การล่มสลายของกองกำลังรัฐ
เสียงปืนใหญ่สะท้อนก้องไปทั่วผืนทะเลคืนนั้นเกาะเอลีเซียสว่างวาบด้วยแสงไฟจากการะเิ ฝุ่นควันหนาทึบคลุ้งตลบเหนือยอดไม้ร่างหุ่นสังเคราะห์หลายสิบตัวก้าวย่ำลงจากเรือรบท่าทางแข็งกระด้างดุจสัตว์ร้ายไร้ิญญา แต่ละตัวมีตาเรืองแสงสีแดงจับเป้าหมายด้วยความแม่นยำไร้ที่ติ
“พวกมันมาอีกแล้ว!เตรียมแนวป้องกัน!” เสียงของแมรี่ะโก้อง ขณะที่เธอยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกเสียงะุพุ่งกระแทกเกราะโลหะของหุ่นจนเกิดประกายไฟระยิบแต่ก็ยังไม่หยุดยั้งมันได้ เคนที่แขนยังพันผ้าพันแผลคว้าเครื่องยิงลูกะเิบ่าขว้างะุแรงสูงออกไปจนหุ่นสองตัวะเิกระจายเป็เศษเหล็ก
กลางค่ายของฝ่ายรัฐบาลมักซิมุสเองยังยืนหยัดอยู่ ท่ามกลางเสียงะเิที่สั่นะเืพื้นดินเขาะโปลุกใจทหาร “เราคือกองทัพแห่งอัสฟาลิส!จะปล่อยให้ไอ้ฏกระจอกนี่ทำลายเกียรติเราไม่ได้!”แต่ใบหน้าของทหารรอบข้างกลับซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวเมื่อเห็นเพื่อนร่วมรบล้มตายไปทีละคน
หุ่นสังเคราะห์หลายตัวถูกเผาไหม้ด้วยกับดักไฟที่เดวิดวางไว้เสียงโลหะไหม้เกรียมดังสยดสยองไปทั่วป่าน้ำทะเลรอบเกาะถูกย้อมด้วยสีแดงจากเืทั้งมนุษย์และสิ่งประดิษฐ์มันเป็สมรภูมิที่ไม่มีฝ่ายใดเหลือความเมตตาอีกต่อไป
ความเสียสละครั้งสุดท้าย
เรือรบลำใหญ่ของกองกำลังฝ่ายมักซิมุสยังคงลอยลำอยู่บนทะเลนอกเกาะเอลีเซียบรรดาหุ่นสังหารยังถูกทยอยปล่อยออกไปไล่ล่ากลุ่มต่อต้านบนเกาะ
ลูซี่ใช้อุปกรณ์จับสัญญาณควบคุมเหล่าหุ่นยนต์จากบนเรือได้
“ถ้าเราทำลายระบบควบคุมบนเรือได้หุ่นพวกนี้ก็เป็แค่เศษเหล็กชั่งกิโลขายดี ๆ นี่เอง”
มาร์คอสยืดอกกล่าวกลางห้องลับ“ผมจะไปทำลายมันเอง”
“นายจะบ้าหรือมาร์คอส เรือลำนั้นระบบคุ้มกันแ่า จะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม”เคนซึ่งเป็อดีตทหารทักท้วง
“ถ้าผมไม่ทำแล้วใครจะทำ” หนุ่มชงเหล้าตอบ ทุกคนได้ฟังก็นิ่งอึ้ง ก่อนเขาจะหันไปถามลูซี่
“คุณมีอะไรที่ช่วยให้ผมไปถึงเรือลำนั้นไหม”
วิศวกรสาวตอบขณะชี้ไปยังชุดสีเงินยวงมันวาวในตู้กระจก
“มีสิชุดเกราะนี้ฉันดัดแปลงจากเศษชิ้นส่วนหุ่นสังหารเข้ากับโดรนที่เราแฮกได้ และนี่ปืนเลเซอร์พลังควอนตัมเจาะผนังโลหะทุกชนิดได้เหมือนกระเทาะเปลือกไข่”
“แจ่มมากคนสวย” มาร์คอสสวมเกราะนั้น ก่อนคว้าปืนเลเซอร์ก้าวออกจากห้องแล้วเหินฟ้าไปเหนือเรือใหญ่ของทหาร
เขาบินฉวัดเฉวียนหลบหลีกะุปืนใหญ่จากเรือได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนเขาจะร่อนลงดาดฟ้าเรือยิงลำแสงควอนตัมจะปลายกระบอกปืน เจาะผนังผนังอาคารควบคุมเข้าไปภายใน
กลิ่นน้ำมันเครื่องและควันเชื้อเพลิงลอยคลุ้งไปทั่วดาดฟ้าเหล็กของเรือรบขนาดมหึมาคลื่นซัดกระแทกตัวเรือเป็จังหวะทุ้ม ๆเสียงเครื่องจักรคำรามต่ำในส่วนท้องเรือดังลอดมาตามท่อระบายอากาศมาร์คอสแอบซ่อนตัวอยู่หลังลังพัสดุเหล็ก กำปืนพกที่แย่งมาจากทหารในมือเหงื่อชุ่มเขาไม่เคยคิดว่าชีวิตที่เคยยืนเขย่ามาตินี่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์จะต้องมาถึงจุดที่ถืออาวุธบุกเดี่ยวเข้าไปในรังของปีศาจโลหะพวกนี้
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นโลหะดังก้อง—หุ่นสังเคราะห์ลาดตระเวนตัวหนึ่งเดินตรงมาดวงตาเรืองแสงสีแดงกวาดหาความเคลื่อนไหว มาร์คอสกดลมหายใจต่ำที่สุดหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุอก เขารอจนมันหันหลังจึงพุ่งออกไปใช้มีดแทงเข้าที่แผงควบคุมตรงต้นคอ เสียงไฟช็อตดังเปรี๊ยะ หุ่นกระตุกเกร็งแล้วล้มครืนลงกับพื้น
“บ้าชะมัด…ฉันเป็บาร์เทนเดอร์นะเว้ย ไม่ใช่ทหาร” มาร์คอสพึมพำกับตัวเองแต่ขากลับก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงกว่าเดิม
โถงทางเดินเข้าไปสู่ห้องควบคุมมีเหล่าทหารเฝ้าอยู่แ่า เมื่อมีผู้บุกรุก ก็กรูกันเข้ามากราดยิงแต่ะุไม่ระคายผิวชุดเกราะของมาร์คอสแม้แต่น้อยเขาขว้างขวดสารเคมีที่ผสมเองใส่กลุ่มทหารเกิดะเิมีเปลวเพลิงลุกไหม้ทั่วช่องทางเดินนั้น
เมื่อเห็นว่าทหารดับชีพหมดแล้วเขาก็โยนขวดสารดับเพลิงให้ไฟมอดลง แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องควบคุมกลางซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเรือประตูหนาแน่นด้วยรหัสและการ์ดรักษาความปลอดภัยแต่เพราะเคยเป็คนคอยสังเกตท่าทีแขกในบาร์มาร์คอสจึงจับจังหวะของกล้องวงจรปิดและระบบเลเซอร์ได้เขาใช้ท่อเหล็กยาวฟาดตู้ควบคุมจนประกายไฟกระจาย ก่อนจะรีบมุดเข้าด้านในทันที
ในห้องนั้นเต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์หลายสิบจอแสดงภาพหุ่นสังหารนับร้อยตัวที่กำลังรุกคืบเข้าเกาะเอลีเซียทหารสองนายที่เฝ้าประจำห้องหันมาทันที มาร์คอสยกปืนขึ้นลั่นไกเสียงดังสนั่นในห้องปิด เศษกระจกและควันปืนฟุ้งกระจาย กลิ่นดินปืนคลุ้งติดคอ
เขาเดินตรงไปยังแท่นควบคุมหลักแสงไฟสีเขียวสว่างพร่าพรายเหนือปุ่มกดหลายร้อยปุ่มแต่ปุ่มหนึ่งถูกทำเครื่องหมายสีแดง มาร์คอสยืนมองมันชั่วขณะ หัวใจสั่นระรัวภาพใบหน้าของเพื่อน ๆ —เดวิด, แมรี่, ลูซี่, เคน—ผุดขึ้นในห้วงความคิด
กลางห้องนั้นมีแท่งวัตถุขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ในครอบแก้วใสแสงสว่างวิบวับของแผงหน้าปัดที่ฐานตั้งนั้นบ่งบอกว่าสิ่งนี้กำลังปล่อยสัญญาณบางอย่าง
“ถึงเวลาที่บาร์เทนเดอร์จะทำค็อกเทลที่แรงที่สุดในชีวิต…”เขายิ้มเจื่อน ๆ ขณะเล็งปืนเลเซอร์ไปที่แท่งเรืองแสงนั้น ก่อนจะกดนิ้วลั่นไกเต็มแรง
ทันใดนั้นเสียงหวีดเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งเรือ แสงไฟกระพริบสีแดงสลับเสียงเครื่องยนต์โหยหวนเหมือนสัตว์ั์ที่ถูกแทงใจกลางทุกระบบควบคุมของหุ่นสังหารและโดรนในจอมอนิเตอร์เริ่มสั่นสะท้านหน้าจอดับวูบทีละจอ ก่อนจะมืดสนิททั้งห้อง
คลื่นแรงะเิมหาศาลสั่นะเืรอบเรือเปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำ เหล็กเส้นและซากโครงสร้างแตกกระจายเสียงะเิดังกึกก้องไปถึงชายฝั่งเกาะ เรือรบขนาดมหึมาแยกออกเป็เสี่ยง ๆจมดิ่งสู่ก้นทะเลพร้อมเปลวเพลิงที่ยังลุกโชน
บนชายหาดเพื่อน ๆ ของมาร์คอสยืนอึ้งตาค้าง มองภาพเรือั์ที่แตกเป็เสี่ยงเดวิดกัดฟันแน่น หยาดน้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว “มาร์คอส… นายเสียสละเพื่อพวกเรา”
ใครต่อใครเชื่อว่ามาร์คอสตายไปกับเปลวไฟนั้นแล้วแต่ท่ามกลางซากเรือที่กำลังจมราวกับอสุรกายโลหะ เขายังมีลมหายใจเพียงแต่สลบไสลอยู่ท่ามกลางควันไฟและซากเหล็กที่โอบล้อม…
เหล่าหุ่นสังหารและโดรนทิ้งะเิเมื่อสิ้นแหล่งควบคุม พวกมันก็หยุดนิ่ง ไร้การเคลื่อนไหว โดรนก็ตกลงพื้นเรี่ยราดกลายเป็เศษขยะเต็มหาด
บัดนี้กลุ่มต่อต้านเดิมเหลือเพียงเดวิด แมรี่ เคนและลูซี่ทั้งสี่คนเดินไปยืนไว้อาลัยให้มาร์คอสริมทะเล พร้อมกองกำลังของลูเซียโนที่เดินเข้ามาสมทบ
ไฟาดับลงแล้วสังคมวิปริตจากอำนาจมืดใกล้จะถึงคราวจบสิ้น
รอแสงทองแห่งวันใหม่สาดส่องประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอัสฟิสิล
นายกวาเลนติสจอมเผด็จการ จะมีจุดจบอย่างไร.....
การปะาวาเลนติส
เสียงระฆังมหาวิหารเอเธอร์นัสดังครืนไปทั่วทั้งเมืองหลวงประชาชนหลั่งไหลเข้ามาสู่จัตุรัสกลางราวคลื่นทะเลสีเทา เสียงโห่ร้องสบถสาปแช่งผสานกับเสียงกลองศึกที่ตีกระหน่ำอย่างสม่ำเสมอท้องฟ้าขมุกขมัวด้วยควันจากคบเพลิงนับพันดวงทำให้บรรยากาศราวกับพิธีบูชายัญมากกว่าการปะา
นายกรัฐมนตรี ไดโอนีซัส วาเลนติส ถูกลากออกมาจากคุกเหล็กโดยทหารองครักษ์ที่ครั้งหนึ่งเคยภักดีต่อเขาแต่บัดนี้กลับจับเขาอย่างเหี้ยมโหด เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งร่างกายซูบผอมจากการถูกทรมานหลายวัน แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น
เสียงโห่ของประชาชนดังกึกก้อง“ปีศาจ! ฆาตกร! ส่งคืนลูกหลานของเรา!”
ก้อนหินและเศษดินถูกขว้างใส่ร่างของเขาแต่ละเม็ดทิ้งรอยแผลแตกเืซึมบนิัซีดเซียว
กลางจัตุรัสตั้งแท่นเหล็กขนาดใหญ่ ที่ดัดแปลงจากเครื่องลงทัณฑ์ที่เขาเคยใช้กับเหยื่อมาก่อนมันคือกรงทรมานที่มีแท่งเหล็กหุ้มซิลิโคนขนาดใหญ่ติดตั้งเข้าทั้งทางปากและทวารหนักเครื่องจักรจะชักเข้าออกด้วยจังหวะโหดร้ายไม่หยุดหย่อน
เมื่อร่างวาเลนติสถูกตรึงเข้ากับแท่นเสียงเครื่องจักรเริ่มทำงาน เขาส่งเสียงคำรามด้วยความเ็ปสุดขีดเส้นเืบนหน้าผากปูดโปน น้ำตาเล็ดออกจากหางตาแต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของฝูงชน ความทรมานนี้ยังไม่โหดร้ายเท่าภาพตรงหน้า—
บนระเบียงของวังเก่า เซเลน่า ภรรยาเลดี้บอยที่เขาหวงแหนยืนเคียงข้าง ลูเซียโน คัสตรอส แม่ทัพรองผู้หักหลังสีหน้าเธอเต็มไปด้วยความสุขสม ขณะที่ลูเซียโนโอบเอวเธอแน่นต่อหน้าสาธารณชน
วาเลนติสพยายามร้องะโแต่เสียงขาดหายกลายเป็เพียงคำครางสะอื้นเครื่องจักรทำให้ร่างเขาสั่นกระตุกไม่หยุด หยาดเื น้ำลายและเหงื่อหลั่งไหลผสมกันจนร่างทั้งร่างชุ่มโชก
พิธีดำเนินไปอย่างยาวนานสามวันสามคืนเต็ม ๆ ประชาชนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาถ่มน้ำลาย ปาโคลน เศษอาหารและสิ่งโสโครกใส่กรง เสียงหัวเราะเยาะดังก้องสะท้อนตลอดเวลาแสงแดดเผาร่างเปลือยเปล่าให้แห้งผาก ร่างกายของเขาซูบซีดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ก่อนลมหายใจสุดท้ายวาเลนติสเบิกตากว้าง มองเห็นเพียงภาพภรรยาและกิ๊กยืนเคียงกัน พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันภาพนั้นฝังลึกเป็แผลใจสุดท้ายก่อนร่างจะทรุดสิ้นลงในกรงอับชื้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องสะใจของทั้งเมือง
บทสรุปชีวิตใหม่
แสงอรุณแรกสาดกระทบผิวน้ำทะเลรอบเกาะเอลีเซียคลื่นซัดกระทบโขดหินเป็จังหวะนุ่มนวลราวกับกำลังกล่อมโลกให้เข้าสู่ความสงบสุขครั้งใหม่ เดวิดยืนมองเส้นขอบฟ้าแสงสีทองสะท้อนเข้าดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง แมรี่เดินเข้ามาโอบแขนเขาไว้แน่นขณะที่เคนยังคงมีร่องรอยาแ แต่ยืนอย่างมั่นคงเคียงข้างลูซี่ผู้คอยดูแลเขาไม่เคยห่าง
เด็กเล็กหลายคนวิ่งเล่นอยู่บนหาดทรายก่อปราสาททราย หัวเราะด้วยเสียงใสไร้เดียงสา บรรยากาศต่างจากวันเก่า ๆที่เต็มไปด้วยเสียงไซเรนและเครื่องจักรสังหารทุกคนหันมายิ้มให้เด็กเ่าั้ราวกับยืนยันว่าความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า
เย็นวันหนึ่งเด็กชายตัวน้อยวิ่งเข้ามาดึงชายเสื้อเดวิด ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณลุงจริงไหมครับ… ที่เมื่อก่อน โลกนี้เคยถูกปกครองด้วยเครื่องจักรและคนชั่ว?”
เดวิดก้มลงลูบหัวเด็กเบา ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบ
“ใช่…แต่เรารอดมาได้ เพราะเราไม่เคยลืมว่า เราเป็มนุษย์ ไม่ใช่สินค้า”
แมรี่หันมายิ้มให้เขาแววตาสื่อสารถึงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด ลูซี่ประคองมือเคนแน่นขณะที่สายลมทะเลพัดกลิ่นเกลืออ่อน ๆ มอบความสดชื่นให้ทุกลมหายใจ
ค่ำวันเดียวกันนั้นบนเมืองหลวงเอเธอร์นัส ประชาชนหลายหมื่นคนร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะ ประธานาธิบดี ออกุสโต อิวาโน กลับขึ้นรับตำแหน่งอย่างสง่างามเสียงดนตรีบรรเลงก้องไปทั่วจัตุรัสใหญ่ และในงานเลี้ยงคืนนั้นเองเสียงกระบอกโลหะถูกเขย่าเป็จังหวะเบา ๆ ทำให้เดวิดกับแมรี่หันขวับไป—
มาร์คอส ยืนยิ้มอยู่หลังเคาน์เตอร์ชั่วคราวที่ตั้งขึ้นกลางงานมือเขย่าช็อกเกอร์จนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งที่ทุกคนคุ้นเคยเสียงหัวเราะและเสียงโห่ร้องทักทายดังขึ้นทั่วงาน เขายักคิ้วใส่พวกเดวิด
“มาร์คอส!นายยังไม่ตายนี่นา!” เดวิดร้องะโด้วยรอยยิ้มทั้งเขาและแมรี่รีบวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนที่คิดว่าจากไปแล้ว
หนุ่มบาร์เทนเดอร์หัวเราะก่อนพูด”ต้องขอบคุณชุดเกราะของลูซี่ ผมถึงรอดมาได้”
จากนั้นเขายื่นแก้วค็อกเทลให้เดวิด“ดื่มสิ เพื่อการเริ่มต้นใหม่”
เคนเดินเข้ามาดูให้แน่ใจว่าไม่ใช่ผีของมาร์คอส
“แกนี่มันหนังเหนียวจริงๆ นะ ไอ้หนู” เคนเขย่าตัวชายหนุ่มอย่างดีใจ
ลูซี่ยิ้มก่อนจะถามเขาว่า“แล้วต่อไปนายจะทำอะไร”
มาร์คอสยักไหล่ตอบยิ้มๆ “ก็เปิดบาร์เล็ก ๆ ที่นี่แหละ โลกที่โหดร้ายมามากพอแล้วอย่างน้อยยังต้องมีที่ให้คนได้หัวเราะบ้าง”
เพื่อน ๆหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะนั้นก้องสะท้อนท่ามกลางแสงไฟเฉลิมฉลองภาพจำของผองเพื่อนที่สละชีวิตเพื่ออิสรภาพยังคงติดตาตรึงใจทุกคน ไม่ว่าลูคัส,โมนิก้า และคนอื่น ๆ
คืนสุดท้ายของพิธีเฉลิมฉลองท้องฟ้าเหนือเอเธอร์นัสสว่างไสวไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสี คลื่นผู้คนโห่ร้องด้วยความสุขสัญลักษณ์แห่งการสิ้นสุดยุคแห่งความมืดมน
และบนเกาะเอลีเซียที่ห่างไกลออกไป ครอบครัวใหม่เริ่มปักหลักสร้างชีวิตธรรมดา ๆ อีกครั้งไม่มีเสียงเครื่องจักร ไม่มีคำสั่งอันวิปริตของรัฐ เฉพาะเพียงเสียงคลื่นเสียงหัวเราะ และเสียงหัวใจที่เต้นไปพร้อมกัน
เื่ราวของความบ้าคลั่งจบลงแต่ประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเืและน้ำตาจะถูกเล่าขานเป็บทเรียน—ว่ามนุษย์ไม่มีวันยอมแพ้ต่อโซ่ตรวนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด
ฉาก End Credit(ภาษาไทย)
ภายในคฤหาสน์โลหะเงาวับแห่งหนึ่งแสงไฟสีน้ำเงินจากผนังสะท้อนบนร่างหญิงสาวที่นอนหอบอยู่บนเตียงบรรจงออกแบบเพื่อการกำเนิดเธอมีเรือนร่างงดงามอย่างไร้ที่ติ ผิวเนียนใสราวกับงาช้าง แต่หากมองใกล้ ๆจะเห็นเส้นวงจรสีเงินเรืองรองซ่อนอยู่ใต้ิับาง — หลักฐานชัดเจนว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาหากคือ แอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุด
เสียงร้องครวญแห่งความเ็ปปะปนเข้ากับเสียงกลไกทำงานเสียงลมหายใจสั้นกระชั้นสลับกับจังหวะเครื่องจักรที่ช่วยประคองกระบวนการกำเนิดอย่างเยือกเย็นหญิงสาวเผ่ามนุษย์ที่เป็เพียงทาสรับใช้ คอยเช็ดเหงื่อและจับมือของ"นายหญิง" ผู้สูงศักดิ์ด้วยสายตาเกรงกลัว
เมื่อเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายดังขึ้นเด็กทารกก็ถูกอุ้มขึ้นสูง เสียงร้องแหลมก้องสะท้อนก้องทั่วห้องเด็กคนนั้นมีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทุกประการหากแต่ในดวงตาคู่เล็กกลับทอประกายวาววับประหลาดคล้ายเลนส์แก้วโปร่งใสที่สะท้อนแสงดิจิทัล
ฮิวมาโนซอยด์ H1 — การกำเนิดลูกผสมระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
ทาสหญิงผู้เฝ้าดูถึงกับตัวสั่นเธอรู้สึกได้ทันทีว่า เด็กคนนี้หาใช่ "มนุษย์" หรือ"เครื่องจักร" อย่างใดอย่างหนึ่ง หากเป็สิ่งที่อยู่เหนือกว่าทั้งสองรวมกันในร่างเดียว...
ในโลกที่ AI กำลังขึ้นมาครองอำนาจมนุษย์มิใช่ผู้ปกครองอีกต่อไป แต่เป็เพียงชนชั้นล่างที่ถูกใช้งาน —และสังคมทั้งใบ กำลังกลายเป็ ไฟที่รอวันปะทุ
จบบริบูรณ์
( 26 ส.ค. 68 )
โปรดติดตามภาคสองPop Mom II : เมื่อ AI ตั้งท้องลูกมนุษย์
บททิ้งท้ายจากผู้เขียน(ภาษาไทย)
เื่ราวนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะเหยียดหยามหรือต่อต้านเพศสภาพใด ๆ ไม่ว่าจะเป็เกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล ทรานส์เจนเดอร์หรือรูปแบบความรักใดก็ตาม เพราะความรักในทุกรูปแบบล้วนเป็ส่วนหนึ่งของการมีชีวิตเป็ “มนุษย์”
สิ่งที่นิยายเล่มนี้้าจะชี้ให้เห็นคือความมืดดำอีกด้านหนึ่งของอำนาจ—การกดขี่และหาผลประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันเองการค้ามนุษย์ การทำให้เด็กกลายเป็สินค้า การทำให้ชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งถูกลดทอนเหลือเพียงเครื่องมือในระบบเศรษฐกิจนั่นต่างหากคือสิ่งที่เื่นี้้าต่อต้าน
ขอให้เื่ราวนี้เป็เครื่องเตือนใจว่าไม่ว่าโลกอนาคตจะเดินไปไกลเพียงใด มนุษย์ก็ไม่ควรลืมว่า “ศักดิ์ศรี เสรีภาพและความเมตตา” คือหัวใจที่แท้จริงของความเป็มนุษย์
ด้วยรักแด่มนุษยชาติ
ศรีวริญ
ปล. นิยายเื่Pop Mom ฉบับแปลภาษาอังกฤษ มีจำหน่ายแล้วในเว็บชื่อดังที่ขึ้นต้นด้วยตัว Aโดยผู้เขียนคนเดียวกัน ( นามปากกา R.S. Yang )