เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 5 บทที่ 134 เรื่องน่ารำคาญเล็กน้อย

            [หวังเฉิน มีแต้มสะสม 1,065 แต้ม] 

            [จั่วชิงเหวิน มีแต้มสะสม 775 แต้ม] 

            [จ้าวหมิงคง มีแต้มสะสม 632 แต้ม] 

            ...

            เมื่อจั่วชิงเหวินเหลือบมองตารางแต้มสะสมดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ

            “หวังเฉิน?”

            “เจ้าหมอนี่ไปเอาแต้มมากมายขนาดนี้มาได้ยังไง?”

            ในใจคิดสงสัยจั่วชิงเหวินเม้มริมฝีปาก

            ก่อนที่เธอจะต่อสู้กับโยวเหวินเธอได้เปิดดูตารางอันดับครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเธอครองอันดับหนึ่งอย่างมั่นคงขณะที่หวังเฉินหลุดจากยี่สิบอันดับแรก มีแต้มเพียงสามร้อยห้าสิบแต้ม

            แต่ตอนนี้...

            เธอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงจัดการโยวเหวินและได้แต้มมาอีกกว่าร้อยแต้ม ทว่าอันดับหนึ่งของเธอกลับถูกหวังเฉินช่วงชิงไป

            สามสิบนาทีได้แต้มมาเจ็ดร้อยกว่าแต้ม!

            นี่หมายความว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีผู้เข้าแข่งขันเกือบเจ็ดคนถูกหวังเฉินกำจัดออกไป!

            “หวังเฉินเจ้าหมอนี่ ทำได้ยังไงกัน?”

            “แม้ว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะยืนอยู่เฉยๆก็ต้องใช้เวลามากกว่าสามสิบนาทีในการกำจัดพวกเขาไปให้หมดไม่ใช่เหรอ?”

            จั่วชิงเหวินในตอนนี้รู้สึกไม่เข้าใจอย่างยิ่ง

            ...

            ในเวลาเดียวกัน

            อีกมุมหนึ่งของป่าลึก

            ตูม!

            เสียงระเบิดกึกก้องคลื่นเพลิงร้อนแรงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

            เปลวเพลิงแผดเผาครอบคลุมพื้นที่สิบเมตรร่างหนึ่งที่อยู่ในรัศมีนั้นยังไม่ทันส่งเสียงกรีดร้องก็กลายเป็นประกายแสงและถูกส่งออกจากดันเจี้ยนลับไปแล้ว

            เมื่อคลื่นเพลิงสลายไปเด็กหนุ่มรูปร่างผอมเพรียว หน้าตาหล่อเหลาผู้ถือไม้เท้าเวทมนตร์ก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล

            คนผู้นี้มีนามว่าจ้าวหมิงคง มาจากมหาวิทยาลัยเยี่ยนหัว เป็นจอมเวทเพลิงพิโรธ เลเวล 70ที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้ว

            “คนที่หกแล้ว คราวนี้ฉันน่าจะแซงจั่วชิงเหวินได้แล้วสินะ?”

            จ้าวหมิงคงมองผู้เข้าแข่งขันที่ถูกส่งออกจากดันเจี้ยนลับที่อยู่ไม่ไกลแล้วเปิดตารางอันดับด้วยความคาดหวังเล็กน้อย

            “เอ๊ะ?”

            เมื่อเห็นอันดับบนตารางแต้มใบหน้าของเขาก็แข็งค้างไปชั่วขณะ

            “หวังเฉิน? อันดับหนึ่งงั้นเหรอ?”

            “เขาเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ เลเวล 65 ทำไมถึงมีแต้มสูงกว่าฉันได้?”

            แววตาของจ้าวหมิงคงฉายประกายเย็นชาเล็กน้อยในใจรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

            ถูกหวังเฉินซึ่งมีเลเวลต่ำกว่าตนกดดันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง

            “ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องเร่งมือหน่อย ถ้าถูกหวังเฉินเลเวล 65 คนนี้ได้อันดับหนึ่งในรอบคัดเลือกละก็ ฉันคงไม่มีหน้าไปพบใคร!”

            “ถ้าได้เจอหวังเฉินก็ดีสิ แค่กำจัดเขาแต้มของฉันก็จะพุ่งขึ้นอีกสองร้อยแต้มเลย!”

            ...

            ความประหลาดใจของจั่วชิงเหวินและจ้าวหมิงคงไม่ใช่เรื่องแปลกในตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่กำลังดูตารางอันดับในดันเจี้ยนลับ‘สนามทดสอบ’  ต่างก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับพวกเขา

            ตกตะลึงไม่เข้าใจ สงสัย และเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย...

            และในตอนนี้

            หวังเฉินผู้ที่ทุกคนกำลังคิดถึงก็ได้พบกับปัญหาเล็กน้อยระหว่างที่กำลังตามหาผู้เข้าแข่งขันคนอื่น

            ในมุมหนึ่งของป่า

            “โฮก!!”

            เสียงคำรามกึกก้องดังกังวานไปทั่วป่าจนใบไม้สั่นไหวระริก

            หลังเสียงคำรามหมาป่าสายลมตัวมหึมา ความยาวห้าเมตร ก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องไปยังมนุษย์ผู้บุกรุกอาณาเขตของตนอย่างไม่วางตา

            อีกด้านหนึ่ง

            หวังเฉินหยุดเดินมองหมาป่าสายลมที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน และใช้ทักษะสำรวจอย่างช่วยไม่ได้

            [สัตว์อสูร: ราชันย์หมาป่าสายลม] 

            [เลเวล: 80] 

            [รูปแบบการต่อสู้: โจมตีระยะประชิด] 

            [ทักษะ: ขย้ำ, พุ่งชน, เพิ่มพลังกาย,ลมวายุคลั่งยักษ์...] 

            [ประเภท: บอส] 

            ...

            “บัดซบ!”

            “อสูรป่าระดับบอสเลเวล 80 นี่ดวงของฉันมันแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!”

            หวังเฉินเกาศีรษะเมื่อเห็นข้อมูลคุณสมบัติของราชันย์หมาป่าสายลม

            ตั้งแต่เขาพบว่าอสูรป่าในดันเจี้ยนลับนี้ให้แต่แต้มไม่ให้ค่าประสบการณ์ เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงพวกมันมาตลอด

            ท้ายที่สุดแต้มที่ได้จากการสังหารอสูรป่า เมื่อเทียบกับการกำจัดผู้เข้าแข่งขันแล้วมันห่างกันราวฟ้ากับเหว

            การเสียเวลาต่อสู้กับอสูรป่าสู้เอาเวลาไปตามหาผู้เข้าแข่งขันคนอื่นยังดีกว่า

            “โฮก!!”

            มันคล้ายจะรับรู้ถึงการดูถูกของหวังเฉินดวงตาสีแดงก่ำของราชันย์หมาป่าสายลมก็ฉายแววโกรธเคืองราวกับมนุษย์

            มันคำรามก้องฟ้าแล้วลมวายุคลั่งยักษ์สองสายก็ปรากฏขึ้นข้างตัวมัน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หวังเฉิน

            ฟิ้วฟิ้ว!!

            เสียงลมพัดหวิวดุจมีดเฉือนคมลมวายุคลั่งยักษ์พุ่งเข้าใส่หวังเฉินด้วยความเร็วสูง

            "เวรเอ๊ย!"

            เมื่อหวังเฉินก้าวเท้าร่างกายก็ทะยานขึ้นสูงในพริบตา ลมมีดมหึมาสองสายเฉียดร่างเขาไป

            ปังปัง ปัง!!

            พอลงสู่พื้นเสียงปะทะกันดังลั่นตามหลัง ลมวายุคลั่งยักษ์ที่ยังคงแรงไม่หยุดได้ฟันต้นไม้ไปกว่าสิบต้นก่อนจะสลายไป

            “เรามาเจรจากันหน่อยดีไหม?”

            “วันนี้ถือว่าแกไม่เห็นฉัน แล้วต่างคนต่างไป”

            หวังเฉินมองราชันย์หมาป่าสายลมที่อยู่ตรงข้ามแล้วแบสองมือพลางพูด

            เมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะเจอเบาะแสของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งถ้าตอนนี้ต้องมาสู้กับราชันย์หมาป่าสายลม คงจะไปไม่ทันแน่นอน

            “โฮก โฮก โฮก!!”

            ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเขาราชันย์หมาป่าสายลมก็คำรามดุร้าย ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองหวังเฉินไม่วางตาน้ำลายไหลเยิ้มจากปากที่ส่งกลิ่นคาว

            เห็นได้ชัดว่ามันไม่คิดจะปล่อยอาหารที่เดินมาหาถึงที่ไปง่ายๆ

            “โฮก!”

            ราชันย์หมาป่าสายลมคำรามก้องสี่เท้าเหยียบพื้น พุ่งเข้าใส่หวังเฉินด้วยความเร็วอันน่าพรั่นพรึง

            เพียงชั่วพริบตาเดียวมันก็ข้ามระยะห่างระหว่างทั้งคู่ และมาปรากฏตัวตรงหน้าหวังเฉิน

            วินาทีต่อมา

            ชิ้ง!

            กรงเล็บแหลมคมขนาดเท่าจานหินของราชันย์หมาป่าสายลมฟาดเข้าใส่อย่างไม่ลังเล

            เล็บแหลมคมที่ยื่นออกมานั้นเปล่งประกายเย็นยะเยือกน่าสะพรึงกลัว ทำให้ผู้คนไม่สงสัยเลยว่าแม้แต่เหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง ก็คงจะถูกมันตัดเป็นชิ้นๆ

            “ดูเหมือนว่าจะเจรจากันไม่ได้สินะ!”

            แต่ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับการโจมตีของราชันย์หมาป่าสายลมหวังเฉินกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

            เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้แล้วเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว ถอยหลังหลบการโจมตีของราชันย์หมาป่าสายลม

            ปัง!

            กรงเล็บของราชันย์หมาป่าสายลมพลาดเป้าลงไปกระแทกพื้นจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่

            “ในเมื่อแกหาที่ตายเอง ฉันก็ช่วยส่งแกไปเกิดใหม่ก็แล้วกัน!”

            ในขณะเดียวกันในจังหวะที่ราชันย์หมาป่าสายลมหยุดชะงักหวังเฉินที่ถอยออกมาก็หยิบกระบี่ฟันเลื่อยออกมา แล้วฟาดฟันออกไปหนึ่งดาบ

            ผ่าจันทรา!

            ฟิ้วฟิ้ว!!

            คมดาบรูปพระจันทร์เสี้ยวสองสายพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและกระแทกเข้าใส่ร่างของราชันย์หมาป่าสายลมอย่างจัง

            ตูมตูม!!

            เสียงปะทะกึกก้องราชันย์หมาป่าสายลมถูกอัดกระเด็นไปทันที ร่างกายปรากฏบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกสองรอย

            “โฮก!”

            ราชันย์หมาป่าสายลมชนเข้ากับต้นไม้หลายต้นก่อนจะหยุดนิ่งมันส่งเสียงร้องครวญคราง แววตาสีแดงก่ำฉายแววหวาดกลัว

            มันพยุงร่างกายขึ้นมาอย่างยากลำบากพยายามจะหนีห่างจากมนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัวผู้นี้

            ทว่า

            วินาทีต่อมา

            ราชันย์หมาป่าสายลมที่เพิ่งจะลุกขึ้นจากพื้นก็รู้สึกว่าภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนมนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้นปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ามันราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน