หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องของตนแล้วจัดของใช้ส่วนตัวที่จำเป็กับเสื้อผ้าอีกสองสามชุดซึ่งส่วนใหญ่คือเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ใส่เข้าไปในเป้สะพายก่อนเดินออกมาที่หน้าบ้านเพื่อขึ้นรถที่นายเพิ่มพลจะให้คนขับรถพาไปส่งที่ท่ารถทัวร์ ซึ่งเธอจะต้องเดินทางไปแต่งงานแทนแพรวรุ้งตามลำพังแต่เพียงตัวคนเดียวเท่านั้น
“วุ้ย นี่หล่อนเลิกร้องไห้เสียทีได้ไหม คร่ำครวญเหมือนกับมีใครตายทีเดียว น้ำขิงโชคดีมากแล้วนะที่จะได้ไปแต่งงานกับเศรษฐีเ้าของสวนปาล์มน้ำมัน”
นางวิภาวีบ่นอย่างรำคาญเมื่อเห็นน้ำอ้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะออกมารอส่งบุตรสาวขึ้นรถ
“เป็ความโชคดีมากที่คุณแพรวรุ้งถึงกับต้องหนีเอาตัวรอดไปก่อนชนิดลืมพ่อลืมแม่เลยงั้นหรือคะ”
น้ำขิงกล่าวออกมาอย่างทนไม่ได้เมื่อได้ยินนางวิภาวีว่ากับมารดาอย่างนั้น
“มันจะมากไปแล้วนะนังน้ำขิง เื่อะไรถึงมาว่าลูกสาวของฉันอย่างนั้น”
นางวิภาวีหันขวับไปเล่นงานหญิงสาวทันที
“พูดความจริงนี่ค่ะ หรือคุณนายจะเถียง และขอร้องอะไรไว้อย่างนะคะ ว่ าระหว่างที่น้ำขิงไม่อยู่นี้ห้ามใครรังแกแม่ของน้ำขิงเด็ดขาดหากรู้ว่ามีใครทำอย่างนั้น น้ำขิงจะกลับมาเอาคืนอย่างสาสมทีเดียว”
“เอ๊ะ นังนี่...”
นางวิภาวีขึ้นเสียงแหวเกรี้ยวกราด
“พอได้แล้วน่า จะทะเลาะกันไปให้ได้อะไรขึ้นมาห๊ะ”
นายเพิ่มพลรีบห้ามคนทั้งสองที่เป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ไหนแต่ไร
“คุณพี่ก็ดูนังน้ำขิงสิค่ะพูดจาอย่างกับว่าดิฉันจะไปแล่เนื้อเถือหนังแม่ของมันอย่างนั้นหละ”
นางวิภาวีกล่าวพร้อมกับค้อนเอาขวับๆ ทำเอานายเพิ่มพลต้องถอนใจเฮือก ก่อนหันไปทางน้ำขิง
“เธอรีบไปได้แล้วไป เดี๋ยวจะถึงที่นั้นค่ำมืด แล้วก็อย่าลืมอะไรๆที่ฉันสั่งไว้ล่ะ”
“แม่ดูแลตัวเองดีดีนะคะ”
น้ำขิงเดินเข้าไปกอดผู้เป็แม่ก่อนจะกราบลาที่ไหล่
“น้ำขิงเองก็เหมือนกันนะลูก แล้วยังไงก็อย่าลืมส่งข่าวมาหาแม่บ้างน่ะ”
น้ำอ้อยกล่าวทั้งน้ำตา แทบว่าจะไม่อยากปล่อยอ้อมแขนออกจากร่างของลูก มันเป็ความห่วงใยมากมายทีเดียวสำหรับคนเป็แม่ที่ไม่เคยต้องให้ลูกจากอกไปไหนนานๆและนี่ซ้ำร้ายลูกยังจากไปเพื่อแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ชีวิตเบื้องหน้าของลูกจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
“คะแม่ แม่รอน้ำขิงนะ แล้วน้ำขิงจะกลับมาหา”
หญิงสาวกล่าวเป็ประโยคสุดท้ายก่อนแข็งใจเดินออกมาจากอ้อมแขนของแม่ แล้วทำท่าจะเดินไปขึ้นรถที่คนขับรถเอามาจอดเทียบรอ มันเป็ครั้งแรกกระมังที่เธอจะได้นั่งรถคันหรูของบ้านนี้ทั้งที่ก็อยู่มาั้แ่เกิด ก่อนนี้แม้ในยามที่ไม่สบายเธอก็ยังต้องเดินทางไปหาหมอด้วยรถแท็กซี่
“เดี๋ยวก่อน”
เสียงของนางวิภาวีดังขึ้นทำให้เธอต้องชะงัก
“มีอะไรอีกหรือคะ”
หญิงสาวหันไปถาม
“แกจะไปด้วยเสื้อผ้าชุดปอนๆเป็เด็กกะโปโลอย่างนั้นเหรอ”
“ทำไมคะ น้ำขิงมีอยู่ยังไงน้ำขิงก็ใส่อย่างนั้น”
“แล้วใครเขาจะเชื่อว่าแกเป็ยัยแพรวตัวจริง เพราะลูกสาวของฉันคงไม่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบบนี้”
“แล้วคุณนายจะให้น้ำขิงทำยังไง”
“นั้น เสื้อผ้าดีดีที่จะทำให้แกดูมีสง่าราศีขึ้นมาบ้างวางอยู่นั้นฉันเตรียมมาไว้ให้แล้ว”
แล้วนางวิภาวีก็พยักหน้าไปทางกระเป๋าเดินทางทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่วางอยู่ไม่ไกลจากที่ตรงนั้นเท่าใดนัก
“ไม่จำเป็หรอกค่ะ น้ำขิงชอบใส่ของน้ำขิงแบบนี้มากกว่า”
“แต่แกเดินทางไปที่นั้นในนามของแพรวรุ้งลูกสาวของฉันน่ะลูกสาวของฉันไม่มีทางแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบบอย่างแกแน่ แกจะทำให้เขาจับผิดได้ั้แ่วันแรกที่ไปถึงเลยหรือไง”
นางวิภาวีขึ้นเสียง และเหตุผลที่มีนั้นก็ทำให้น้ำขิงจำต้องเดินกลับมาลากกระเป๋าขึ้นรถไปด้วยจนได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐