หญิงสาวเมื่อได้ยิน จึงได้หันไปมอง ก็พบเพียงเด็กน้อยอายุน่าจะ 10 ปีกำลังยืนอยู่ใกล้ๆกับตน ก่อนจะกล่าวออกมาว่า
"ไม่เป็ไร เ้าคงช่วยพวกเราไม่ได้หรอก"
ชิงหลงก็ยังพูด
"้าให้ช่วยอะไรไหม?" อยู่เหมือนเดิม
หญิงสาวรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะถามว่า
"ที่เ้าพูดหมายความว่ายังไง ที่ว่า ้าให้ช่วยอะไรไหม?"
ชิงหลงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า
"ก็ตรงตามความหมายนั่นล่ะ"
"ข้าเข้าใจที่เ้าอยากช่วยเหลือ แต่คงไม่ไหวหรอกอีกอย่างเ้าจะช่วยอะไรคุณหนูข้าได้กันแม้แต่ท่านหมอที่เก่งกาจจนได้ชื่อว่าหมอเทวดาเมื่อเจอกับโรคประหลาดนี้ก็ยังทำได้เพียงให้ยามาช่วยยื้อชีวิตออกไปเท่านั้น"
ความเศร้าสร้อยปรากฎขึ้นในดวงตาของหญิงสาวทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกได้แต่เพราะอาการยังไม่ดีขึ้นจึงทำได้เพียงแค่มอง ถึงแม้จะกินยาเข้าไปแล้วก็ตามแต่อาการก็ยังไม่ทุเลาขึ้นเลย
ชิงหลงมองดูอาการเด็กหญิงก่อนจะหันหน้ามาถามหญิงสาวที่นั่งข้างๆว่า
"คุณหนูของท่านป่วยเป็โรคอะไร? ถึงมีอาการแบบนี้ล่ะ"
หญิงสาวหันมามองหน้าชิงหลง ด้วยความรู้สึกแปลกๆไม่รู้ว่าเพราะอะไร ก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ได้ยินคุณหนูบอกว่า เป็โรคประหลาดที่ไม่มีทางรักษา ได้แต่กินยาระงับเอาไว้เมื่อมันกำเริบขึ้นมา"
"โรคประหลาด" มันมีด้วยหรอชื่อโรคแบบนี้ ข้าพึ่งเคยได้ยิน"
"เอ่อ..เพราะมันรักษาไม่หาย และไม่รู้อาการแน่ชัด พวกเราจึงเรียกว่า"โรคประหลาด"
"แบบนี้นี่เอง ข้าเข้าใจล่ะ"
ชิงหลงเดินเข้าไปหาเด็กสาวที่นั่งเก้าอี้จากนั้นก็ยื่นมือไปจับที่ข้อแขนและเริ่มร่ายเวทย์ ฟื้นฟู ทันที เด็กสาวใที่ชิงหลงยื่นมือมาจับโดยไม่ได้บอกกล่าวและกำลังจะดึงแขนกับไป ก็หยุดชะงักทันทีเมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย ความเ็ปทรมานค่อยๆหายไปใบหน้าที่เคยซีดขาวก็กลับมามีน้ำมีนวลขึ้นความรู้สึกนี้เหมือนกับร่างกายได้รับการชำระล้างไปจนหมดสิ้น
หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าจะได้มาเห็นสิ่งที่เหลือเชื่ออะไรเช่นนี้การกระทำนี้ย่อมอยู่ภายใต้สายตาของคนที่มากินอาหารในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างเห็นด้วยตาตนเองแล้วว่า "มันเป็เื่จริง"ที่เด็กหญิงนั้นหายจากอาการกำเริบ ใบหน้าที่เคยขาวซีดก็กับมาเป็ปกติ เหมือนไม่เคยป่วยมาก่อนด้วยซ้ำ
ชิงหลงถอนมือที่จับข้อมืออยู่ออกก่อนจะเดินออกมายืนที่เดิมก่อนหน้านี้ หญิงสาวก็รีบเข้าไปหาคุณหนูทันทีพร้อมกับกล่าวถามอาการว่าเป็อย่างไรบ้าง
"คุณหนูเป็อย่างไรบ้าง เ้าค่ะ"
"อืม..ข้าสบายดี ดูเหมือนว่าอาการทุกอย่างจะหายไปหมดแล้ว แถมตอนนี้ข้ายังรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก"หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะกล่าวถามอีกครั้ง
"แสดงว่าคุณหนูหายจากโรคประหลาดนั่นแล้วอย่างนั้นหรือ เ้าค่ะ"
"น่าจะเป็อย่างนั้น"
หญิงสาวรีบหันหน้าไปทาง ชิงหลง พร้อมกล่าว "ขอบคุณ"ไม่หยุด ก่อนจะเปลี่ยนมาถามด้วยความสงสัยแทน
"เ้าทำได้ยังไง?"
ชิงหลงทำได้เพียงยิ้มตอบ ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลย หญิงสาวผิดหวังเล็กน้อยที่ชิงหลงไม่ตอบ จึงล้มเลิกความคิดที่จะขยั้นขยอถามแล้วเปลี่ยนคำถามใหม่ทันที
"เ้า้าสิ่งใดเป็การตอบแทนที่เ้าช่วยเหลือ คุณหนูข้าหรือเปล่า?"
ชิงหลงได้ยินสิ่งที่หญิงสาวถามก็ตอบเพียงแค่ว่า
"งั้นพี่สาวช่วยจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เป็การตอบแทนข้าก็แล้วกัน"
คำกล่าวของชิงหลง ทำให้เด็กหญิงตัวน้อย หัวเราะ คิกคัก ออกมา
"เื่แค่นี้ไม่นับว่าเป็อันใดเลย ถ้าเทียบกับที่เ้าทำ
เ้า้าสิ่งใดเพิ่มอีกหรือเปล่า?"หญิงสาวกล่าวออกมาอีกครั้ง
ชิงหลงส่ายหัวเล็กน้อยเท่านั้นสร้างความประทับใจให้กับหญิงสาวเป็อย่างมากแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังยากที่จะต้านทานได้ เมื่อมีคนยื่นข้อเสนอเสนอให้แบบนี้แต่เด็กนี่กับรู้จักประมาณตน ไม่มีความโลภใดๆเลยอาจจะเป็เพราะเขายังเป็เด็กหรือไม่ก็มีความคิดเกินวัยของตนเองนี่เป็สิ่งที่หญิงสาวคิดได้ในตอนนี้ ผู้คนที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมก็ยังชื่นชม แม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่เว้น ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวแนะนำตนเองก่อน เพื่อทำความรู้จักทันที
"ข้าชื่อ เหยียนฉื่อชิง แล้วเ้าล่ะ" เด็กหญิงกล่าวถาม
"ข้าชื่อ ชิงหลง แล้วพี่สาวล่ะ"
"อ๋อ นั่นพี่เลี้ยงข้าเอง ชื่อ หยุนฮวา"
ชิงหลงพยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจ
"เอาเป็ว่าเ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าไปล่ะ"
"เดี๋ยวก่อน!!""ข้ามีสิ่งของจะให้เ้าไว้เพื่อเป็หลักฐานว่าเ้าเคยช่วยข้าเอาไว้"
เหยียนฉื่อชิงยื่นป้ายหยกครึ่งวงกลมสีเขียวมรกตมีพู่สีแดงผูกติดที่ด้านล่างออกมาแล้วยื่นส่งไปให้ชิงหลง
ชิงหลงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปรับเอาไว้จากนั้นก็หันหลังเดินไปที่โต๊ะอาหารของตนก่อนจะสั่งอาหารอีกครั้ง
เหยียนฉื่อชิงมองมาที่ชิงหลงเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากโรงเตี๊ยมใบหลิวพร้อมกับหยุนฮวาก่อนจะมีรถม้ามารับพร้อมกับเหล่าองค์รักษ์ที่ตามมาคุ้มกันความปลอดภัยเพื่อมาหาท่านหมอที่เคยรักษาแต่ก็เกิดอาการกำเริบขึ้นมาก่อน โชคดีที่ชิงหลงอยู่โรงเตี๊ยมใบหลิวพอดี จึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
จนหายดีจากโรคประหลาด ก็ไม่จำเป็ต้องเดินทางไปหาท่านหมออีก
จึงเดินทางกลับตำหนักที่วังหลวงโดยเร็ว
ชิงหลง กินอาหารอย่างเอร็อดอร่อยโดยไม่สนใจสิ่งใดเลยนอกจากอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ย่อมไม่รู้ว่าคนที่ตนเองช่วยนั้นเป็ถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์เหยียนแห่งอาณาจักรต้าหลัว ที่มีประวัติมายาวนานมีเมืองต่างๆมากมายที่ปกครองอยู่ เมืองหมอกนภาก็เป็หนึ่งในนั้นนั่นเอง
งานประลองก็ได้จบลงไปแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง
จ้าวหลินหลงกับชิงหลงนั้นก็ยังเป็หัวข้อสนทนากันอย่างแพร่หลาย
จนกลายเป็ข่าวลือว่าที่จ้าวหลินหลงาเ็เป็เพราะพูดจาใส่ร้ายชิงหลงจึงถูก์ลงโทษ
และข่าวลืออีกอย่างที่ทำให้ตระกูลจ้าวอับอายขายหน้าที่สุดก็คงเป็เื่ไหนไม่ได้นอกจากการที่จ้าวหลินหลงท้าประลองกับคนไร้พลังปราณแถมยังาเ็โดนฟ้าผ่าโดยไม่ทราบสาเหตุซะอย่างนั้น
จ้าวหลินหลงถูกหามกลับไปที่ตระกูลโดยผู้าุโจ้าวหวังเอี้ยนเมื่อกลับมาถึงตระกูล จ้าวหลินหลงก็ถูกนำตัวไปรักษา ความตรึงเครียดที่ได้รับมาจากการกระทำของจ้าวหลินหลงเป็เื่ที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกต่อไปแล้วชื่อเสียงที่สั่งสมมาก็ถูกทำลายลงเพราะการประลองเพียงครั้งเดียว
จ้าวหลินเหลียนผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน และยังเป็บิดาของจ้าวหลินหลงเมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการประลองแทบกระอักเืออกมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแทบจะไปทุบตีบุตรชายตนถ้าไม่ติดตรงที่าเ็อาจจะไปทุบตีแล้วก็ได้
"สงสัยข้าคงจะตามใจบุตรชายข้ามากไป จนทำให้เกิดเื่ที่แบบนี้ขึ้นคงต้องลงโทษกักบริเวณจนกว่าจะสำนึกในสิ่งที่ตนทำถ้ายังไม่สำนึกก็กักบริเวณต่อไป" จ้าวหลินเหลียนสบถกล่าวคำออกมา
"ท่านมีอะไรจะพูดอย่างนั้นรึผู้าุโ"
"คือว่า ข้าได้เห็น ฮุยหลงกับหยูเยว่ ที่งานประลองด้วยที่ได้ตัดขาดกับตระกูลจ้าวเมื่อนานมาแล้วและคนที่ประลองด้วยก็เป็บุตรชายของฮุยหลง....."
"หืม..จะเป็ไปได้ยังไง ก็ในเมื่อบุตรของพวกมันทั้ง2ใกลตายอยู่แล้วข้าไม่เชื่อแน่นอน"
"แต่ว่าเด็กคนนั้นไร้พลังปราณ ท่านก็รู้ว่าเด็กที่ไร้พลังปราณนั่นก็เคยมีอยู่ในตระกูลเราเหมือนกัน"
"ท่านจะบอกว่า...เด็กคนนั้นคือเด็กที่ใกล้ตายตอนนั้นรึ"
"ใช่แล้ว บุตรชายท่านถึงได้ท้าประลองกับเด็กนั่นที่งานประลองยังไงล่ะ"
"ท่านส่งคนไปสืบดูซิว่า พวกมันอยู่ที่ไหน แล้วมาบอกข้า ข้าจะไปดูด้วยตาของตนเอง"
ชิงหลงกินอาหารเสร็จก็เดินทางกลับกระท่อมพร้อมกับบิดามารดาเมื่อมาถึงชิงหลงก็ขอตัวไปพักผ่อน ส่วนบิดามารดาก็ทำงานตามปกติของตนเอง
ชิงหลงนั่งทำสมาธิเพื่อดูดซับพลังธรรมชาติเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ของตนทันที
พลังธรรมชาติหลั่งไหลมารวมตัวกันที่กระท่อมกลางป่า
แล้วหมุนวนเป็เกลียวคลื่นพายุมุ่งเข้าสู่แหล่งเก็บพลังเวทย์ของชิงหลงอย่างบ้าคลั่งบิดา มารดารู้สึกถึงความผิดปกติกับบรรยากาศ แต่ก็ไม่พบอะไรแต่ก็ยังรู้สึกได้เหมือนมีพลังบางอย่างกำลังรวมตัวกันอย่างมหาศาลจุดศูนย์กลางนั้นคือกระท่อมที่ ชิงหลง พักผ่อนอยู่
"ดูเหมือนว่าพลังลึกลับเหล่านี้จะไปรวมตัวกันที่กระท่อมคงเป็พรจาก์ที่ลูกของเราได้รับมาก็ได้ "
"อย่างนั้นหรือท่านพี่"
"พวกเราไปทำหน้าทีของเรากันเถอะ คงไม่ต้องกังวลแล้วล่ะ"
หลังจากที่ชิงหลงกับมาก็ไม่เคยเข้าไปที่เมืองหมอกนภาอีกเลยจนกระทั่งเวลาผ่านไป3เดือน ตอนนี้ ชิงหลงอายุ 11ปี ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจนเห็นได้ชัด ดวงตาคมเหมือนเหยี่ยว คิ้วดังคนศรผิวเนียนดั่งหยก หน้าตาหล่อเหลา ดั่งเทพบุตรก็มิปานกำลังนั่งสมาธิหลับลึกเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน เพื่อดูดซับพลังจากธรรมชาติ วิ้งง!ชิงหลงลืมตาขึ้นแล้วลุกเดินออกไปด้านนอก
ตอนนี้ชิงหลงเลื่อนระดับพลังเวทย์มาอยู่ที่ ระดับจอมเวทย์เริ่มที่จะใช้เวทย์ระดับสูงบางอย่างได้แล้ว
เวทย์มนต์ธาตุมืด เช่น เวทย์ลวงตา(สับสน) เวทย์เคลื่อนย้าย(เทเลพอร์ต)
เวทย์สร้างวาปเกจ(ประตูวาป)
เวทย์มนต์ธาตุแสง เช่น เวทย์แสงฟื้นฟู(รักษา) เวทย์ะเิแสง(ดวงตา)
เวทย์มนต์ธาตุน้ำแข็ง เช่น คุกน้ำแข็ง(กักขัง) ปราการน้ำแข็ง(ป้องกัน)
เวทย์มนต์ธาตุดิน เช่น เวทย์โคลนดูด(หยุด) เวทย์สร้างโกเลม(มอนเตอร์)
เวทย์มนต์ธาตุไฟ เช่น เวทย์ลูกไฟิญญา(โจมตี)
เวทย์มนต์ธาตุน้ำ เช่น เวทย์วารีพิโรธ(โจมตี)
เวทย์มนต์ธาตุสายฟ้า เช่น เวทย์โซ่สายฟ้า(จับ)
เวทย์มนต์ธาตุลม เช่น เวทย์ลมพายุไซโคลน(โจมตี)
"ในที่สุดก็ใช้เวทย์ระดับสูงได้ซะที คงไม่ต้องกังวลแล้วว่าใครจะมารังควานคงต้องหาเงินสร้างบ้านใหม่ซะที" ชิงหลงวิ่งไปหาพ่อกับแม่พร้ะโกนออกมา
"ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกขออนุญาต เข้าเมืองหมอกนภาได้หรือไม่ ขอรับ"