[หวังเฉิน มีแต้มสะสม 101 แต้ม]
[จั่วชิงเหวิน มีแต้มสะสม 35 แต้ม]
[จ้าวหมิงคง มีแต้มสะสม 28 แต้ม]
...
ณกลางป่า จั่วชิงเหวินมองข้อมูลบนหน้าจอแสง พลางเผยสีหน้าฉงนฉงาย
“เป็นไปได้ยังไงกัน?”
“แต้มของหวังเฉินทำไมถึงสูงกว่าฉันขนาดนี้?”
“หรือว่า เขาไปเจอฝูงสัตว์อสูรป่าเข้า?”
เมื่อเห็นแต้มสะสมของหวังเฉินที่สูงกว่าตัวเองถึงสองเท่าจั่วชิงเหวินก็คาดเดาในใจ
แต่ไม่นานเธอก็ส่ายหน้าปัดความคิดนั้นทิ้งไป
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในดังเจี้ยนลับในการทดสอบรอบคัดเลือกแห่งนี้เธอได้ค้นพบกฎเกณฑ์การได้รับแต้มจากสัตว์อสูรป่าแล้ว
สัตว์อสูรป่าเลเวล50ขึ้นไป เมื่อสังหารแล้วจะได้ 1 แต้ม
สัตว์อสูรป่าเลเวล60ขึ้นไป เมื่อสังหารแล้วจะได้ 2 แต้ม
เมื่อคำนวณจากความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรป่ารอบนอกป่าแล้วแต้ม 101แต้มของหวังเฉิน เทียบเท่ากับการสังหารสัตว์อสูรป่าเลเวล 50 ขึ้นไปถึง 101 ตัว หรือสัตว์อสูรป่าเลเวล 60 ขึ้นไป จำนวน 50 ตัว
ในความเห็นของจั่วชิงเหวินแม้หวังเฉินจะมีพลังเหนือกว่าระดับของตัวเองมาก แต่ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสังหารสัตว์อสูรป่าได้มากขนาดนั้น
“หรือจะเป็นแต้มจากการเอาชนะคู่แข่ง?”
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้จั่วชิงเหวินก็ดวงตาเป็นประกาย
ในเวลานั้นเอง...
[เซียวหยุน มีแต้มสะสม 115 แต้ม]
[หวังเฉิน มีแต้มสะสม 101 แต้ม]
[จั่วชิงเหวิน มีแต้มสะสม 35 แต้ม]
[จ้าวหมิงคง มีแต้มสะสม 28 แต้ม]
...
ข้อมูลบนหน้าจอแสงเปลี่ยนไปผู้เข้าแข่งขันนามเซียวหยุน มีแต้มสะสมแซงหน้าหวังเฉิน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
“จริงด้วย!”
เมื่อเห็นฉากนี้จั่วชิงเหวินก็มุ่นคิ้วแน่นพลางยืนยันการคาดเดาของตัวเอง
เธอรู้จักเซียวหยุนดีเขาเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยชิงไห่ เป็นผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นสอง เลเวล 68อาชีพจอมดาบเวทมนตร์
พลังของเซียวหยุนจัดอยู่ในระดับกลางค่อนข้างสูงในบรรดาผู้เข้าแข่งขันรอบคัดเลือกทั้งหมด
การที่เขาพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งในตารางแต้มได้ย่อมเป็นเพราะเขาได้กำจัดผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งไปแล้วแน่นอน
“คิกคิก!”
“ที่แท้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นต่างหากคือแหล่งคะแนนสำคัญฉันเสียเวลาฆ่าสัตว์อสูรไปตั้งนาน!”
“เห็นทีคงต้องไปสนุกกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ เสียแล้วที่ผ่านมาฉันมัวแต่เสียเวลาไปกับการฆ่าสัตว์อสูรป่า”
เมื่อความคิดในใจได้รับการยืนยันจั่วฉิงเหวินก็เผยรอยยิ้มดีใจ ดวงตาเป็นประกาย
“แล้วจะไปทางไหนก่อนดีนะ?”
จั่วชิงเหวินกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่มองความโกลาหลของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นรอบๆ แล้วเริ่มครุ่นคิด
ในเวลาเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงบนตารางจัดอันดับก็ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆเช่นกัน
และพวกเขาก็เริ่มลงมือ
...
“เฮ้ย!”
“อู๋ยง นายบ้าไปแล้วเหรอ?”
“รอบคัดเลือกเพิ่งจะเริ่มต้น นายไม่ไปล่าสัตว์อสูรป่าแล้วมาหาเรื่องฉันทำไม?”
ในป่าแห่งหนึ่งมีเสียงตะโกนด้วยความคับแค้นใจดังขึ้น
สองร่างกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วในป่าคนหนึ่งหนี คนหนึ่งไล่ตาม
ผู้ที่กำลังหลบหนีคือชายหนุ่มผู้หนึ่งครอบครองไม้เท้าเวทมนตร์ สภาพสะบักสะบอม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นหันขวับกลับไปมองผู้ที่ไล่ตามมาเป็นระยะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
คนที่ถูกเรียกว่าอู๋ยงเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ถือขวานรบคมกริบ
“ล่าสัตว์อสูรป่าจะได้แต้มสักเท่าไรกัน?”
“ไม่มีทางที่จะได้มาง่ายๆ เหมือนกับการเอาชนะคนอื่นหรอก!”
อู๋ยงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งมองเกาจื้อห่าวด้วยสายตาล้อเลียน
หลังจากที่เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงบนตารางจัดอันดับเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายการล่าของตัวเองไปที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาเกาจื้อห่าวก็มีสีหน้ายุ่งยากสุดขีด
ก่อนหน้านี้เขาเจออู๋ยงขณะที่กำลังล่าสัตว์อสูรป่าและตกลงรับคำชวนของอีกฝ่ายให้ร่วมทีมกันเพื่อล่าสัตว์อสูรป่าและสะสมแต้ม
แต่ไม่คิดเลยว่าอู๋ยงจะซ่อนเจตนาร้าย แอบโจมตีเขาตอนที่เขาเผลอ
จอมเวทเลเวล68ถูกนักรบขวานเลเวล 68 เข้าประชิดตัวผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่คาด
ในทันทีโล่เวทมนตร์ของเกาจื้อห่าวก็ถูกทำลายไป เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
หากเขาไม่ได้เรียนรู้ทักษะเคลื่อนย้ายเผื่อไว้ละก็คงจะถูกอู๋ยงกำจัดไปแล้วในตอนนั้น
“ไอ้บ้าเอ๊ย ที่ผ่านมาฉันเชื่อใจนายมากขนาดนั้น!”
“คอยดูเถอะ ฉันจะแก้แค้นนายให้ได้!”
เกาจื้อห่าวร่ายเวทเบาตัวให้ตนเองด้วยการโบกไม้เท้าเวทมนตร์พร้อมกับตวาดใส่อู๋ยงอย่างดุดัน
“ไม่มีประโยชน์หรอก!”
“นายไม่มีโอกาสนั้นแล้วไม่คิดว่าตัวเองที่บาดเจ็บแล้วยังจะวิ่งหนีฉันได้หรอกนะ?”
“อย่าดิ้นรนเลย หยุดอยู่ตรงนั้นซะ แล้วให้ฉันกำจัดนายออกไป!”
ด้านหลังอู๋ยงหัวเราะเย้ยหยัน ไม่แยแสคำพูดของเกาจื้อห่าวเลยแม้แต่น้อย
ขณะพูดเขาก็อาศัยจังหวะที่เกาจื้อห่าวกำลังเสียสมาธิ หมุนแขนเหวี่ยงขวานรบในมือออกไป
ฟิ้ววว!
ขวานรบหมุนวนอย่างรวดเร็วพุ่งตรงไปยังเกาจื้อห่าวในพริบตาเดียวก็มาถึงตรงหน้า
“บ้าเอ๊ย!”
เกาจื้อห่าวที่เพิ่งจะร่ายเวทมนตร์ตัวเบาเสร็จและกำลังเตรียมตัวหนี เมื่อเห็นขวานรบที่พุ่งมาตรงหน้าก็อดสบถในใจไม่ได้
ในทันทีเขาก็พลันเลิกล้มความคิดที่จะหนีและโบกไม้เท้าเวทมนตร์ในมือสร้างกำแพงเวทมนตร์หลายชั้นขึ้นมาตรงหน้า
ปังปัง ปัง!!
เสียงปะทะรุนแรงดังขึ้นขวานรบและกำแพงเวทมนตร์ปะทะกันอย่างดุเดือด
เกาจื้อห่าวที่รับมืออย่างเร่งรีบร่างกายของเขาก็ถูกแรงกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว
ฟิ้ว!
หลังจากทำลายกำแพงเวทมนตร์ชั้นหนึ่งขวานรบก็หมุนวนกลับคืนสู่มือของอู๋ยง
“ดูซิว่าครั้งนี้นายจะหนีไปไหน!”
เขากำขวานรบแน่นก้าวเข้าหาเกาจื้อห่าวที่ถูกบังคับให้หยุดอย่างช้าๆ
“เวรเอ๊ย!”
เมื่อเห็นความมุ่งร้ายที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าของอู๋ยงเกาจื้อห่าวก็อดสบถออกมาไม่ได้
“นายอยากจะกำจัดฉันงั้นเหรอ? ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกน่า!”
เกาจื้อห่าวคำรามอย่างดุดันพลางโบกไม้เท้าเวทมนตร์สร้างโล่เวทมนตร์คลุมตัวเองจากนั้นก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่โกรธจัด
...
“จบแล้วเหรอ?”
ยืนอยู่ในพื้นที่ที่พังทลายหวังเฉินมองสถานการณ์รอบๆ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อพบว่ามีคลื่นพลังจากการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่เขาก็รีบเร่งมาทันที แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาช้าไปหนึ่งก้าว
เมื่อมาถึงที่นี่นอกจากร่องรอยการต่อสู้ที่หลงเหลืออยู่บนพื้นแล้ว ก็ไม่มีใครเลย
“สองคนนี้จบเกมเร็วชะมัด”
หวังเฉินครุ่นคิดในใจพลางขยับเท้าเตรียมกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อมองหาเป้าหมายต่อไป
แต่ในเวลานั้นเอง...
ตูม!!
ทันใดนั้นเสียงปะทะอันรุนแรงก็ดังขึ้นข้างหูเขา
หวังเฉินชะงักเท้าหันไปมองทิศทางที่ไม่ไกลออกไป
ไม่จำเป็นต้องกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อดูแค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองอยู่ใกล้เขามาก
“โชคดีจริง!”
หวังเฉินไม่ลังเลรีบพุ่งตรงไปยังทิศทางที่เสียงดังมาอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การเสริมพลังความว่องไวที่สูงกว่า1,500แต้ม ร่างของเขาราวกับพายุที่พัดผ่านป่าไป
ไม่นาน
เขาก็มาถึงบริเวณที่เกิดการต่อสู้
ยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่มองไปเห็นร่างสองร่างกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ไม่ไกล
คนหนึ่งถือไม้เท้าเวทมนตร์คนหนึ่งถือขวานรบ