[แจ้งเตือน: ตรวจพบศัตรู 'เมิร์ก' เลเวล 15]
แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นร่างที่แท้จริงของพวกมัน
รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่หลังค่อมงุ้ม
ผิวหนังสีเขียวอมเทาเปียกลื่นเป็นเมือกเลื่อมสะท้อนแสง
มีครีบแหลมคมงอกออกมาตามแขนขา ดวงตาโปนโตไร้เปลือกตาจ้องเขม็งมาทางเขา
กว๊ากกก!
เสียงร้องแหลมสูงเสียดหูเหมือนเสียงขูดกระจกดังขึ้น
เมิร์กตัวหน้าสุดพุ่งเข้าใส่อคินด้วยความเร็วที่น่าตกใจ มันไม่ได้วิ่ง แต่เหมือนมัน 'ไถล' มากับพื้นทรายด้วยเมือกที่ห่อหุ้มตัว
"เร็วชิบ!"
อคินกัดฟันแน่น เหวี่ยงหอกสวนไปเต็มแรง
ชี้ง! เอียดดดด
เสียงใบมีดกระทบผิวหนังดังลั่น แต่มันไม่ได้บาดลึกอย่างที่คิด
เมือกหนาๆ บนตัวมันทำให้คมหอกลื่นไถลออกข้าง ทิ้งไว้แค่รอยแผลตื้นๆ
"ลื่นชะมัด!"
อคินสบถ
เมิร์กตวาดกลับ กรงเล็บยาวโง้งตะปบเข้าที่หน้า
วูบ!
ร่างกายของอคินขยับไปเองก่อนสมองจะสั่งการ
เขาทิ้งตัวลงนอนหงายปล่อยให้กรงเล็บผ่านหน้าไปเพียงเส้นยาแดง แล้วใช้สองเท้าถีบเข้าที่ท้องนิ่มๆ ของมันเต็มแรง
ผัวะ!
ร่างของเมิร์กกระเด็นถอยหลังไป แต่อคินรู้ดีว่าแค่นี้หยุดมันไม่ได้
"โบ้! สกัดขา!"
โบ้พุ่งเข้าไปงับน่องของมันตามคำสั่ง แต่เมือกที่ลื่นทำให้ขากรรไกรของมันรูด พรืด! จนสุนัขคู่ใจเกือบเสียหลักหน้าทิ่ม
"กัดไม่เข้า!?"
ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง เงาสีส้มและสีเทาพุ่งผ่านหน้าอคินไปราวกับลูกธนู
ส้มซ่าและปลาเผาวิ่งไต่ขึ้นไปบนหลังของเมิร์กที่กำลังเสียหลัก พวกมันไม่ได้ใช้กรงเล็บข่วนสะเปะสะปะเหมือนแมวทั่วไป
ดวงตาของพวกมันวาวโรจน์ในความมืด
ทั้งสองตัวเล็งไปที่จุดเดียวกัน... บริเวณ 'ข้างคอ' ที่มีแผ่นเนื้อสีแดงสดขยับเปิดปิดอยู่ตามจังหวะการหายใจ
แคว่ก!
กรงเล็บแมวที่กางออกเต็มที่เกี่ยวเข้าที่ 'เหงือก' ของมันอย่างจัง!
กว๊ากกกกก!!!
เมิร์กร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายดิ้นพราดๆ เลือดสีเขียวคล้ำพุ่งกระฉูดออกมา
[วิเคราะห์จุดอ่อนสำเร็จ: 'เหงือก']
[แนะนำให้เล็งที่เหงือก!]
ข้อความสีแดงกะพริบเตือนในสายตา
"เข้าใจแล้ว!"
อคินตะโกนตอบระบบ เขาดีดตัวลุกขึ้น
พุ่งเข้าไปแทงหอกเสียบทะลุช่องเหงือกนั้นจนปลายหอกทะลุเข้าไปมิด
ฉึก!
ร่างของพรายน้ำกระตุกเกร็งรุนแรงสองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไป
อคินหอบหายใจถี่ เขามองไปรอบๆ เห็นบัวลอยกำลังใช้สกิลบางอย่างทำให้เมิร์กอีกตัวเดินสะดุดขาตัวเอง
เปิดโอกาสให้ทหารคนอื่นรุมยิง
บนโขดหินห่างออกไป ทศยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
แสงจันทร์สะท้อนแว่นตาจนมองไม่เห็นแววตาข้างใน เขามองอคินที่สู้ด้วยสไตล์มวยวัด
ผสมผสานกับการประสานงานที่แปลกประหลาดกับสัตว์เลี้ยง
"ใช้ได้..."
ทศพึมพำ
"สู้แบบดิบๆ ไม่เน้นกระบวนท่า แต่ได้ผล... สัญชาตญาณสัตว์ป่าชัดๆ"
...
หลังจบการต่อสู้ หาดทรายเต็มไปด้วยซากเมิร์กและกลิ่นคาวที่รุนแรงกว่าเดิมร้อยเท่า
อคินช่วยพวกทหารลากซากศัตรูไปกองรวมกันเพื่อเตรียมเผาทำลาย
ทันใดนั้น เสียงเตือนที่ดังและรุนแรงกว่าทุกครั้งก็กรีดร้องขึ้นในหัวของเขา
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: พลังงานคงเหลือต่ำ]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:00]
[ระบบ: กลับไปที่บ้านเดี๋ยวนี้! ก่อนที่นายจะ 'หลับ' กลางอากาศ!]
ข้อความสุดท้ายไม่ได้ดูแข็งทื่อเหมือนข้อความระบบปกติ แต่มันมีความเร่งร้อนและ... เป็นห่วง?
"ฉิบหาย!"
อคินหน้าถอดสี
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มจู่โจมร่างกายเขา มันไม่ใช่ความง่วงนอน
แต่มันคือ ความหนาวเหน็บ ที่แล่นพล่านไปตามไขสันหลัง ลามไปถึงปลายนิ้ว
แขนขาเริ่มรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวและกระตุกเหมือนสัญญาณทีวีที่ขาดหาย เส้นขอบของวัตถุเริ่มบิดเบี้ยว
เขาโยนขาเมิร์กทิ้งทันที แล้วออกตัววิ่งสปีด 4x100 กลับไปทางหอสังเกตการณ์
"ขอตัวก่อนนะครับคุณทศ! สกิลผมจะหมดเวลาแล้ว! คูลดาวน์มันมาแล้ว!"
เมฆที่กำลังนั่งต้มน้ำร้อนกินมาม่าคัพอยู่ท้ายรถกระบะตะโกนไล่หลัง
"เฮ้ย! จะรีบไปไหน! อยู่กินข้าวต้มรอบดึกฉลองชัยชนะกันก่อนสิพี่ชาย!"
"ไม่ทันแล้วววว! ระบบบังคับล็อกเอาต์!"
อคินตะโกนตอบเสียงหลง ลิ้นเริ่มแข็งจนพูดไม่ชัด
เขาวิ่งตะกายขึ้นบันไดวนต้นหูกวางราวกับลิงที่หนีตาย
ความรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่างรุนแรงขึ้นทุกวินาที
ตุบ... ตับ...
หัวใจเต้นช้าลง... ช้าลง... แต่ละจังหวะบีบอัดแน่นจนเจ็บหน้าอก
อคินเหวี่ยงตัวเข้าไปในหอสังเกตการณ์ มือสั่นเทากระแทกกลอนล็อกประตู
แกร๊ก!
เขารีบทิ้งตัวลงกับพื้น ถีบรองเท้าบูตออกอย่างทุลักทุเล มือที่เริ่มเกร็งจนงอหงิกพยายามปลดสายรัดเกราะหนังออร์ค
ต้องถอด... ต้องถอดเดี๋ยวนี้...
ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างบอกเขาว่า ถ้าเขาหลับไปทั้งชุดเกราะนี้
เขาจะตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดมหาศาล หรืออาจจะถูกมันรัดจนตาย
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]
"เมิร์ก... เหงือก... ลื่น... เอ้ย... ฉันลืมโบ้... กับแมวสามตัวไว้ข้างล่าง..."
อคินพึมพำ เสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟเผา กล้ามเนื้อทุกส่วนกำลังบิดเกร็งและ... หดตัว?
ความรู้สึกสุดท้ายคือความอึดอัดเหมือนร่างกายกำลังถูกบีบอัดเข้าไปในกล่องใบเล็กๆ
และในวินาทีที่สติสัมปชัญญะกำลังจะขาดสะบั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
เสียงที่ไม่ได้มาจากระบบอัตโนมัติ แต่เป็นเสียงที่นุ่มนวล คุ้นเคย และแฝงไปด้วยความรักใคร่
[หลับให้สบาย... เหนื่อยมามากแล้ว... เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง]
เสียงคลื่น ครืน... ครืน... จากเบื้องล่างกลายเป็นเพลงกล่อมเด็ก
โลกของอคินดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดอันอบอุ่น
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
ติ๊ง!
เสียงกังวานใสไม่ได้ดังผ่านโสตประสาท แต่มันสั่นสะเทือนขึ้นมาจากแกนกลางของวิญญาณ
กระชากสติของอคินให้หลุดพ้นจากห้วงความมืดอันไร้ฝัน
เปลือกตาของเขาเปิดโพลงขึ้นฉับพลันในวินาทีที่ตัวเลขดิจิทัลเปลี่ยนผ่าน
ไม่มีอาการงัวเงีย ไม่มีความรู้สึกปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อที่คนเพิ่งตื่นควรจะมี
ร่างกายของเขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมราวกับเครื่องจักรที่เพิ่งถูกสับสวิตช์เดินเครื่อง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 21 มีนาคม]
[อรุณสวัสดิ์... วันนี้ก็พยายามเข้านะ]
อคินเผลอยิ้มออกมาบางๆ
เมื่อเห็นข้อความบรรทัดสุดท้าย มันดู... ใส่ใจ... ผิดวิสัยโปรแกรมอัตโนมัติทั่วไป
เขาไม่เคยบอกใคร
แต่ลึกๆ แล้วเขาเชื่อว่า 'ระบบ' หรือพระเจ้าที่ดูแลเขาอยู่ ต้องเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาแน่ๆ ถึงได้คอยให้กำลังใจกันขนาดนี้
'ขอบคุณครับ... วันนี้ผมจะลุยให้เต็มที่'
เขาตอบกลับในใจ พลางดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
กลิ่นอับชื้นของราในบ้านต้นไม้ลอยแตะจมูก แต่ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเขาแยกแยะได้มากกว่านั้น
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากป้อมยามข้างล่าง
กลิ่นเหงื่อไคลของคนที่เพิ่งเลิกงาน และกลิ่นสาบสางเจือจางของสัตว์เลื้อยคลานที่ลอยมาตามลมจากทิศตะวันตก...
ไกลออกไปเกือบกิโลเมตร
เขาคว้าดาบสั้นและโล่กลมคู่กายที่วางพิงผนังขึ้นมาสวมใส่ น้ำหนักของมันเบาหวิวในความรู้สึก
อคินจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตพนักงานออฟฟิศที่ขาดวิ่นให้เข้าที่
ก่อนจะสวมทับด้วยเกราะหนังออร์คที่เขาภาคภูมิใจ ความรู้สึกปลอดภัยจากแผ่นหนังหนาๆ ที่โอบรัดลำตัวทำให้เขามั่นใจขึ้น
อคินผลักประตูบ้านต้นไม้ออก ลมเย็นยามค่ำคืนพัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้า
"โฮ่ง!"
เสียงเห่าทักทายดังมาจากข้างล่าง เจ้า 'โบ้' สุนัขพันทางสีน้ำตาลแดงยืนกระดิกหางรออยู่แล้ว
ข้างๆ กันคือ 'ส้มซ่า' 'ปลาเผา' และ 'บัวลอย' แก๊งสามเหมียวที่นั่งเลียขนอย่างสบายอารมณ์
ราวกับรู้เวลาตื่นของเขาแม่นยำยิ่งกว่านาฬิกาปลุก
"ไงพรรคพวก... ตื่นมารอกันพร้อมหน้าเลยนะ"
อคินไต่บันไดลิงลงมาอย่างคล่องแคล่ว ทันทีที่เท้าแตะพื้น โบ้ก็พุ่งเข้ามาเอาหัวดุนขาเขาอย่างออดอ้อน
"ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง"
เขาพยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีมสี่ขา ก่อนจะเดินนำไปทางโรงครัว โดยมีขบวนสัตว์เลี้ยงเดินตามหลังเป็นพรวน
...
บรรยากาศในโรงอาหารยามค่ำคืนคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยและกลิ่นอาหาร
คบไฟตามเสาไม้ส่องสว่างวูบวาบ
ผู้คนในค่ายต่างจับกลุ่มกันกินมื้อเย็น บ้างก็หัวเราะ บ้างก็นั่งปรับทุกข์ถึงชีวิตที่ผ่านมา
แต่สำหรับอคิน... กลิ่นอาหารเหล่านั้นไม่ได้กระตุ้นน้ำย่อยของเขาเลย
เขารู้สึก 'เฉยชา' กับความหิวจนน่าประหลาดใจ แต่เขารู้ดีว่าร่างกายมนุษย์ต้องการเชื้อเพลิง
"อ้าว พ่อหนุ่มนักรบกะดึก! มาแล้วเหรอ"
ป้าแม่ครัวร้องทักด้วยรอยยิ้มใจดี ทันทีที่เห็นอคินเดินเข้ามา นางรีบตักแกงราดข้าวพูนจานยื่นให้
"วันนี้มาช้านะ มาๆ ป้าเก็บส่วนเนื้อๆ ไว้ให้แล้ว... ส่วนนี่ของเจ้าโบ้กับแก๊งเหมียว ถึงเจ้าโบ้จะแอบมาขอป้ากินไปรอบนึงแล้วตอนเที่ยงก็เถอะ"
นางวางชามข้าวสี่ใบลงบนพื้น โบ้รีบวิ่งเข้าไปกินอย่างมูมมามราวกับอดอยากมาเป็นปี
ส่วนพวกแมวค่อยๆ เดินเข้าไปดมฟุดฟิดก่อนจะเริ่มเล็มกินอย่างผู้ดี
"แกแอบมากินก่อนเพื่อนเหรอเนี่ย"
อคินก้มลงเขกหัวโบ้เบาๆ ด้วยความหมั่นไส้
หงิง... เจ้าโบ้ครางเสียงอ่อย ทำตาละห้อยใส่จนเขาต้องหลุดขำ
"อย่าไปว่ามันเลย พ่อหนุ่มนั่นแหละ กินแค่วันละมื้อเอง จะเอาแรงที่ไหนไปสู้กับพวกสัตว์ประหลาด"
ป้าแม่ครัวบ่นอุบ
"คนปกติเขากินกันสามมื้อนะพ่อคุณ"
"ผมมีเวลาจำกัดน่ะครับป้า"
อคินตอบพลางตักข้าวเข้าปาก
"ถ้ากินบ่อยก็เสียเวลาทำงานแย่... อีกอย่าง ระบบคงบัฟให้ผมไม่หิวบ่อยมั้งครับ"
เขาเคี้ยวข้าวแกงรสจัดจ้านนั้นอย่างรวดเร็ว รสชาติเผ็ดร้อนแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น
แต่ในความรู้สึกของเขา มันเหมือนการเติมน้ำมันให้เครื่องจักรมากกว่าการลิ้มรสความอร่อย เขาต้องรีบ... เวลาทุกวินาทีมีค่า
"เฮ้ อคิน! ทางนี้!"
เสียงเรียกดังมาจากโต๊ะไม้ไผ่ตัวยาว เอก ยามกะเดียวกันกับเขาที่กำลังนั่งโซ้ยข้าวอยู่กวักมือเรียก
"หวัดดีครับ"
อคินเดินเข้าไปทักทายพลางกระดกน้ำดื่มอึกใหญ่
"กินแค่มื้อเดียวอีกแล้วเหรอวะ?"
เอกส่ายหัว
"เอ้อ ได้ยินข่าวจากหน่วยลาดตระเวนกลางวันไหม? เห็นว่าค่ายทางเหนือเริ่มทำฟาร์มปศุสัตว์แล้วนะ มีการจับพวกแพะ ไก่ เป็ด ที่รอดชีวิตมาเพาะเลี้ยงด้วย... โลกเรานี่มันปรับตัวเร็วจริงๆ"
"ปศุสัตว์..."
อคินทวนคำ ภาพความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ภาพของสัตว์เลี้ยงมากมายในกรงขัง... แต่เขาเลือกที่จะปัดมันทิ้ง
"ดีเลย งั้นอีกหน่อยคงมีเนื้อสัตว์ให้กินเยอะขึ้น"
อคินรวบช้อนส้อม ลุกขึ้นยืน
"ผมไปก่อนนะครับ ต้องรีบไปอาบน้ำเตรียมตัว... ตั้งแต่ตื่นมายังไม่ได้ล้างหน้าเลย เดี๋ยวตัวเหม็นแย่"
เขารีบยกจานไปเก็บ ทิ้งให้เอกมองตามหลังด้วยสายตาครุ่นคิด
"ตัวเหม็น? มันเพิ่งตื่นไม่ใช่เหรอวะ... กลิ่นสบู่อ่อนๆ นั่นมัน..."
เอกพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยักไหล่แล้วหันไปสนใจจานข้าวต่อ
...
อคินเดินออกจากโรงอาหาร มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำรวม
ลมเย็นพัดผ่านเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มเหงื่อเล็กน้อย
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมของเขาดูแปลกแยกในสายตาคนอื่นแค่ไหน
การกินอาหารเพื่อดำรงชีพ การตื่นตัวตลอดเวลา และความมุ่งมั่นที่ดูเหมือนไม่มีวันหมด
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ อคินเดินกลับไปที่หน้าประตูค่าย โบ้และแก๊งแมวมารออยู่แล้ว พวกมันดูสดชื่นและพร้อมลุย
"ไปกันเถอะ"
เขาพยักหน้าให้พวกมัน เดินตรงไปยังป้อมยามหน้าประตูค่าย
ที่นั่น 'ต้น' ยามกะดึกร่างท้วมกำลังนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้พลาสติก
ข้างๆ มีกองกระป๋องกาแฟเปล่าเกลื่อนกลาด เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ต้นก็สะดุ้งโหยง เกือบทำไฟฉายหลุดมือ
"เชี่ย! ...อ้าว อคินเองเหรอวะ"
ต้นถอนหายใจแรง ยกมือลูบอก
"เดินให้มันมีเสียงหน่อยสิวะ อย่างกับผี... มาเงียบกริบเลยนะเอ็ง"