EP4 สืบค้นร่องรอย
หลังจากวันนั้น ชีวิตของจั๊กจั่นก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เธอกลายเป็ผู้ช่วยนักสืบจำเป็ในคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์มีชีวิตภายใต้การนำของ อคิราห์ จอมเวทสาวผู้มีอสูรตาสมิงกวนประสาทสถิตอยู่ที่มือ
เช้าวันต่อมา จั๊กจั่นสวมแว่นตาอาคมตามคำสั่งของอคิราห์ แว่นนี้ไม่ได้ทำให้เธอเห็นผีหรือิญญาเหมือนในหนัง แต่ทำให้เธอเห็น ร่องรอยพลังงาน
ทันทีที่สวมแว่น ทุกสิ่งรอบตัวก็ดูเหมือนเดิม ยกเว้นพื้นผิวบางแห่งที่ส่องประกายเรื่อๆ เป็สีที่แตกต่างกัน
“สีเขียวอมดำนี่คือ พลังงานด้านลบ ที่เกิดจากความวิตกกังวลและความกลัว ส่วนสีเหลืองอำพันจางๆ คือพลังงานที่หลงเหลือจากฉัน... ส่วนแสงสีม่วงเรืองๆ นั่นคือ ‘อาคม’” อคิราห์อธิบายให้จั๊กจั่นฟังขณะที่กำลังสำรวจห้องรับแขกที่เกิดเหตุ
อคิราห์เริ่มการสืบสวนด้วยการสำรวจรอบๆ บริเวณที่เถาวัลย์เริ่มเลื้อยเข้ามา
“ไอ้เถาวัลย์บ้านี่ มันไม่ได้เข้ามาจากด้านนอกหรอก” อคิราห์พูดขณะใช้ปลายนิ้วแตะรอยแตกที่หน้าต่าง “มัน ‘เกิด’ ขึ้นที่นี่”
“บ้า! จะเกิดได้ไงวะ ยัยจอมเวท! ต้นไม้จะงอกเองจากพื้นหินอ่อนเนี่ยนะ?” เสียงจากมือซ้ายของเธอเถียงทันควัน
“นายก็รู้ดี ไอ้สมิง... พืชปีศาจบางชนิดสามารถ ‘งอกเงย’ จากการรวมตัวของพลังงานมืดได้ ถ้ามีการใช้ อาคมรากแก้ว ที่ถูกต้อง” อคิราห์ตอบกลับโดยไม่มองมือซ้ายของตัวเอง
“อ้าว... เก่งนี่หว่า! งั้นก็เป็ฝีมือของจอมเวทด้วยกันนี่หว่า! ไปจัดการมันเลยสิ!”
“ยังก่อน... ฉันต้องหารากแก้วของมันก่อน” อคิราห์พูดพร้อมมองไปรอบๆ
จั๊กจั่นที่สวมแว่นอาคมอยู่ เดินตามหลังอคิราห์ไปอย่างเงียบๆ พลันสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับบางอย่าง... ที่มุมห้องใต้ตู้หนังสือไม้แกะสลักเก่าแก่ มีแสงสีม่วงเรืองๆ อ่อนๆ ที่มีรูปทรงเป็สัญลักษณ์แปลกๆ แผ่ซ่านออกมา
“คุณผู้หญิงคะ... ที่มุมห้องนี้... มีแสงสีม่วงค่ะ” จั๊กจั่นชี้ไปที่มุมห้อง
อคิราห์รีบเดินเข้าไปดูทันที เธอถอดแว่นอาคมของเธอออก และมองผ่านแว่นของจั๊กจั่น
“เยี่ยมมาก ยายจั๊กจั่น! นั่นคือ ร่องรอยอาคมผูกมัด มันเป็อาคมที่ใช้เชื่อมโยง พลังงานชีวิต เข้ากับวัตถุใดวัตถุหนึ่ง” อคิราห์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อูย... อาคมเก่าแก่ของยัยแก่คนนึงนี่หว่า” อสูรตาสมิงพูดพร้อมกับกลอกตาไปมา
“รู้ก็หุบปากไป!” อคิราห์ตวาดใส่มือซ้าย
เธอสั่งให้จั๊กจั่นช่วยเลื่อนตู้หนังสือออก แล้วพวกเขาก็พบว่าใต้ตู้หนังสือมี รอยแกะสลักเล็กๆ รูปวงกลมล้อมรอบสัญลักษณ์คล้ายต้นไม้ที่มีรากหยั่งลึก อยู่บนพื้นไม้
“นี่แหละ อาคมรากแก้ว ที่เชื่อมโยงพลังชีวิตจากภายนอกเข้าสู่คฤหาสน์หลังนี้ และที่สำคัญ...” อคิราห์นั่งลงแล้วเอานิ้วลูบไปตามรอยแกะสลัก “มันเป็อาคมที่เพิ่งถูกใช้งานไปไม่นานนี้”
“แต่ใครจะเป็คนทำคะ? แล้วทำไปเพื่ออะไร?” จั๊กจั่นถามด้วยความสงสัย
“เพื่อที่จะ ‘สร้าง’ และ ‘ควบคุม’ สิ่งมีชีวิต หรือพืชปีศาจที่งอกมาจากพลังงานด้านลบ และถ้าฉันเดาไม่ผิด 'ไอ้เ้าเถาวัลย์ผี' นี่คือเครื่องมือของใครบางคนที่้าควบคุมคฤหาสน์แห่งนี้อย่างช้าๆ” อคิราห์วิเคราะห์
อคิราห์เหลือบมองไปที่ผนังห้องรับแขก ซึ่งเป็ที่ที่พวกเถาวัลย์นั้นเริ่มเลื้อยพันกันเป็กระจุก
“ฉันต้องตรวจสอบว่า ‘แหล่งพลังงาน’ ที่ให้อาหารแก่เถาวัลย์ผีนี่มันมาจากตรงไหน...” อคิราห์พูดเสียงเบา
เธอเอื้อมมือขวาไปแตะบนผนังอย่างช้าๆ ขณะที่ดวงตาอสูรบนมือซ้ายก็จ้องมองผนังอย่างเขม็ง
“เฮ้ย! ผนังนี่มันร้อนๆ นะ ยัยจอมเวท! มีอะไรอยู่ข้างในว่ะ?” อสูรตาสมิงส่งเสียงเตือน
อคิราห์ไม่ตอบ แต่ขยับนิ้วมือไปตามผนัง แล้วจู่ๆ เธอก็กำหมัดขวา ชกเข้าที่ผนังห้องรับแขกเต็มแรง!
ปึ้งงงง! ผนังไม้เก่าแก่แตกออกเป็รู!
“ว้าย!” จั๊กจั่นร้องด้วยความใ
“ยัยบ้า! ทุบผนังเ้านายผู้ว่าจ้าง! เดี๋ยวก็โดนไล่ออกหรอก!” เสียงอสูรตาสมิงดังออกมา
อคิราห์ไม่สนใจ เธอมองเข้าไปในรูที่แตก...
“เจอแล้ว...”
สิ่งที่อยู่ข้างในคือ กระจุกเถาวัลย์สีดำ ที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับรังงู และที่ใจกลางของมัน มีตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวเล็กๆ ที่มีเส้นผมของมนุษย์พันไว้แน่น และมีแสงสีม่วงเรืองๆ เปล่งออกมา!
จั๊กจั่นมองเห็นตุ๊กตาอาคมนั้น... ดวงตาของตุ๊กตาจ้องมาที่เธออย่างว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้น... จั๊กจั่นกลับรู้สึกเหมือนมีเสียงกรีดร้องอันโหยหวนแว่วเข้ามาในโสตประสาทของเธอ...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*