ภายในห้องพักของเยว่หลิน บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หลังจากเหตุการณ์การเปลี่ยนอาชีพของเยว่ซินส่งผลกระทบไปทั่วเมืองจงโจว ตัวแทนจากกิลด์ยักษ์ใหญ่สามแห่งที่มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองได้มาปรากฏตัวภายในห้องพักเล็กๆแห่งนี้
เยว่หลิน หญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่ของเยว่ซิน กำลังนั่งเคียงข้างกับลูกสาวของตน
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกระอักกระอ่วนและวิตกกังวล เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้มีอิทธิพลระดับสูงเหล่านี้จะมาเยี่ยมตัวพวกเธอถึงที่ บุคคลที่มีพลังและอิทธิพลสูงที่สุดในเมืองจงโจว ตอนนี้กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีที่สุภาพและอ่อนน้อม
สิ่งนี้เป็นภาพที่แปลกประหลาด
โดยปกติแล้ว คนระดับนี้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองชีวิตของแม่บ้านธรรมดาๆอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และต้นเหตุทั้งหมดก็คือลูกสาวของตนที่ตอนนี้ได้รับอาชีพอวาตาร์ของเทพเจ้า
ตัวแทนทั้งสามมาปรากฏตัวในห้องพัก
คนแรกคือหญิงสาวผมสีบลอนด์ทองในชุดเกราะสีเงินสะท้อนแสง ใบหน้าของเธอดูสง่างามและเฉียบขาด เธอเป็นตัวแทนจากกิลด์รีริส กิลด์อันดับสองของเมืองจงโจว ขึ้นชื่อในเรื่องความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์และความร่วมมืออย่างแข็งแกร่ง
หญิงสาวคนนี้ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“น้องสาวเยว่หลิน.. ฉันคืออาเนส ตัวแทนจากกิลด์รีริส ฉันต้องขออภัยที่มารบกวนถึงที่พัก”
“แต่พวกเราอยากพูดคุยกับน้องเยว่ซิน เกี่ยวกับอนาคตที่สดใสในฐานะสมาชิกของเรา”
คนที่สองคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เขาสวมชุดเกราะเหล็กหนาหนัก ใบหน้าดุดันของเขาถูกประดับด้วยหนวดเคราอันดกหนา
ชายคนนี้คือตัวแทนจากกิลด์ธันเดอร์ กิลด์อันดับหนึ่งของเมืองจงโจว ซึ่งเป็นกิลด์ที่ทรงพลังที่สุดในเมือง หัวหน้าของกิลด์นี้ยังเป็นถึงผู้ครอบครองอวาตาร์เทพเจ้า ทรงพลังจนแทบไม่มีใครกล้าท้าทาย
แม้บุคลิกของเขาจะดูน่าเกรงขาม แต่ท่าทีของเขากลับเต็มไปด้วยความสุภาพและความนอบน้อม เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ข้าคือเหอฉาง ตัวแทนจากกิลด์ธันเดอร์ ขอแสดงความยินดีกับเยว่ซินที่ได้รับอวาตาร์ของเทพเจ้า มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาพบวันนี้!”
คนที่สามเป็นชายหนุ่มที่ดูอ่อนวัยกว่าอีกสองคน เขาแต่งกายในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่กลับเปล่งออร่าทรงพลัง
ชายหนุ่มคนนี้เป็นตัวแทนจากกิลด์มังกรสวรรค์ หนึ่งในกิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอาณาจักรเทพแห่งนี้ เคียงคู่ไปกับกิลด์ระดับตำนานอื่นๆเช่น เซฟีรอส, แองเจิ้ล, เทพปีกสวรรค์, และเทพโลหิต
แม้ว่ากิลด์มังกรสวรรค์ที่ตั้งอยู่ในเมืองจงโจวจะเป็นเพียงสาขาย่อย แต่แค่ชื่อเสียงของมันก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนทั่วเมืองจงโจวเคารพยำเกรง
ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างสุภาพก่อนกล่าว
“ผมคือหลงหยุน ตัวแทนจากกิลด์มังกรสวรรค์ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการได้รับอวาตาร์ของเทพเจ้าในเมืองนี้”
“น้องสาวเยว่ซิน... ”
“คุณคือผู้ที่พวกเราอยากจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอของเรา...”
การปรากฏตัวของคนทั้งสามสร้างความตึงเครียดในบรรยากาศ เยว่หลินนั่งนิ่งอยู่ข้างลูกสาวของเธอ ไม่รู้ว่าจะพูดหรือแสดงออกอย่างไรดี
หัวใจของหญิงวัยกลางคนเต้นระรัวด้วยความกดดัน ขณะที่สายตาของตัวแทนทั้งสามคนยังคงจับจ้องไปที่เยว่ซินอย่างไม่วางตา
ตัวของเยว่ซินยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง เธอเข้าใจดีว่าตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน แม้ว่าตัวเธอเพิ่งจะได้รับพลังอันมหาศาลมาจากเทพเจ้า
แต่หญิงสาวก็ยังไม่คุ้นเคยกับการถูกจับจ้องจากผู้คนที่มีพลังอำนาจมากมายขนาดนี้
“พวกเขามองฉันเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องแย่งชิง...”
เยว่ซินคิดในใจ ขณะที่มองไปยังใบหน้าของตัวแทนแต่ละคน
“นี่คงเป็นผลพวงจากพลังที่ฉันได้รับ”
ในตอนนั้น อาเนส จากกิลด์รีริสเป็นคนแรกที่เปิดบทสนทนาอย่างตรงไปตรงมา
“เยว่ซิน อวาตาร์แห่งเทพเจ้าเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะได้รับ.. ฉันอยากให้เธอมาร่วมเป็นสมาชิกของกิลด์เรา ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการสนับสนุนสมาชิกที่มีศักยภาพ ถ้าน้องตกลง พวกเราจะมอบทรัพยากรทุกอย่างที่เธอต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับสูง ทักษะสกิลพิเศษ หรือการสนับสนุนจากนักเวทระดับแนวหน้าในกิลด์ของเรา”
“สัญญาเลยว่าจะทำให้ตัวของน้องหญิงมีเลเวลเกิน 1,500 ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน”
เหอฉางจากกิลด์ธันเดอร์ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ
พลางกล่าวเสริมแทรกขึ้นมาในทันที
“ข้าเชื่อว่าเจ้าคงเข้าใจถึงพลังของอวาตาร์ดี อวาตาร์เทพเจ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายของความแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศ กิลด์ธันเดอร์ของเรามีทุกอย่างที่เจ้าต้องการ”
“หากเจ้าเข้าร่วมกับเรา เราจะทำให้เจ้าเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้”
หลงหยุนจากกิลด์มังกรสวรรค์เองก็ยิ้มเล็กน้อย เหลือบมองทั้งสองก่อนจะพูดขึ้น
“ผมคงไม่ต้องอธิบายถึงชื่อเสียงของกิลด์เรา ถ้าร่วมกับกิลด์มังกรสวรรค์ พวกเราจะให้คุณมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรจากเครือข่ายระดับโลก คุณจะไม่ได้แค่ปกครองในเมืองนี้ แต่จะมีอิทธิพลในระดับสากล เราเชื่อมั่นในพลังของคุณ และอยากจะสนับสนุนคุณจนถึงจุดสูงสุด”
ท่ามกลางคำพูดและข้อเสนอที่น่าดึงดูดเหล่านั้น เยว่ซินยังคงนิ่งเงียบ
ตัวของเธอมองไปที่หญิงวัยกลางคนที่ยังคงนั่งอยู่ข้างๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะไม่ว่าจะเลือกข้อเสนอใด ชีวิตของเธอและแม่ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
“แม่คงไม่อยากให้ฉันรีบร้อนตัดสินใจ.. ที่สำคัญฉันเองก็มีเป้าหมายที่ต้องการแล้ว!”
เยว่ซินคิด ก่อนจะค่อยๆสูดลมหายใจลึก เธอต้องใช้เวลาคิดทบทวนให้รอบคอบ
เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ได้มีแค่พลังหรือความสำเร็จเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบที่เธอต้องแบกรับในฐานะ "ผู้สืบทอดแห่งเทพเจ้า"
เยว่หลินที่นั่งอยู่เคียงข้างลูกสาวของเธอในห้องพักเล็กๆก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ถาโถมเข้ามา ทั้งความตื่นเต้น ความประหลาดใจ และความสุขที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ
นี่เป็นช่วงเวลาที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน "ซินน้อยของแม่" เด็กสาวที่เคยถูกดูแคลนและต้องเผชิญกับคำพูดเย้ยหยัน กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดในเมืองจงโจว จากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแท้จริง
ขณะที่เยว่ซินกำลังพูดคุยและรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนของกิลด์ยักษ์ใหญ่ เยว่หลินก็เหลือบสายตาไปยังชั้นวางของไม้เก่าๆ
ซึ่งบนชั้นนั้นมีภาพถ่ายเก่าๆใบหนึ่งตั้งวางอยู่ในกรอบเรียบง่าย เป็นภาพของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ดูแข็งแรงและมีรอยยิ้มอ่อนโยน เขาคือสามีของเยว่หลิน และ พ่อของเยว่ซิน
เธอมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความคิดถึง ขณะเดียวกันริมฝีปากของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มบางๆที่ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเก่าๆที่เคยหล่อหลอมให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากมายเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัว
“คุณคะ...”
เยว่หลินพูดเบาๆขึ้นในใจ กับภาพถ่ายราวกับกำลังพูดกับชายในภาพ
“คุณเห็นไหมคะ... ”
“ซินน้อยของเราทำได้แล้ว..”
“ตอนนี้คุณไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราสองแม่ลูกอีกต่อไปแล้วนะคะ.. ชีวิตของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างที่คุณเคยฝันเอาไว้”
ในขณะที่เธอพูดกับภาพถ่าย ความทรงจำเก่าๆก็เริ่มกลับมา ภาพของสามีที่เป็นทั้งหัวหน้าครอบครัวและผู้เล่นที่มีความสามารถ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาเป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น
แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลงเมื่อ ดันเจี้ยนที่เขาเข้าร่วมในวันนั้นเกิดความผิดพลาด
มันเป็นดันเจี้ยนระดับสูงที่เกินกว่าความสามารถของทีมที่จะรับมือได้ การแตกของดันเจี้ยน ทำให้ทั้งทีมถูกกลืนกินโดยปีศาจที่แข็งแกร่ง
เยว่หลินจำได้ดีถึงวันนั้น วันที่ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสามี เธอต้องรับภาระทุกอย่างไว้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูลูกอย่างเยว่ซิน หรือการทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป เยว่หลินมองไปยังลูกสาวเธอที่นั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเยว่ซินแสดงออกถึงความสง่างามและความมั่นใจที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
เธอคิดถึงความยากลำบากที่ลูกสาวของเธอต้องเผชิญในอดีต ทั้งคำพูดดูถูกจากเพื่อนในโรงเรียน และความกดดันจากการเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย แต่ตอนนี้ซินน้อยไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
เธอคือผู้สืบทอดอวาตาร์แห่งเทพเจ้า และกำลังกลายเป็นผู้เล่นที่โลกต้องจับตามอง
เยว่หลินหันกลับมามองตัวแทนของกิลด์ทั้งสามที่ยังคงรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
ในหัวใจของเธอมีเพียงความภาคภูมิใจที่ล้นเอ่อ จากนั้นเยว่ซินก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง
“ฉันเยว่ซินต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ”
..
ช่วงนี้เนื้อหาจะชิวๆหน่อยนะท่านผู้อ่าน ????
เด่วหลังจากนี้จะได้เดือดแน่ๆ 555555+