บทที่ 26 ทำไมเขารู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกก็ไม่รู้
“นี่! พวกเ้าจะไล่ตามข้าหรือไม่!”
ในตอนนั้น หลี่จื่อเย่ที่หนีไปจนลับตาแล้ว กลับย้อนกลับมาตามทางเดิม ก่อนจะยืนอยู่บนโขดหินแล้วะโเสียงดังลั่น
“เ้าเด็กชั่ว! อย่าให้ข้าจับเ้าได้นะ ไม่เช่นนั้น ข้าจะถลกหนังเ้าแน่!”
หัวหน้าโจรได้ยินคำท้าทายของอีกฝ่าย โกรธจนหน้าแดงก่ำะโด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ตาเฒ่า คำพูดของเ้านี่ข้าได้ยินจนหูจะด้านแล้ว จะไล่ตามหรือไม่ ถ้าไม่ไล่ ข้าคงต้องขอตัวไปก่อนล่ะ”
บนโขดหิน หลี่จื่อเย่เอามือเท้าสะเอว ะโราวกับแม่ค้าด่าทอกลางตลาด
“พวกเรา ไล่ตามมันไป!”
หัวหน้าโจรโกรธมาก ก่อนจะสั่งการด้วยเสียงดังลั่น รีบนำคนไล่ตามต่อไปทันที
หลี่จื่อเย่เห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็หัวเราะร่า ก่อนจะหันหลังวิ่งต่อไป
การที่คนเดียวจะสู้กับคนทั้งกลุ่มนั้นเป็ไปไม่ได้ แต่ถ้ามีคนแยกออกมาคนเดียว หรือสามถึงห้าคน เขาก็อาจพิจารณาดู
…
ดวงอาทิตย์เคลื่อนไปทางทิศตะวันตก เื้ัหลี่จื่อเย่ คนที่ยังไล่ตามทันมีน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อใกล้ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน คนที่ยังวิ่งไหวมีเหลือแค่หลี่จื่อเย่และหัวหน้าโจร
“เ้าเด็กชั่ว!... เ้า เ้ากล้าหยุดสู้กับข้าตัวต่อตัวหรือไม่?”
ใกล้ถึงทางออกของป่าเขา หัวหน้าโจรก้มตัวลง หอบหายใจเฮือกใหญ่พลางเอ่ยถาม
หน้าทางออกของป่า เมื่อหลี่จื่อเย่ได้ยินดังนั้นก็หยุดฝีเท้าลง หันกลับมามองหัวหน้าโจรเื้ั แล้วกล่าวว่า “สู้ตัวต่อตัวก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ถ้าข้าชนะ เ้าต้องตอบคำถามข้าสามข้อ”
“คำถามอะไร?”
หัวหน้าโจรขมวดคิ้ว
“เ้าต้องรับปากก่อน” หลี่จื่อเย่กล่าวพลางยิ้ม
“ดี ข้ารับปาก แต่เ้าต้องชนะข้าให้ได้ก่อน!”
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ หัวหน้าโจรก็เบิกตาวาวโรจน์ ร่างพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน
ที่ทางออกของป่าเขา หลี่จื่อเย่เตรียมพร้อมไว้แล้ว เท้าเหยียบพื้นก้าวถอยหลังออกไปหลายก้าว
ท่วงท่าที่ล่องลอยเบาบางราวกับปุยเมฆ วรยุทธ์อันงดงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อนดูคล้ายกับเซียนเหินเวหา ดูองอาจและสง่างามเหนือโลกีย์
เมื่อโจมตีพลาดในครั้งแรก หัวหน้าโจรขมวดคิ้วแน่น เท้ากระทืบพื้นอย่างแรง พุ่งเข้าใส่หลี่จื่อเย่อีกครั้ง
หลี่จื่อเย่ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ก้าวเท้าหมุนตัว ร่างพลิ้วไหวออกไปอีกหลายก้าว หลบเลี่ยงการโจมตีนั้นได้อีกครั้ง
วิชาเซียนเหินเวหา วรยุทธ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า ไม่เพียงแต่กระบวนท่ากระบี่ที่ไร้เทียมทาน วิชาตัวเบาก็เป็ที่หนึ่งในใต้หล้าเช่นกัน
ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน หลี่จื่อเย่เพิ่งจะฝึกฝนวิชานี้ได้เพียงห้าก้าว นับว่ายังผิวเผินยิ่งนัก ทว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะรับมือกับหัวหน้าโจรตรงหน้าแล้ว
หลังจากถอยหลังสองก้าว หลี่จื่อเย่ะโถีบต้นไม้กลางอากาศ พลิกตัวกลับ มือชักกระบี่ชิงซวงออกจากฝัก
“ฉัวะ!”
คมกระบี่วาววับดุจนางฟ้า แสงกระบี่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง ดูเหมือนเป็การฟันธรรมดา แต่กลับแทงตรงไปที่หัวใจของหัวหน้าโจรอย่างแม่นยำ
เมื่อภัยคุกคามมาถึง ขนทั่วร่างของหัวหน้าโจรลุกชัน ด้วยสัญชาตญาณของนักยุทธ์ ร่างของเขากลิ้งไปกับพื้น
“แควก!”
เสียงผ้าฉีกขาดดังขึ้น บนอกของหัวหน้าโจรปรากฏรอยแผลลึกจนเห็นกระดูก เืสดกระเซ็น ย้อมเสื้อผ้าให้แดงฉาน
“เ้าแพ้แล้ว!”
บนพื้นหัวหน้าโจรกำลังจะลุกขึ้น ทันใดนั้นสายตาพร่ามัว กระบี่ยาวที่แผ่ไอเย็นะเืปรากฏขึ้นตรงหน้าลำคอ
“นี่…เป็ไปไม่ได้!”
หัวหน้าโจรมองกระบี่ที่จ่ออยู่ที่ลำคอ เอ่ยด้วยความตกตะลึง
“ทำไม เ้าไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้หรือ?”
หลี่จื่อเย่แกร่งกระบี่ในมือแล้วกล่าวว่า “เ้า้าให้ข้าแทงร่างเ้าให้เป็รูพรุนก่อนยอมแพ้หรือไม่?”
“ข้า... ยอมแพ้!”
หัวหน้าโจรสีหน้าเคร่งเครียดลงแล้วกล่าวว่า “พูดมาเถิด เ้าอยากรู้เื่อะไร?”
“ง่ายมาก”
หลี่จื่อเย่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มสดใสพลางกล่าวว่า “เหล็กเพลิงบริสุทธิ์ของเ้าได้มาจากที่ใด?”
ยามพลบค่ำ ดวงอาทิตย์อัสดงใกล้ลับขอบฟ้า
เบื้องหน้าป่าเขา หัวหน้าโจรสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำถามของหลี่จื่อเย่
เขารู้ได้อย่างไรว่าก้อนหินนั้นคือเหล็กเพลิงบริสุทธิ์
“เ้ารู้ได้อย่างไร?” หัวหน้าโจรเงยหน้ามองเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ
“ตอนนี้ข้าเป็คนถามเ้า” หลี่จื่อเย่แกว่งกระบี่ในมือพลางกล่าว “เ้าควรให้ความร่วมมือหน่อย ความอดทนของข้ามีจำกัด”
“ตระกูลอวิ่น!” หัวหน้าโจรกำหมัดแน่นแล้วกล่าวว่า “เหล็กเพลิงบริสุทธิ์นั้นข้าขโมยมาจากตระกูลอวิ่น”
“ตระกูลอวิ่น?” หลี่จื่อเย่ทวนคำ
หลี่จื่อเย่ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “เ้าหมายถึงตระกูลอวิ่นแห่งเฉียนจวงตระกูลอวิ่นในเมืองหลวงใช่หรือไม่?”
เขานึกขึ้นได้ว่า ในบรรดาสามตัวเลือกที่องค์ชายสามมอบให้หนึ่งในนั้นมีตระกูลอวิ่นรวมอยู่ด้วย
“อืม”
หัวหน้าโจรตอบรับเสียงเ็า แล้วก็เงียบลง ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
“ด้วยอิทธิพลของตระกูลอวิ่น คนธรรมดาไม่มีทางขโมยสมบัติเช่นนี้ออกมาได้ เ้ากับตระกูลอวิ่นมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่” หลี่จื่อเย่ถามด้วยความสงสัย
“นี่คือคำถามที่สองของเ้าหรือ?” หัวหน้าโจรถามเสียงทุ้ม
“ก็นับว่าใช่” หลี่จื่อเย่ตอบรับ
หัวหน้าโจรสูดหายใจลึก แล้วพูดว่า “ตระกูลอวิ่นคือศัตรูของข้า พวกเขาทำให้แม่ของข้าต้องตาย”
“คำตอบของเ้านี้ พูดเท่ากับไม่ได้พูดอะไรเลย”
หลี่จื่อเย่พูดเสียงเ็า “อธิบายให้ชัดเจนกว่านี้”
หัวหน้าโจรแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว กำลังจะโต้เถียง แต่เมื่อเห็นกระบี่ตรงหน้าจำต้องกลืนคำพูดลงคอ พลางกำหมัดแน่นแล้วกล่าวว่า “แม่ของข้าเป็สาวใช้คนสนิทของนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลอวิ่น และก็เป็หญิงผู้นี้ที่ทำให้แม่ของข้าต้องตาย”
หลี่จื่อเย่ได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจสาเหตุอย่างรวดเร็ว จึงถามว่า “เ้าเป็ลูกนอกสมรสของตระกูลอวิ่นหรือ?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ลูกนอกสมรส’ หัวหน้าโจรก็เบิกตาโพลง แล้วตวาดด้วยความโกรธว่า “ลูกนอกสมรสแล้วอย่างไร ลูกนอกสมรสก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่หรือ?”
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ควรหรือไม่ควรมากมายนัก” หลี่จื่อเย่กล่าวเรียบ ๆ “ขอเพียงเ้ามีความสามารถ ไม่มีใครจะดูถูกเ้าได้ แต่หากเ้ายอมตกต่ำเป็โจร ก็อย่าโทษผู้อื่นที่ดูแคลนเ้า”
“หากข้าสามารถออกไปได้ ใครเล่าจะยอมหลบซ่อนตัวในป่าเขาลึก และเอาชีวิตรอดอย่างหวาดกลัวเช่นนี้” หัวหน้าโจรกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว “นางตัวดีแห่งตระกูลอวิ่นส่งคนตามหาข้าอยู่ตลอด หากนางรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ นางคงไม่ปล่อยข้าไว้แน่”
“อืม มีเหตุผล” หลี่จื่อเย่ลูบคางพลางกล่าว “บางทีข้าอาจช่วยเ้าได้”
“เ้าจะช่วยข้าได้หรือ?” หัวหน้าโจรสีหน้าแสดงความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะกล่าวว่า “เ้าจะช่วยข้าอย่างไร และทำไมเ้าถึง้าช่วยข้า”
“ไม่ต้องสนใจว่าข้าจะช่วยเ้าได้อย่างไร เอาเป็ว่าข้าช่วยเ้าได้ก็แล้วกัน ส่วนเื่เหตุผล ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น ข้าแค่พอใจ”
หลี่จื่อเย่แสยะยิ้ม “พันตำลึงทองก็ซื้อความพอใจของข้าไม่ได้ ข้าช่วยเ้าหลบหนีจากการตามล่าของนายหญิงใหญ่ตระกูลอวิ่นได้ แต่เพื่อเป็การตอบแทน เ้าต้องทำงานให้ข้าสิบปี!”
“สิบปี?” หัวหน้าโจรขมวดคิ้วแน่น แล้วกล่าวว่า “เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด”
“เจ็ดปี!” หลี่จื่อเย่ตัดสินใจลดลงเล็กน้อย
หัวหน้าโจรใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ ไม่ยอมสนใจ
“ห้าปี เป็อย่างน้อยแล้ว” หลี่จื่อเย่ชูห้านิ้ว “การช่วยเ้าหนี ก็ต้องลงทุนนะ เ้ามาจากตระกูลอวิ่นก็น่าจะรู้ดี การทำธุรกิจหากไม่มีผลตอบแทน ใครจะอยากทำ”
“อย่างมากสามปี!” หัวหน้าโจรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ตกลง!”
หลี่จื่อเย่เก็บกระบี่แล้วยื่นมือออกไปอย่างเป็มิตรต่อคนตรงหน้า
หัวหน้าโจรกัดฟันแล้วก็ยื่นมือออกไปเช่นกัน
ทำไมเขารู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกก็ไม่รู้
หลี่จื่อเย่จับมือคนตรงหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้ายังไม่รู้เลยว่าเ้าชื่ออะไร?”
“อวิ่นควาง!” หัวหน้าโจรตอบ
“เหมืองเงินหรือ? ยิ่งใหญ่จริง ๆ ยิ่งใหญ่จริง ๆ”
หลี่จื่อเย่กล่าวด้วยสีหน้าชื่นชม
อวิ่นควางได้ยินคำพูดนั้นก็หม่นทำหน้าบึ้งตึงทันที ราวกับอยากจะตบคนตรงหน้าให้ตายด้วยฝ่ามือเดียว
“ข้าล้อเล่นเท่านั้นเอง”