เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่ห้าสิบเจ็ด นายแบงก์กู้เศรษฐกิจต่างโลก

    ตอนที่ห้าสิบเจ็ด นายแบงก์กู้เศรษฐกิจต่างโลก

    ตามแนวอิเซไคทั่วไปจะพยายามเอาแนวความคิดใหม่เข้ามาในการแก้ไขเศรษฐกิจของร้านขายขนมปังหรือร้านค้าของชาวบ้านที่โดนบริษัทที่ร่ำรวยแย่งลูกค้า

    ในแนวนายแบงก์แก้ธุรกิจต่างโลกคือพวกที่มองว่า

    “หากกิจการทำรายได้ไม่ดีจะทำต่อให้ขาดทุนต่อทำไม?”

    จะแนะนำให้เลิกทำหลังจากที่มองงบประมาณต่างๆแล้วรู้สึกว่าไปต่อไม่ได้

    ก็ไม่แปลกเท่าไรที่ชาวบ้านจะรู้สึกรังเกียจพวกนางแบงก์นายธนาคารมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

    จนกระทั่งพระเยซูที่ใจดีมีเมตตา

    ยังต้องล้มโต๊ะ เอาแส้ฟาดพวกที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนเงินตราพวกนี้หรืออิสลามมองว่าหากใครหาผลประโยชน์จากการทำเงินพวกนี้คือศัตรูของอิสลามได้กำไรจากดอกเบี้ย เอาไปทำทานต่างๆก็ยังดีกว่า แม้จะยังบาปอยู่ก็ดีกว่าการได้รับผลประโยชน์จากการทำนาบนหลังคนเช่นนี้

    อนิจจาหากเราไปว่ากล่าวเช่นนั้นให้นายแบงก์ฟังพวกเขาคงมองเราตาเขียว

    แต่ก็นั่นล่ะหากเราไปบอกชาวบ้านที่ทำอาชีพหนึ่งเช่นชาวนามาหลายร้อยปี

    ชาวบ้านก็คงมองเราตาเขียวเหมือนกันหากเราไปบอกกับคนคนหนึ่งว่า

    “เราไม่ได้บอกว่าคุณไม่เก่งในสิ่งที่คุณทำแต่สิ่งที่คุณทำนั้นไร้คุณค่า”

    หรือพูดแบบตรงไปตรงมาคือแย่ยิ่งกว่าไร้คุณค่าเป็นการติดลบ สร้างความลำบากยากเข็ญให้กับคนในสังคมหรือยิ่งทำยิ่งขาดทุนไปเรื่อยๆ

    หากพูดอย่างนั้นทั้งชาวนาและนายธนาคารก็คงมองเราตาเขียวแบบเดียวกัน

    หากเราพูดกับพวกเขาไปตรงๆว่าสิ่งที่พวกคุณทำนั้นไม่ทำจะมีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมมากกว่า

    ในสายตาของนักธุรกิจหรือการคำนวณทางเศรษฐศาสตร์หากมองว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับช้างและงูนั้นทำให้ขาดทุน

    สิ่งที่ควรทำก็คือแนะนำให้เลิกเสีย

    น่าเสียดาย นายแบงก์สายการเงินธนาคารลืมเรื่องอย่างหนึ่งไป

    เราไมได้อยู่ในระบบตลาดเสรี Free Market

    เราอยู่ในระบบตลาด Crony Capitalism การตลาดเอื้อพวกพ้องต่างหาก

    แต่บาบูกับบาบอนเห็นหน้าผมเครียดไปพักหนึ่งก็รีบพูดว่า

    “ให้พวกฉานสองคนเดือนละยี่สิบห้าบาทก็ได้จ้าขอแค่เลี้ยงพวกช้างกับงูได้ก็พอใจแล้ว”

    ราคาที่พวกเขาเสนอมาตอนแรกคือราคาของค่าแรงพวกเขาสองคนไม่ใช่คนเดียว

    เมื่อเรามาถึงจุดหนึ่งอาจจะเป็นแนวคิดที่นายแบงก์กู้เศรษฐกิจต่างโลกไม่เข้าใจคือ

    คนเราทำงานหนักเพื่อรักษางานนั้นไว้ไม่ได้หวังผลกำไรอย่างที่นายแบงก์นั้นตั้งเป้าหมาย

    เป้าหมายของคนทำงานคือได้ทำงานต่อไป

    แบบเดียวกับบร้านค้าขายของชำของพ่อแม่ที่แก่เฒ่า

    อยู่มาได้ก็เพราะลูกหลานเอาเงินมาให้เดือนละสามหมื่นต่างหาก

    ทำงานเพื่อยังได้ชื่อว่ามีงานทำ

    ไม่ไช่เพราะการทำงานนั้นมีประโยชน์ต่อสังคมหรือเพื่อนมนุษย์แต่อย่างใด

    ไม่เป็นประโยชน์แม้แต่กับตนเองหรือครอบครัวในภาพรวม

    แต่เป้าหมายของผมไม่ใช่ผลกำไรแต่คือการรักษาระบบเศรษฐกิจเอื้อพวกพ้องของผมไว้ต่างหาก

    ผมตบบ่าของบาบูกับบาบอน

    “ไม่ต้องห่วงชั้นจะหาทางทำให้พวกงูกับช้างมีกินแน่นอน”

    ผมกล่าวกับบาบูและบาบอน

    การทำธุรกิจปัจจุบันหากเราพิจารณาจริงๆเราจะพบว่างานหลายอย่างนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปทำไปก็ขาดทุน

    แต่เราก็ยังหน้าด้านให้บริษัทบางบบริษัทกู้เงินไปนับหมื่นล้านอีกหลายครั้ง

    หากเอาเงินนับหมื่นล้านไปให้บางบริษัทกู้อย่างนั้นได้แล้วนายแบงก์ไม่คิดอะไรอย่างที่เคยแนะนำให้กิจการของชาวบ้านเลิกกิจการที่เคยทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

    เราก็ควรจะทำอย่างที่พระเยซูทำนั่นล่ะเอาแส้เฆี่ยนนายธนาคารและล้มโต๊ะที่นับเงินกันอยู่ เพราะพวกนี้อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน