ผู้พิชิตซอมบี้

    ตอนที่ 35 ยอดเชฟ ยอดอาหาร

    “จงดูซะว่าสุดยอดเชฟที่แท้จริงนั้นเป็นไง!!”


    เอริคตวัดดาบมาด้วยความรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็นใบดาบ


    เร็ว!


    ฝีมือของนายท่านช่างน่ากลัวยิ่งนัก!


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์มองไปที่ฝีมือดาบของเอริคด้วยความกลัว


    ถ้าเกิดข้าสู้กับนายท่านเอริค.....


    โอ้สวรรค์ !ข้าถูกหั่นเป็นลูกเต๋าเหมือนเนื้อหมูนั้นแน่นอน


    เอริคตวัดดาบไปมาพร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี


    “ต่อไปก็เอาเกลือเอาซอสพริกโยนลงไป”


    “แล้วก็ปิดหม้อเป็นอันเสร็จ”


    เอริคยืนมองหม้ออาหารด้วยความภาคภูมิใจ


    ห่ะ?แค่เนี้ย?


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์มองไปที่เอริคด้วยความมึนงง


    อะไรคือคำจำกัดความว่าสุดยอดเชฟของท่านเอริคกัน?


    “พี่เอริคข้านำใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะมาแล้ว”


    เท็นรีบวิ่งมาที่เอริคพร้อมกับใบไม้ในมือ


    นั่นมันคือ...อะไรกัน?


    กลิ่นอายปราณบริสุทธิ์ขนาดนี้....


    สวรรค์!ของสิ่งนี้คือสมุนไพรระดับสวรรค์!!


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์มองไปที่สมุนไพรในมือเท็นด้วยท่าทีเหลือเชื่อ


    “อืม งั้นก็”


    เอริคยื่นมือออกไปทางหม้อก่อนจะปลดปล่อยปราณเพื่อทำการบีบอัดให้เนื้อนุ่มขึ้น


    ปะ...เป็นไปไม่ได้..


    เขาสามารถควบคุมปราณโดยไม่กระทบกับหม้อเลยแม้แต่น้อยความสามารถในการควบคุมปราณนั่นมันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!!


    “เอาล่ะ”


    เอริคเปิดหม้อออกมาก่อนจะทำการบดขยี้ใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะแล้วใส่ลงไป


    ครืนนนนนนนน


    ปราณบริสุทธิ์จำนวนมากพลันระเบิดกระจายออกมาจากหม้อราวกับเขื่อนแตก


    นอกจากพลังปราณจำนวนมากแล้วกลิ่นของมันก็ช่างน่าเย้ายวนใจยิ่งนัก


    ยอดอาหาร..


    สิ่งนี้คือสุดยอดอาหาร!!อย่างไม่ต้องสงสัย!


    โครกกกกกกกกกกก


    เสียงท้องร้องของแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ดังออกมาไม่หยุด


    ไม่ใช่แค่แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์แม้แต่ทหารที่เหลือเองก็ท้องร้องด้วยความหิวโหย


    เร็วเข้ารีบเสร็จได้แล้ว!!


    พวกข้าจะทนไม่ไหวแล้ววววว!!


    พวกเขาแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้โดดลงไปในหม้อแทบจะไม่ได้


    “เรียบร้อย!!”


    เอริคปัดมือไปมาด้วยความพอใจก่อนจะหยิบช้อนตักขึ้นมาชิม


    อืม อร่อยยิ่งนัก!!


    สมแล้วที่เป็นเนื้ออสูรที่ขึ้นชื่อ


    “พวกเจ้าก็มาตักไปรับประทานเถอะ”


    “ขอบคุณนายท่าน!!”


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมกับหันไปตะโกนสั่งการ


    “ทั้งเข้าแถวแล้วมารับไป”


    พรึ่บๆๆ


    ทหารทั้งหมดเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบด้วยท่าทีตื่นเต้น


    สวรรค์ พวกข้าจะได้กินเนื้อสัตว์อสูรขั้นที่2 จริงๆหรอเนี่ย


    ถ้าเป็นความฝัน...คงจะเป็นฝันดีที่สุดในชีวิตแล้ว!!


    เอริคมองไปที่พวกทหารด้วยท่าทีเรียบเฉย


    สำหรับตัวเขาที่เคยกินเนื้ออสูรสวรรค์แล้วนั่นเนื้อนี้ก็ไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาเขาเท่าไหร่


    แต่สำหรับตอนนี้ที่อสูรขั้นที่2นั้นก็เป็นมื้อที่หรูที่สุดแล้ว


    พูดจบเอริคก็ตักอาหารใส่ชามก่อนจะกลืนลงไป


    ง่ำๆๆๆ


    อืมอร่อยโดยแท้จริง!!


    ข้านี่ช่างช่างเป็นยอดเชฟโดยแท้จริง


    ระหว่าที่เอริคกำลังอวยตัวเองอยู่นั้นพวกทหารก็..


    กำลังกลืน


    ใช่!กลืน!


    พวกทหารกลืนลงไปโดยแทบจะไม่สนใจว่ามันจะติดคอ


    สวรรค์เหอะ!โคตรอร่อย!


    ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่ามีอะไรอร่อยขนาดนี้อยู่ด้วย!!


    ทหารบางคนกินไปน้ำตาไหลไป


    เอริคมองไปที่ภาพตรงหน้าด้วยความงุงงง


    อะไรจะขนาดนั้นกัน?ข้าก็รู้แหละว่ามันอร่อย?แต่มันต้องถึงขั้นนี้เลยรึ?


    ความจริงแล้วทั้งพวกทหารแล้วก็เอริคนั้นไม่ถือว่าแปลกที่จะคิดเช่นนี้


    สำหรับเอริคแล้วในชีวิตเขาเป็นผู้ฝึกปราณตั้งแต่ยุคหายนะใหม่ๆทำให้เขามีพลังอำนาจมากพอที่จะล่าพวกอสูรมากินเป็นอาหารและ ยิ่งเขามีระดับสูงขึ้นสิ่งที่เขาบริโภคก็มีระดับสูงขึ้นเท่านั้น ทำให้ตอนแรกเอริคอาจดูตื่นเต้นที่เจออสูรหมูป่าแดงแต่ก็เป็นเพียงแค่พบเจอของอร่อยที่ไม่ได้ทานมานานเท่านั้นเพราะในอนาคตด้วยระดับที่ต่ำของมันและรสชาติที่อร่อยทำให้ถูกล่าจนมีจำนวนน้อยลงเลยทำให้หากินได้ยาก

    ส่วนพวกทหารต้องไม่ลืมว่าก่อนเกิดเหตุหายนะแม้จะไม่ถึงกับเกิดเหตุการณ์คนอดตายเพราะขาดอาหารทุกวันแต่จำนวนอาหารที่พวกเขาได้กินก็เพียงพอประทังความหิวในแต่ล่ะวันเท่านั้น


    ก่อนที่พวกเขาจะเข้าร่วมตระกูลมังกรทมิฬแม้แต่เนื้อสัตว์ก็ไม่เคยกินมีแต่ตอนที่พวกเขาเข้าร่วมตระกูลมังกรทมิฬแล้วถึงได้กินอิ่มทุกมื้อ

    เพราะงั้นไม่ถือว่าแปลกเลยที่พวกเขาจะดีใจเป็นอย่างมากที่ได้กินอาหารที่ดีเช่นนี้


    นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขามองไปที่เอริคอย่างซาบซึ้งและบูชาเอริคเป็นอย่างมาก


    ส่วนเอริคน่ะหรือ?


    เขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นหรอก!!


    เขาแค่คิดว่ากินคนเดียวยังไงก็ไม่หมดอยู่ดีก็เอามาแจกจ่ายให้ทหารแทนแล้วกัน


    ถึงยังพวกเขาก็เป็นกองกำลังของตระกูลมังกรทมิฬอยู่ดี


    คิดซะว่าเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งของกองกำลังก็ได้


    “หือ?หรือว่า!?”


    เอริคเพ่งมองไปที่เท็นที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่


    เขากำลังทะลวงระดับ!!


    ครืนนนนนนนนนนนน


    ปัง!ผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2!!


    พู้ดดดดดดดดดดดดดด


    เอริคพ่นข้าวกระจายออกมาจากปาก


    เฮ้ยรวดเดียวทะลวงไประดับ 2 เลยหรือ?


    จริงดิ?


    เอริคนึกย้อนถึงตัวเองตอนที่เลื่อนระดับแต่ล่ะขั้น...


    แม่ง!ชีวิตโคตรบัดซบ!


    แต่ล่ะครั้งที่เอริคจะเลื่อนระดับได้เขาต้องต่อสู้กับซอมบี้ที่เหนือกว่าตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน


    ทุกการต่อสู้แต่ล่ะครั้งเป็นการก้าวขาลงไปในโลงศพก้าวนึงเสมอ


    “พี่เอริคข้าเลื่อนเป็นระดับ2แล้วขอรับ”


    เท็นหันไปพูดกับเอริคด้วยท่าทีตื่นเต้นเป็นอย่างมาก


    “เออๆยินดีด้วยๆ”


    เอริคตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


    แต่ภายในใจ...


    อ่าาาาาาาาาาทำไมข้าถึงไม่โชคดีเช่นนี้มั่งนะ?


    เอริคหันไปมองพวกทหาร


    โอ้ ท่าทางแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์กำลังจะเลื่อนระดับ?


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ระดับพลังสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


    ผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่1 สูงสุด!


    แม้ว่าจะยังไม่ทะลวงไปที่ขั้นที่2แต่ก็อยู่ห่างการทะลวงระดับไม่มากแล้ว!!


    ทหารคนอื่นก็พากันเลื่อนระดับกันจาก 50 คน มีคนทะลวงไประดับ 1 ถึง 10 คน


    เมื่อเสร็จสิ้นการทะลวงระดับกันแล้วพวกทหารทั้งหมดพากันคุกเข่าลงไปพร้อมกับประสานมือคำนับเอริค


    “ขอบคุณนายท่านที่เมตตา!!”


    “หือ?ช่างมันเถอะนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”


    เอริครีบสั่งให้พวกเขาลุกขึ้นทันที


    “ใช่ แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ข้าอยากให้เจ้านำต้นไม้ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านกับไปที่เมืองไผ่เขียวหน่อย”


    “ตามบัญชานายท่าน!!ข้าจะนำไปส่งให้อย่างปลอดภัยแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของข้า”


    แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ตอบรับอย่างหนักแน่น


    “เท็นเจ้ากลับไปกับพวกเขาช่วยพวกเขาคุ้มกันต้นไม้อีกแรงอ้อ!แล้วก็เอาเนื้ออสูงนี่ไปด้วย”


    “พี่เอริคไม่กลับไปด้วยกันรึขอรับ?”


    เท็นมองไปที่เอริคอย่างสงสัย


    “ไม่ล่ะข้ายังต้องไปเอาของจากอีกที่นึงก่อนถึงจะกลับไปได้”


    เอริคส่ายหัวปฏิเสธ


    “งั้นพี่เอริคต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ”


    เท็นเตือนเอริคด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    “ข้าจะระวังแล้วกัน”


    เอริคยิ้มออกมาเล็กน้อย


    ระวังตัว?


    หึหึบนทวีปตอนนี้จะมีสักกี่อย่างเชียวที่สามารถเป็นอันตรายต่อข้าได้?


    ที่เอริคพูดเช่นนี้ไม่ได้เป็นการโอ้อวดแม้แต่น้อยแต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของเอริคตอนนี้ได้ก้าวข้ามคนอื่นไปมากแล้ว!!


    ถ้าจะมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อเขาตอนนี้ก็คงเป็นพวกนัมเบอร์จากชาติที่แล้วเท่านั้น..


    แต่พวกนัมเบอร์ไม่มีใครที่อยู่ทางด้านเขตตะวันตกแม้แต่คนเดียว


    พวกซอมบี้หรืออสูรก็ต้องเป็นขั้นที่6 ขึ้นไปถึงจะคุกคามเอริคได้


    แต่น่าเสียดายที่ตัวตนระดับนั้นยังไม่เกิดหรือมีน้อยมาก..


    “ข้าไปล่ะ”


    เอริคโบกมือก่อนจะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่


    คงได้เวลาไปเอาสมุนไพรสุดท้ายแล้วสินะ


    ที่เอริคคิดอย่างนี้เพราะเขาได้ข่าวจากแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ที่นำข่าวจาเซนมาแจ้งเขาว่าเซนได้ส่งคนไปรวบรวมสมุนไพรอีก5 แห่งแล้ว ทำให้เขาเพียงต้องไปรวบรวมอีกอย่างเดียว


    แน่นอนว่าเอริคย่อมไม่คาดคิดว่าการไปรวบรวมสมุนไพรของแต่ล่ะคนครั้งนี้จะไม่ได้กลับมาครบทุกคน.....

    คล้ายกับเรื่องผู้พิชิตซอมบี้ ที่คุณอ่าน