ล็อบบี้โรงแรม
ดาห์เรนชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นพนักงานสาวหลายคนกำลังจับกลุ่มซุบซิบอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
คิ้วหนาขมวดชิดอย่างมั่นใจว่าต้องมีข่าวเด็ดอะไรสักอย่างเป็แน่ไม่อย่างนั้นแม่เ้าประคุณทั้งหลายคงไม่มาสุมหัวขยายความกันแต่เช้า ขายาวๆก้าวสามขุมรวมกลุ่มเงียบกริบ
“จริง! นายถึงกับออกปากว่า ‘ผู้หญิงของฉัน’ เชียวนะ”
“ดูท่านหวงมากด้วย ขนาดผู้หญิงคนนั้นลงมาข้างล่างแค่ไม่กี่นาทีท่านยังต้องลงมาตามด้วยตัวเอง อูยยย! แถมยังจูงมือกันด้วยต่อหน้าต่อสองตาฉันเลยล่ะ ใจงี้ปวดจี๊ดๆ คิดดูสิ!เคยเป็ฝ่ายไปหาใครซะที่ไหน..มีแต่คนอื่นจ้องมาหา”
“เรอะ! อยากเห็นหน้าแม่คนนั้นจัง เป็ใครมาจากไหนห๊าเคยพามาที่นี่หรือเปล่า”เสียงกระแอมไอดังขัดขึ้นก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ทำตัวราวกองสอดแนมจะชะโงกมาตอบ
“ไม่เคยพามาหรอก คุณผู้หญิงคนนั้นเพิ่งมาเปิดตัวที่นี่เป็ครั้งแรกเธอเป็ลูกสาวของมหาเศรษฐีชื่อดังจากรัฐไคเมน ไม่ทราบว่ามีใครสงสัยอะไรอีกไหม”ดาห์เรนฉีกยิ้มกระจ่างอย่างเป็กันเอง
แต่กลับทำให้คนแถวนั้นหน้าปั้นยากในทันที ไม่รู้ว่าอากาศบางเบาจนน่าอึดอัดหรือว่ามันยังเช้าตรู่เกินไปถึงได้ทำท่าว่ายิ้มไม่ออกกันเป็แถว
“เอ้า! ทำไมไม่คุยกันต่อล่ะ..กำลังสนุกเลย ฉันจะได้ฟังฆ่าเวลาระหว่างรอเ้านายพวกเธอลงมา”พระเ้าช่วยกล้วย(แขก)ทอด ต่างพากันมองหน้าเลิกลั่ก
“เอ่อ..คุยนานไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ไปลงเวลาทำงานเลยเดี๋ยวสายขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็สลายหายเข้ากลีบเมฆ เอ่อ..ไม่ใช่! หายเข้าห้องโน้นห้องนี้กันไป
คนทำวงแตกได้แต่ยืนมองก่อนพึมพำกับตัวเอง
“ผู้หญิงของฉัน”
อย่างน้อยวันนี้ก็มีอะไรดีๆ ไปทักทายไอ้เพื่อนยากแล้ว
บานประตูถูกเปิดออกพร้อมกันทำให้สองสายตาประสานราวนัดหมาย
ระรินดาวรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันั้แ่เช้าอย่างนี้คล้ายๆ ว่าเธอยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับคนที่มักทำให้หัวใจเต้นไม่เป็ส่ำอยู่เรื่อยยิ่งเขาจ้องมองอย่างไม่วางตาแบบนี้
อยากหายตัวได้จัง
“ตื่นมาก็ดี”ชายหนุ่มเปิดฉากทักทายเช้าวันใหม่ที่ไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่ในความคิดหญิงสาว
ใครว่าเพิ่งตื่น ยังไม่ได้นอนต่างหาก
“จะได้มาช่วยฉันแต่งตัว” ทำคนฟังเบิกตาเต็มที่ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากค้าน
“ทำอะไรไว้ล่ะ แขนฉันยังเจ็บอยู่เลย แล้วจะใส่เสื้อผ้ายังไง..ไม่ถนัด”หลักฐานชิ้นเอกถูกยกขึ้นตอกย้ำให้ตัวการพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองรอยเืแห้งกรังเป็คราบคล้ำที่ผ้าพันแผล
เอาเถอะน่า..ไม่ให้ช่วยอาบน้ำก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว
ยังไม่ทันที่คนปลงตกจะได้ก้าวผ่านประตูเข้าไปในห้องส่วนตัวของคนชวนมือหนารีบคว้าแขนเรียวรั้งไว้เพียงเพราะเขาสังเกตเห็นใบหน้าอิดโรยของเ้าหล่อน
“ได้หลับบ้างหรือเปล่า”
“ฉันดูแย่มากเหรอคะ”ท่าทีตกตื่นของเธอทำอีกฝ่ายแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่
ผู้หญิงนี่นะ..ยังไงก็ห่วงสวย
เขาตีหน้าเฉยเอ่ยเสียงเรียบ
“เปล่านี่ ก็ยังดูดี..คล้ายๆ หมีแพนด้า” คราวนี้คนตากลมยิ่งถลึงโตกว่าเดิมก่อนปรี่เข้าห้องของเขาเพื่อตรงไปยังกระจกบานใหญ่
เมอยาฟมองคนตัวเล็กอย่างแปลกใจที่เ้าหล่อนกล้าเดินดุ่มเข้าห้องนอนของเขาอย่างไม่นึกกลัว
ทั้งที่เมื่อครู่ยังดูละล้าละลัง กว่าจะรู้ตัวอีกทีคงเป็ตอนที่เขากดล็อกประตูห้องแล้วกระมัง
น่าเป็ห่วงจริง ซื่อๆ ตรงๆ อ่อนต่อโลกชะมัดหากเป็ผู้ชายคนอื่นคง..อย่างนี้จะกล้าปล่อยให้ไปไหนโดยไม่มีเขาได้อย่างไร!
“พูดเกินจริง” ระรินดาวหันมาต่อว่าหลังจากสำรวจสภาพตัวเอง“หน้าตาคุณต่างหากที่เหมือนหมีแพนด้า”
แน่ะ!
เมอยาฟมองคนยอกย้อนได้น่ารักเป็ธรรมชาติอย่างไม่ถือสาเขาส่ายหน้าให้กับตัวเอง
ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
นึกก่นด่าตัวเองในใจ เพราะเวลานี้เขาไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกตัวเองได้ว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้
หากแต่ความคิดแปลกแยกสวนทางกับความโกรธแค้นอยู่ในทีจนทำให้เขาเสียความเป็ตัวเองอย่างนั้น..ก็ยอมรับไปตรงๆ เสียเลยจะได้หมดเื่
“่นี้ฉันงานเยอะ ทั้งงานโรงแรม บริษัทนี่ยังไม่นับรวมส่วนที่จะขยายพื้นที่ขุดเจาะน้ำมันอีก” เ้าของเสียงทุ้มเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งแล้วพูดต่อ“เร็วเข้า หยิบชุดสีขาวนั่นมา”
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย แต่มือเ้ากรรมมันดันสั่นพั่บๆ อยู่ได้
โลกปัจจุบันในยุคเสรีนิยมที่หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นออกจะมากเกินจนน่าใจหายด้วยซ้ำ คงมีเพียงเธอกระมังที่ยังทำตัวโบราณตามกรอบของหญิงไทยแท้ทุกกระเบียดนิ้ว
ผู้ชายอะไรไม่นึกถึงหัวอกลูกผู้หญิงแถบเอเชียอย่างเธอบ้างถึงแขนเจ็บทำอะไรลำบากก็ไม่น่าเหลือบ่ากว่าแรงให้มายืนดูอยู่ได้ไม่เกรงใจ..เป็พี่น้องหรือสามีก็ว่าไปอย่าง
ทันทีที่เมอยาฟทำท่าปลดชุดคลุมออก ระรินดาวถึงกับหลับตาปี๋ร้องเสียงหลง
“ว๊าย!” ผ้าร่วงลงกองกับพื้น “นี่คุณจะแก้ผ้าโทงๆ ตรงนี้เลยหรือไงฉันไม่ได้อยากดูนะ”
“อ้าว! ถ้าไม่ถอดออกก่อนแล้วฉันจะใส่ใหม่ยังไง” เขาตัดพ้อก่อนแกล้งขู่“รีบหยิบขึ้นมาเร็ว ถ้ายับละก็ฉันจะให้เธอรีดใหม่เพราะฉันไม่ใส่ชุดอื่นนอกจากชุดนี้”
คนฟังแทบอยากบ้าตาย จำต้องเบิกตาก้มคว้ามาสะบัดสองสามทีแล้วขึงกางเป็ม่านเสียเลย
ชายหนุ่มหลุดหัวเราะเบาๆ กับอากัปกิริยาที่เห็น นึกครึ้มใจอยากแกล้งต่อพอเขาสวมชุดพื้นเมืองตัวยาวเรียบร้อยก็เริ่มออกคำสั่ง
“หันหลังอย่างนั้นแล้วจะติดกระดุมให้ฉันยังไง” คนฟังห่อปากก่อนเม้มแน่น
ให้ตายเถอะ!
“เร็วเข้า!” คนถูกเร่งสะดุ้ง รีบหันขวับมาเพื่อพบว่าอีกฝ่ายยืนตัวเหยียดตรงเชิดลำคอขึ้นรอ
ระรินดาวผ่อนลมหายใจบางเบา..กับผู้ชายคนนี้เธอต้องยอมทำตามใจเขาทุกอย่างเลยใช่ไหมเดาใจไม่ถูกเลยว่าจะอย่างไร..เมื่อวานก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
คนตัวเล็กขยับเข้ามาใกล้จากจุดที่ยืนอยู่เพียงแค่ก้าวเดียวและเขาคงพิจารณาแล้วว่าเพียงแค่นั้นคงไม่พอจะทำให้แขนสั้นๆ ของเ้าหล่อนจัดการอะไรได้ถนัดถนี่
มือหนาคว้าเอวดึงเข้าหาแต่คงออกแรงมากไปหน่อยร่างเล็กๆจึงถลามาซบลงแผ่นอกเขาพอดี
“ว้าย! คุณ”
“ยืนซะห่างอย่างนั้นจะติดกระดุมให้ฉันได้ยังไง!” เธอเงยหน้ามาตอบ
“ก็แล้วถ้าใกล้ขนาดนี้จะติดยังไงล่ะคะ”
เขาจำต้องดันเธอออกห่างอย่างนึกเสียดายขณะปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการอย่างเบามืออดคิดไม่ได้ว่าควรให้ช่างตัดเสื้อเย็บกระดุมเพิ่มสักร้อยเม็ดคงดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” คนฟังย่นคิ้ว
ต้องสั่งช่างทำโดยด่วน!
เมื่อเห็นว่าคนตัวโตไม่ยอมปล่อยเธอเป็อิสระสักที มือเล็กจึงค่อยๆยกขึ้นบังริมฝีปากของตัวเองอย่างนึกเกรงว่าอีกฝ่ายอาจรุกล้ำได้อีก
เมอยาฟหัวเราะหยันในลำคอ นึกขำคนที่คิดว่าตัวเองจะรอดพ้นจากอะไรต่ออะไรได้อย่างง่ายดายแต่มีหรือคนได้ประโยชน์มาตลอดจะยอมเสียมันไป
ไม่มีทาง
ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนหน้าผากมนซึ่งปราศจากการปกป้อง..เพียงพอแล้วสำหรับเช้านี้
“ฉันก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน”
ระรินดาวยังคงอึ้งอยู่นั่นมีเพียงเปลือกตากะพริบถี่ทอดมองเื้ัคนที่ผละจากไปอย่างคาดไม่ถึง