ตอนที่เจ็ดสิบสาม แผนการที่ตื้นเขิน
หลายคนชอบมากที่จะมองเห็นคนที่ใช้แผนการได้ปานแปดพิสดารแห่งเรื่องหงสาจอมราชันย์
ผู้คนที่วางแผนซ้อนแผนห่วงโซ่สัมพันธ์ที่ซับซ้อนที่หากไม่ใช่ระดับอัจฉริยะมองล่วงหน้าได้หลายตาบนกระดานหมากคงไม่สามารถทำได้
ตั๋งฮวงยอมรับว่าตนเองไม่ใช่คนฉลาดจึงทำได้แต่แผนการที่
ทู่ มั่ว ตื้น
ไม่มีความแหลมคม พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ตรงหน้าและเรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะเรียบง่ายได้
แผนการทู่มั่วตื้นนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันสิ่งที่เรียกว่า
Human error
ความผิดพลาดของมนุษย์
เราอาจจะไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดของมนุษย์คืออะไรจนกว่าจะได้ค้นพบว่ามนุษย์เราเอาดินสอสีเทียนไปยัดจมูกหรือกินมันเข้าไป
หรือเอาขวดน้ำอัดลมไปยัดไว้ในตรงส่วนร่างกายที่ไม่ควรยัดเอาไว้ของตนเอง
แปดพิสดารอาจจะแสดงความสูงส่งลึกล้ำของสติปัญญามนุษย์เท่าที่จะมีได้
ส่วนแผนการทู่มั่วตื้นของผมนั้นคือการวางแผนเกี่ยวกับสติปัญญาของมนุษย์ที่ตกต่ำสุดเท่าที่จะต่ำได้การที่คนฉลาดอย่างขงเบ้งไว้ใจม้าเจ๊กจนทำให้ผิดพลาดรบแพ้นั้นเพราะขงเบ้งคิดแต่ในมุมมองของคนฉลาด
ไม่เคยคิดในรูปแบบแผนการที่ป้องกันคนโง่เขลาทู่มั่วตื้นอย่างผมนั่นเอง
ผมทำท่าเมหือนคนลึกลับ โชว์หลักฐานต่างๆนานา
แต่ที่แท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องของการใช้กำลังคนแก้ไขปัญหาในการสืบคดีเอาล้วนๆ
ทั้งสอบถามคนขายธูปเทียน
หมอชันสูตรในคดี
เอาคนไปหาหลุมฝังศพของนักโทษต่างๆ
รวมไปถึงการค้นข้อมูลของคดี
ฯลฯ
สารพัดที่จะใช้แรงงานคนและเวลาผ่านเอกสารและการคิดคำนวณจำนวนมาก
เพื่อมาอฺบายในรูปแบบสั้นๆไม่ถึงห้านาทีเท่านั้น
นี่คือสาเหตุที่แพทย์ที่เก่งกาจนั้นฐานะยากจน
เพราะชาวบ้านในหมู่บ้านของเขาไม่มีใครที่เจ็บป่วยเลยสักคน
เมื่อไม่มีโรคภัยทุกคนเลยไม่รู้ว่าแพทย์นั้นเก่งกาจ
เพราะแพทย์เก่งกาจนั้นป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงก่อนที่มันจะเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
ว่าแพทย์หลวงที่อยู่ในรั้วในวังที่รักษาโรคร้ายแรงได้ไม่ใช่แพทย์ที่เก่งอย่างแท้จริงเพราะแพทย์พวกนั้นไม่ใช่คนที่สามารถป้องกันโรคภัยไม่ให้ฮ่องเต้ขุนนาง นางสนมต่างๆจากความเจ็บป่วยจนเสียชีวิตได้
มันคือสิ่งที่มาจากรากฐานแนวคิดที่ใช้ชีวิตแบบไม่ถูกสุขลักษณะ
ป้องกันความผิดพลาดของมนุษย์ที่กินและใช้ชีวิตราวกับต้องการส่งตนเองไปหายมบาลให้เร็วที่สุด
แค่ป้องกันความผิดพลาดนั้นได้เราก็ไม่จำเป้ฯต้องกังวลถึงปัญหาที่จะตามมาภายหลังแล้ว
คนที่เก่งกาจที่แท้จริงเลยต้องอยู่อย่างอดอยากยากจน
เพราะโดนคนภายนอกมองว่าพวกเขาไม่เก่งและไม่ทำงานใดใดเลยนั่นเอง
ไม่ใช่มาเล่นมุกว่า
ปกครองแบบไม่ปกครอง
แล้วเป็นข้ออ้างให้ขุนนางทำตัวขี้เกียจไม่ทำอะไรเลยแล้วอ้างหลักการปรัชญาสูงส่ง
ว่าการที่เราจะเห็นว่าไม่มีปัญหาใดใดทุกอย่างสงบสุขนั้นผ่านความยากลำบากและต้องใช้แรงงานไปมากมายเท่าใด
บรรดาผู้คุมต่างๆได้กลายมาเป็นใส่ชุดนักโทษเตรียมทำการไต่สวนความผิดต่อไป
“นายท่านช่างเก่งกาจยิ่งนักกระทำการรอบคอบ ลงมือล่วงหน้าไปก่อนหลายก้าว ทำให้ข้าทำได้เพียงเติมบุปผาบนแพรพรรณเท่านั้น”
กาเซี่ยงกล่าวชื่นชมผม
ท่าทางเขาจะยังฝังใจเรื่องที่ผมแซวเขาเลยพยายามชมผมมากขึ้น