Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 141 ดักฟัง

    ตอนที่ 141  สี่ทุ่มครึ่ง            “คงใกล้ได้เวลาไปรับพ่อฉันแล้วยังไงฉันขอตัวก่อนนะฮิคาริขอบใจนะที่ให้มานั่งเล่นที่บ้านเธอฆ่าเวลา” ไซโต้มองดูนาฬิกาซึ่งใกล้ได้เวลาไปรับพ่อของเขาตามที่บอกกับฮิคาริไว้เมื่อเกือบสองชั่วโมงก่อนแล้ว            “โอเคยังไงก็ขับรถดีๆล่ะ” ฮิคาริพยักหน้าให้จากนั้นทั้งคู่ก็ลุกขึ้นส่วนฮิคาริก็เตรียมเดินไปส่งไซโต้ขึ้นรถออกจากบ้านไปแต่ทว่าระหว่างเดินจู่ๆไซโต้ก็เดินเซมาชนฮิคาริ            “อ๊ะ...โทษทีขาเป็นเหน็บสงสัยนั่งนานไปหน่อย” ไซโต้ที่เดินเซมาชนฮิคาริรีบขอโทษ            “ไม่เป็นไรทาเครุ...ยังไงก็ฝากสวัสดีคุณลุงด้วยนะ” ฮิคาริบอก            “อือเอาไว้เดี๋ยวฝากบอกให้” ไซโต้พยักหน้าพร้อมทั้งขึ้นรถและขับออกจากบ้านตระกูลทาเคนากะไป            “เฮ้อ...ให้ตายสิกว่าจะไปได้” ฮิคาริมองดูรถไซโต้ที่ขับแล่นออกไปจากบ้านและถอนหายใจออกมา            “เอาล่ะกลับไปดูพวกดนัยดีกว่าไม่รู้ป่านนี้ฝึกไปถึงไหนแล้ว” ฮิคาริพูดก่อนจะเดินกลับไปที่อาคารด้านหลัง  ทางด้านไซโต้            เอี๊ยด !! ไซโต้ขับรถออกมาจากบ้านตระกูลทาเคนากะไม่ไกลเขาก็รีบจอดรถที่ข้างถนนทันที            “ให้ตายสิไม่อยากทำอย่างนี้เลย” ไซโต้พูดก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่รอฟังอะไรบางอย่างไม่นานเสียงของใครบางคนก็ดังให้ไซโต้ได้ยินซึ่งนั่นไม่ใช่เสียงใครที่ไหนเลยนอกจากฮิคาริ            เป็นไงบ้างซ้อมไปถึงไหนแล้ว เสียงฮิคาริดังขึ้นในหูฟังของไซโต้            ใช่แล้วก่อนหน้านี้นั้นที่ไซโต้เซไปชนฮิคาริแล้วบอกว่าขาเป็นเหน็บนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่เลยไซโต้นั้นแค่แกล้งเซไปแล้วติดเครื่องดักฟังที่ซื้อมาจากต่างประเทศไว้ที่ตัวของฮิคาริต่างหากซึ่งเครื่องดักฟังที่ไซโต้แอบติดไว้นั้นเป็นรูปแบบกระดุมติดไว้ด้วยกาวที่ไม่เหนียวมากนักพอเวลาผ่านไปกาวมันจะเริ่มหลุดออกมาเองภายในหนึ่งชั่วโมงและไซโต้ก็ลองด้วยตัวเองมาหลายครั้งแล้วว่ามันหลุดง่ายและสังเกตเห็นยากขนาดไหนดังนั้นไซโต้จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่โดนจับได้แน่นอนว่าแอบติดเครื่องดักฟังเอาไว้            กำลังติดเพลตอีกนิดก็ใกล้เสร็จแล้วล่ะเธอนั่นแหละไปไหนมาเป็นชั่วโมง เสียงผู้ชายซึ่งเป็นเสียงของดนัยดังขึ้น            “เสียงหมอดนัยซ้อมผ่าตัดกันอยู่สินะแต่ติดเพลตงั้นเหรอคงเป็นเคสซ่อมลิ้นหัวใจรั่วสินะแต่ว่าพูดยังกับได้ผ่าตัดหัวใจอยู่จริงงั้นแหละ” ไซโต้สงสัยคำพูดของดนัยที่พูดเหมือนกับกำลังผ่าตัดจริงอยู่            ถึงขั้นตอนนี้แล้วสินะดูจากเวลาแล้วช้าไปหน่อยนะดนัย...แล้วอาการเป็นยังไงบ้างคะคุณรินะ เสียงฮิคาริถามรินะที่ไซโต้พอจะรู้จักว่าเป็นพยาบาลวิสัญญีแพทย์เพราะเขาเคยเข้าห้องผ่าตัดด้วยกันสองสามครั้ง            ความดันกับอัตราการเต้นของหัวใจปกติดีค่ะแต่ก่อนหน้านี้มีตกวูบลงมาอยู่เหมือนกัน รินะบอก            อ้อนั่นเป็นเพราะฉันไปแตะโดนเส้นประสาทน่ะมัวแต่พยายามเลี่ยงท่อน้ำเหลืองแต่ดันลืมเส้นประสาทไปเสียได้ดีนะไม่ได้ลงมีดไปไม่งั้นการฝึกรอบนี้คงล้มเหลวไปแล้ว เสียงของหมอมิโฮะพูด            “หือ...เดี๋ยวสิที่พูดกันอยู่นี่มันไม่เหมือนซ้อมธรรมดาแล้วนะนี่มันเหมือนกับกำลังผ่าตัดจริงอยู่เลย !!” ไซโต้อุทานออกมา            อ๊ะ...แย่แล้วค่ะความดันตก...ชีพจรกำลังเต้นชาลงค่ะ เสียงรินะรีบเตือนหลังจากมีบางอย่างผิดปกติ            ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องวัดชีพจรร้องเตือนดังลั่นหูของไซโต้            บ้าจริงพลาดอีกแล้ว !! เสียงดนัยสบถออกมาและแล้วเสียงเครื่องวัดชีพจรก็ดังออกมายาวๆเป็นสัญญาณว่าหัวใจหยุดเต้น            เอาล่ะการผ่าตัดล้มเหลววันนี้พอเท่านี้แหละถอดเครื่อง VR-Life แล้วแยกย้ายซะก่อนที่รถแท็กซี่จะหมด !! เสียงฮิคาริบอกกับทุกคน            โอเค/เข้าใจแล้วค่ะ !! เสียงของดนัยและเสียงของผู้หญิงหลายคนตอบก่อนไซโต้จะได้ยินเสียงกุกกักเหมือนกับกำลังเก็บของกันอยู่หรืออะไรสักอย่างสักพักก็ได้ยินเสียงเสียดสีของเนื้อผ้าซึ่งดูเหมือนฮิคาริจะขยับเดินไปไหนมาไหนอยู่            กึก !! เสียงบางอย่างหล่นซึ่งนั่นไม่ใช่อะไรที่ไหนมันคือเสียงของเครื่องดักฟังที่หลุดออกมาเพราะกาวเริ่มติดไม่อยู่และฮิคาริที่ขยับตัวมากเกินไปนั่นเอง            เปรี๊ยะ !! เสียงเครื่องดักฟังของไซโต้ถูกทำลายและสัญญาณก็ขาดหายไปดูเหมือนจะมีคนเผลอเดินไปเหยียบเครื่องดักฟังของเขาจนพัง            “อ๊ะ...โดนเหยียบพังซะแล้วใครกันนะเหยียบทำลายหลักฐานให้ว่าแต่ VR-Life งั้นเหรอ !!” ไซโต้พูดออกมาเขานั้นเคยได้ยินชื่อของเครื่องที่ฮิคาริพูดออกมาเมื่อครู่นี้            จากนั้นไซโต้ก็หยิบมือถือออกมาและโทรไปที่ไหนสักที่ซึ่งเป็นเบอร์ของต่างประเทศ            ว่าไงหลานรักโทรมาบ่ายๆแบบนี้มีอะไรเหรอน้ายังไม่เลิกงานเลยนะ ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิง            “ที่อังกฤษมันบ่ายสามแต่ที่นี่น่ะห้าทุ่มแล้วนะครับน้าไวโอเล็ตถ้ารอให้น้าเลิกงานตอนทุ่มนึงนี้มีหวังพรุ่งนี้ไปทำงานสายแน่เลย” ไซโต้พูดซึ่งปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นน้าของเขาที่อยู่ที่อังกฤษนั่นเอง            อ๊ะน้าลืมไปว่าหลานอยู่ญี่ปุ่นที่เวลาเดินเร็วกว่าที่อังกฤษแปดชั่วโมง ไวโอเล็ตปลายสายพูด            “ก็ใช่ไงครับถ้าผมรอให้ถึงเวลาน้าเลิกงานแล้วค่อยโทรหาล่ะก็กว่าจะได้โทรก็ตีสามโน่น” ไซโต้บอก            จ้าๆว่าแต่โทรมามีอะไรหรือเปล่า ไวโอเล็ตถาม            “ก็ต้องมีสิครับน้าวานให้ผมสืบเรื่องอะไรไว้ล่ะ” ไซโต้ตอบ            หือได้เรื่องแล้วเหรอพึ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเองนะ ไวโอเล็ตพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ            “หึคิดว่าผมเป็นใครกันครับน้านี่น่ะไซโต้ ทาเครุนะครับ” ไซโต้พูด            โอเคไซโต้ ทาเครุคนเก่งของน้าเองว่าแต่ได้เรื่องยังไงบ้างมันอยู่ที่ญี่ปุ่นใช่มั้ย ไวโอเล็ตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ติดเล่นอีกต่อไป            “ครับเจ้า VR-Life ที่น้าเคยบอกมันอยู่ที่ญี่ปุ่นแต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่โครงการในกระดาษอย่างที่น้าบอกผมแล้วล่ะเพราะดูเหมือนมันจะถูกสร้างออกมาแล้วครับ” ไซโต้พูดด้วยความจริงจังกลับเช่นกันซึ่งนั่นทำเอาน้าของเขาที่อยู่ปลายสายเงียบไปหลายวินาที            งั้นเหรอเห็นทีว่าน้าคงต้องลาพักร้อนแล้วกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นที่ไม่ได้กลับไปมาตั้งสิบกว่าปีหน่อยแล้วล่ะ ไวโอเล็ตพูดหลังจากเงียบไปหลายวินาที  กลับมาที่ดนัย            “เอ่อ...ดนัยจะกลับด้วยกันมั้ยคะวันนี้ฉันจะกลับไปพักที่หอค่ะพอดีมีเข้าเวรตอนเช้า” ยูมิถามดนัย            “ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็ขอกลับด้วยนะครับ” ดนัยพยักหน้าเตรียมเดินออกจากห้องตามยูมิแต่ตอนนั้นเองเท้าของเขาก็เผลอไปเหยียบอะไรบางอย่างเข้า            แกร๊ก !! ดนัยเผลอไปเหยียบอะไรบางอย่างเข้าจึงชะงักเท้าและก้มมองดู            “อะไรเหรอคะดนัย” ยูมิหันมาถามหลังจากเห็นดนัยชะงักหยุดไป            “ดูเหมือนจะเหยียบอะไรบางอย่างเข้าน่ะครับ...อะไรเนี่ยกระดุมเหรอ” ดนัยก้มหยิบสิ่งที่เหยียบขึ้นมาดูซึ่งลักษณะมันเหมือนกับกระดุมเลย            “คงเป็นกระดุมของเสื้อนอกใครสักคนนั่นแหละค่ะ” ยูมิพูดเพราะทุกคนนั้นล้วนมีเสื้อนอกกันหมดเพราะอากาศญี่ปุ่นค่อนข้างเย็นจึงต้องใส่เสื้อหลายตัว            “นั่นสินะครับเก็บเอาเศษไปทิ้งด้านนอกแล้วกัน” ดนัยเองก็คิดว่าคงเป็นกระดุมของเสื้อนอกใครสักคนเหมือนกันเขาจึงเก็บเศษมันไปทิ้งด้านนอกอาคารให้จากนั้นเขาก็ขึ้นรถยูมิกลับไปที่หอพักของโรงพยาบาลส่วนคนอื่นก็เรียกแท็กซี่แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน  วันต่อมา          วันนี้เป็นวันที่ดนัยต้องมาทำงานที่แผนกโภชนาการทำให้วันนี้ทั้งวันเขาจึงค่อนข้างว่างเพราะแผนกโภชนาการนั้นจะยุ่งแค่ช่วงเช้า เที่ยงและเย็นเท่านั้นทั้งวันดนัยจึงเอาแต่เล่นเกมส์เพื่อทำคะแนนขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแซงหน้าฮิคาริ            Game Over !!... Your Point 6,725,630 !!          “ชิเผลอไปใส่สมาธิกับนิ้วอีกแล้ว...แต่พอได้ฝึกแบบนี้ชักจะเห็นผลการฝึกแล้วแฮะเพราะหลักจากได้ฝึกตอนผ่าตัดไม่ต้องเพ่งสมาธิไปที่นิ้วแต่เราก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่ากดมีดลงไปกี่เซน” ดนัยพูดออกมาตอนนั้นเองพยาบาลจากแผนกโภชนาการก็ตะโกนเรียกดนัยที่หลบมุมนั่งเล่นเกมส์อยู่            “หมอดนัยคะใกล้ได้เวลาเตรียมอาหารเย็นให้ผู้ป่วยแล้วนะคะมาช่วยกันหน่อยค่ะ” พยาบาลแผนกโภชนาการเรียกดนัย            “โอเคครับเดี๋ยวผมไปช่วย !!” ดนัยเก็บมือถือและรีบลุกขึ้นไปช่วยงานของแผนกโภชนาการทันทีซึ่งงานของแผนกโภชนาการนั้นคือจัดอาหารให้ผู้ป่วยซึ่งงานของแผนกนี้ดูเหมือนจะง่ายแต่ที่จริงแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยเพราะมันต้องมีความละเอียดเป็นอย่างมากเพราะผู้ป่วยแต่ละคนนั้นต้องได้รับอาหารที่ถูกต้อง            อย่างเช่นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่พึ่งจะได้รับการผ่าตัดมาผู้ป่วยจำพวกนี้ต้องกินอาหารที่ไม่มีน้ำตาลและไม่ใช่อาหารทะเลที่ทำให้แผลอักเสบทั้งยังต้องดูลึกลงไปถึงสภาพอากาศและสภาพร่างกายของผู้ป่วยวันนั้นๆนั้นถ้าวันนี้อากาศเย็นก็ต้องทำอาหารที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแต่ก็จะทำมั่วๆไม่ได้เพราะต้องดูยาที่ผู้ป่วยได้รับอีกต้องทำอาหารให้ไม่ไปทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงเพราะมียาบางตัวที่ไม่สามารถทานร่วมกับอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดได้            ดังนั้นงานของแผนกโภชนาการจึงต้องอาศัยความละเอียดเป็นอย่างมากเพราะถ้าไม่ละเอียดการให้ผู้ป่วยทานอาหารอาจจะทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงหรือหายช้ากว่าปกติก็เป็นได้  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน