เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบแปด เนิร์ดธรรมดา

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบแปด เนิร์ดธรรมดา

    ผมได้ให้พวกเขาแบกน้ำหนักห้าสิบกิโลกรัมน้อยกว่าสึบารุเริ่มต้นจากศูนย์ที่ต่างโลกหรือไกอาจากบากิประมาณยี่สิบห้ากิโลกรัม

    ไกอาที่เป็นทหารรับจ้างอันดับหนึ่งของโลกนั้นไม่เท่าไร

    แต่การที่สึบารุที่อ้างว่าเป็น

    “เนิร์ดธรรมดา”

    แบกผู้หญิงสองคนเดินทางข้ามเขาก็ทำให้ผมค่อนข้างจะงงพอสมควรว่าทำไปได้อย่างไร

    หากเราสามารถแบกผู้หญิงสองคนเดินทางข้ามเขาได้

    แสดงว่าเราแบกน้ำหนักไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมเดินทางข้ามเขาได้พอพอกับไกอาแห่งบากิหากเราทำได้ขนาดนั้นเราคงไม่ใช่

    “เนิร์ดและฮิโคโมริธรรมดา”

    แต่เราสามารถลงประลองในสังเวียนประลองใต้ดินของโตเกียวโดมได้อย่างเต็มภาคภูมิไม่มีใครกล้าดูถูกเราแน่ๆ

    แต่เรากลับยอมรับกับการมีพลังพิเศษพรของพระเจ้าหรือเวทย์ต่างๆมากกว่าจะยอมรับความสามารถในการแบกผู้หญิงสองคนข้ามภูเขาที่เปลี่ยนแปลงตัวละครจากคนธรรมดาไปเป็นตัวละครในเรื่องบากิ

    “สู้ไหม?”

    “สู้ สู้”

    เสียงตอบรับกลับมาเมื่อผมพยายามปีนขึ้นเขาแบบคาคาชิแห่งนารุโตะด้วยมือข้างเดียวน้ำหน้าพวกไอ้ห้อยไอ้โหนและพวกเสือดำที่ยังใช้เชือกหรือมือสองข้างในการปีนหน้าผา

    ยังดีที่หมู่บ้านเราไม่ได้เป็นหมู่บ้านโคโนฮะที่สูงมากนัก

    ทำได้แค่พอให้เหงื่อออกแบบหอมปากหอมคอเท่านั้น

    แต่ละคนทำท่าเหนื่อยมากเอาหลังพิงกันหรือเอาสัมภาระหนักนั้นมานอนหนุน

    “เจ้านาย แข็งแรงจัง อ้วก“

    แม้ไอ้ห้อยไอ้โหนจะเหนื่อยจนลิ้นห้อยอ้วกออกมาพวกเขาก็พยายามจะชมผม

    ผมส่ายศีรษะไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก

    แม้แต่เสือดำที่มีวิทยาอาคมพอสมควร

    พอมาออกแรงอย่างนี้ก็ดูเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด

    นี่น่าจะแสดงสาเหตุที่แสนตรีเพชรกล้าแพ้พวกขุนแผนพลายงามและโจรอีกสามสิบห้าคน(นอกเหนือจากจำนวนที่มากกว่ากันหลายเท่า)

    เพราะการฟันแทงไม่เข้ายกของหนักได้ดั่งช้างสารเป็นแอนนิเมจัสฯลฯ

    ข้อจำกัดของเราคือความทรหดอดทนในการออกแรงระยะเวลานานๆ

    ผมพยายามจะก็อปปี้การรายงานของซีไอเอที่รายงานเรื่องของการไปสร้างกองกำลังติดอาวุธในละตินอเมริกา

    ว่าพวกคนพื้นเมือง เคยชินกับชีวิตตามสบายใจ

    เรื่องทุกอย่างที่พวกเขาเห็นว่าเป็นปัญหาพวกเขาจะยักไหล่คิดว่า

    “ของมันต้องเป็นเช่นนี้”

    และไม่คิดว่าจะแก้ปัญหาด้วยตนเองแต่อย่างใด

    หากเราเชื่อตามที่ซีไอเอรายงาน

    หากไม่มีคนขาวมาช่วยฝึกและส่งกองกำลังบำรุงอาวุธ เชื้อเพลิง

    คงไม่สามารถสร้างกองกำลังไปรบกับอะไรเขาได้

    คนขาวได้ช่วยโลกเอาไว้อีกครั้ง

    พ่อแม่หลายคนคิดคล้ายกันว่าลูกชายไปเกณฑ์ทหารจากที่เคยเกเรกลับกลายเป็นคนรู้ระเบียบวินัยขึ้นพับที่นอนด้วยตนเองตื่นแต่เช้า...ทำได้สักพักก็กลับมาเป็นแบบเดิม

    หมายความว่าหากเจอคนนิสัยแบบชนพื้นเมือง

    เราต้องทำตัวแบบคนผิวขาวซีไอเอ

    ที่ต้องสร้างกลไกมาควบคุมการกระทำของพวกเขาเสมอ

    อย่างการฝึกทหารแบบมีระเบียบวินัยในตนเอง

    ฝึกทหารตลอดเวลา

    พวกเขาจะได้ไม่มีนิสัยย้อนกลับไปเป็นคนที่ขี้เกียจตัวเป็นขนอีกครั้ง

    “เอาล่ะ จับคู่ถอดสัมภาระ ยืดร่างกายเรามาตั้งค่ายพักผ่อนกัน”

    ผมรู้สึกขอบคุณเสมอที่ผมเป็นเนิร์ดได้เรียนรู้เทคนิคที่ซีไอเอใจดีบอกกล่าวทุกคนอย่างไม่ปิดบังแต่ประการใดว่าพวกเขาไปทำอะไรมาบ้างในประเทศโลกที่สาม

    ทำให้ผมเตรียมใจกับปัญหาที่จะเผชิญหน้าได้พอสมควร

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน