4
ฉีตงเยี่ย
ฉีตงเยี่ย เขาคือนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลในเซียงไฮ้ แน่นอนว่ากว่าจะมีวันนี้เขาผ่านการทำงานอย่างหนักถึงสร้างรากฐานที่มั่งคงของตนเองขึ้นมาได้ เป็สิ่งที่เขาภาคภูมิใจเพราะสร้างมาได้ด้วยความสามารถของตนเอง ไม่ได้พึ่งเงินจากพ่อแม้แต่หยวนเดียว เขาจึงเรียกตัวเองว่าผู้นำตระกูลฉีได้อย่างเต็มปาก เพราะที่นี่คือธุรกิจของเขาในเมืองเซียงไฮ้และเขาเป็คนสร้างมันขึ้นมากับมือ
เขาเป็ลูกชายคนสุดท้องของตระกูลฉี นอกจากนี้ก็มีพี่ชายสองคน คนโตชื่อว่า ฉีตงหัว สืบทอดตระกูลฉีที่หางโจวเมืองศูนย์กลางของมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งติดกับเมืองเจียซิงที่ติดกับเซียงไฮ้ เซียงไฮ้เองก็เป็เมืองหนึ่งที่อยู่ในมณฑลเจ้อเจียง และกำลังจะได้เป็เมืองปกครองพิเศษของรัฐบาลในอีกสองปีข้างหน้านี้ เพราะเป็เมืองท่าที่สำคัญ เน้นการค้าขายและส่งออกกับต่างชาติเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้กับรัฐบาลได้ใช้พัฒนาประเทศต่อไป
ส่วนพี่ชายคนรองชื่อว่า ฉีตงเฉิน อาศัยอยู่ที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ที่บ้านเกิดของคุณปู่คุณย่า จะเจอกันเฉพาะวันสำคัญๆ เท่านั้น นับว่าต่างคนต่างมีเส้นทางชีวิตเป็ของตนเอง ส่วนพ่อแม่อาศัยอยู่ที่เมืองหางโจวกับพี่ชายคนโต แวะมาเยี่ยมเยียนเขาเป็บ้างครั้ง นี้ก็พึ่งจะกลับไปเพราะต้องเดินทางไปที่เฉินตู
หลังจากที่ได้ยินว่าลูกสะใภ้คนโปรดของตนเองได้รับาเ็อาการสาหัสก็รีบเดินทางมาหาเขาทันที ทั้งยังอยู่ดูแลอาเหอ จนกระทั่งได้รับสายด่วนจากเฉินตู บวกกับได้รับข่าวว่าหนานฟางฟื้นแล้วจึงจำใจเดินทางไปที่เฉินตู
ฉีตงเยี่ยหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีส่วนทำให้หนานฟางประสบอุบัติเหตุทำให้เขาถูกพ่อแม่ต่อว่าราวกับเด็กๆ เป็สิ่งที่เขายอมรับไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ยอมรับว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหนานฟางเขาเองมีส่วนทำให้อีกฝ่ายได้รับาเ็
เป็เพราะคนของเขาทำงานไม่รอบคอบ และไม่คิดว่าหนานฟางจะออกไปข้างนอก ส่วนคนที่ลอบทำร้ายภรรยาให้าเ็ เขาได้จัดการคิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ไม่ปล่อยให้มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป นับว่ามันรนหาที่ตายที่มายามศักดิ์ศรีคนอย่างเขา
เขาไม่อยากหาภรรยาใหม่มาทำหน้าแม่เลี้ยงของลูกชายตนเอง มันค่อนข้างยุ่งยากและวุ่นวาย เป็หนานฟางก็ดีอยู่แล้ว เธอไม่เคยวุ่นวาย ไม่เคยเอ่ยถาม ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ ให้เขารู้สึกรำคาญหรืออึดอัดใจ
ดูเหมือนจะอ่อนแอ แต่ก็เป็คนที่เพียบพร้อมและมีบางอย่างที่คล้ายกับเขา คือไม่คิดจะเปิดใจให้กัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ก้าวก่ายกันและกัน ไม่เคยเอ่ยถามสิ่งใดหากเขาไม่เอ่ยปากบอก เว้นแต่เื่ของลูกชายที่เธอจะเอ่ยปากกับเขาโดยตรง
ถึงแม้เป็ภรรยาที่ซึ่งไร้ผลประโยชน์ ไม่มีอำนาจหรือเงินทองมากพอที่จะส่งเสริมอำนาจให้กับเขาได้ แต่ฉีตงเยี่ยก็ยังคงเก็บอีกฝ่ายเอาไว้ หากมีคนที่คู่ควรและเหมาะสมค่อยกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นทาง แต่ในตอนนี้วันนั้นยังไม่มาถึงก็เท่านั้นเอง
ด้วยอำนาจ อิทธิพลและเงินทองที่เขามี ทำให้คู่ค้าหรือแม้แต่พวกนายพล ผู้มีอิทธิพลในเมืองต่างๆ ส่งลูกสาวมาผูกมิตรหวังให้อีกฝ่ายเป็ภรรยารองของเขา แต่ฉีตงเยี่ยก็ไม่รับเพราะไม่อยากวุ่นวาย
มีบางคนที่เรารู้สึกถูกใจแต่ก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่นานก็เริ่มเบื่อหน่ายและเลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็การนอกใจภรรยา แต่เขาเองก็ยอมรับว่าตนเองไม่ใช่สามีที่ดี แต่ก็ไม่คิดจะยกให้ใครมาเป็ภรรยารองของตนเอง ก็แค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ และเขาก็เรียนรู้ที่จะป้องกันตนเองไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ
“นายท่านครับ นายพลซ่งส่งลูกสาวมาขัดดอกครับ เห็นว่านายท่านสนใจ จะให้เธอไปรอที่โรงแรมเลยไหมครับ?” ฉีห่าวบอกกับผู้เป็นาย ฉีห่าวเปรียบดั่งมือซ้าย หากฉีจางคือมือขวา ฉีห่าวคอยดูแลธุรกิจในเงามืดให้ผู้เป็นาย ส่วนฉีจางดูแลธุรกิจที่ถูกกฎหมาย แบ่งงานกันชัดเจน
“ไล่เธอกลับไป” คนหมดประโยชน์ไม่จำเป็ต้องรักษาน้ำใจ
“ครับ” นับว่านายพลซ่งนี้ใจกล้าไม่น้อย ส่งลูกสาวมาถึงสองครั้ง แต่ผู้เป็นายก็ปฏิเสธไปทั้งสองครั้ง เพราะว่านายท่านไม่ถูกใจเธอ
“แล้วเื่อาวุธที่เตรียมเอาไว้มีปัญหาหรือเปล่า?” คนเป็นายเอ่ยถามเสียงเข้ม เขาไม่ชอบความผิดพลาดในการทำงาน โดยเฉพาะงานใหญ่ๆ
“ไม่มีปัญหาครับ อีกสองวันพร้อมส่งมอบครับนายท่าน” อาวุธที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะถูกจัดส่งให้กับกองทัพอย่างเงียบๆ เพราะแบบนี้รัฐบาลถึงได้เกรงใจและผูกมิตรกับผู้เป็นายมาตลอด
“ดี อย่าให้มีปัญหา ฉันจะเดินทางไปส่งมอบด้วยตนเอง งานนี้ห้ามมีอะไรผิดพลาด แล้วทางตระกูลเฉินมีความคืบหน้ายังไง คนของเราที่ส่งเข้าไปละ?”
“เื่งานไม่มีปัญหาครับนายท่าน ส่วนเื่ตระกูลเฉินตอนนี้ยังเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวครับ” มือซ้ายรับคำสั่งผู้เป็นาย ก่อนจะออกไปจัดการหน้าที่ของตนเอง
ช่างเป็ตระกูลที่เป็หนามทิ่มแทงใจเขาเสียจริง หากไม่มีตระกูลเฉิน เขาก็คงได้เขตปกครองติดท่าเรือมาอย่างง่ายดาย สำหรับฉีตงเยี่ยแล้ว ตระกูลเฉินนับเป็คู่แข่งและศัตรูที่น่ากลัว
ก๊อกๆ
“คุณพ่อครับ”
“คุณพ่อ” เสียงเล็กของลูกชายเอ่ยเรียกดังเข้ามาในห้องทำงาน
“เข้ามา” ฉีตงเยี่ยเอ่ยปากอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้องทำงานของตนเอง
“คุณพ่อทำงานอยู่หรือครับ อาเหอช่วยอะไรได้ไหม?” สายตาของลูกชายเอ่ยถามคนเป็พ่อ จ้องแววตาดุดันของคนเป็พ่ออย่างไม่เกรงกลัว ฉีตงเยี่ยพึงพอใจในตัวลูกชายเป็อย่างมาก
อำนาจที่เขามีในอนาคตจะต้องส่งต่อให้กับลูกชายของเขาคนนี้อย่างแน่นอน อีกฝ่ายยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย แต่ในใจลึกๆ เขาก็เชื่อว่าฉีตงเหอจะไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน
“หึ เอาไว้โตกว่านี้อีกหน่อยแล้วกัน” นับจากภรรยาประสบอุบัติเหตุเขาก็กลับมาทำงานที่บ้าน ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับลูกชายกว่าทุกครั้ง อีกฝ่ายถึงขนาดหอบผ้าไปนอนกับเขาอย่างไม่นึกเกรงกลัว แม้ว่าเขาจะส่งสายตาดุให้ก็ตาม นั้นทำให้ฉีตงเยี่ยรู้ว่าลูกชายคนเดียวของเขาเฉลียวฉลาดกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก นับว่าเป็เื่ที่ดี
“ก็ได้ครับ แล้วพ่อจะพาอาเหอไปหาแม่เมื่อไหร่ครับ” วันนี้เขาฝึกคัดอักษรที่แม่เคยสอนใน่เช้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยดอกไม้ให้แม่ ถึงแม้จะเป็คนคอยสั่งก็เถอะ ่บ่ายฉีตงเหอตัดสินใจมาพบผู้เป็พ่อ เพื่อทวงสัญญากับอีกฝ่าย
“ตอนเย็นค่อยไป” เมื่อได้ฟังคำตอบที่ออกจากปากคนเป็พ่อ ก็ทำหน้าบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ ทำไมต้องตอนเย็น เมื่อเห็นสีหน้าที่ลูกชายแสดงออก ฉีตงเยี่ยก็ยกยิ้มมุมปาก
“เพราะแม่จะออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านในตอนเย็น” ประโยคที่ออกจากปากของคนเป็พ่อทำให้ฉีตงเหอนั้นยิ้มออกมา
“จริงเหรอครับ คุณแม่จะได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว เย้ๆ ดีจังเลย” เด็กชายะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ในที่สุดแม่ก็จะได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว
“ไปได้แล้ว” เขายังต้องทำงาน ไม่อยากให้ลูกชายมารบกวน
“ครับ” ได้ยินคนเป็พ่อบอกแบบนั้นตงเหอก็ทำตามอย่างว่าง่าย นี้เป็เวลาเกือบสองเดือนที่แม่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ในที่สุดแม่ก็จะได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ฉีตงเหอออกจากห้องทำงานของคนเป็พ่อด้วยความสุขใจ ก่อนจะเดินไปคิดอักษรที่แม่เคยสอน เอาไว้แม่กลับมาแม่จะได้ดีใจที่เขาเขียนมันออกมาได้อย่างสวยงาม
นับั้แ่ฟื้นมาหนานฟางก็นอนอยู่โรงพยาบาลหนึ่งเดือนเต็มๆ เนื่องจากแขนซ้ายหัก โชคดีที่หมอมีความเชี่ยวชาญและั้แ่ที่ดวงวิญาณและดวงจิตเข้ามาอยู่ในร่างของหนานฟาง พลังปราณที่เคยมีก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง
ร่างกายได้รับาเ็สาหัสพลังปราณเคยค่อยๆ ฟื้นฟู จนตอนนี้อาการาเ็ค่อยๆ หายดี แต่หนานฟางไม่อยากเป็ที่สงสัย ตามคำบอกเล่าของหมอคนธรรมดาทั่วไปกระดูกจะสามารถประสานใช้เวลาถึงสามเดือนเต็มๆ พลังปราณที่มีจึงฟื้นฟูร่างกายในส่วนอื่นๆ เหลือไว้เพียงแขนซ้ายเท่านั้น
แต่ก็ยังสร้างความแปลกใจให้กับทีมแพทย์เป็อย่างมาก ไม่คิดว่าเธอจะหายจากอาการาเ็ภายใน ไหนจะสมองที่ได้รับการกระทบกระเทือน ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน นับว่าหาได้ยากมาก หญิงสาวคนนี้รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์
โชคดีที่เธอได้พลังปราณของตัวเองกลับคืนมา ทำให้เมื่อมาอยู่ในร่างของหนานฟางเธอสามารถให้พลังปราณฟื้นฟูตัวเองได้ แต่ก็ต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป จนเมื่ออาทิตย์ก่อนระดับพลังปราณของเธอกลับมาเป็เช่นเดิมคือระดับ 7 นับว่าโชคดีที่ได้พลังปราณกลับคืนมาทั้งหมด
“คุณแม่ครับ ผมมารับคุณแม่แล้วครับ” น้ำเสียงสดใสของลูกชายดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของอีกฝ่าย ทุกวันเขาจะมาเยี่ยมเธอ และสามีหน้าตายผู้นั้นก็มาด้วย ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาเธอรู้สึกขัดใจไม่น้อยและดูเหมือนอีกฝ่ายก็พอจะรู้ตัว เขาแค่มาส่งตงเหอ แล้วก็มารับอีกฝ่ายกลับ ที่จริงเื่พวกนี้ให้คนอื่นทำก็ได้
เธอเคยเอ่ยปากถามเขา เขาบอกว่าเขารับปากกับลูกชายเอาไว้แล้วและไม่คิดผิดคำพูด
“ฉีจาง เอาของไปเก็บแล้วเตรียมรถให้เรียบร้อย” ฉีตงเยี่ยสั่งลูกน้องคนสนิท เพราะดูเหมือนหนานฟางจะเตรียมตัวพร้อมที่จะกลับบ้านแล้ว
“แม่ครับ ผมสั่งให้พ่อบ้านเตรียมของโปรดเอาไว้ให้แม่ด้วยนะครับ กลับบ้านกันนะครับ” ตงเหอเดินไปกุมมือของคนเป็แม่และบอกกับแม่ด้วยรอยยิ้ม
“ขอบใจอาเหอมากนะลูก แม่เองก็คิดถึงอาหารที่บ้านแล้ว” สองสามีภรรยาสบตากันด้วยแววตาเ็าสีหน้าของคนเป็สามียังคงนิ่งเฉยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ส่วนคนเป็ภรรยาก็สบมองด้วยความเ็าและความไม่พอใจในตัวของอีกฝ่าย
ท่องเอาไว้ อาเหอ้าพ่อ หนานฟางพยายามบอกกับตัวเองในใจ หรือไม่ก็ต้องรอให้เด็กน้อยวัยสามขวบโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อย บางทีลูกชายอาจจะเข้าใจความสัมพันธ์ของเธอและพ่อผู้ให้กำเนิดของเขา
สามคนพ่อแม่ลูกนั่งรถกลับบ้าน โดยมีลูกชายอย่างฉีตงเหอนั่งอยู่ตรงกลาง คอยเอ่ยถามพ่อและแม่ตลอดทาง วันนี้ตงเหอมีความสุขที่แม่ได้กลับบ้าน ถึงแม้พ่อจะบอกว่าแม่ยังไม่หายดี ฉีตงเหอเข้าใจและตั้งใจจะดูแลแม่เป็อย่างดี
วันนี้สามคนพ่อแม่ลูกรับประทานอาหารพร้อมหน้ากัน ฉีตงเหอดูจะมีควาสุขมากที่สุด เขาทานอาหารได้มากกว่าทุกวัน
“อาเหอดูแลแม่ให้ดี พ่อมีงานต้องไปทำ” เมื่อทานข้าวเย็นเสร็จฉีตงเยี่ยก็บอกกับลูกชายของตนเอง ปกติฉีตงเยี่ยก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านนี้บ่อยๆ อยู่แล้ว นานๆ เขาจะกลับมาพักหรือค้างที่นี่
“ครับพ่อ เสร็จงานแล้วรีบกลับมานะครับ ผมกับแม่รอพ่ออยู่ที่บ้าน” ฉีตงเหอบอกกับพ่อของตัวเอง
“อืม เสร็จงานแล้วจะรีบกลับ” ฉีตงเยี่ยบอกกับลูกชาย ก่อนจะหันไปสบมองใบหน้าของภรรยาที่ตอนนี้มองเขาด้วยแววตาว่างเปล่าและตีความไม่ได้ ั้แ่เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาแบบนี้...ฉีตงเยี่ยรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่ใส่ใจมากนัก เขายังมีงานที่ต้องทำ
หนานฟางมองแผ่นหลังของคนเป็สามีเดินออกไปจากบ้านด้วยแววตาว่างเปล่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร นับว่ามีจิตใจโเี้ ชั่วช้าพอตัวทีเดียว เธออยู่ข้างกายของหนานฟางคนเก่ามานาน แต่เพราะเป็ดวงิญญาไม่ได้รับรู้ถึงพลังและไอสังหารของอีกฝ่าย
แต่ตอนนี้เธอมีพลังปราณระดับเจ็ด สามารถรับรู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน อดีตเธอคือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับดวงชะตาของหงส์เพลิง ถูกวางตัวในนั่งบัลลังก์หงส์เคียงคู่ั ความสามารถในการฝึกตกของเธอเองก็ไม่ธรรมดาเพราะเธอมีปราณถึงสองสาย นั้นคือปราณพฤกษาและปราณเวทย์
ความสามารถของเธอคือผู้ปรุงยาและผู้ใช้เวทย์อักขระ เธอฝึกฝนปราณทั้งสองสายด้วยความยากลำบาก แต่ถือว่าโชคชะตาเข้าข้างทำให้เธอมีพร์ที่ไม่ธรรมดา หากไม่ใช่เพราะเธอไว้ใจพี่ชายและน้องสาว เธอคงไม่มีจุดจบอย่างวันนั้น
แต่มันเป็เพียงอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว คิดแค้นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี หากคิดในแง่ดี ไม่ผูกใจเจ็บแค้นและปล่อยวางทุกอย่างให้มันผ่านไป ความทุกข์ใจก็จะจางหายไป เธอไม่ยินยอมให้ความแค้นครอบง่ำจิตใจ ตอนนี้ชีวิตของเธอได้เริ่มต้นใหม่ขึ้นอีกครั้ง และเส้นทางข้างหน้าเธอก็ขอเลือกมันด้วยตนเอง เริ่มจากเพิ่มความแข็งแกร่งในร่างกาย จากนั้นก็คิดและวางแผนอนาคต ทุกเื่ล้วนคำนึงถึงฉีตงเหอเป็หลัก
เงินทองนับว่าเป็เื่ที่จำเป็ไม่ว่าจะอยู่โลกไหน หนานฟางมีสินเดิมอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มากมายพอที่จะอยู่สบายโดยไม่ทำสิ่งใดเลย
โลกใบนี้มีวิธีการหาเงินอยู่มากมาย แต่นับว่ายากสำหรับคนที่มาจากอีกโลกอย่างเธอ เธอไม่สามารถเขียนยันต์อักขระขายได้ เพราะโลกนี้ไม่มีผู้ฝึกปราณ ไม่สามารถหลอมโอสถแล้วระดับสูงแล้วส่งไปประมูลได้ เนื่องจากการแพทย์ในโลกนี้แตกต่างจากโลกก่อนพอสมควร แต่ก็ยังมีแพทย์แผนโบราณหรือแพทย์สมุนไพรเหลืออยู่
สังเกตจากในเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็ปักกิ่งหรือเซียงไฮ้มีร้านขายสมุนไพรอยู่เยอะพอสมควร มันคือแหล่งรายได้เดียวที่เธอพอจะหาได้ในตอนนี้
สกุลเงินที่นี่คือหยวน 1 หยวน จะมีค่าเท่ากับ 10 เหมา คงต้องตรวจเช็คสินเดิมว่ามีเงินมากน้อยเพียงใด นอกจากเงินก็ยังมีของมีค่าอื่นๆ อีก ไหนจะโฉนดที่ดินอีกเกือบสิบฉบับ หากจำเป็ต้องขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็เงินในอนาคต