กงซุนอี้โยนเขาลงใต้เตียง อุ้มคนบนเตียงขึ้นสะกิดเท้าะโออกจากเรือนมุงฟางไป
สตรีในอกตัวบอบบางนุ่มนิ่ม ใบหน้าเรียวแดงเรื่อ ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ขนตาดุจด้ายไหม แขนบางดุจรากบัวโอบเกี่ยวเขาเสื้อผ้านางแหวกเปิดคืบหนึ่ง เผยให้เห็นเนินอกครึ่งลูก กงซุนอี้พอเห็นทันใดนั้นรู้สึกเหมือนมีไฟชั่วช้าแผ่พุ่งมาจากส่วนล่าง ทำเอาเขาลำคอแห้งผากที่ร้ายที่สุดคือหญิงนางนี้ยังพลิกไปมาในอกเขากงซุนอี้ข่มกลั้นพยายามไม่ตีนางให้สลบ เอ่ยกับอากาศธาตุ“เย่อิง เอายามา”
ในความมืดมิดปรากฏเงาร่างสายหนึ่ง เย่อิงยื่นยาให้อวิ๋นอ๋อง“เ้าไปทำอีกเื่หนึ่ง...”
จวนตระกูลกู้ที่เดิมมีความมืดมิดปกคลุมเงียบสงัดพลันเกิดความวุ่นวายขึ้นมา
“ฮูหยิน มามาชราข้างกายข้าพบเื่น่าใมาเื่หนึ่ง”
หลินซื่อห่มเสื้อเดินออกมา ไม่ได้แต่งหน้า สีหน้าขาวซีดรอยยับย่นเห็นได้ชัด นางนวดขมับอิดโรย มองหม่าซื่อที่อยู่ตรงหน้าเอ่ยถามอย่างใจเย็น “เกิดอะไรขึ้น”
หม่าซื่อเอ่ย “ฮูหยิน มีคนเห็นชายแปลกหน้าเข้าไปในเรือนกู้สุ่ยเย่ว์ เดิมทีไม่มีอะไรแต่ตอนนี้กู้สุ่ยเย่ว์หมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋องอยู่มิใช่หรือเรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไป อวิ๋นอ๋องกล่าวโทษลงมาจวนตระกูลกู้คงต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”หลินซื่อขึงขังขึ้นมา “ไปดูซิ”
หลินซื่อ หม่าซื่อ ยังมีอี๋เหนียงนางอื่นๆพาพวกบ่าวรับใช้ไป ยกโขยงกันไปยังเรือนเล็กที่กู้สุ่ยเย่ว์พำนักพวกนางเพิ่งเดินถึงปากประตู ด้านในเรือนมุงฟางก็มีเสียงรัญจวนแว่วมา สีหน้าของคนหลายคนพลันวูบไหวแปรเปลี่ยน ทว่าส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นความสมน้ำหน้าสะใจสีหน้าหลินซื่อเปลี่ยนสีแล้ว “กู้สุ่ยเย่ว์นางชั้นต่ำคนนี้ถึงกับกล้าทำเื่เช่นนี้ออกมาตอนนี้ได้”
นางเอ่ยจบก็ตรงเข้าไปเปิดประตูเรือนมุงฟางทันใดฉากภาพบาดตาสะท้อนเข้าสู่สายตานาง
คบไฟส่องสว่างเผยทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องร่างเปลือยเปล่าโล่งโจ้งสองร่างนอนทับอยู่ด้วยกัน กำลังทำเื่สกปรก
“กู้สุ่ยเย่ว์” หม่าซื่อร้องเสียงแหลม “ฮูหยินคิดไม่ถึงว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะทำเื่ชั้นต่ำเช่นนี้ออกมาได้นางทำให้ชื่อเสียงจวนอัครมหาเสนาบดีเสื่อมเสียเช่นนี้ สมควรถูกโบยให้ตายนัก”
“อี๋เหนียงสาม อย่าเอ็ดไป” หลินซื่อเอ่ยตวาด
อี๋เหนียงสามได้สติกลับมา “ฮูหยิน เรื่องนี้ไม่ธรรมดา คิดไม่ถึงว่านางชั้นต่ำคนนี้จะทำเรื่องเช่นนี้ออกมา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปไม่เพียงแค่กู้สุ่ยเย่ว์ เกรงว่าทั้งจวนตระกูลกู้คงเดือดร้อนไปด้วย”“หากกู้สุ่ยเย่ว์แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องแล้วอวิ๋นอ๋องพบว่าร่างกายนางไม่บริสุทธิ์...”อี๋เหนียงสามเอ่ย “ฮูหยิน ตระกูลกู้คงจบสิ้นเป็แน่”
จากคำกล่าวอี๋เหนียงสามกู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องได้อีกและข้ออ้างในการหยุดยั้งไม่ให้นางแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องนั้นมีมากมายอย่างเช่นการเสียชีวิตกะทันหัน
ดวงตาอี๋เหนียงสามทอแววอำมหิต กู้สุ่ยเย่ว์ เป็นเจ้าบีบคั้นข้า“อี๋เหนียงสามข้าทำเื่ต่ำช้าอะไรร่างกายถึงไม่บริสุทธิ์หรือ”
เสียงดังจากข้างหลัง หม่าซื่อและหลินซื่อหันหน้าขวับเห็นคนที่เดิมควรอยู่ในห้อง ตอนนี้กลับปรากฏขึ้นหลังพวกนาง
หม่าซื่อและหลินซื่อนิ่งอึ้งไป “กู้สุ่ยเย่ว์เหตุใดเ้าอยู่ที่นี่”
กู้สุ่ยเย่ว์กุมท้องตนเอง “ข้าท้องเสียกลางดึกวิ่งเข้าห้องส้วมตลอด วิ่งมาค่อนคืน ตอนนี้ถึงได้กลับมาที่นี่เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ”
สายตาหม่าซื่อร่วงตกไปยังร่างสองร่างที่ทาบทับกันอยู่ในเรือนมุงฟางกู้สุ่ยเย่ว์อยู่ตรงนี้ เช่นนั้นคนในห้อง...
หลินซื่อโมโหยิ่งกว่าอะไร “พวกเ้ารีบลากเดรัจฉานสองคนบนเตียงนั่นออกจากกัน”
หลินซื่อเอ่ยวาจาแล้ว พวกบ่าวรับใช้พุ่งกันเข้าไปแยกสองคนนั้นออกจากกัน ตอนนี้เองคนในห้องถึงเห็นใบหน้าทั้งสองคนแจ่มชัด คนหนึ่งเป็ต้าจู้ที่ทำหน้าที่เทกระโถนสิ่งปฏิกูลอีกคนเป็คุณหนูรองกู้ชิงอวี้
กู้ชิงอวี้เพิ่งถูกถอนหมั้นตอนนี้กลับมานัวเนียอยู่กับคนเทกระโถน
ครั้นพอหม่าซื่อได้เห็น ใบหน้านางก็เปลี่ยนสีทันใด ชั่วขณะนั้นเกือบสลบไป ลูกสาวสุดที่รักของนางแนบชิดอยู่กับบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ ซ้ำยังถูกคนจำนวนมากเห็นคาหนังคาเขา เวลานี้ ต่อให้เจรจาอย่างไร ตระกูลหวังไม่มีทางยอมรับการหมั้นหมายนี้แน่ลูกสาวนางไม่อาจแต่งคนดีๆ ได้อีกแล้ว“ที่แท้เป็น้องรองเองรึ น้องรองกินไม่เลือกจริงๆถูกถอนหมั้นแล้ว แม้แต่กับคนเช่นนี้ยังยอมมีอะไรด้วย” นางหัวเราะหยันหลังจากนั้นสีหน้ากลายเป็ไร้เดียงสา “อี๋เหนียงสามเมื่อครู่ท่านไม่ได้บอกว่าเื่ชั้นต่ำเช่นนี้ต้องโบยให้ตายหรอกหรือ”
เวลานี้ หม่าซื่อไม่อาจเห็นนางเป็นหญิงสติไม่ดีโง่เขลาได้อีกแล้ว นางเชื่อคำพูดลูกสาว กู้สุ่ยเย่ว์แกล้งโง่อยู่“ฮูหยิน มีคนคิดร้ายต่อชิงอวี้ท่านดูสีหน้าชิงอวี้ไม่ปกติยิ่ง เห็นชัดว่าถูกวางยาอีกอย่างชิงอวี้ถูกกักบริเวณอยู่ ควรอยู่ในเรือนตนเอง เหตุใดมาโผล่ที่นี่ได้”หม่าซื่อมองหลินซื่อเอ่ยอ้อนวอน “ฮูหยิน ที่นี่เป็ที่พักของกู้สุ่ยเย่ว์เป็กู้สุ่ยเย่ว์ นางคิดร้ายต่อชิงอวี้”
“อี๋เหนียงสาม ความหมายของท่านคือข้าวางยาน้องรองจากนั้นแบกมาที่นี่หรือ คนต้องการโยนความผิด คงไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลอะไร” กู้สุ่ยเย่ว์เกิดมาร่างกายบอบบางเทียบกับกู้ชิงอวี้ที่สมบูรณ์พร้อมแล้ว ดูตัวเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดกู้สุ่ยเย่ว์แบกกู้ชิงอวี้ไหวรึหม่าซื่อยิ้มเหี้ยมเอ่ย “เ้าคนเดียวทำไม่ไหวอยู่แล้วแต่เ้าไม่ได้มีผู้ช่วยรึ”
หม่าซื่อจับจ้องต้าจู้ชายชั่ว เอ่ยบอกเป็นัยๆ
“อี๋เหนียงสามเพื่อให้ลูกสาวท่านหลุดพ้นความผิดท่านจึงโยนความผิดทั้งหมดมาที่ตัวหญิงสติไม่ดีอย่างข้าหรือ”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเรียบ “ฮูหยินอยู่ที่นี่ ท่านคิดว่าคนทั้งหมดเป็นคนโง่หรือไร”หลินซื่อมองทั้งสองต่อปากต่อคำมาโดยตลอดตอนนี้กลับไม่อาจกันตนเองไว้ข้างนอกได้อีก
เมื่อครู่หลินซื่อลอบสังเกตดูกู้สุ่ยเย่ว์มาโดยตลอด ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน หญิงนางนี้ทำให้นางต้องประเมินอีกฝ่ายใหม่ ท่าทางปากคอเราะร้ายนี้ของกู้สุ่ยเย่ว์ยังหลงเหลือความบื้อใบ้เหมือนหญิงสติไม่ดีแต่ก่อนที่ใดแม้แต่คนปากร้ายอย่างหม่าซื่อยังถูกตอกกลับจนพูดไม่ออกตามจริงแล้วหม่าซื่อกำลังเถียงข้างๆ คูๆ
หลินซื่อเหม็นขี้หน้าหม่าซื่อนานแล้วหม่าซื่อชาติกำเนิดต่ำต้อย อาศัยมารยาล่อลวงท่านอัครมหาเสนาบดีจนเลอะเลือนหัวหมุนอยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีหม่าซื่ออวดดีไม่สนหัวผู้ใดแล้วเพราะความลำเอียงของอัครมหาเสนาบดีกู้ หลินซื่อไม่อาจทำอันใดได้ แต่ตอนนี้กลับเป็โอกาสดีในการสั่งสอนหม่าซื่อ...
หลินซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกลาง “อี๋เหนียงสามเจ้าบอกว่ากู้สุ่ยเย่ว์คิดร้ายต่อกู้ชิงอวี้ เช่นนั้นก็หาหลักฐานมา สุ่ยเย่ว์หมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋อง หากเจ้าป้ายสีสุ่ยเย่ว์ก็เท่ากับป้ายสีจวนอวิ๋นอ๋อง”วาจาหลินซื่อลำเอียงไปทางกู้สุ่ยเย่ว์เห็นได้ชัด
หม่าซื่อร้อนใจแล้ว โอบปกป้องลูกสาวที่อยู่บนพื้น “ข้าไม่สนลูกสาวข้าได้รับความไม่เป็ธรรมเสื่อมเสียชื่อเสียงพวกเ้าไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามแตะลูกสาวข้า นอกจากพวกเ้าให้นายท่านมา”
หม่าซื่อ้ายื้อให้ถึงที่สุด
ตอนนางคิดว่าเป็กู้สุ่ยเย่ว์บอกให้โบยให้ตาย ตอนนี้พอพบว่าเป็ลูกสาวตนแม้แต่ผู้ใดก็ไม่ให้แตะต้องหลินซื่อเห็นท่าทางสับปลับของนาง ใบหน้าโมโหจนแดงแล้ว
“พวกเ้า เอาชายชั่วนี้ไปโบยตีให้ตายส่งกู้ชิงอวี้ไปขังไว้ที่ห้องเก็บฟืน พรุ่งนี้รายงานให้นายท่านจัดการ”
คำกล่าวของหลินซื่อพอหลุดออกมา อี๋เหนียงสามก็แทบเสียสติ“ห้องเก็บฟืน หลินเย่หรู เ้าถือสิทธิ์อะไรมาส่งลูกสาวข้าเข้าห้องเก็บฟืน”
ทั้งจวนตระกูลกู้สะท้อนเสียงร้องไห้ของอี๋เหนียงสาม
หลินซื่อโบกมือ คนเข้าไปลากอี๋เหนียงสามออกมา
กู้สุ่ยเย่ว์ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ หลินซื่อเอ่ย“เ้าเป็ว่าที่ชายาอวิ๋นอ๋องสถานที่เช่นนี้ไม่ต้องอยู่แล้ว ข้าให้สาวใช้เก็บกวาดห้องให้เ้า”
กู้สุ่ยเย่ว์ย้ายเข้าเรือนเล็กแห่งใหม่เรือนนี้เทียบไม่ได้กับเรือนคุณหนูนางอื่นๆ แต่ดีกว่าเรือนมุงฟางเล็กๆที่นางอยู่หลังเดิมมาก
หลินซื่อกำลัง้าสิ่งใดกัน
เพราะนางช่วยนางจัดการหม่าซื่อเลยแสดงไมตรีกับนางรึ
ความทรงจำเดิมของกู้สุ่ยเย่ว์บอกนางว่าหลินซื่อไม่มีทางเป็คนอัธยาศัยดีขนาดนั้น
กู้สุ่ยเย่ว์กำลังคิดจะปิดประตูทว่าในเงามืดมีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาก่อน บนใบหน้าบุรุษสวมหน้ากากสีเงินเอาไว้ เดินเหินไร้เสียง ประดุจภูตผีอย่างไรอย่างนั้นเดินมาข้างกายนาง
กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย “ขอบคุณมาก”
แม้นางไม่รู้ฐานะชายตรงหน้า แต่ครั้งนี้ หากไม่ได้เขา นางคงไม่อาจพลิกกลับสถานการณ์ได้อีกตลอดกาล
บุรุษผู้นั้นเอ่ย “หากเ้าโง่ข้าคงช่วยเ้าไม่ได้”
ความหมายเขาคือนางฉลาดพอ
หญิงตรงหน้าฉลาดจริงๆกงซุนอี้รู้สึกว่าเขาชื่นชมนางอย่างไม่ทราบสาเหตุ หากสตรีเช่นนี้ตายคงน่าเสียดายนัก
“ไม่แสร้งทำเป็โง่แล้วรึ” บุรุษผู้นั้นเอ่ยถาม
ท่าทางปากคอเราะร้ายเมื่อครู่ทั้งตระกูลกู้คงรู้แล้วว่านางแกล้งสติไม่ดี
“แกล้งสติไม่ดีเป็นแค่แผนป้องกันตัว ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเรียบก่อนหน้านางแกล้งโง่เพราะว่าไร้ที่พึ่ง ตอนนี้นางมีการหมั้นหมายกับอวิ๋นอ๋องหนุนหลัง คนตระกูลกู้คงไม่กล้าทำอะไรนางส่งเดชอีก นางเองก็อยากใช้โอกาสนี้ในการสร้างอิทธิพล บุรุษจับจ้องนางครู่หนึ่ง เขาเห็นหญิงงามมามาก กู้เทียนหลานเป็นหญิงงามเลิศล้ำคนตรงหน้าไม่อาจนับว่าเป็นหญิงงามเลิศล้ำ ทว่าดวงตาสดใสมากไหวพริบใบหน้าจิ้มลิ้มมากเสน่ห์ เขาชอบคนฉลาด นึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ที่กอดหญิงนางนี้ไว้ในอก ผิวเนียนลื่นแนบชิดอยู่บนแขน บนตัวเขาในใจบุรุษปรากฏคลื่นร้อนปะทุหอบหนึ่ง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว“ครั้งนี้ข้าช่วยเ้าตอบแทนครั้งที่แล้วที่เ้าช่วยข้า จากนี้ไป ทุกครั้งที่ข้าช่วยเ้าต้องนับเป็หนึ่งครั้ง”