“เซียวเช่อ! นี่เจ้าหมายความว่ายังไง?” เซียวหลี่ผู้อาวุโสที่หนึ่งคำรามออกมาทันที“อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าท่านผู้นำตระกูลจะขโมยผงชีพจรลมปราณของตัวเองแล้วนำไปไว้ที่เซียวหลิงซีเพื่อกล่าวหานาง!เจ้าคือต้นเหตุที่ทำให้เซียวหลิงซีต้องลงมือขโมยผงชีพจรลมปราณแท้ๆหากเจ้ายังคิดพ่นลมปากเพ้อเจ้อแบบนี้ ระวังไว้เถอะเจ้าเองจะถูกลงโทษไปด้วยกันหากเจ้ายังคงไม่กลับไปในที่ของตัวเอง!”
“อย่าได้ร้อนรนไปเลยท่านผู้อาวุโสที่หนึ่ง”เซียวเช่อสั่นศีรษะพร้อมแย้มรอยยิ้มท่าทางดูคล้ายไร้พิษสงใด “ข้าจะเอาความกล้าที่ไหนมาสอบสวนท่านผู้นำตระกูลข้าเพียงพูดถึงความสงสัยภายในใจของข้าเท่านั้น และข้าเชื่อว่าทุกผู้คนในที่นี้ล้วนสงสัยเช่นเดียวกับข้าพวกเราทุกคนต่างคุ้นเคยในตัวท่านผู้นำตระกูลเป็นอย่างดีและคงเกิดความงุนงงอยู่บ้างว่าเหตุใดท่านผู้นำจึงตัดสินใจเช่นนั้นแน่นอนว่าท่านผู้นำเป็นผู้บริสุทธิ์ท่านคงไม่ทำเรื่องต่ำช้ากว่าสุกรสุนัขที่แม้แต่โลกหล้ายังรังเกียจเช่นนี้แน่นอนข้าเชื่อมั่นว่าท่านผู้นำจะให้คำอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างกระจ่าง ใช่หรือไม่ท่านผู้นำตระกูล”
เหล่าสมาชิกตระกูลเซียวรวมทั้งชนชั้นสูงในเมืองเมฆาล่องต่างลอบจ้องมองไปที่เซียวเช่อ…เซียวเช่อคนที่พวกมันรู้จักล้วนเป็นบุคคลที่ทั้งอ่อนแอทั้งเหนียมอายบุคคลที่หวาดกลัวกระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก ทว่า เซียวเช่อในวันนี้ไม่เพียงสามารถพูดจาฉาดฉานต่อหน้าสายตาจับจ้องของผู้คนมากมายท่ามกลางบรรยากาศและสถานการณ์อันแสนน่าอึดอัดสีหน้าท่าทางของมันไม่เปลี่ยนไปแม้เพียงนิดยามเผชิญกับการขู่ตะคอกจากผู้อาวุโสที่หนึ่ง…เซียวเช่อคนนี้กับเซียวเช่อที่พวกมันคุ้นเคยดูคล้ายกับว่าเป็นคนละคนกัน
คำ“ต่ำช้ากว่าสุกรสุนัขจนแม้โลกหล้ายังรังเกียจ” นี้ส่งผลให้ใบหน้าของเซียวหยุนไห่แข็งค้างไปชั่วขณะมันเงยหน้าขึ้นมองมายังเซียวเช่อแย้มรอยยิ้มจางพร้อมกล่าวว่า “ท่านไม่จำเป็นต้องแตกตื่นไปท่านผู้อาวุโสที่หนึ่งนี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เซียวเช่อจะสงสัยแบบนั้นสหายทั้งหลายในที่นี้คงมีคำถามเดียวกันเช่นกัน อันที่จริงเมื่อข้าได้รับมอบผงชีพจรลมปราณจากนายน้อยเซียวมาเมื่อวานเดิมทีข้าคิดว่าจะเก็บไว้กับตัวจริงๆ ทว่าผงชีพจรลมปราณเป็นยาวิเศษสูงค่าจากพรรคตระกูลเซียว ตัวยายิ่งล้ำค่ายิ่งสามารถเสื่อมสภาพได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกับของวิเศษหายากยิ่งเช่นนี้แล้วหากคุณสมบัติของยาต้องด้อยลงแม้เพียงนิด ยังนับว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่หากข้าพกนำยาติดตัว มันย่อมต้องถูกสัมผัสโดยคลื่นพลังที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งหลายถึงแม้มันจะถูกบรรจุไว้ในกล่องไม้มะเกลือดำผนึกลมปราณสรรพคุณของยายังคงสามารถลดทอนลงได้โดยง่ายนี่คือสาเหตุที่ข้านำมันไปเก็บไว้ในห้องพยาบาล ยังไงซะ ในห้องพยาบาลก็เป็นที่เก็บสมุนไพรมากมายนับไม่ถ้วนเป็นเวลาหลายปี ก่อเกิด “พลังโอสถ” ขึ้นมาในสถานที่ที่มีพลังโอสถนี้พลังวิเศษของยาตัวนี้จะไม่เสื่อมถอยลงโดยง่าย…นี่ก็คือสาเหตุ”
“เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือพวกเราเหล่าสมาชิกตระกูลเซียวล้วนเคร่งครัดกฎระเบียบข้าไม่คาดจริงๆ ว่าจะเกิด‘ขโมยในบ้าน’ ขึ้นมายิ่งไม่เคยคาดว่านางจะมีความกล้าขโมยสิ่งของที่รับมอบมาจากพรรคตระกูลเซียวได้…แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดอย่างไรนี่ก็เป็นความผิดของข้าที่ผงชีพจรลมปราณถูกขโมยไป เกี่ยวกับข้อนี้ข้าไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ ข้าล้วนไม่มีข้อโต้แย้งหากนายน้อยเซียวจะลงทัณฑ์ข้าเช่นกัน”
เซียวหยุนไห่ทอดถอนหายใจลึกหลังจบคำพูด
คำอธิบายของเซียวหยุนไห่ล้วนสมบูรณ์ไร้ช่องโหว่ผู้อาวุโสที่หนึ่งพลันตะโกนขึ้นมาอีกว่า “เซียวเช่อ! เจ้าได้ยินชัดเจนรึไม่? ท่านผู้นำตระกูลได้นำผงชีพจรลมปราณไปเก็บไว้ที่ห้องพยาบาลเนื่องเพราะเหตุเช่นนี้ทั้งยังต้องการปกป้องประสิทธิภาพของตัวยา! ใครจะคิดว่าจะมีโจรภายในเกิดขึ้น!เจ้าจะว่าอย่างไรอีก?”
“อ้อ! อ้อ! เป็นเช่นนี้เอง!” เซียวเช่อผงกศีรษะคล้ายพึงพอใจต่อคำอธิบายของเซียวหยุนไห่“ถึงกับรับรู้ได้ถึง ‘พลังโอสถ’ ท่านผู้นำตระกูลช่างทรงความรู้จริงๆเช่นนั้น คำถามที่สองที่ข้าอยากถามก็บังเอิญเกี่ยวข้องกับ ‘พลังโอสถ’ นี้เอง”
เซียวเช่อหรี่ตาเล็กลงหัวเราะน้อยๆ พร้อมเอ่ยต่อ“เกี่ยวกับ ‘พลังโอสถ’ ตระกูลเซียวของเราได้เก็บสะสมสมุนไพรหลากหลายชนิดมาเป็นเวลานานอย่างเหลือเฟือยิ่งกว่านั้น สมุนไพรที่ตระกูลเราเก็บสะสมไว้มากที่สุดในห้องพยาบาลก็คือ ‘หญ้าตาข่ายบาง’ ดังนั้นกลิ่นของพลังโอสถที่ปะปนอยู่ในห้องพยาบาลควรเป็นกลิ่นหวานปนคาวของหญ้าตาข่ายบาง”
“ท่านผู้นำตระกูลยังทราบอีกว่ากล่องใส่ผงชีพจรลมปราณถูกสร้างขึ้นมาจากไม้มะเกลือและไม้มะเกลือดำผนึกลมปราณมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันยาวิเศษจากการรั่วไหลสู่ภายนอกเช่นนั้นท่านผู้นำทราบหรือไม่ว่าเหตุใดไม้มะเกลือผนึกลมปราณจึงสามารถปกป้องยาวิเศษได้…อันที่จริงเหตุผลล้วนเรียบง่าย ไม้มะเกลือผนึกลมปราณมีความสามารถดูดซับอนุภาคต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมดังนั้นเมื่อตัวยาในสภาพแวดล้อมรอบๆ ถูกใส่เข้าไป และสัมผัสกับไม้มะเกลือผนึกลมปราณมันจะดูดซับเข้าไปอย่างแน่นหนาและไม่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายๆเมื่อผิวไม้ดูดซับจนเต็มความจุแล้ว ตัวยาที่อยู่ภายในจะไม่สามารถกระจายออกไปไหนได้ข้าเชื่อว่าทุกท่านที่มีความรู้เกี่ยวกับการแพทย์อยู่บ้างล้วนเข้าใจหลักการนี้ดี”
ท่ามกลางฝูงชนปรากฏผู้คนจำนวนหนึ่งผงกศีรษะอย่างเห็นด้วย
“เช่นนั้นหากกล่องไม้มะเกลือผนึกลมปราณที่บรรจุผงชีพจรลมปราณถูกนำไปไว้ที่ห้องพยาบาลเป็นระยะเวลาหนึ่งบนผิวไม้สมควรได้ซึมซับ “พลังโอสถ” จำนวนมากจากในห้องพยาบาลอย่างแน่นอนโดยธรรมชาติของไม้มะเกลือผนึกลมปราณนี้ มันซึมซับรวดเร็วแพร่กระจายเชื่องช้าดังนั้นแม้มันจะถูกนำออกจากห้องพยาบาลมาแล้ว ท่านสมควรสามารถได้กลิ่น “พลังโอสถ”ได้แม้จะผ่านไปสองถึงสามวันก็ตาม…กลิ่นหวานปนคาวของหญ้าตาข่ายบาง”
เมื่อเซียวเช่อกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมา สีหน้าของเซียวหยุนไห่พลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
เซียวเช่อคาดคำนวณแล้วว่าเซียวหยุนไห่ต้องไม่ได้นำผงชีพจรลมปราณไปวางไว้ในห้องพยาบาลเนื่องจากหากผงชีพจรลมปราณถูกหยิบฉวยไปจริงๆมันคงต้องร่ำไห้จนตาหลุดออกนอกเบ้า…และอันที่จริง เซียวหยุนไห่ล้วนไม่ได้นำผงชีพจรลมปราณไปวางในห้องพยาบาลสำหรับหัวหน้าห้องพยาบาลเซียวกู่มันล้วนได้รับการนัดแนะในเรื่องนี้มาก่อนหน้า ภายใต้การสั่งการของพรรคตระกูลเซียว เซียวกู่ล้วนไม่กล้าปฏิเสธ
“ข้าอยากทราบว่าท่านผู้นำจะสามารถนำกล่องไม้ออกมาเพื่อให้พวกเราได้สูดดมว่ามีกลิ่นที่สมควรมีติดอยู่บนกล่องหรือไม่?” เซียวเช่อกล่าวพร้อมหัวเราะขึ้นจมูก
“เซียวเช่อ! อย่างที่คาดจริงๆเจ้ายังคงสงสัยในตัวท่านผู้นำตระกูล ช่างน่าขันจริงๆ!” ก่อนการพูดตอบโต้ของเซียวหยุนไห่ เซียวหลี่พลันสอดแทรกเข้ามาอีกครั้ง“เพียงเพื่อปกป้องอาหญิงของเจ้า เจ้าถึงกลับกล้าตั้งคำถามซักไซ้ท่านผู้นำตระกูลช่างน่าขันจริงๆ! ไร้เหตุผลสิ้นดี! ตระกูลเซียวของเราล้วนดูแลเจ้ามาอย่างยากลำบากในหลายปีมานี่ทำไมเจ้าไม่ถอยไปซะ!”
“เฮอะๆ ท่านไม่จำเป็นต้องวุ่นวายใจ ท่านผู้อาวุโสที่หนึ่งพวกมันอาหลานล้วนผูกพันมานานปีความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้พ้นมลทินของมันล้วนสามารถเข้าใจได้ ยิ่งกว่านั้นที่มันพูดออกมาทั้งยุติธรรมทั้งเปี่ยมด้วยเหตุผลในเมื่อมันต้องการพิสูจน์หลักฐานบนกล่องไม้ เราเพียงพิสูจน์ให้เห็นก็เพียงพอแล้ว ทว่าทั้งผงชีพจรลมปราณและกล่องไม้มะเกลือผนึกลมปราณเป็นของวิเศษล้ำค่าเราจะให้ใครต่อใครจับต้องอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ” เซียวหยุนไห่หันหน้าไปทางเซียวกวงหยุนหลังจากจบคำพูดแล้วกล่าวต่อด้วยความเคารพว่า“เช่นนั้น พวกเราขอรบกวนนายน้อยเซียวเป็นพยาน ข้าเชื่อว่าหากเป็นนายน้อยเซียวคำยืนยันของท่านย่อมสามารถเป็นประกันได้ดีกว่าทุกผู้คนในที่นี้”
เซียวเช่อเย้ยหยันภายในใจทว่าใบหน้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงอันใดชายหนุ่มผงกศีรษะ “แน่นอน หากเป็นท่านนายน้อยเซียว สมควรเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือที่สุด นายน้อยเซียวสามารถให้เกียรติพวกเราสูดดมกลิ่นบนกล่องไม้ได้หรือไม่เพื่อขจัดความคลางแคลงใจของข้าน้อย”
สายตาของเซียวกวงหยุนและเซียวหยุนไห่เบนมาสบกัน ในขณะเดียวกันพวกมันล้วนมีความคิดว่านี่ล้วนเป็นไปไม่ได้ที่เซียวเช่อผู้แสนโง่เขลาจะทราบว่าพวกมันล้วนสุมหัวรวมกันตั้งแต่แรกเริ่มเซียวกวงหยุนยกกล่องขึ้นด้วยสองมือแย้มยิ้มเย้ยหยัน พร้อมทั้งกล่าวอย่างยินดี “ข้อสงสัยนี้ช่างน่าสนใจเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสูดดมให้แก่เจ้าแล้วกัน”
เมื่อจบคำ เซียวกวงหยุนยกกล่องบรรจุผงชีพจรลมปราณขึ้น จ่อเข้าใกล้จมูกของตนและสูดลมหายใจเข้าไปอย่างกระตือรือร้น มันพลันขมวดคิ้วพร้อมกล่าวว่า“แม้กลิ่นจะไม่รุนแรงนัก ทว่าเป็นกลิ่นหวานปนคาวอย่างชัดเจน”
มันหรี่ตาเล็กลงพร้อมกล่าวอย่างเฉื่อยชา“ท่านผู้อาวุโสที่หนึ่ง ท่านก็มาสูดดมด้วยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้คนครหาว่าข้าร่วมมือกับท่านผู้นำตระกูล”
“จะเป็นไปได้อย่างไรที่บุคคลเช่นนายน้อยเซียวจะโป้ปดต่อพวกเรา” เซียวหลี่ผู้อาวุโสที่หนึ่งกล่าวประจบประแจงในทันทีพร้อมก้าวออกมาอย่างนอบน้อมมันสูดจมูกเพื่อดมกลิ่น จากนั้นผงกศีรษะอย่างเชื่องช้า “ถูกต้องมันมีกลิ่นหวานปนคาวจริงๆ” มันกวาดสายตาข้ามฝูงชนไปพร้อมทั้งกล่าวเสียงดังว่า“เจ้ายังมีอะไรจะพูดหรือไม่ เซียวเช่อ? นายน้อยเซียวและท่านผู้นำตระกูลล้วนไว้หน้าเจ้าอย่างมากแล้วหากเจ้ายังก่อกวนไม่เลิกรา ข้าจะเป็นคนจัดการเจ้าด้วยตนเอง”
“หวา! ใจเย็นก่อนท่านผู้อาวุโสที่หนึ่ง” เซียวเช่อโบกไม้โบกมือแสดงสีหน้าประหลาดพิกล“ทั้งนายน้อยเซียวและท่านผู้อาวุโสที่หนึ่งสามารถสูดดมกลิ่นหวานปนคาวได้อย่างไม่น่าเชื่อนี่ๆๆ…อะแฮ่ม ที่จริงข้าไม่ทันระวังเมื่อครู่จึงได้พูดผิดไป…นายน้อยเซียวมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง แน่นอนว่าเพียงมีประสบการณ์ในการสัมผัสกับตัวยาล้ำค่าสำหรับหญ้าธรรมดาๆ อย่างหญ้าตาข่ายบางท่านคงไม่แม้แต่จะชายตามองท่านผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสที่หนึ่งล้วนอุทิศตนแก่การฝึกฝนวรยุทธ์ทั้งไม่คุ้นเคยต่อความรู้ทางการแพทย์ และแน่นอนว่าคงไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยียนยังห้องพยาบาลดังนั้นท่านอาจไม่ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วกลิ่นของหญ้าตาข่ายบางนั้นมิใช่กลิ่นหวานปนคาว ทว่าเป็นกลิ่นหวานปนขมทุกท่านในที่นี้ล้วนทราบว่าหากท่านไปยังห้องพยาบาลพร้อมสูดดมกลิ่นดู…เอ๋? ทว่าทั้งนายน้อยเซียวและผู้อาวุโสหนึ่งล้วนสามารถได้กลิ่นหวานปนคาวนี่สร้างความงุนงงให้แก่ข้าพเจ้าข้าอยากทราบว่ามีใครในที่นี้สามารถอธิบายสิ่งนี้ให้แก่ข้าได้บ้าง?”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ล้วนถูกพูดออกมาสีหน้าของทุกผู้คนที่ได้ยินล้วนแปรเปลี่ยนไป พวกมันกลายเป็นฉลาดหลักแหลมขึ้นมาในทางกลับกัน สีหน้าของเซียวกวงหยุนเซียวหยุนไห่และอาวุโสที่หนึ่งเซียวหลี่ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งค้างไปในทันที…แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ล้วนมีคนหลายคนมองเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น ขณะเดียวกัน เหล่าศิษย์ตระกูลเซียวผู้คุ้นเคยกับห้องพยาบาลและกลิ่นของหญ้าตาข่ายบางล้วนแตกตื่นตะลึงลาน…
หัวใจของทุกผู้คนล้วนเปลี่ยนเป็นเต้นรัวแรงขึ้นมา…
พวกมันล้วนสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้…
“เซียวเช่อ! เจ้ายังไม่ยอมหุบปากอีกรึเด็กน้อย…เจ้าไม่เพียงต้องการสร้างความลำบากให้แก่เซียวหลิงซีเจ้ายังอาจหาญตั้งข้อสงสัยต่อท่านผู้นำตระกูล ทั้งยังข้องใจต่อนายน้อยเซียว! เจ้าจงใจล้อเล่นกับพวกเราเพื่อจะกระจายคำพูดไร้สาระของเจ้าออกมา!”ใบหน้าของเซียวหลี่แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวสองตาเผยให้เห็นเจตนาร้ายซุกซ่อน “นายน้อยเซียว ท่านผู้นำ อย่าได้สนใจเรื่องไร้สาระ!จะอย่างไรความจริงเรื่องหัวขโมยผงชีพจรลมปราณล้วนถูกเปิดเผยแล้ว เจ้าเด็กน้อยเซียวเช่อนี้ไม่เพียงต้องการสร้างความวุ่นวาย ยังมีเจตนาปกป้องคนผิดล่วงเกินท่านผู้นำตระกูลและนายน้อยเซียว มันสมควรได้รับโทษ!”
หากท่านมิใช่คนหูหนวกผู้คนที่ได้ยินคำพูดของเซียวหลี่ล้วนรู้สึกได้ชัดเจนถึงความอับอายจนกลายเป็นโทสะจากคำพูดของมันสำหรับเรื่องการ “พิสูจน์กลิ่นผิดพลาด”มันหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงและไม่อธิบายสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย
“ในเมื่อผู้อาวุโสไม่อยากได้ยินข้าพล่ามไร้สาระเช่นนั้นข้าจะหยุดแต่เพียงนี้ ทว่าข้ามีคำถามสุดท้าย ต้องการถามสหายจากพรรคตระกูลเซียวนามเซียวจิ่วนี่สมควรเป็นคำถามเรียบง่ายธรรมดาที่สุดและข้าคาดว่าท่านจะตอบคำถามนี้หากท่านสามารถตอบได้ข้าจะยอมรับว่าอาหญิงของข้าได้หยิบฉวยผงชีพจรลมปราณไปจริงและข้าจะไม่ร่ำร้องอันใดอีกแม้ว่าท่านจะลงทัณฑ์ท่านอาหญิง หรือแม้แต่ลงทัณฑ์ข้าด้วยก็ตาม!”
โดยไม่รอให้เซียวหยุนไห่หรือบุคคลอื่นมีปฏิกิริยาใดสายตาของเซียวเช่อจับจ้องไปยังใบหน้าตายด้านดุจคนตายของเซียวจิ่วสีหน้าของชายหนุ่มอ่อนลงทว่าสายตาของมันพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกล้าสุดเปรียบปานทุกคำพูดฟังคล้ายเสียงฆ้องก้องกังวาน “เซียวจิ่ว เจ้าบอกว่าผงชีพจรลมปราณถูกพบอยู่ใต้หมอนภายในห้องของท่านอาหญิงเช่นนั้นเจ้าสามารถตอบข้าได้ไหมว่าเตียงของท่านอาหญิงหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก? หมอนของนางสีอะไร? และหมอนถูกวางไว้ทางทิศเหนือหรือทิศใต้ของเตียง?”
สีหน้าของเซียวจิ่วพลันเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อขณะเดียวกันสีหน้าของเซียวหยุนไห่และเซียวกวงหยุนล้วนแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากอย่างถึงที่สุด