เห็ดน้อยวาดรูปไปเรื่อยๆ แต่ละตัวมันรูปร่างเหมือนกันไม่มีผิดเลย เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้หยุดวาดอยู่แค่นี้ เมื่อเธอยกมือขึ้น เตรียมจะวาดภาพต่อไปนั้นจู่ๆ กลิ่นบางอย่างมันก็ล่องลอยมาอย่างรุนแรงและเสมือนว่ามันอยู่ใกล้เธอมากๆเลย
“ฟืด…….ฟืด……ฟืด…….”
“ทำไมหอมจังเลยสงสัยอยากจะกินจนตาลาย จมูกลายไปแล้วนะเราเนี่ย”เห็ดน้อย บ่นพึมพำโดยที่ไม่ได้สังเกตอะไรเลยว่ามีบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป
“กลิ่นอะไรหอมจังเลย”พี่สาวพริกหวาน ที่กำลังยืนหันหลังอยู่ก็หันกลับมาตามกลิ่นบางอย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมยวนยั่ว และสิ่งที่เห็นก็ทำให้พี่สาวพริกหวานต้องตาโตใ มองอย่างตื่นเต้นและพูดส่งเสียงดังเพื่อบอกน้องเห็ดน้อยว่า
“นะ…น้องเห็ดน้อย น้องวาดไก่ทะลุดินออกมาได้ด้วย”พี่สาวพริกหวาน
“ห๊าาาา……..”เห็ดน้อย หันไปมองพี่สาวพริกหวานที่จู่ๆก็พูดเสียดังออกมาว่าไก่อะไรทะลุดินขึ้นมาเนี่ยล่ะ
“นั่น…นั่นไงน้องสาวไก่ย่างหอมๆตัวใหญ่ๆตั้งหลายตัวมันผลุบขึ้นมาแล้ว”พี่สาวพริกหวาน ยังคงพูดด้วยน้ำเสียตื่นเต้น
เห็ดน้อย รีบหันไปมองตามมือที่พี่สาวพริกหวานชี้มาทางเธอ พอเธอหันกลับไปมองเท่านั้นแหละถึงกับตาโตใเช่นกัน จนพูดไม่ออกเลย ก็เ้าภาพที่เธอวาดลงพื้นดินเมื่อสักครู่นี้มันกำลังผุดขึ้นมาเป็ไก่ย่างตัวใหญ่ๆจริงๆน่ะสิ
“ภาพวาด ภาพวาดจริงๆ กลายเป็ไก่ย่างจริงๆของจริงๆจริงๆด้วย”เห็ดน้อย มองภาพวาดที่ตัวเองพึ่งวาดเสร็จมันค่อยๆโผล่ขึ้นมาตามที่เธอวาดไว้บนพื้นไม่มีผิดเพี้ยนเลย
ใช่แล้วก็เห็ดน้อยอยากกินเ้าไก่ป่าผอมแห้งตัวนี้มากๆจนจะต้องจินตนาการและวาดมันออกมาเป็อาหารจานโปรดของเธอเองอย่างไรล่ะ ดีนะที่ความสามารถความรู้เดิมของเธอติดตัวมาจากโลกเดิมด้วย มันช่วยให้เธอมีอะไรทำได้บ้าง
แต่มันกลับดีกว่ามาก มันมาแบบโคตรเทพเลยถ้าตอนอยู่โลกนู้นคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนจะพูดกันติดปากว่าพวกศิลปินไส้แห้งกัน แต่ว่าศิลปินอาร์ตๆอย่างเธอนี่ใส่ไม่แห้งแล้วนะดูสิมันเป็ของจริงๆ เธอจะมีกินจนอิ่มตราบใดที่วิชาวาดรูปยังอยู่ติดตัวเธอ
“เป็ไปได้ยังไงกัน จู่ๆก็มีมือวิเศษวาดของได้ดั่งใจนึกเลยงั้นเหรอเนี่ย”เห็ดน้อย
“น้องเห็ดน้อย ไก่ย่าง ไก่ย่างตัวใหญ่ตั้ง 6 ตัวเลย”พี่สาวพริกหวาน
“น่ากินจังเลยไก่ย่างจ๋า”เห็ดน้อย เองมองภาพวาดของตัวเองที่ตอนนี้ได้กลายเป็อาหารอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
“พ่อแม่คะ ปู่ย่าคะ ตายายคะ มาทางนี้ค่ะ เร็วๆเข้าค่ะน้องเห็ดน้อย น้องเห็ดน้อย……”พี่สาวพริกหวาน อดไม่ไหวแล้วะโเรียกคนในบ้านอย่างเสียงดังออกมา
จากที่พวกท่านกำลังเตรียมของเดินไปทำงานที่ไร่ ที่สวนกันต่อก็ต้องรีบวิ่งหวนกลับมาหาสาวน้อยทั้งสองของบ้านกันอย่างรวดเร็ว พวกพี่ชายเองที่ต้องอยู่เฝ้าน้องสาวในวันนี้ก็พากันใด้วยไม่คิดว่าเพียงแค่ปล่อยน้องสาวสองคนห่างสายตาเพียงแค่แป๊บเดียวจะเกิดเื่ขึ้นแล้ว
ต่างคนต่างวิ่งมาหาเห็ดน้อย และพริกหวานกันอย่างตื่นใด้วยที่ทุกๆคนก็รู้ว่าเห็ดน้อยพึ่งฟื้นจากการป่วยยิ่งทำให้ทุกๆคนยิ่งตระหนกกันมากกว่าเดิม
“เกิดอะไรขึ้นลูก เห็ดน้อยเป็อะไรไปงั้นเหรอพริกหวาน น้องสาวของหนูเป็อะไร”แม่ วิ่งมาถึงก่อนคนแรกเลย
“แม่คะดูนี่สิน้องเห็ดน้อยวาดขึ้นมา”พี่สาวพริกหวานชี้ไปบนดินที่มีถาดใหญ่ใส่ไก่ย่างตัวใหญ่บนถาดถึง 6 ตัว
จากที่วิ่งมาถึงตัวลูกสาวแล้วก็ต้องใที่เห็นถาดใส่ไก่ย่างตรงหน้า และไหนจะคำพูดของลูกสาวคนโตอีกที่ทำให้ท่านงงเป็อย่างมากว่ามันหมายความว่าอะไร และเกิดอะไรขึ้นมากัน
“มีอะไรกันหลานสาว เกิดอะไรขึ้น”ยาย ย่า
เสียงทุกๆคนสอบถามอย่างเป็ห่วงั้แ่ตัวยังมาไม่ถึงกันแต่พอมาถึงแล้วแน่นอนว่าสายตาของทุกๆคนย่อมเห็นสิ่งแปลกปลอมที่มีข้างกายเห็ดน้อยด้วย และพูดกันมาอย่างเลื่อนลอยว่า
“ถาดไก่ย่าง มาจากไหนกัน??!!” ทุกๆ คน
“น้องเห็ดน้อย วาดขึ้นมาค่ะพริกหวานเห็น”พี่สาวพริกหวาน
“วาดขึ้นมา พริกหวานหนูหมายถึงอะไรลูกที่บอกว่าน้องเห็ดน้อยวาดไก่ย่างถาดนี้ขึ้นมา”แม่
“ก็น้องวาดรูปบนพื้นดิน ละ….แล้วมันก็ทะลุดินขึ้นมาเป็ถาดไก่ย่างแบบนี้เลยค่ะ”พี่สาวพริกหวาน ทำท่าทางให้ทุกๆ คนได้ดูเพื่อจินตนาการตามไปด้วย
“มันเป็ไปได้ยังไงฮะ น้องเห็ดน้อยเป็เซียนตัวน้อยแล้วเหรอฮะแม่”พี่รองถู่โต้ว
“น้องเห็ดน้อยเป็ศิษย์นักวาดในตำนานหรือเปล่าฮะ”พี่ใหญ่เซี่ยงยวี่
ในตอนนี้ความรู้สึกของทุกๆคนรอบข้างตระหนกใ ตื่นเต้น และดีใจ หลากหลายความรู้สึกที่พบเห็นถาดไก่ย่างตัวใหญ่ๆ และไหนจะเื่เหนือธรรมชาติที่แสนอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นแบบนี้อีก
แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คิดแตกต่างจากคนอื่นๆไปในตอนนี้นั่นก็คือเห็ดน้อยนั่นเอง
เห็ดน้อยกำลังนั่งคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ในขณะที่ทุกๆคนกำลังตื่นเต้นใกันอยู่ เธอกำลังคิดให้ละเอียดและรอบคอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้างั้แ่เธอฟื้นขึ้นมาเป็เด็กเห็ดน้อยคนนี้ในโลกใหม่แห่งนี้
“เห็ดน้อยลูกรัก ไหนหนูบอกแม่หน่อยได้ไหมลูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน”แม่ สุดท้ายคนที่จะมีสติที่สุดก็คือแม่เห็ดน้อยนั่นเอง
“เห็ดน้อยก็ไม่แน่ใจนักค่ะแม่ แต่ว่าเมื่อคืนมีตาใจดีคนหนึ่งใส่ชุดสีขาวรอบๆตัวของท่านมีแสงสว่างสีทองสวยมากๆเลยค่ะมาหา และบอกว่าสงสารเห็ดน้อยที่ตัวเล็กแค่นี้ต้องเจ็บป่วยหนัก ท่านเลยบอกจะให้พรให้หายเจ็บป่วยและพรวิเศษบางอย่างแต่ว่าท่านไม่บอกว่าคืออะไร
แต่มือของเห็ดน้อยเปล่งประกายสีทองออกมาด้วยค่ะในตอนนั้น และก่อนท่านตาที่มีแสงทองรอบตัวจะจากไปบอกว่าจงใช้พรวิเศษนี้อย่างมีประโยชน์และนำไปช่วยเหลือคนอื่นๆที่เดือดร้อน”เห็ดน้อย
เธอเองคิดหาคำตอบเอาไว้แล้ว เพราะรู้ว่าจะต้องเจอคำถามอะไรแบบนี้คนที่นี่ยังคงเชื่อเื่เทพเ้า เทพเซียนอะไรพวกนี้อยู่ เพียงแค่เธอพูดจบทุกๆคนต่างโค้งคำนับและพูดว่าขอบคุณเทพเซียน ขอบคุณเทพเซียนกันยกใหญ่เลย
“แล้วหนูจะยังสามารถวาดรูปให้เป็แบบถาดที่มีไก่ย่างพวกนี้ได้อีกไหมคะ แล้วหลังจากที่หนูวาดรูปและได้ถาดไก่ย่างพวกนี้ ตัวของลูกเองรู้สึกเหนื่อยตรงไหนหรือเปล่าลูก”แม่
“อือ….ไม่ค่ะแม่เพียงแค่เมื่อยมือเท่านั้นเอง”เห็ดน้อย บอกตามตรงในรอบนี้ไม่ได้แต่งเื่แต่อย่างใด เพราะร่างกายปัจจุบันในตอนนี้เป็เพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอมๆ เท่านั้นและรูปที่เธอวาดก็ค่อนข้างมีขนาดใหญ่เป็ธรรมดาที่จะรู้สึกปวดเมื่อยข้อมือไปบ้างเพียงเท่านั้นเองนั่นแหละ อาการอื่นๆไม่มีเลย
“ฟู่……ฟู่…….ฟู่……ฟู่…..”ทุกๆ คนถึงกับเป่าปากออกมาอย่างโล่งอกกัน
“ค่อยยังชั่วหน่อยที่ลูกไม่เป็อะไรที่เกิดจากผลกระทบที่วาดรูปและกลายเป็ไก่ย่างแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ”พ่อ
“อ้อ….มีอีกอาการหนึ่งค่ะแม่”เห็ดน้อย ร้องะโออกมาเสียงดัง
“อะไรลูก เห็ดน้อย”พ่อกับแม่ ใรีบถามออกมาทุกๆคนเองก็เริ่มกังวลและตั้งใจฟังว่าเห็ดน้อยจะพูดอะไรออกมา
“กลิ่นของไก่ย่างถาดนี้ มันหอมมากเกินไปเห็ดน้อยทนไม่ไหวแล้ว พวกเรากินกันก่อนได้ไหมคะ”เห็ดน้อย
“ฮ่า….ฮ่า…..ฮ่า…..”ทุกๆ คน
“ได้สิลูก เดี๋ยวพวกเราทุกๆคนจะกินไก่ย่างด้วยกันเลยวันนี้ออกไปทำงานช้ากันหน่อย”แม่
“เย้….เย้….เย้…..”พวกเด็กๆ
“แล้วน้องเห็ดน้อยจะยังวาดรูปออกมาเป็แบบนี้ได้อีกใช่ไหม”พี่หนานกวา
“ใช่ๆพี่อยากรู้เหมือนกันนะน้องเห็ดน้อย”พี่ขู่เฉิง
“หรือจะวาดได้แต่ไก่ย่างเพียงอย่างเดียว พี่ก็ว่าดีไม่ใช่น้อยนะถึงจะวาดแบบอื่นๆไม่ได้ก็ตามทีล่ะ”พี่หยางชง
“ใช่แค่วาดแต่ไก่ย่างตัวใหญ่ั์แบบที่พวกพี่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนก็สุดวิเศษแล้วล่ะ”พี่ต้าซ่วน
“เห็ดน้อยเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าก่อนที่จะลองวาดรูปอย่างอื่นดู ขอกินเ้าไก่ย่างก่อนนะพี่ๆนะ”เห็ดน้อย
“โคร๊กก….คร๊าก…….” เสียงท้องร้องไม่เกรงใจใครดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบอกถึงความ้าที่อยากจะกินไก่ย่างในถาดนี้
“เอาล่ะ น้องเห็ดน้อยของพวกเราท้องร้องดังเชียวไปนั่งที่โต๊ะกันก่อนนะเด็กๆ เดี๋ยวจะยกถาดไก่ย่างตัวใหญ่ตามขึ้นไปเลย”พ่อ
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
ตอนนี้พวกเรามีความสุขกันมากจากที่พึ่งกินข้าวเช้ากันไปเมื่อสักครู่นี้เอง ก็ไม่มีผลใดๆพวกเรายังคงนั่งรอกินไก่ย่างกันอย่างตั้งใจ
ก่อนที่ทุกๆ คนจะเอาไก่ย่างเข้าปากกันเห็ดน้อยก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเพื่อว่าเธอสามารถวาดรูปออกมาได้แบบไก่ย่างพวกนี้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกจะได้ให้ทุกๆ คนในครอบครัวได้กินอิ่มอร่อยสักครั้ง และเป็มื้อแรกสำหรับความทรงจำที่ดีดีกว่า
“เดี๋ยวก่อนค่ะทุกๆคน เห็ดน้อยเปลี่ยนใจแล้วขอลองวาดรูปอีกรอบค่ะ”เห็ดน้อย
ทุกๆ คนอ้าปากค้างกันไปหมดจากที่ไก่ย่างจะเข้าปากกันอยู่แล้วเชียว จำต้องถือค้างและมองไว้ก่อนเพื่อรอเห็ดน้อยกันง
“อือ….ถ้าจะลองวาดของใช้อื่นๆขึ้นมาแล้วมันไม่ได้ผลหรือได้ผลออกมาแต่มันจะวาดได้เรื่อยๆอย่างงั้นเหรอ??”เห็ดน้อย บ่นพึมพำพร้อมกับเดินวนไปวนมา
“และถ้ามันมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเท่ากับเสียโอกาสไป เราจึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนว่า้าจะวาดอะไรต่อไปดีระหว่างของใช้ที่จำเป็ กับอาหาร”เห็ดน้อย ก็ยังคงเท้าคางเดินวนไปวนมาอีกครั้ง
“แล้วถ้ามันวาดรูปออกมาได้แบบนี้แค่วันละครั้งก็ถือว่าเราไม่ได้อะไรแล้วสำหรับวันนี้แล้ว นอกจากไก่ย่าง 6 ตัวพร้อมถาดใส่ไก่ย่างใบใหญ่ในวันนี้ มันก็คุ้มที่มีของกินและมีของใช้ควบคู่กันมา”เห็ดน้อย
“แต่ว่าเราจะรู้ได้ยังไงกันล่ะว่าเราจะวาดรูปให้เป็ของจริงได้วันละกี่ครั้ง?? และแต่ละวันจะได้ในแบบลักษณะไหนบ้าง?? และมันจะต้องทำอะไรเป็พิเศษเหมือนกับแต้มเล่นเกมส์อะไรแบบนี้หรือเปล่า?? หรือความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งของที่เราต้องวาดนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกันด้วย??”เห็ดน้อย มีแต่เครื่องหมายคำถามให้กับตนเองเต็มไปหมดเลยในตอนนี้
โดยตอนนี้ที่เห็ดน้อยกำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่นั้น ก็ไม่ได้มองหรือสังเกตการณ์ใดๆเลยว่า คนอื่นๆในครอบครัวกำลังมองตามเธอทุกฝีก้าวในตอนนี้เป็จังหวะพร้อมเพรียงกันเลย
เห็ดน้อยเดินไปทางขวาทุกๆ คนก็หันไปทางขวาตามเห็ดน้อย พอเห็ดน้อยเดินวกกลับมาทางซ้ายทุกๆคนก็หันไปทางซ้ายตามเห็ดน้อยเช่นกัน มองตามอยู่อย่างนี้เป็สิบๆรอบเช่นเดียวกับที่เห็ดน้อยเดินวนไปวนมานั่นแหละ
ในมือของพวกพี่ชายก็ยังคงถือไก่ย่างคนละชิ้นอยู่ไม่ปล่อยมือเลย พร้อมกับสูดดมไก่ย่างหอมๆไปด้วย สายตาก็จ้องมองมาที่น้องเห็ดน้อยไม่กระพริบตากันเลย ทั้งลุ้น ทั้งตื่นเต้น ว่าน้องเห็ดน้อยจะวาดรูปใดต่อไป และมันจะเกิดเหตการณ์วิเศษแบบไก่ย่างถาดนี้อีกหรือไม่อย่างไรกัน
ทุกๆคนต่างนั่งมองเห็ดน้อยกันอย่างเงียบงันที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของเห็ดน้อย ต่างก็รับรู้ว่าเห็ดน้อยเป็เด็กอารมณ์ดี ซุกซน เฉลียวฉลาด แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเห็ดน้อยจะวาดรูปได้ดีและเหมือนของจริงเสียขนาดนี้มาก่อน เพราะคำยืนยันจากปากของพริกหวานที่บอกกับทุกๆคนว่าน้องวาดรูปได้สวยและเหมือนมากๆ
และทุกๆคนยอมรับจริงๆว่าเห็ดน้อยวาดรูปได้เหมือน เหมือนกับของจริงๆ ที่มันเป็ของจริงๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะต่อหน้าพวกเขาและ กำลังถืออยู่ในมือของพวกเขาด้วยมันคือของจริงๆ จริงๆนะ
“เอาล่ะ เป็ไงเป็กันไม่ลองไม่รู้ล่ะนะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็แค่เสียไปวันหนึ่ง แต่ก็ไม่เสียเปล่าล่ะ”เห็ดน้อย
สุดท้ายเห็ดน้อยก็ตัดสินใจได้ และนั่งยองๆเริ่มที่จะวาดรูปต่อไปเลยทันที ทุกๆคนในครอบครัวก็โน้มตัวก้มลงมามองเห็ดน้อยพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง อย่างกับนัดกันเอาไว้เลย
“น้องเห็ดน้อยวาดรูปอะไรงั้นเหรอฮะ”พี่รองถู่โต้ว
“พี่ใหญ่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน คงจะต้องรอดูให้จบนะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ลักษณะเหมือนถังเลยใช่ไหมฮะเนี่ย”พี่หนานกวา
“น้องเห็ดน้อยอยากได้ถังไม้มาทำไมเหรอ”พี่ขู่เฉิง
“อาจจะวาดถังใส่ไก่ย่างให้เต็มล้นถังนี้ไงฮะทุกคน”พี่ต้าซ่วน
“ไก่ย่างเต็มถังนี้ก็ดีน่ะสิ ทีนี้พวกเราก็มีไก่ย่างกินกันทุกๆวันเลยนะ”พี่หยางชง
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย ต่างพูดเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกันเลย
“ไม่ใช่หรอก พวกพี่ชายเดาผิดนะน้องเห็ดน้อยไม่ได้วาดถังเอาไว้ใส่ไก่ย่างพวกนี้เสียหน่อย”พี่สาวพริกหวาน เป็เพียงคนเดียวที่เห็นต่างจากพวกพี่ชายกัน
“แล้วน้องพริกหวาน รู้แล้วเหรอว่าน้องเห็ดน้อยจะวาดถังไม้ใส่อะไรน่ะ”พี่รองถู่โต้ว หรือพี่ชายหัวมันฝรั่งที่เห็ดน้อยตั้งฉายาเรียกในแบบโลกเดิมตรงตัวตามชื่อของเขา
“ก็ถังไม้สูงๆ แบบนี้และมีฝากปิดมิดชิดเอาไว้้าด้วยที่น้องเห็ดน้อยกำลังวาดอยู่ มันน่าจะเป็ถังใส่พวก…….”พี่สาวพริกหวาน
ขณะที่พี่สาวพริกหวานกำลังบอกลักษณะรูปภาพที่น้องเห็ดน้อยกำลังวาดอยู่นั้น พวกพี่ชายก็คอยลุ้นคำตอบของพี่พริกหวานไปด้วย มองภาพที่เห็ดน้อยกำลังวาดไปด้วย เพื่อพิจารณากันอีกรอบว่าคำตอบของคนใดจะถูกต้องที่สุด หรือไม่มีใครเดาได้ถูกต้องกันเลย
********************
น้องเห็ดน้อยกำลังลองวาดรูปอะไรกันนะหรือพวกพี่ชายจะเดาได้ถูกต้องแล้ว?? หรือจะเป็พวกของใช้??? หรือจะเป็อาหาร???? ลองเดากันดูค่ะว่าเห็ดน้อยจะวาดอะไรกันแน่นะ