ชายาเกศาสั้น

    47.ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่ผูกใจเจ็บ


    “เอาไว้ค่อยลงโทษทางวินัยเจ้า จับพวกเขาไว้” แม่ทัพหยางสั่ง

    นายกองเสิ่นนั้นในค่ายทหารผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือแม่ทัพ แต่ในฐานะชาวต้าซาน ฮ่องเต้นั้นสูงสุด ตอนนี้เขาสับสนเป็นอย่างมาก

    “หลี่เผิงไม่ใช่คนของรัชทายาทเขาหลอกเจ้า ถ้าใช่ทำไมไม่กลับไปพร้อมพระองค์เล่าเจ้าโง่” มีเสียงดังขึ้นมาจากนอกประตู เป็นหยวนอิงที่ตามเข้ามานั่นเอง

    “พวกเจ้าไม่ได้เมาหลับไปแล้วหรอกหรือ” หลี่เผิงตกใจที่เห็นหยวนอิงที่เมาไม่ได้สติกลับมีท่าทีแจ่มใส

    “โอ้ ท่านรองแม่ทัพ แต่เขาบอกว่าเขามีตราคำสั่ง” นางกองเสิ่นเกรงว่าจะขัดคำสั่ง

    “ไหนล่ะ เอามาให้ข้าดูหน่อย” หยวนอิงถาม

    “เจ้าคู่ควรหรือ!” หลี่เผิงตวาด

    “พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ! คุ้มกันข้า!” หลี่เผิงสั่ง

    แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ถึงคนที่คุ้มกันหลี่เผิงจะมีฝีมือแต่ทหารในค่ายหงส์ทะยานฟ้า ของแม่ทัพหยางก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน ในที่สุดก็ถูกจับจนหมด เมื่อถูกพาออกไปแล้วแม่ทัพก็พาอันดาไปส่งที่ที่ห้องของเขา

    “ทำไมพาข้ามาที่นี่” อันดา

    “รอที่นี่ หรือไม่ก็เข้าไปซ่อนในมิติก่อน” แม่ทัพพูดสั้นๆ

    แต่อันดาเข้าใจแล้ว นั่นเป็นเพราะมีบางอย่างผิดปกติ แม่ทัพออกไปดูการสอบสวน แล้วไม่นานที่ห้องของอันดามีความเคลื่อนไหวอย่างที่เขาสังหรณ์ใจไว้จริงๆ

    มีคนกลุ่มนึงที่แอบเข้ามาแล้วไปที่ห้องของอันดา ลังไม้ยังวางอยู่ตรงนั้น แต่พวกมันไม่ต้องการที่จะขโมยแต่ต้องการที่จะทำลายและเผามันมากกว่า คนพวกนี้มาพร้อมดินระเบิด

    “นี่ตั้งใจจะระเบิดพวกข้าเลยหรือ ใจร้ายจัง” มีเสียงที่ดังออกมาจากลังไม้

    “แหมอุตส่าห์รอ มาช้าจัง” เป็นเสียงของสิบเอ็ดที่โผล่หัวออกมาจากลังพร้อมลูกดอกบินออกไปที่กลุ่มคนนั้น การจัดการไม่ได้ตื่นเต้นอะไรพวกเขาแค่มาเก็บกวาด ทุกอย่างเป็นไปตามที่แม่ทัพคาดไว้

    ถ้าไส้ศึกยังไม่หมดหลี่เผิงนั่นเองที่จะเป็นเหยื่อในการถูกใส่ร้าย นั่นคือหลี่เผิงขโมยอาวุธไป พวกมันแอบเผาที่เก็บอาวุธแล้วตามไปปล้นอาวุธจากหลี่เผิง แต่ผิดแผนคือหลี่เผิงถูกจับได้ พวกมันเอาอาวุธออกไปไม่ได้

    มีทางเดียวคือทำลายอาวุธทิ้งเท่านั้น เพราะหลังจากมีการฝึกซ้อมพวกมันตระหนักดีแล้วว่าอาวุธของต้าซานนั้นมีประสิทธิภาพดีแค่ไหน ไม่มีทางที่พวกมันจะปล่อยให้อาวุธพวกนี้หลุดมือไปทำลายล้างพวกมัน

    “ในที่สุดก็จับได้หมด” สิบเอ็ดที่จับพวกนั้นมัดไว้

    “พวกเจ้าได้ตัวพวกข้าก็ไม่มีวันได้ข้อมูลหรอก!” คนที่ดูเป็นหัวหน้าพูดจบก็กัดฟันแล้วจู่ๆ ก็ชักเลือดไหลออกทุกทวาร

    “ยาพิษฆ่าตัวตาย!” เจ็ดที่กำลังล็อคปากของไส้ศึกคนหนึ่ง

    “อั่ก” จู่ๆ ก็มีก้อนหินกระแทกมาที่ร่างของฆ่าศึก พวกนั้นไม่สามารถขยับตัวได้ และขยับปากเพื่อกัดยาพิษไม่ได้เช่นกัน

    “ท่านแม่ทัพ!” สิบเอ็ดขานชื่อท่านแม่ทัพที่เข้ามาจี้สกัดจุดพวกนั้นได้ทันเวลา เหลืออยู่สองคนที่ยังไม่ได้กัดพิษ

    “เอาตัวไปห้องสอบสวน อ้อ เอายาพิษออกจากซอกฟันเสร็จแล้วเอานี่ผสมน้ำให้พวกมันกิน จากนั้นค่อยถาม” แม่ทัพสั่งการเสร็จก็ให้องครักษ์ลากตัวคนที่รอดไปสอบสวนส่วนคนที่ตายก็ให้ทหารมาลากออกไปแล้วให้ทำความสะอาด

    “เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ” อันดาที่นั่งรอที่ห้องแม่ทัพหยางทักเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง

    “ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่คิดว่าเจ้ายังคงกลับห้องไม่ได้แล้วล่ะ เพราะกำลังทำความสะอาดอยู่” พูดแค่นี้ก็เข้าใจได้

    “อ้อ ถ้าอย่างนั้นข้ากลับเข้าไปนอนในมิติก่อนนะเจ้าคะ ฝันดี” อันดาที่ทำงานมาทั้งวันก็ง่วงมากแล้ว กระโดดหอมแก้มคนรักแล้วก็หายเข้ามิติไปเลย ไม่ไหว ไหนจะต้องอาบน้ำอีก

    “อ้าว” แผนล้มไม่เป็นท่า ตั้งใจจะให้เธอนอนที่ห้องของเขา แต่ดันลืมไปว่านางมีห้องส่วนตัวที่สบายกว่าเตียงของเขาเป็นไหนๆ

    อันดาที่จริงนั้นรู้ทันแต่ไม่อยากให้เขาได้ใจมากเกินไปนัก ช่วงนี้ยิ่งใกล้กันยิ่งอันตราย ลุงกับพ่อเคยเตือนว่าเรื่องพรรค์นี้ผู้ชายจะควบคุมตัวเองได้น้อยกว่าผู้หญิง ดังนั้นถ้ามีคนรักต้องรักษาระยะห่างไว้บ้างไม่อย่างนั้นเธออาจจะปล่อยให้อารมณ์พาไปและเธออาจจะเสียใจภายหลัง

    มีอย่างนึงที่บรรดาลุงกับพ่อไม่ได้บอกคือ สำหรับหญิงเองก็ควบคุมมันได้ยากไม่แพ้กัน เธอจึงใช้วิธีหนีเข้ามิติก่อนดีกว่า มันกลายเป็นความเคยชินของเธอแล้วว่าเมื่อเกิดเหตุวิกฤติทีไรเธอก็จะหนีเข้ามิติ

    คืนนั้นคงมีอันดาคนเดียวที่ได้นอน ทั้งกองเกิดโกลาหลขึ้นเพราะโรงครัวและที่เก็บปืนถูกเผา ดีที่ดับไฟได้ทัน แต่มีคนลืมเอากระสุนออกจากรังเพลิงทำให้เกิดการระเบิด ทำให้เกิดความเสียหายมาก ดีที่กระสุนถูกเก็บไว้ในหีบใต้ตินจึงไม่เป็นอะไรมาก

    “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” อันดาเดินตื่นแต่เช้าแต่ดูเหมือนหลายคนยังไม่ได้นอน

    “แม่นางอันดาท่านมาแล้ว ช่วยข้าหน่อยเถอะ แรงข้าไม่เหลือแล้ว” เมื่อคืนทหารที่ดื่มน้ำจากบ่อหนึ่งเกิดท้องเสียรุนแรง ถ่ายกันไม่หวาดไหว ยาถ่าน และเกลือแร่ที่อันดาทิ้งไว้ให้ไม่พอกับจำนวนคน แถมบางคนที่เข้าไปดับไฟก็ถูกไฟลวก บางคนก็สำลักควัน

    “เดี๋ยวข้าไปเอายามาเพิ่มให้ แล้วท่านแม่ทัพล่ะ” อันดาถาม

    “อยู่ในคลังอาวุธกำลังแยกปืนที่ใช้ได้กับไม่ได้อยู่ขอรับ” หมอเจียงตอบ ตอนนี้หมดแรงแล้วจริงๆ เหตุเพราะว่าแพทย์ผู้ช่วยของเขาก็เป็นหนึ่งในคนป่วยไปด้วย ดีที่เขาแยกตัวไปกินข้าวกับหยวนอิง

    "ท่านแม่ทัพ อันดาโผล่หน้าไป เห็นกองปืนที่เปียกน้ำ บางส่วนที่โดนไฟไหม้ เหตุจะไม่ร้ายแรงอย่างนี้ถ้าพวกเขาเก็บปืนตามที่สอน ปืนทุกกระบอกต้องตรวจตราให้ดีก่อนเข้าเก็บ เก็บปืนทั้งอย่างนั้น พอโดนไฟก็ระเบิดไล่ตามกันทำให้กว่าจะเข้ามาดับไฟได้ทุกอย่างก็แทบไม่เหลือแล้ว

    “ก็บอกให้เอากระสุนออกแล้วไม่ใช่เหรอ” อันดาทรุดลงไปนั่งนี่คือปืนเก้าร้อยกระบอกเลยนะ มันหน้าเขกกะโหลกคนประมาทจริงๆ

    “หยวนอิง” แม่ทัพหยาง

    "ขอรับ"หยวนอิง

    “หาคนผิด ถ้าสารภาพเองแค่โบยห้าสิบครั้ง ถ้าไม่ จับได้ตัดหัวเสียบประจาน” ความเสียหายหนักมาก ถึงแม้จะไม่มีใครตายแต่มันทำให้อาวุธที่เป็นของจำเป็นเสียหาย นั่นหมายถึงความเสี่ยงในการจะแพ้ในสงคราม

    “เจ้าเองก็ต้องถูกลงโทษด้วย ข้าไม่ถือตัวกับพวกเจ้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะขาดวินัยเยี่ยงนี้” แม่ทัพหยาง

    ผลกระทบเกิดขึ้นหลังจากการมาของรองแม่ทัพหยางเฟยหลง เพราะความที่เขาเป็นองค์รัชทายาท เข้ามาสังกัดในค่ายหงส์เพลิงแห่งนี้ ก็มีคนอยากจะเอาใจ แม้ทำผิดวินัยก็ไม่ถูกลงโทษเพราะมีเขาคุ้มหัวอยู่ แต่ทำให้ระบบของค่ายเสียหายมาก

    โดยที่หยวนอิงเองก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเกรงสถานะขององค์รัชทายาททั้งที่แม่ทัพบอกแล้วว่าที่นี่ไม่มีราชนิกุล ให้ปฏิบัติอย่างที่แม่ทัพบอกมันทำได้แค่ตอนที่อยู่ในค่ายเท่านั้น แต่ออกไปใครจะรับประกันได้ว่าองค์รัชทายาทจะไม่ผูกใจเจ็บ
    _____________________________
    รัชทายาทนี่ยังไงนะ