ตอนที่ 28 ยอมรับความจริง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่จวบจนหลี่เซิงองครักษ์ข้างกายได้รายงานสถานการณ์เขาถึงได้สติกลับคืนมาดังเดิม
“องค์รัชทายาทท่านหมอแปลงโฉมพระชายาเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นมู่หลงซางฉีก็ก้าวฝีเท้าหนักๆเดินไปดูร่างของคนรักที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจเยียวยากลับมาให้สมบูรณ์แบบดังเดิมดวงตาสีดำสนิทนั้นทอประกายความโศกเศร้าและเสียใจอยู่เลือนราง
หมอเทวดาที่อยู่ข้างกายรีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวก่อนจะรีบเอ่ยอธิบายอย่างร้อนรนว่า “องค์รัชทายาทกระหม่อมพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว เพียงแต่...พระชายาสิ้นลมหายใจนานเกินไปก็เลย...”
“ไม่ต้องพูดแล้วข้าเข้าใจดีทุกอย่าง เพียงแค่ไม่มีสิ่งใดขาดหายไปก็ดีมากแล้ว” ชายหนุ่มเพียงแค่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งไม่มีวี่แววตำหนิท่านหมอชราคนนี้เลยแม้แต่น้อย
เขาเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่งานที่ง่ายเลยและหมอเทวดาผู้นี้ก็พยายามอย่างสุดฝีมือแล้วจริงๆ
“องค์รัชทายาท แล้วเศษิันี่...”หลี่เซิงเหลือบมองดูเศษชิ้นส่วนิัอัปลักษณ์ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าในกล่องไม้แวบหนึ่งแล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
มู่หลงซางฉียังคงลูบไล้ผิวเนื้อที่ไม่อาจเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์นั้นด้วยความอาลัยและสั่งการด้วยน้ำเสียงเ็าสงบนิ่งโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง“ของอัปรีย์นี้มาเช่นไร ก็ให้ส่งคืนกลับไปเช่นนั้น”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อสิ้นเสียงพูดแล้วทุกคนก็ถอยออกไปยืนรอที่ด้านข้างอย่างรู้ความ แล้วปล่อยให้ชายหนุ่มที่ยังคงสวมอาภรณ์สีแดงมงคลผู้นั้นบอกลาคนรักของเขาเป็ครั้งสุดท้าย
หยางน่า เ้าใจร้ายเหลือเกินที่ทอดทิ้งข้าไว้บนโลกนี้เพียงลำพังต่อให้ข้าได้แผ่นดินนี้แล้วมันจะมีประโยชน์อันใดในเมื่อไม่มีเ้าอยู่ข้างกาย
แต่ก็เอาเถิด ยามนี้เ้าทอดทิ้งข้าไปแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนจิตใจดีอย่างเ้าคงจะไม่นึกเคียดแค้นใครทว่าข้าไม่เหมือนเ้าหรอก ข้าเ้าคิดเ้าแค้นยิ่งนักและข้าจะทำลายครอบครัวของเ้าให้สาสมกับที่พวกเขาพรากเ้าไปจากข้า
หากเ้าไม่อยากให้ครอบครัวย่อยยับก็จงอยู่ต่อไปแม้เป็เพียงดวงิญญาข้าก็ยังอยากให้เ้าอยู่ข้างกายข้าคอยเตือนสติข้าเหมือนอย่างที่เคย ดังนั้นข้าจะไม่บอกลาเ้าและก็จะไม่ขอให้เ้าไปดียามเป็ข้าผูกมัดเ้าไว้ด้วยสิ่งของ ยามตายข้าก็จะขอผูกมัดเ้าไว้ด้วยิญญาของข้าและไม่ขอพรากจากเ้าเลยแม้แต่ชาติเดียว
หยางน่า ได้โปรดรอข้าก่อน แล้วข้าจะรีบไปอยู่กับเ้าพวกเราจะไม่พรากจากกันอีกตลอดไป...
หลังจากที่จุมพิตลงบนหน้าผากที่เย็นเฉียบนั้นแล้วมู่หลงซางฉีก็ได้ปิดฝาโลงศพที่ทำจากหยกไอเย็นล้ำค่าและร่วมทำพิธีกับท่านนักพรตเพียงลำพัง
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วดวงตาสีดำหม่นหมองก็พลันเปลี่ยนเป็เ็าล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง
หากพวกเ้าคิดว่านี่คือนรกแล้วข้าคงบอกได้แค่เพียงว่านรกของจริงเพิ่งจะเริ่มต้น...
ทางฟากหนึ่งของจวนอัครเสนาบดีมีสตรีนางหนึ่งที่กำลังกรีดร้องด้วยความใกลัวจนถึงขีดสุดเมื่อเห็นว่าของที่ถูกส่งมานั้นคือิัของมนุษย์ที่เน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นชวนให้รู้สึกสยดสยองไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือิัของคนตาย!
บรรยากาศที่เคร่งเครียดและกดดันนี้ทำให้ฮูหยินหลิวใกล้จะเสียสติเข้าไปทุกทีนางเดินวนไปมาก่อนจะเริ่มส่งเสียงกรีดร้องและทำลายข้าวของอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
เมื่อครู่นี้มีกลุ่มคนไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปถลกหนังบุตรสาวของนางทั้งเป็เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวของนางแล้วยามนี้พวกเขายังส่งิัของคนตายกลับมาให้นางอีก!
“พวกเ้ามันไม่ใช่คน!ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ พวกเ้าจะเอาตัวบุตรสาวข้าไปไว้ที่ใด!” ฮูหยินหลิวทุบประตูอย่างบ้าคลั่งและเอาแต่ร่ำร้องให้กลุ่มคนเ่าั้นำตัวบุตรสาวคืนให้กับนาง
หลังจากที่เวลาผ่านไปนานหลายชั่วยามในที่สุดกลุ่มคนในชุดดำก็หอบร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงของหยางอิ่งกลับมาส่งที่ห้องยามนี้นางมีสภาพย่ำแย่ราวกับผีสาวที่เพิ่งผุดออกมาจากนรก ชุดลายปักสีแดงมงคลได้ถูกปลดออกจนเหลือแค่เพียงอาภรณ์สีขาวตัวบางที่มีรอยเืติดอยู่ประปราย
ฮูหยินหลิวกรีดร้องด้วยความใและรีบวิ่งเข้าดูอาการของบุตรสาวทันทีที่คนเ่าั้จากไป“ลูกแม่! เ้าเป็อย่างไรบ้าง…”
ทันทีที่หญิงสาวในชุดขาวนำมือที่กุมใบหน้าออกและหันหน้ากลับมาทำให้ฝีเท้าที่เร่งรีบของฮูหยินหลิวก็พลันหยุดลงในทันที
ฮูหยินหลิวสะดุ้งใจนตัวโยนเมื่อเห็นใบหน้าที่ถูกเย็บิัสะเปะสะปะไม่สมบูรณ์นั้นเต็มตาใบหน้านี้ช่างดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าภูตผีใดๆ บนโลก
ิัที่ถูกเย็บติดบนใบหน้านั้นช่างดูคุ้นเคยเหลือเกินนี่มันิัของคนตายเมื่อครู่นี้ไม่ใช่รึ!
“กรี๊ด! ออกไปให้พ้นตัวข้า” ฮูหยินหลิวกรีดร้องออกมาและผลักหญิงสาวที่ทำท่าจะโถมตัวเข้ามากอดนางจนล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
“ทะ...ท่านแม่” หยางอิ่งที่เพิ่งจะผ่านการเคี่ยวกรำมายาวนานหลายชั่วยามก็พลันร้องขึ้นมาด้วยความเ็ปอย่างสุดแสนแรงกระแทกเมื่อครู่นี้ทำให้นางรู้สึกเ็ปตรงบริเวณิับนใบหน้ายิ่งนักก่อนจะร้องโอดครวญไม่หยุด
ภาพที่คนเล่านั้นกรอกยาวิเศษใส่ปากนางก่อนจะแล่เนื้อถลกิัของนางทั้งเป็ยังคงติดอยู่ในห้วงสมองไม่จางหายไปไหนจนในที่สุดนางก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน “ท่านแม่ช่วยข้าด้วย ข้าปวดเหลือเกิน”
“ถอยไปนะ! เ้าเป็ใคร แล้วบุตรสาวของข้าอยู่ที่ไหน บอกมานะพวกชั่ว!” ฮูหยินหลิวสะบัดชายกระโปรงวิ่งหนีไปที่ประตู ก่อนจะเริ่มทุบอย่างบ้าคลั่ง มันน่าเจ็บใจนักที่คนพวกนั้นลงกลอนขังนางไว้กับนังอัปลักษ์ผู้นี้!
“ท่านแม่...นี่ข้าเองหยางอิ่ง” หญิงสาวพยายามเหยียดตัวลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากและมองไปทางหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ข้าไม่มีลูกหน้าอัปลักษณ์ราวกับภูตผีเช่นเ้า!”ฮูหยินหันไปด่าหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังอย่างไม่ไยดีแต่ไม่ว่านางจะทุบประตูอย่างไรก็ไม่มีใครสนใจนางเลยแม้แต่คนเดียว
สตรีทั้งสองนางต้องทนอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้จวบจนกระทั่งราตรีได้มาเยือน หยางอิ่งก็พลันสลบไปด้วยพิษของาแ นางถูกมารดาแท้ๆผลักไสไล่ส่งให้ไปอาศัยอยู่ในห้องนอนเล็กของหญิงรับใช้ที่อยู่ในเรือนเดียวกัน
ในขณะที่ฮูหยินหลิวกำลังนอนพักอยู่ในห้องนอนหลักจู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงร้องที่แ่เบาของใครบางคนกำลังเรียกหานางอยู่
“ท่านแม่...”
ฮูหยินหลิวใช้หมอนปิดหูตัวเองด้วยความรำคาญใจก่อนจะนอนหันหลังอย่างไม่ไยดี แต่ทว่าเสียงนั้นกลับเรียกหานางไม่ยอมหยุด
“ท่านแม่...”
จนสุดท้ายฮูหยินหลิวเลยเปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะพบกับหญิงสาวปริศนาที่มีใบหน้าเปื้อนเืสีแดงชาดนอนจ้องนางตาเขม็งอยู่ด้านข้างหยาดเืที่รินไหลออกมาจากดวงตาของนางช่างดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันในระยะประชิดทำให้ฮูหยินหลิวผงะด้วยความใกลัวอย่างสุดขีดนางกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง“กรี๊ด! ออกไปนะ! เ้าเป็ใครไสหัวออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้!”
“ท่านแม่...ท่านจำข้าไม่ได้รึข้าคือหยางน่าของท่านอย่างไรเล่า...” ผีสาวที่มีผมเผ้ารุงรังและใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเืสยดสยองคลานไปใกล้ฮูหยินหลิวอย่างเชื่องช้า
ในขณะที่ฮูหยินหลิวกำลังขยับร่างถอยหนีไปทางด้านหลังนางก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวดังขึ้นตามมา
นางหันหน้ากลับไปมองอย่างเชื่องช้า แล้วก็พบกับสตรีปริศนาผู้นั้นยืนร้องไห้อยู่ตรงมุมมืดเพียงลำพังสตรีผู้นั้นเอื้อมมือที่เย็นเฉียบมาดึงตัวฮูหยินหลิวเข้าหาตัว แล้วขยับใบหน้าที่มีิัหลุดลอกออกจนเห็นเนื้อชั้นในเข้าไปใกล้“เหตุใดท่านถึงทำกับข้าอย่างนี้ ข้าเจ็บเหลือเกิน ท่านแม่ช่วยหยางน่าด้วย...”
“กรี๊ด! เ้าตายไปแล้วก็ตายไปสิจะมายุ่งกับข้าอีกทำไม!” ฮูหยินหลิวผลักสตรีผู้นั้นออกไปก่อนที่นางจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นสตรีอีกนางหนึ่งที่นั่งหวีผมอยู่ด้านหน้ากระจก
สตรีปริศนาผู้นั้นค่อยๆ หันใบหน้าที่ขาวซีดกลับมาอย่างเชื่องช้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยว่า“ท่านแม่ ท่านชอบใบหน้าของข้ามากมิใช่รึ เช่นนั้นก็เอาไปสิ...”
พอพูดจบแล้วสตรีนางนั้นก็ลอกิัของตัวเองออกหยาดเืสีแดงไหลย้อมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางให้กลายเป็สีแดงชาดก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะยืนิัที่เปื้อนเืให้ฮูหยินหลิวอย่างใจกว้าง “ท่านแม่...รับไปสิ”
“ไม่ ไม่นะ ข้าผิดไปแล้วข้าไม่้าใบหน้าของเ้าแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ อย่ามาหลอกมาหลอนข้าอีกเลย ถอยไปนะ!ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!”
ไม่ว่านางจะกรีดร้องขนาดไหนแต่ผีสาวทั้งสามนางนั้นก็ไม่ได้หยุดแต่อย่างใดเสียงร้องไห้และร่ำร้องยังคงดังก้องอยู่ข้างหูของฮูหยินหลิวไม่ยอมหยุดจนสุดท้ายนางก็หมดสติไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้ว ผีสาวทั้งสามนางก็ช่วยกันพยุงฮูหยินหลิวขึ้นไปไว้บนเตียงออกไปรายงานผลให้กับองครักษ์หลี่พวกนางต่างก็เป็คนที่องค์รัชทายาทส่งมาเพื่อทรมานสองแม่ลูกคู่แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเื่อาหารการกินและสุขภาพของพวกนางเป็อย่างดีเพื่อให้มั่นใจว่าพวกนางจะไม่ชิงสิ้นใจตายไปเสียก่อนที่บทลงโทษครั้งนี้จะจบลง
เหตุการณ์ชวนน่าหวาดหวั่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของฮูหยินหลิวผสานกับเสียงร้องครวญครางด้วยความเ็ปของหยางอิ่งดังขึ้นชั่วยามแล้วชั่วยามเล่าทำให้ผู้คนในจวนพากันถอยห่างออกไป บ่าวรับใช้จำนวนมากถูกขายออกไปภายในวันเดียว จนกระทั่งในจวนหลังใหญ่เหลือแค่เพียงท่านอัครเสนาบดีและบ่าวคนสนิทเท่านั้น
ถึงแม้ว่าท่านอัครเสนาบดีจะรู้สึกเ็ปมากเพียงไรแต่เขาก็รู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้มันสมควรแล้วเขาทำได้แค่เพียงข่มตานอนจนกว่าวันคืนที่ถูกลงทัณฑ์เหล่านี้จะหมดไป
ภายใต้ดวงจันทราที่ส่องสว่างอยู่กลางท้องนภาเดียวกันนั้นมีร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนอนสลบไม่ได้สติอยู่บนพื้นอย่างเดียวดาย สายลมอบอุ่นในยามฤดูใบไม้ผลิโอบล้อมรอบตัวนางเอาไว้ฉับพลันนั้นเสียงสุดท้ายก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองก็พลันปรากฏขึ้นในห้วงสมอง
‘ฮ่าวตู๋ถ้อยคำของท่านข้าจดจำเอาไว้ขึ้นใจแล้วนับแต่นี้ไปพวกเราสองคนตัดสิ้นเยื่อใยไร้วาสนาร่วมกัน แม้ตายก็อย่าได้พบเจอกันอีก!’
หยางน่าสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ภาพหญิงสาวที่มีหยาดน้ำตานองเต็มหน้ารวมถึงเื่ราวน่าเศร้าที่นางเพิ่งพบเจอมาทำให้หยางน่าต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตัวเองด้วยความเ็ป
หญิงสาวขดตัวอยู่บนพื้นหญ้าเพียงลำพังความทรงจำมากมายที่พุ่งเข้าจู่โจมในคราวเดียวกันนั้นทำให้นางต้องขมวดคิ้วแน่นเป็ปม อารมณ์มากมายที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกนั้นทำให้นางข่มกลั้นต่อไปไม่ไหวและได้อาเจียนออกมาทันที
หน้าอกเล็กขยับขึ้นลงตามแรงจังหวะการหายใจที่สั่นระรัวช่างน่าเศร้าใจยิ่งนักที่ดูเหมือนว่าร่างนี้จะไม่มีเศษอาหารใดตกถึงท้องเลยสิ่งที่หญิงสาวอาเจียนออกมานั้นมีแค่เพียงน้ำย่อยเท่านั้น
หยางน่ายกมือขึ้นกุมท้องที่เ็ปของตัวเองนางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพิงร่างกายอ่อนแรงกับก้อนหินที่อยู่ข้างหลังแล้วปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่แปรปรวนนั้น ไม่ได้ต่อต้านเหมือนในตอนแรกอีก
จวบจนเมื่อความเ็ปและไม่สบายตัวนั้นผ่านพ้นไปแล้วเมื่อปลายนิ้วบางััได้ถึงสรีระเล็กที่ดูต่างออกไปแล้วนางก็รีบก้มลงสำรวจตัวเองทันที
นี่มัน...ไม่ใช่ร่างกายของนาง
จริงสิร่างกายของนางตายไปนานแล้ว ถ้าอย่างนั้นร่างกายนี้เป็ของผู้ใดกัน…