เพี๊ยะ
อ๊ากกก!
เสียงแส้ตวัดตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงบนแผ่นหลังของชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
"ทุกอย่างเป็นเพราะแกคนเดียว" กษัตริย์เนโรที่ 13 ตวาดเสียงดังด้วยความกริ้วอย่างถึงที่สุด
พระองค์กระหน่ำฟาดแส้ใส่อดีตหัวหน้าตำรวจพิเศษรักษาพระองค์เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่อาจทราบได้
หลังของเขาเต็มไปด้วยเลือดเนื้อเละเทะเต็มไปหมด บางแผลนั้นยังสามารถมองเห็นกระดูกขาวๆด้วยซ้ำ
ตอนนี้เขาถูกมันขาไว้และล่ามมือทั้งสองข้างแขวนไว้กับเพดานห้อง แม้อดีตหัวหน้าตำรวจฯจะกรีดร้องเสียงดังสักเพียงใดก็ไม่มีทางที่เสียงของเขาจะหลุดรอดไปจากคุกลับแห่งนี้ไปได้
คุกแห่งนี้เป็นคุกลับพิเศษต่างจากคุกลับแห่งอื่นๆที่กระจายไปทั่วใต้พระบรมมหาราชวัง ตรงที่คุกแห่งนี้ถือเป็นคุกที่มีไว้เพื่อระบายความผิดปกติทางจิตของกษัตริย์เนโรโดยเฉพาะ
เฉพาะคนที่พระองค์อยากจะลงโทษด้วยตัวเองเท่านั้นที่จะถูกนำมาที่แห่งนี้ นอกจากนั้นปากทางเข้าคุกยังอยู่ตรงที่ใต้แท่นบรรทมของพระองค์อีกด้วย
ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเข้าออกนั่นเอง ซึ่งบริเวณหัวเตียงจะมีปุ่มเล็กๆสองสามปุ่มเพื่อใช้ในการเปิดทาง
แต่ที่พิเศษสุดก็คือปุ่มสีดำ เพราะเมื่อกดลงไปแล้วมันจะเปิดออกเพียงเฉพาะช่องเล็กๆเท่านั้น
ช่องที่ว่ามีไว้เพื่อสนองความวิปริตของกษัตริย์เนโรโดยเฉพาะ บางคืนเมื่อพระองค์ทรงบรรทมไม่หลับก็จะเปิดช่องที่ว่านี้ เพื่อรับฟังเสียงกรีดร้องของนักโทษสุดซวยในห้องขัง
หลังจากได้ฟังแล้วกษัตริย์วิปริตถึงจะค่อยหลับลงได้
"ได้โปรด....เมตตาข้าพระองค์..." อดีตหัวหน้ากองกำลังตำรวจพิเศษฯคนเก่าร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอน บนใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำมูกและน้ำลาย
ทันใดนั้น น้ำลายหยดหนึ่งก็กระเด็นออกจากปากของเขาและพุ่งไปโดนที่พระหัตถ์(มือ)ของกษัตริย์วิปริต
กษัตริย์เนโรรีบนำพระหัตถ์ไปเช็ดที่เสื้อของหัวหน้าตำรวจฯคนใหม่ทันทีด้วยความรังเกียจ
นายตำรวจคนใหม่ฯตอนนี้กำลังซึ่งยืนหน้าซีดอยู่ด้านข้างกษัตริย์ของตัวเอง เขาแทบอยากจะรีบวิ่งออกไปอ๊วกหลายต่อหลายครั้ง
ในห้องดังกล่าวมีศพมากมายที่ล้วนแต่อยู่ในสภาพบิดเบี้ยวไม่สมบูรณ์ หัวหน้าตำรวจฯอดคิดไม่ได้ว่าวันหนึ่งตนเองก็อาจมีโอกาสเป็นหนึ่งในศพพวกนั้นด้วยเช่นกัน
เขาเกิดความคิดว่าจะหาทางหนีออกนอกประเทศขึ้นมาทันที
กษัตริย์เนโรเช็ดอยู่พักใหญ่จนพระหัตถ์ขึ้นรอยแดง พระองค์หันไปจ้องอดีตนายตำรวจฯด้วยพระเนตรแดงก่ำ
"แกกล้าเอาของสกปรกนั่นมาถูกฉัน" ความกริ้วของพระองค์ได้พุ่งจนถึงจุดสูงสุด
ตามประเพณีของไซแอนแล้วกษัตริย์เหมือนกับสมมุติเทพ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจะห้ามแตะต้องตัวของพระองค์เด็ดขาด
ควั่บๆๆ
หัวหน้าตำรวจฯถูกเฆี่ยนอีกหลายสิบครั้งจนเขาสลบไป
"แฮ่กๆๆ อย่าลืมสั่งให้ตัดมือมันทิ้งด้วย ลากไปเร็ว ไม่งั้นแกจะโดนด้วย"
หลังจากเฆี่ยนอยู่นานกษัตริย์วิปริตก็เหนื่อยและหันไปสั่งหัวหน้าตำรวจฯด้านข้างด้วยพระสุรเสียงเหี้ยมเกรียม
หัวหน้าตำรวจฯคนใหม่ฯตัวสั่นทันทีที่ได้ยินรับสั่ง เขาพยักหน้ารัวๆราวกับไก่จิกข้าวสาร
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กษัตริย์เนโรกริ้ว จนสั่งให้นำอดีตนายตำรวจฯที่อยู่ในคุกลับอีกแห่งมายังคุกแห่งนี้และยังมาลงโทษด้วยตนเองอีกด้วย
ก็เพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า พระองค์ได้รับรายงานจากนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดว่าทางกระทรวงยุติธรรมของไอโนว่า ได้ออกหมายเรียกให้พระองค์ไปให้ปากคำที่ไอโนว่าในอีก 10 วัน ข้างหน้า ด้วยข้อกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้อยแรง
กษัตริย์เนโรจึงได้สั่งเจ้าหน้าที่สืบหาทันทีว่าเพราะอะไรถึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นได้
ปรากฎว่าเรื่องนี้เกิดจากผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ลี้ภัยจากไซแอนไปยังไอโนว่า พวกนั้นได้เข้าร้องเรียนต่อศาลสิทธิมนุษยชนสากลที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ที่ไอโนว่า
ศาลดังกล่าวนั้นเพิ่งจะตั้งขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้
เพื่อที่จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนตัวใหม่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สหภาพ IDU จึงมีมติให้ประเทศต่างๆตั้งศาลสิทธิมนุษยชนขึ้น
พวกผู้ลี้ภัยนั้น ทันทีที่ได้มาถึงไอโนว่า ก็ได้เข้าร้องเรียนต่อศาลดังกล่าวทันทีว่าถูกสั่งฟ้องและจับขังด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมโดยรัฐบาลไซแอน
แถมยังมีหลายคนซึ่งเป็นทหารหญิงของหน่วยรักษาพระองค์ อ้างว่ากษัตริย์เนโรได้บังคับให้พวกเธอร่วมประเวณีด้วย
จากนั้นพวกเธอก็ถูกนำไปคุมขังที่คุกลับใต้พระบรมมหาราชวังและถูกขังมาได้ปีหนึ่งแล้ว
ยังไม่นับผู้หญิงบางคนที่ถูกกษัตริย์โรคจิตทรมานจนสูญเสียอวัยวะบางส่วนด้วย
สำหรับเหตุการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโดมินิคอยู่เบื้องหลังแน่นอน
เมื่อวานหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับกษัตริย์เนโรเสร็จ โดมินิคก็สั่งให้เจ้าหน้าที่สายลับที่ได้แฝงตัวอยู่ในไซแอน ลอบเข้าไปช่วยทหารหญิงและพวกกลุ่มนักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง
นำพวกเขาบางส่วนออกมาจากคุกลับและพาเล็ดลอดผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งที่นั่นมีเครื่องบินบรรทุกทางทหารของไอโนว่าจอดแสตนบายไว้อยู่ก่อนแล้ว
ทำให้ทั้งหมดใช้เวลาเพียงแค่ 12 ชั่วโมง เท่านั้นมายังสหรัฐไอโนว่า
โดยปกติแล้วนี่ถือเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายเลย เพราะภายในคุกลับของกษัตริย์นั้นคดเคี้ยวราวกับเขาวงกต
นอกจากนั้นยังมีพวกทหารรักษาพระองค์ตรวจตราอย่างแน่นหน้า แถมปากทางเข้ายังซ่อนไว้ซะดิบดีอีกด้วย
แต่เมื่อมีฝูงผึ้งของเฟรีสช่วย ทุกอย่างก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ทันทีที่กลุ่มผู้ลี้ภัยมาถึงไอโนว่าแต่ละคนก็ได้รับเอกสารยืนยันว่าทางไอโนว่ารับเป็นผู้ลี้ภัยทุกคน
เมื่อเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็พากลุ่มผู้ลี้ภัยไปฟ้องศาลสิทธิมนุษยชน โดยไปส่งและทำเรื่องหาทนายให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องออกเงินสักแดงเดียวด้วยอีกต่างหาก
โดยปกติกว่าเรื่องทั้งหมดจะเสร็จสิ้นก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปี แต่นี่กลับทำเสร็จทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าครั้งนี้โดมินิคโกรธไม่น้อยเลย
ทั้งการที่เห็นเฟรีสถูกตำรวจขูดรีดอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งการที่พวกนั้นเล็งปืนมายังประธานาธิบดีอย่างเขาอีก แต่ละสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ให้อภัยให้ไม่ได้
ถึงเฟรีสจะบอกว่าให้ปล่อยกษัตริย์ชั่วนี่ไว้ก่อนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามลงโทษจากนอกประเทศนี่จริงไหม?
ภายใต้การเร่งรัดของโดมินิค ศาลสิทธิมนุษยชนจึงออกหมายเรียกมายังนายตำรวจและทหารหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อมาให้ปากคำที่ไอโนว่าภายใน 10 วัน ข้างหน้า
ที่แย่ไปกว่านั้นคือดันมีชื่อกษัตริย์เนโรอยู่ในลิสต์ด้วย!
แน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้าไปขึ้นศาลที่นั่น เพราะตัวช่วยต่างๆที่เคยมีในประเทศก็จะไม่สามารถใช้ในต่างแดนได้
ด้วยเหตุนี้ อีก 20 วันต่อมา(อนาคตข้างหน้า) กษัตริย์เนโรและลิ่วล้อสุนัขรับใช้ก็กลายเป็นผู้ร้ายภายในกลุ่มประเทศ IDU
ถ้าพระองค์เดินทางออกไปนอกประเทศและไปยังประเทศที่เป็นสมาชิก IDU เมื่อไร เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศนั้นสามารถจับได้ทันที
กษัตริย์เนโรจะอยู่ในไซแอนก็เชิญอยู่ต่อไปได้ตามสบาย แต่เมื่อใดที่ออกไปจากประเทศตัวเองนั่นก็จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่เจ็บแสบที่สุดคือทรัพย์สินและกิจการทั้งหมดของกษัตริย์ผู้นี้ ที่มีอยู่ในประเทศสมาชิก IDU ก็ถูกประเทศเหล่านั้นอายัดทั้งหมดด้วย
แถมยังไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารต่างประเทศได้อีกต่างหาก นั่นเท่ากับว่าพระองค์ไม่สามารถโอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างประเทศมายังธนาคารในไซแอนได้อีกต่อไป
กระทั่งทำธุรกรรมในประเทศตัวเองก็ยังไม่ได้เลย ถ้าธนาคารนั้นเป็นสาขาของประเทศสมาชิก IDU เรียกได้ว่าถูกคว่ำบาตรอย่างแท้จริง
ภายในไม่ถึงวัน ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของกษัตริย์เนโรก็หายไปในพริบตา
โชคยังดีอยู่บ้างที่ศาลยังถือเป็นความผิดเฉพาะตน แต่ละคนก็แค่รับโทษไป ไม่ได้โดนคว่ำบาตรทั้งประเทศ
----------------------------------
ในเวลาเดียวกันขณะที่กษัตริย์วิปริตกำลังเฆี่ยนตีนายตำรวจผู้น่าสงสารอยู่นั้น
เฟรีสเองก็กำลังฟังคำด่าสาดเสียเทเสียของประธานาธิบดีเฒ่าอยู่ ใครจะรู้ว่าตาเฒ่าผู้นี้นั้นด่าเก่งแบบสุดๆไปเลย
เรื่องของเรื่องคือหลังจากที่ชายชราได้ยินคำปฏิเสธไม่ให้ขึ้นไปเที่ยวบนอวกาศก็ไม่พอใจทันที
เขาหาว่าเฟรีสขี้งก ชายชรายังขู่ด้วยว่าจะให้เจ้าผึ้งปากจัดตามด่าเขาด้วยโหมดกระซิบ 72 ชั่วโมง
แค่นึกว่ามีคนคอยกระซิบด่าราวกับเจ้ากรรมนายเวรก็ขนหัวลุกแล้ว! เฟรีสได้แต่มองชายชราด้วยความทึ่งๆ ช่างสามารถคิดออกมาได้นะ
เขาได้แต่รอให้ประธานาธิบดีเฒ่าหมดแรงไปเอง เพราะทางนั้นไม่เปิดโอกาสให้อธิบายแม้แต่น้อย
ซู้ดดด
หลังจากด่าอยู่พักใหญ่โดมินิคก็ดูเหมือนจะเหนื่อย เขาสูดหายใจเข้าอย่างแรง ในที่สุดเฟรีสก็ได้จังหวะ...
"%##@%**&"
แต่ใครจะรู้ว่ามีก๊อกสอง นั่นเป็นแค่การสูดหายใจก่อนด่ารวดเดียวเท่านั้น
เเฮ่ก แฮ่ก
ในที่สุดชายชราก็หมดก๊อก
"ให้ตายเถอะ!...จบสักที นี่ปู่ ฟังผมนะ ที่ไม่ให้ไปเพราะสุขภาพปู่เองนั่นแหละ รักษาก่อนแล้วค่อยไป ผมจะขอพูดแค่นี้เนี่ย ไม่ยอมให้พูดเลย บ้าไปแล้ว" เฟรีสพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
"ทำไมแกไม่บอกฉันแต่แรกวะ" โดมินิคพูดอย่างเคืองๆ
"....." เฟรีสถึงกับพูดไม่ออก ตาเฒ่านั่นได้ให้โอกาสอธิบายเสียเมื่อไรล่ะ
"เอ๋! เมื่อกี้ว่าไงนะ รักษา? วันนี้? " เมื่อกี้ชายชรายังหงุดหงิดอยู่จึงตอบไปแบบไม่ได้คิดมาก แต่เมื่อตั้งสติดีแล้วก็ตกใจทันที
ก่อนหน้านั้นชายหนุ่มตรงหน้าก็บอกว่าจะรักษาโรคของตนให้ แต่พอเวลานั้นมาถึงจริงๆก็อดตกใจไม่ได้อยู่ดี
"ไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นพรุ่งนี้ ปู่พักอยู่ที่นี่ก่อนนะ” เฟรีสพูดยิ้มๆ
ชายชราได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนจะยังปรับอารมณ์ไม่ได้
-----------------------
หลังจากส่งโดมินิคกลับห้องพักไปแล้ว เฟรีสก็เดินทางไปยังห้องแล็บชั้นใต้ดิน
ภายในห้องแล็บในตอนนี้ ได้มีกล่องสี่เหลี่ยมโป่รงแสงขนาดประมาณหนึ่งคุณหนึ่งเมตรตั้งไว้ตรงกลางห้อง บนเพดานมีแขนกลขนาดใหญ่อยู่คู่หนึ่ง บริเวณรอบๆห้องเต็มไปด้วยเครื่องจักรแปลกๆมากมาย
ภายในกล่องสี่เหลี่ยมมีของเหลวหนืดสีเหลืองใสบรรจุไว้จนเต็ม
"ระบบ ใส่สสารเพิ่มจำนวนลงไปได้" เฟรีสสั่งระบบควบคุมในห้องเเล็บ จากนั้นแขนกลที่ติดตั้งไว้บนหลังก็ฉีดเจลของเหลวไร้สีเข้าไปผสมกับของเหลวสีเหลืองใสก่อนหน้า
นับตั้งแต่ออกสู่อวกาศคราวก่อน เฟรีสก็มีทรัพยากรเพียงพอที่จะผลิตสารเพิ่มจำนวนนาโนบอทได้แล้ว
"ทีนี้ก็เหลือแค่ใส่เจ้าตัวเล็กเข้าไป ดูเหมือนต้องเจ็บตัวอีกแล้วสินะ" เฟรีสพึมพำเบาๆ จากนั้นก็กลั้นใจใช้มีดกรีดที่ฝ่ามือตัวเอง
เขาบีบปากแผลที่มือเพื่อให้เลือดหยดลงไปในช่องบรรจุของเหลวที่ติดอยู่บนแขนกล
ในไม่ช้าของเหลวสีเหลืองในกล่องใสก็กลายเป็นสีส้มช้าๆ และดูเหมือนสีส้มที่ว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ทันทีที่พวกหุ่นตัวจิ๋วในเลือดของเฟรีสตรวจพบว่ามีวัตถุดิบที่ตรงกับที่พวกมันต้องการ เจ้านาโนบอทตัวน้อยก็เริ่มสร้างหุ่นตัวใหม่ๆที่เหมือนตัวมันเองเพิ่มทันที
เนื่องจากพวกมันมีลักษณะและสีคล้ายกับเม็ดเลือดแดง ดังนั้นเมื่อสีแดงรวมเข้ากับสีเหลืองจึงดูราวกับว่าสีส้มกำลังแพร่กระจายไปอย่างช้าๆจนทั่วทั้งกล่อง
ซึ่งสีส้มที่ว่านี้แหละ ในอนาคตข้างหน้ามันจะช่วยชีวิตชาวไซแอนนับไม่ถ้วนไว้
สิ่งที่เฟรีสต้องทำนอกเหนือจากนี้ก็แค่รอให้พวกมันเพิ่มจำนวนเท่านั้น
'หึ มีเจ้านี่ ต่อไปเมืองใต้ทะเลของเรา ยังไงก็ต้องเป็นศูนย์กลางของโลก' เฟรีสคิดและแสยะยิ้มน่ารังเกียจ