ตอนที่88 ฝูงบินแห่งความตาย
กัสยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารเรียนตึกกลางดวงตาของเขากวาดมองสนามรบด้านล่างอย่างเงียบงัน ลมเช้าพัดผ่านเสื้อคลุมเบาๆแต่สายตาของเขานิ่งราวกับหินผา ภาพฝูงซอมบี้ที่เคลื่อนตัวเป็นระเบียบเกินปกติทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“มีซอมบี้จอมบงการ…” กัสพึมพำเบาๆ ดวงตาคมยังคงจับจ้องไปยังสนามรบด้านล่างก่อนจะคว้าวิทยุขึ้นมา เสียงของเขาต่ำและหนักแน่น
“ลิช หาตัวมันให้เจอ”
ด้านล่างของอาคารเรียนตึกกลางลิชกำลังยืนอยู่คอยควบคุมการเคลื่อนกำลังของทหารคุ้มกันที่กระจายตัวอยู่รอบอาคารเมื่อได้ยินเสียงจากวิทยุ ลิชเงยหน้าขึ้นทันที
“รับทราบ นายท่าน” เขายกวิทยุขึ้นตอบดวงตาเย็นเฉียบของเขากวาดมองฝูงซอมบี้ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่นอกกำแพงก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังเชื่อมต่อภาพทั้งหมดในหัว
“พวกหนูเน่าเหม็นกล้าลอบกัดเหรอสมควรตายพวกแกอยู่ที่ไหน”
กลับมาที่ด้านบนอาคาร เสียงของฮันน่าก็ดังขึ้น
“นายท่าน…บนท้องฟ้า”เธอชี้ขึ้นไปเหนือกำแพงค่าย กำชับปืนพกเหยี่ยวและดาบในมือแน่นทหารองครักษ์ด้านหลังก็ทำแบบเดียวกัน
“หืม!” กัสเงยหน้ามอง
ท้องฟ้ายามเช้าที่ควรจะสว่างขึ้นเรื่อยๆกลับถูกเงาดำจำนวนหนึ่งบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดลงมาผ่านเมฆหม่นทำให้เงาเหล่านั้นดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่กำลังร่อนผ่านม่านแสง
พวกมันบินเข้ามาเป็นฝูงร่างของมันใหญ่ผิดธรรมชาติ ปีกกว้างมหึมาคล้ายค้างคาวยักษ์เมื่อกางเต็มที่แต่ละตัวมีความกว้างเกือบสิบเมตรผิวหนังของมันซีดขาวเหมือนศพที่ถูกแช่ในน้ำเย็นมานานหลายวัน
ปีกบางส่วนฉีกขาดเป็นริ้วๆเผยให้เห็นกระดูกแหลมที่ยื่นออกมาเหมือนกรงเล็บ ยิ่งเข้าใกล้ค่ายเสียงกระพือปีกก็ยิ่งดังขึ้น
ฟึบ… ฟึบ…ฟึบ… ลมที่เกิดจากการกระพือปีกพัดผ่านกำแพงจนธงของค่ายสะบัดอย่างรุนแรง
“ซอมบี้ค้างคาว…” กัสเอ่ยเสียงต่ำเขาหรี่ตาแล้วมองจำนวนอย่างรวดเร็ว
“ประมาณยี่สิบตัว” ฝูงสัตว์ประหลาดนั้นกำลังบินตรงเข้าหาค่ายมิดไนท์อย่างไม่ลังเลกัสมองภาพนั้นแล้วขบกรามเบาๆ
‘อย่างที่คิด…หอคอยโลกาวินาศไม่ทำด่านให้ฉันผ่านง่ายๆการโจมตีภาคพื้นดินเป็นเพียงครึ่งเดียวของการทดสอบ’ เขายกวิทยุขึ้น
“พลธนู เปลี่ยนเป้าหมาย ยิงพวกมัน!”เสียงสายธนูถูกดึงตึงดังขึ้นตามแนวกำแพงทันที
ลูกศรล่าพยัคฆ์ T1 หลายสิบดอกพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนฝนเหล็กแต่เป้าหมายคราวนี้ไม่เหมือนเดิม ซอมบี้ค้างคาวเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไปพวกมันกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง บิดตัวกลางอากาศเหมือนเงาที่มีชีวิตลูกศรจำนวนมากพลาดเป้าไปเพียงเสี้ยววินาที บางดอกเฉียดผ่านปีกบางๆของมันก่อนจะปักลงพื้น ถึงอย่างนั้น ด้วยจำนวนลูกศรที่ยิงขึ้นไปอย่างต่อเนื่องก็ยังมีบางดอกที่โดนเป้า
ฉึก! ลูกศรดอกหนึ่งทะลุปีกของซอมบี้ค้างคาวตัวหนึ่งเสียงกระดูกปีกหักดังเปรี๊ยะ ร่างยักษ์เสียการทรงตัวทันที
มันหมุนกลางอากาศก่อนจะร่วงลงมาจากฟ้า
โครม!ร่างขนาดมหึมากระแทกลงบนลานด้านในค่ายจนฝุ่นฟุ้ง แต่หลายตัวกลับไม่ตกลงมา ซอมบี้ค้างคาวที่เหลือโฉบต่ำผ่านกำแพงเหมือนเงาดำที่ฉีกผ่านอากาศพวกมันกางกรงเล็บยาวเหมือนตะขอเหล็กแล้วพุ่งเข้าใส่ทหารมืดหลังกำแพง
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทหารมืดคนหนึ่งถูกกรงเล็บเกี่ยวกลางอกก่อนจะถูกยกขึ้นจากพื้นเหมือนตุ๊กตาผ้า ซอมบี้ค้างคาวกระพือปีกแล้วพาร่างเขาบินออกไป
ไม่ใช่แค่ด้านหน้า พวกมันกระจายตัวทั่วค่ายด้านตะวันออกและด้านตะวันตกของค่าย แม้แต่ด้านหลังของค่ายที่ดูปลอดภัยกว่าเสียงกระพือปีกดังระงมเหมือนพายุเงาที่กวาดผ่านกำแพง กัสมองภาพนั้นแล้วกำมือแน่น
‘หึ…’ กัสพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาเขาเคยคาดการณ์ว่าศัตรูจะมีตัวบินได้ แต่ไม่คิดว่าระบบจะใช้มันในจังหวะนี้
“แต่ว่า...ฉันเตรียมของไว้ให้พวกแกแล้ว”เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บไพ่ใบหนึ่งไว้จนถึงช่วงท้ายของศึกตอนนี้คงต้องใช้แล้ว
“บารอน” เขากดวิทยุทันทีเสียงของชายร่างยักษ์ตอบกลับมาแทบจะทันที
“ครับ นายท่าน”
“ได้เวลาลุยแล้ว”
บารอนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจ
“รับทราบ”
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงปืนก็ดังขึ้น
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงกระสุนจากปืนพกเหยี่ยว T1 ดังสะท้อนทั่วค่ายพลปืนสองร้อยนายที่ถูกซ่อนไว้ตั้งแต่ต้นศึกเริ่มเปิดฉากยิงกระสุนพุ่งขึ้นฟ้าเหมือนฝูงผึ้งเหล็ก
ซอมบี้ค้างคาวตัวหนึ่งกำลังโฉบต่ำเหนือกำแพงเมื่อกระสุนเจาะเข้าปีกของมัน
ปัง! ปีกซีกหนึ่งระเบิดเป็นชิ้นเนื้อร่างยักษ์เสียสมดุลทันทีมันหมุนกลางอากาศเหมือนหินที่ถูกขว้างก่อนจะกระแทกลงพื้นอย่างรุนแรง
โครม! ซอมบี้ค้างคาวอีกตัวถูกยิงเข้าลำตัวตรงๆกระสุนทะลุผ่านเนื้อซีดเหมือนกระดาษเปียก ร่างของมันระเบิดกลางอากาศ
เศษเนื้อและเลือดดำสาดกระจายลงบนหลังคาโรงเรียนแต่ไม่ใช่ทุกตัวจะตายทันที ซอมบี้ค้างคาวตัวหนึ่งร่วงลงมาใกล้กำแพงด้านตะวันตกปีกของมันถูกยิงทะลุจนฉีกขาด แต่มันยังไม่ตาย
ร่างยาวเกือบสามเมตรค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นมันยืนสองขาเหมือนสัตว์ประหลาดจากฝันร้าย แขนยาวจนเกือบแตะพื้นกรงเล็บแหลมโค้งเหมือนมีดสั้นหลายเล่มต่อกันปีกที่ขาดครึ่งหนึ่งยังคงกระตุกอยู่ด้านหลัง
ทหารมืดสองคนพุ่งเข้าใส่มันพร้อมกับใช้ดาบและหอกกระหน่ำแทงแต่ซอมบี้ค้างคาวคำรามเสียงแหลมก่อนจะตวัดปีกที่เหมือนกรงเล็บใส่
ฉัวะ! ปีกแข็งราวกับกระดูกเหล็กฟาดเข้าที่โล่ของทหารมืดจนเขาถอยกรูดไปหลายก้าวอีกคนแทงหอกเข้าใส่ลำตัวมัน แต่ซอมบี้กลับใช้กรงเล็บคว้าหอกแล้วกระชากจนหลุดจากมือเสียงคำรามของมันดังเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกขังมานาน
นี่ไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดามันคือซอมบี้ค้างคาวระดับดุร้ายแต่ก่อนที่มันจะโจมตีซ้ำ ทหารมืดอีกสามคนก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
ดาบหนึ่งฟันเข้าที่ปีกหอกอีกเล่มแทงเข้าช่องท้องและดาบสุดท้ายเฉือนเข้าที่คอตัดจนห้อยไปด้านหลัง ซอมบี้ค้างคาวดิ้นอย่างบ้าคลั่งก่อนจะล้มลงร่างยักษ์กระแทกพื้นเหมือนท่อนไม้ผุ เสียงหอบของทหารมืดยังดังอยู่เหนือศพของมันบนดาดฟ้า
กัสมองสนามรบที่วุ่นวายแล้วถอนหายใจเบาๆแต่ดวงตาของเขายังเย็นเหมือนเดิม
‘ระบบเล่นหนักจริง…’ กัสคิดในใจ ก่อนจะถามลิช
“เจอตัวมันหรือยัง”
“ใกล้แล้ว นายท่าน มันน่าจะอยู่ในฝูงซอมบี้เพราะคราวนี้เป็นการควบคุมจากระบบ มีอยู่หลายจุดที่ซอมบี้หนาแน่นเกินผิดปกติคงเพราะคุ้มกันร่างของมันไว้”
...
ซอมบี้ค้างคาวตัวหนึ่งถูกกระสุนเจาะทะลุปีกจนเสียการทรงตัวร่างขนาดมหึมาหมุนคว้างอยู่กลางอากาศก่อนจะตกลงไปทางด้านหลังของค่ายเสียงกระแทกดังสนั่นท่ามกลางแนวต้นไม้หนาทึบที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่กว้างทำให้มองไม่เห็นสถานการณ์ชัดเจนจากดาดฟ้า
กัสขมวดคิ้วทันที ก่อนจะสั่งให้ฮันน่าวิทยุสอบถามหน่วยที่ประจำการด้านหลังค่าย
ไม่นานนักเสียงของกริมก็ดังตอบกลับมา
“รายงานนายท่าน ซอมบี้ค้างคาวฆ่าทหารผู้รอดชีวิตเสียชีวิตไปสามคนจากการโจมตีเมื่อครู่แต่ซอมบี้ค้างคาวตัวนั้นถูกกำจัดลงแล้ว แล้วก็ซอมบี้ด้านหลังมีไม่มากแค่สองร้อยกว่าตัวเท่านั้น สถานการณ์ด้านหลังค่ายยังคงควบคุมได้อยู่....”
แต่แล้วก็มีสิ่งที่ดึงความสนใจของกัสกลับมาที่หน้าค่าย
“นายท่านมีความเคลื่อนไหวด้านหน้าเป็นซอมบี้ระดับดุร้ายประเภทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!” เสียงรายงานดังขึ้นผ่านวิทยุพร้อมกับเสียงปะทะที่ดังแทรกมาเป็นระยะ
กัสที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเงยหน้าจากสนามรบทางอากาศแล้วหันกลับไปมองแนวหน้าของค่ายทันทีด้านหน้าของโรงเรียนซึ่งเดิมทีถูกแนวสิ่งกีดขวางชะลอไว้กำลังเริ่มปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด
การบุกของซอมบี้ค้างคาวทำให้พลธนูจำนวนมากต้องเปลี่ยนเป้าหมายขึ้นไปบนฟ้า
แถวธนูที่เคยใช้กดซอมบี้กล้ามเนื้อด้านล่างจนล้มเป็นใบไม้ร่วงจึงบางลงในพริบตาและเพียงแค่ช่องว่างเล็กๆ นั้น ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับดุร้ายก็ใช้มันฉีกแนวป้องกันชั้นนอกออกเหมือนสัตว์ร้ายพบรอยแตกของแนวป้องกัน
ลวดหนามเหล็กถูกกระชากขาดสิ่งกีดขวางถูกทุบจนกระเด็น ซากรถและเศษเหล็กที่กองไว้หน้ากำแพงถูกซอมบี้กล้ามเนื้อผลักกระแทกจนพลิกคว่ำจากช่องเปิดที่เกิดขึ้น ฝูงซอมบี้ธรรมดาก็ไหลทะลักเข้ามาไม่ต่างจากน้ำเสียที่ทะลวงเขื่อนพัง
“เปิดประตูแนวหน้า! หน่วยสกัดออกไป!”แอรีสไม่รอให้ใครสั่งซ้ำเขาตะโกนคำสั่งเสียงก้องแล้วกระโจนลงจากบันไดกำแพงไปยังพื้นที่ด้านนอก
แนวตรงนั้นถูกเว้นไว้แต่แรกเป็นลานสู้รบแคบๆ ระหว่างกำแพงค่ายกับแนวสิ่งกีดขวางชั้นสุดท้ายใช้สำหรับรับมือหากซอมบี้ทะลวงเข้ามาได้จริง
ประตูเหล็กถูกแง้มออกเพียงพอให้ทหารมืดชุดหน้าไหลออกไปเป็นระเบียบ
“ทหารโล่ แนวหน้า!”
โล่กลม T1หลายสิบบานยกขึ้นพร้อมกันเป็นกำแพงเหล็กเตี้ยๆ พวกทหารโล่ก้าวออกไปตั้งหลักบนพื้นคอนกรีตที่เปื้อนเลือดดำและเนื้อซอมบี้ราวกับปักหมุดเหล็กลงกลางกระแสนำเชี่ยว ซอมบี้กล้ามเนื้อสองตัวแรกพุ่งชนแนวโล่ในแทบจะทันที
โครม!แรงกระแทกหนักราวกับท่อนซุงยักษ์พุ่งเข้าใส่จนทหารโล่หลายคนถอยกรูดเท้าครูดคอนกรีตเป็นรอยยาว แต่แนวก็ยังไม่แตก แอรีสตวาดขึ้นทันควัน
“หอก!” ทหารมืดด้านหลังแนวโล่แทงหอกออกไปพร้อมกันปลายหอกเจาะเข้าตามร่องกล้ามเนื้อที่บวมพอง แทงซ้ำเข้าช่องท้อง เข้ารักแร้เข้าลำคอ
ซอมบี้กล้ามเนื้อคำรามลั่นเสียงนั้นหนักและต่ำราวกับหินบดเสียดกัน มันยกแขนฟาดลงมาใส่โล่หนึ่งบานจนทหารมืดทั้งโล่ทั้งคนปลิวกระเด็นไปด้านหลัง
ทหารมืดนั้นกลิ้งไปกับพื้นสองรอบก่อนหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งหัวไม่แตกและสมองไม่ถูกทำลาย วินาทีถัดมาเขาก็กระตุกตัว ลุกขึ้นช้าๆคว้าโล่ที่ตกอยู่แล้ววิ่งกลับเข้าประจำตำแหน่งทันทีเหมือนไม่มีความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เลย
สำหรับทหารมืดการบาดเจ็บไม่ใช่จุดจบตราบใดที่สมองยังอยู่ครบก็สามารถลุกขึ้นสู้ต่อได้ทันทีมีผู้รอดชีวิตที่อยู่ทางตึกซ้ายแอบมองดูภาพนั้นทำให้แม้แต่ผู้รอดชีวิตยังอดขนลุกไม่ได้ ทหารพวกนี้…ในบางมุมก็น่ากลัวพอๆ กับซอมบี้จริงๆ
โชคดีที่นี่คือทหารของนายท่านลอร์ด