ลมหนาวพัดเข้าสู่หน้าต่างบนคอนโดสูงเสียดฟ้า จนหนาวสะท้านเข้าสู่หัวใจ
“ทำไมหนาวจังวันนี้”ขดตัวในผ้าห่มผืนหนา ไม่อยากจะเหยียดขาแต่ก็หนาวเหลือเกิน เปิดปากหาว แสงสว่างจากนอกหน้าต่าง สว่างจนตาปิด หรือม่านตาไม่ขยาย ขยับตัวดึงผ้าห่ม เล็บยาวจัง เกี่ยวเอาผ้าห่มติดมือมา ลืมตาขึ้นช้าๆ บิดี้เีเหยียดแขน เล็บอีกแล้วข่วนโดนที่นอน
“เฮ้ยขน ตัวไร! นี่มันแมวนี่ เฮ้ย… ฉันเป็แมวเหรอ” พูดภาษาคนแต่ที่ดังออกจากปากกลับเป็คำว่าเหมียวๆๆ ร่างล่อนจ้อนของใครบางคน ขยับตัวเปลือยเปล่าบนที่นอน
“หิวแล้วเหรอ.อึน.”ใครอึนใครกัน ว้าย ไอ้ลามก ร่างเปลือยล่อนจ้อน ดึงเอาตัวของเธอไปกอดทั้งๆ ที่เปลือยล่อนจ้อน
“ยี้ อย่านะ” โก้งตัวโก้งหลัง กลายเป็เสียงเหมียวๆ เหมือนเดิม
“อึนเป็อย่างไรเหม็นขี้ฟันหรือ555เดี๋ยวไปแปรงฟันก่อน”บัวชมพู มองมือมองขาของตัวเอง ตายแล้ว นี่คืออะไรกันทำไมเธอจึงกลายเป็แมวทั้งๆ ที่เมื่อคืน กลับมาถึงบ้านก็ยังเป็คนอยู่เลย แล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
คน ตัวใหญ่ ลุกขึ้นจากที่นอน บัวชมพูใช้มือปิดตาเมื่อร่างเปลือยเปล่า เดินโทงๆ เข้าห้องน้ำทั้งอย่างนั้น อะไรกัน ฝันหรือว่าอะไร บัวชมพู ยกมือขึ้นข่วนไปที่แขนของตัวเองที่มีแต่ขนรู้สึกเจ็บแปลบ ความจริงนี่หว่าว่า ทำไมถึงเป็แบบนี้
“ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย”
“เหมียวเหมียว เหมียวเหมียว”ไม่มีคำอื่นผสม เหมียวอย่างเดียว
“อึนเป็อะไร”เสียงคนรูปหล่อตัวสูง ะโถามออกมาจากห้องน้ำ บัวชมพูหุบปากวิ่ง ไปที่ระเบียงมองลงไปข้างล่างที่นี่ที่ไหนทำไมไม่คุ้นเลย แล้วมาอยู่นี่ได้อย่างไร เครื่องหมายคำถามวิ่งวนในหัวมีเื่ปาฏิหาริย์แบบนี้ด้วยหรืออยู่ๆ คนกลายเป็แมว นึกลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนหล้งจากลงจากรถไฟฟ้าได้ก็เดินเข้าซอยหน้าคอนโดนั่นเองแมวเอ็กโซติก สีขาวสะอาดตัวหนึ่งร้องเหมียวๆ อยู่บนต้นไม้สุนุัขพันธ์ปอมฯ อีกตัวนั่งจ้องอยู่ด้านล่างผู้คนเดินผ่านไปมาไม่มีใครสนใจ บัวชมพูเห็นแล้วนึกเอ็นดู ดุสุนัขตัวน้อยแล้วอุ้มเ้าแมวตัวเล็กลงมาแต่เวร เล็บคม ๆ นั้น กับเกาะติดต้นไม่แน่นเพราะกลัวตก บัวชมพูทั้งดึงทั้งยกสุดท้ายก็สำเร็จเ้าแมวน้อยใ จิกเล็บเข้าไปที่แขนซ้ายอย่างแรงบัวชมพูปล่อยมันลงบนพื้นเพราะความเจ็บแปลบที่แขน เ้าแมวน้อยวิ่งหนีไปยกแขนขึ้นมาดู แผลไม่ลึกนักแต่เืชิบ ไม่ได้สนใจอะไรเดินขึ้นคอนโดอาบน้ำนอน เหมือนที่เคยทำทุกวันพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน อากาศเริ่มเย็น เพราะเข้าสู่ฤดูหนาว ความคิดหยุดลงแค่นั้นเมื่อร่างบึกบึนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของใครไม่รู้ที่นอนร่วมเตียง เดินออกมาจากห้องน้ำคราวนี้มี ผ้าขนหนูปิดเ้านั่นไว้ด้วย หน้าอก เต็มไปด้วย มัดกล้ามแน่นน่าขบกัด ไม่ ไม่ อย่ามองตะบะจะแตก
“มองอะไรอึน หล่อใช้ม้า”ยืนเบ่งกล้ามให้แมวอย่างบัวชมพูดู อ้าวเฮ้ย บัวชมพูเหมือนเ้าแมวตัวนั้นไม่มีผิดเพี้ยนเลย หรือว่า โดนเชื้อโรคอะไรบางอย่าง
“วันนี้ กินไรดี แกไม่ชอบอาหารกระป๋องฉันรู้วันนี้ ฉันทอดปลาให้ก็แล้วกัน”ปลา ๆๆๆ โอ๊ย หิวๆๆ น้ำลายไหล
“เหมียว เหมียว เหมียว”ว่าแต่บัวชมพูไม่ชอบกินปลานี่ เหม็นคาว ร่างใหญ่เดินไปที่ เคาน์เตอร์ สำหรับทำครัวที่แยกเป็สัดส่วน ห้องค่อนข้างกว้างและใหญ่ ไม่น่าอาศัยอยู่คนเดียวน่าจะมีครอบครัวสมัยนี้คอนโดห้องใหญ่ขนาดนี้ราคา หลายตังค์บัวชมพูยังอยู่ห้องนิดเดียวเองกลิ่น ปลาทอดโวยเข้าจมูก ทำไมหอมจัง ไม่ไม่ไม่กิน ม้าย….. วิ่งแน่บ ไปคลอเคลียคนทอดปลา
“เหมียว เหมียว”
“หิวแล้วสิสักครู่ครับคุณอึน ปกติคุณจะอึน ผมเรียกไม่มาทำไมวันนี้ ขี้อ้อนจัง”อุ้มบัวชมพูขึ้นมองสบตาก่อนจะจุ๊บที่ปากเบาๆ หาผู้ชายจุ๊บแมว ผู้ชายแบบไหนกันหันหน้าหนีไม่ยอมให้จุ๊บ
ปล่อยฉ้านะ นายคนผีทะเล หันหนีใช้ มือทั้งสองข้าง ขาหน้ายัน ใบหน้าสากๆ ที่เต็มไปด้วยไรนวด นั้นออกห่าง อย่านะไม่อย่างนั้นข่วน
“เหมียว ๆๆๆ ”
“ขี้บ่นจัง ไม่จุ๊บแล้วก็ได้ ไม่ต้องทำเป็รังเกียจฉันเลยอึน เห็นว่ารักทำเป็ เล่นตัว” หากเป็เวลาปกติบัวชมพูต้องเบ้ปาก แต่นี่
“เหมียว เหมียว”เถียงได้แค่นั้น ปลาทอดแสนอร่อย กินจนอิ่มแปล้
“ฉัน ไปข้างนอกแกอยู่เฝ้าบ้าน แล้วเย้น ๆ วันนี้ คาร่าจะมาที่นี่ แกห้ามนิสัยเสียอีกเป็อันขาด ห้าม ข่วนเขาเข้าใจไหม เขาเป็แฟนฉันได้ยินไว้ด้วย”พูดกับแมวก็เป็สั่งแมวก็ได้ชีวิตคงเหงาน่าดูหรือว่าเป็คนแบบนี้เอง บังชมพู มองเห็นลูกบอลลูกเล็กที่ใครไม่รู้คนนั้นจะเตะไปติดข้างฝาบ้าน ไม่ไม่ไมไม่ๆๆ เพิ่งกินจะออกแรงแล้วเหรอ อดไม่ได้ วิ่งเข้าตะปบไปมา ซ้ายขวาอย่าง กับ เคยเป็แมวมาก่อน