หลังจากที่อาคาเซียมอบพลังเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตให้แก่รันแล้ว น้ำเสียงของเธอก็ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอจำเป็ต้องกล่าวบางอย่างกันรันเป็สิ่งสุดท้าย
“มีอีกเื่ที่ข้าจำเป็ต้องบอกเ้า ก็อย่างที่เ้ารู้ว่าตัวของข้านั้นไม่อาจดำรงอยู่บนโลกหลักอาคาเซียได้ ดังนั้น สถานที่ที่เ้าและข้ากำลังอยู่กันในตอนนี้ คือมิติย่อยหรือมิติลับที่ข้าได้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวของข้าเอง ณ ครั้งอดีตกาลเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว ในตอนที่พลังของข้าไม่อาจดำรงอยู่ในโลกอาคาเซียได้อีกต่อไป ข้าจึงเป็จำเป็ต้องสร้างมันขึ้นมาเพื่อรองรับการดำรงอยู่ของข้า โดยยังคงผูกมัดกับโลกอาคาเซียอย่างแยกกันไม่ออก ในฐานะมิติแห่งผู้พิทักษ์หรือผู้ดูแลโลก
และด้วยตัวตนของข้าที่เวลาไม่อาจส่งผลกระทบต่อข้าได้อีกต่อไป ดังนั้น เพื่อให้ข้าได้มีเวลาจัดการกับความเป็ไปของโลกได้มากขึ้น ข้าจึงสร้างกฏแห่งเวลาให้มันไหลเร็วกว่าโลกอาคาเซียถึงหนึ่งร้อยเท่า ดังนั้น การที่ข้าบอกกับเ้าว่ามีเวลาเตรียมตัวหนึ่งพันปี ก็หมายความว่าเวลาของโลกภายนอกหรือโลกอาคาเซียนั้นผ่านไปเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น แต่ด้วยสถานการณ์ที่สิ้นหวังของาปัจจุบัน เวลาเพียงแค่ 10 ที่ว่าก็เพียงพอแล้ว ที่จะชี้ขาดผลแพ้ชนะของาครั้งนี้ ข้าจึงหวังว่าเ้าจะเข้าใจสถานการณ์วิกฤตของมัน
ส่วนเื่วัสดุ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ ปัจจัยในการดำรงชีพ และความรู้ต่างๆที่เ้าจำเป็ต้องใช้ ทั้งหมดอยู่เื้ัของเ้าแล้ว แม้ว่ามันจะดูเหมือนถูกทิ้งร้างเพราะไม่มีผู้ดูแลแต่ทุกอย่างภายในนั้นยังสามารถใช้งานได้ดี มันคือสถานบันศูนย์วิจัยของสหายเก่าข้าเอง เขาเป็ดวอร์ฟที่เชี่ยวชาญการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์ ซึ่งมีนามว่า “สเตฟาน รูโบนดวอร์ฟ” ในยุคสมัยของเขา เขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของโลกในเื่การรังสรรค์อุปกรณ์เวทย์ ไม่ว่าจะเป็สิ่งของเครื่องใช้หรืออาวุธอันทรงพลังก็ตาม
ด้วยความอัจฉริยะเช่นนั้น ที่ห่างชั้นจากทุกผู้ทุกคนอย่างก้าวะโ อย่างไม่อาจเทียบได้ ข้าจึงอนุญาตให้เขาเข้ามายังมิติแห่งนี้ เพื่อใช้ความได้เปรียบทางด้านเวลาในการคิดค้นอาวุธอุปกรณ์เทคโนโลยีเวทมนตร์สำหรับต่อกรกับเหล่าแมลง แต่ก็อย่างที่เ้าทราบ ถึงแม้จะมีความได้เปรียบทางด้านเวลานับร้อยเท่า สุดท้ายก็ไม่อาจตามทันการวิวัฒนาการของเหล่าแมลงได้อยู่ดี
ปืนใหญ่เวทย์อันทรงพลังที่ทำให้กองทัพพันธมิตรสามารถเอาชนะากับเหล่าแมลงใน่แรกได้ ก็เป็เขาที่เป็คนคิดค้นมันขึ้นมา เสียดายที่เขาเป็ดวอร์ฟ เขาจึงมีอายุขัยได้เพียง 5000 ปีเท่านั้น หากเขาเป็เอลฟ์เขาอาจจะมีอายุขัยยืนยาวได้หลายหมื่นปี เขาจะสามารถเป็แสงสว่างแห่งความหวังเล็กๆให้แก่โลกใบนี้ได้จนกว่าาจะถูกตัดสิน ช่างน่าเศร้าที่เขาเพิ่งจากเราไปอย่างสงบเมื่อ 300 ปีที่แล้วด้วยโรคชราของเขา ณ สถานที่แห่งนี้ ภายใต้รากของข้า ภายใต้ผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์
เขาไม่มีโอกาสแม้จะได้พบกับเ้า รัน ผู้เป็ความหวังของเรา ไม่เช่นนั้นเขาคงสามารถสอนอะไรหลายๆอย่างให้แก่เ้าได้ แท่นอัญเชิญที่เ้ากำลังยืนอยู่ก็เป็ผลงานของเขาเช่นกัน โชคยังดีที่เขาได้เขียนองค์ความรู้ทั้งหมดของเขาไว้ในหนังสือกว่าสองร้อยเล่ม ด้วยความหวังว่ามันจะสามารถช่วยเ้าได้บ้าง รัน เพื่อเอาชนะเหล่าแมลงที่น่ารังเกียจเ่าั้เราจำเป็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก
ในสถานบันวิจัยของเขามีทุกอย่างที่เรารวบรวมไว้ให้เ้า ข้าหวังว่าเ้าจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด สุดท้ายนี้ เนื่องจากข้าได้ใช้พลังงานจำนวนมากในการดึงเ้าออกจากมิติแห่งความว่างเปล่า รวมถึงการเสียสละพลังส่วนหนึ่ง มอบเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตให้กับเ้าด้วย ข้าจึงจำเป็ต้องพักฟื้นพลังของข้าเป็อย่างมาก ก่อนที่ข้าจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ข้าขออวยพรให้เ้าโชคดี รัน โปรดช่วยโลกใบนี้ไว้ เมื่อเ้าสามารถช่วยกอบกู้มันได้สำเร็จ ทุกสรรพชีวิตจะสรรเสริญขอบคุณเ้าอย่างถึงที่สุด หากเ้า้า ข้าสามารถส่งเ้ากลับสู่โลกเดิมของเ้าได้หลังจากนั้น แล้วเจอกันใหม่อีกครั้ง ในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า รัน….”
ระหว่างการอธิบายเสียงของอาคาเซียอ่อนแรงลงเรื่อยๆ รันสามารถััถึงมันได้อย่างชัดเจน จนในที่สุดเสียงของเธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังสิ้นคำพูดสุดท้าย
รันเองก็ไม่รู้จะต้องเริ่มต้นยังไงเช่นกัน เขายังคงยืนนิ่งคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จู่ๆก็ถูกอัญเชิญมาที่ไหนก็ไม่รู้ ได้คุยกับต้นไม้โลกสุดแฟนตาซี สุดท้ายก็ถูกใส่ภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าทั้งสองข้างจนเข่าเขาแทบทรุด ต่อให้เป็คนที่ปรับตัวได้เร็วอย่างเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เื่แรกที่เขาพอจะคิดได้เนื่องจากความรู้สึกหวิวๆไปทั้งตัว ก็คงหนีไม่พ้นเื่เสื้อผ้า เขาต้องหาเสื้อผ้าใส่ก่อนเป็อย่างแรก จากนั้นค่อยว่ากันทีหลัง เขายังมีเวลาคิดอีกตั้งพันปี…รึเปล่านะ?
รันเดินเข้ามาในสถานวิจัยเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและพืชลักษณะคล้ายเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ จากการเดินสำรวจอย่างคร่าวๆของเขา พบว่าพื้นที่ถูกแบ่งออกเป็สามส่วนใหญ่ๆได้แก่ ที่พักอาศัย โกดังเก็บของ ลานกว้าง และห้องทดลอง สิ่งก่อสร้างทั้งหมดเป็ไปในสไตล์เดียวกันนั่นคือ เนเชอรัลผสมคลาสสิก เพราะมันดูกลมกลืนกับธรรมชาติและวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างคืออิฐและแผ่นหินขัดเงา
แถมด้วยการออกแบบโครงสร้างอาคารอันเป็เอกลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูน่าสนใจและน่ามองมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็ประตูทางเข้าที่เป็วงกลมแทนที่จะเป็สี่เหลี่ยม ฝ้าเพดานที่โค้งมนเว้าขึ้น้า หรือสิ่งของเครื่องใช้ฟอนิเจอร์ต่างๆที่ออกแบบมาเพื่อคนแคละโดยเฉพาะ รันจึงเรียกการออกแบบโดยรวมของสิ่งเหล่านี้ว่าเป็การออกแบบสไตล์ดวอร์ฟ
มันทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เหมือนสิ่งก่อสร้างใดๆบนโลกใบเดิมของเขา ต่อให้เถาวัลย์หรือวัชพืชขึ้นปกคลุมก็ไม่สามารถบดบังความสวยงามของมันได้ แต่อาจจะดูขัดหูขัดตาหน่อยๆเพราะพวกมันดันไปขึ้นปกคลุมประตูหน้าตาและพื้นที่ใช้สอยอื่นๆนี่สิ หลังจากนี้เขาคงต้องหาทางทำความสะอาดพวกมันบ้าง อย่างน้อยๆรันก็ต้องอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็ร้อยๆหรือพันปี
และเมื่อพูดถึงระยะเวลาดังกล่าวรันก็อดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจออกมาด้วยความท้อแท้ กาลเวลาเป็สิ่งที่ทั้งน่ากลัวและไม่น่ากลัวในเวลาเดียวกัน มันขึ้นอยู่กับว่า คุณได้ผ่านมันไปด้วยวิธีไหนหรืออย่างไร เพราะจุดเริ่มต้นและจุดจบอาจไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ตรงกลาง ว่าในระหว่างทางนั้นคุณได้เผชิญกับอะไรและได้รับอะไรมาจากมันมากกว่า หรือจะคิดง่ายๆก็คือปัจจุบันสำคัญที่สุด อนาคตขึ้นอยู่กับรากฐานของปัจจุบัน และอดีตเป็เพียงประวัติศาสตร์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้เท่านั้น…
---------------------------------------------------------
สำหรับนักอ่านผู้ใจดี น่ารัก และหล่อเหลาเหมือนกับไรท์ สามารถโดเนทค่ากาแฟได้ที่ พร้อมเพย์ และ true wallet : 0939639931
---------------------------------------------------------