระจายหอกซัดกันอีกทีดูซิ มันยังยืนอยู่ได้มั้ย”

           


             เหมือนทุกคนจะเห็นพ้อง สังเกตจากสีหน้าที่ผ่อนคลายลงทว่าเจ้าแทงค์อ้วนใหญ่กลับโพล่งคำถามที่อัดแน่นในอก


    “ พวกแกมีหน้าที่กันหมด แล้วข้าต้องทำอะไรบ้างล่ะ”

           


            แครี่ทั้งสามสตั้นไปตามๆกัน ทุกคนมองหน้ากันเอง ก่อนจะหันไปตอบคำถาม


    “ ก็คอยคุ้มกันพวกข้าไงล่ะวะ”


    “ เออ” เจ้าอ้วนใหญ่รับคำเสียงสั่นเขายังไม่หายตื่นกลัว แรงของแม็กซ์นั้นมหาศาลจนน่าสะพรึง

           


            พอตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทั้งสามก็เริ่มวิ่งวนรอบแม็กซ์ สองมือควงหอกสั้นอย่างคล่องแคล่วส่วนเจ้าอ้วนใหญ่ ผู้เป็นแทงค์หนึ่งเดียวในกลุ่ม ได้ย่อตัวลงต่ำ สายตาจับจ้องไปที่อริ

           


            เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ย่อมหมายถึงชัยชนะของทีมมัฟฟิน แต่แทงค์มือหนึ่งน่าจะมีอะไรที่พิเศษกว่าผู้เล่นดาดๆเขาจึงยิ้มเล็กน้อย ก่อนเกร็งกายจนเส้นเลือดปูดโปนไปทั่วทั้งตัว ปากอ้ากว้างเพื่อร้องตะโกน


    “ ร่างเหล็กไหล ”

           


           สิ้นเสียงคำราม ร่างของแม็กซ์ก็เปล่งออร่าสีเทาออกมาอย่างรุนแรง ทำให้หอกซัดที่ปักตามตัวถูกดีดออกไปผิวกายเปลี่ยนเป็นสี “เหล็ก” เลือดที่เคยไหลโชกก็ระเหยกลายเป็นไอ


    ……………………….


    “ โห……อะไรกันเนี่ย เป็นแบบนี้ได้ยังไง ” มาวินสะดุ้งโหยง ปากก็เอ่ยถาม

           


             เด็กสาวไม่ตอบกลับ เธอยืนมองการต่อสู้ในสนาม ฟันบนขบริมฝีปากล่าง เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความตกใจอย่างรุนแรง


    “ เฮ้ เธอเป็นอะไร ทำไมถึงนิ่งแบบนั้น ”มาวินรู้สึกใจคอไม่ดี เขาจึงสะกิดสีข้างของเพื่อนสาว ซึ่งก็ได้ผลเหมยลี่เริ่มรู้สึกตัวและตอบกลับมาด้วยเสียงที่สั่นเทา


    “ นายจำกาสเซ่อันธพาลร่างใหญ่ที่เมืองแห่งการเริ่มต้นได้มั้ย”


    “ อะ….. เอ่อจำได้สิ ทำไมเหรอ ” มาวินตอบคำ ท่าทางงุนงง


    “ แล้วนายจำท่าเด็ดของมันได้มั้ย ”เหมยลี่ถามกลับด้วยเสียงที่สั่นยิ่งกว่าเดิม


    “ เอ๊ะ เออ จริงสิ เจ้ากอริลลานั่นก็ใช้ร่างเหล็กไหลแบบเดียวกับเจ้าแทงค์มือหนึ่งคนนี้เลย” เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ มาวินก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที


    “ ถูกต้อง ท่าเดียวกันก็จริง แต่มีจุดที่แตกต่างนายรู้มั้ยว่ามันคืออะไร ” เหมยลี่ยืนยัน จากนั้นก็ถามต่อไปอีก


    “ อืม….. ต่างยังไงล่ะ” มาวินทำท่าขบคิดเล็กน้อย ก่อนจะยอมจำนน

         


            เด็กสาวร่างสูงไม่ตอบทันที เธอหันหน้ากลับมามอง ครู่หนึ่ง ก็แจงด้วยเสียงที่ขาดห้วงจนชวนขนลุก


    “ ต่างกันตรงที่ว่า....ร่างเหล็กไหลของกาสเซ่อยู่แค่ขั้นต้น…..ส่วนของแม็กซ์นั้นบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน