ชิงหลงเดินผ่านจ้าวหลินเหลียนเพื่อไปหาพ่อแม่ของเขา ก่อนจะถามด้วยความกังวล"ท่านพ่อท่านแม่พวกเขาทำอะไรพวกท่านรึเปล่า?""ไม่มีอะไรหรอกลูก พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย"ชิงหลงหันไปมองทางจ้าวหลินเหลียนก่อนจะกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า"พวกเจ้าทำไมชอบมายุ่งกับครอบครัวข้ากันนัก ทั้งที่พวกข้าหนีมาอยู่ที่ป่านี่ยังอุตส่าห์หาเจออีก อย่าคิดว่าข้ากลัวพวกเจ้าซะล่ะ ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อน"จ้าวหลินเหลียนขมวดคิ้วก่อนจะตอบว่า "ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง แต่ก็อย่าอวดเก่งจนเกินไปไม่อย่างนั้น..."ชิงหลงใช้เวทย์คุกน้ำแข็งออกมาฉับพลัน ครืนน!! จ้าวหลินเหลียนไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำก็ถูกจับขังไปซะแล้ว คำพูดที่จะกล่าวออกมาก่อนหน้านั้นถูกกลืนกลับลงคอทันที เขาไม่คิดว่าชิงหลงจะกล้าโจมตีเขาจ้าวหลินเหลียนระเบิดพลังปราณออกมาแล้วทำการโจมตีกรงน้ำแข็งด้วยพลังทั้งหมดของเขา แต่ก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้เลยแม้แต่น้อย หมัดที่ซัดไปที่กรงน้ำแข็งนั้นเกิดอาการหนึบชาเมื่อปะทะกัน"ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ข้าใช้พลังทั้งหมดแล้วแต่ก็ยังทำลายไม่ได้ แม้แต่ลอยขีดข่วนเล็กน้อยก็ไม่มี" จ้าวหลินเหลียนคิด จนเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะจ้องมองไปที่ชิงหลง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากก็ถูกขัดไปซะก่อน"คนที่อวดเก่งมันเป็นเจ้ามากกว่า ไม่ใช่ข้า ถ้ายังปากดีอีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"เหล่าคนที่มาด้วยไม่กล้าแม้อต่จะขยับหลังจากที่เห็นจ้าวหลินเหลี่ยนถูกจับชังไว้ไม่สามารถออกมาได้ แม่แต่จะพูดก็ยังไม่กล้าชิงหลงหันไปหาพ่อแม่ของเขาก่อนจะบอกว่า "พวกเราไปกันเถอะ อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระกับคนแบบนี้อีกเลย"ชิงหลงพาพ่อแม่กับภรรยาและลูกของตงเสี่ยวกับฟงหมิง เดินเข้าประตูวาปที่ชิงหลงสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ไปยังคฤหาสน์ที่ตงเสี่ยวกับฟงหมิงกำลังยืนรอยู่"ยินดีต้อนรับนายน้อย นายท่านทั้งสอง" ก่อนจะเดินเข้าไปหาครอบครัวตนเอง "ท่านพ่อท่านแม่จะเดินดูรอบๆก่อนก็ได้ ค่อยไปเลือกห้องพักทีหลัง""ลูกว่าจะออกไปดูร้านค้าซะหน่อย ว่าจะเปิดร้านค้าเลยวันนี้""ระวังตัวด้วยนะลูกแม่ ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะมาเมื่อไหร่ ""ไม่ต้องห่วงหรอกท่านแม่ อย่างน้อยก็ต้องรอ 3 ชั่วยามถึงจะออกมาได้ " หลังจากที่ชิงหลงบอกกับท่านแม่แล้วก็เดินออกจากคฤหาสน์ไป แล้วเดินไปตามทางดูสิ่งของที่ชาวบ้านนำมาขาย ล้วนเป็นงานฝีมือ ของป่าก็มีบ้าง ชาวบ้านที่นี่กล่าวทักทายชิงหลงตลอดเส้นทางไม่มีใครไม่รู้จัก ชิงหลงพยักหน้าตอบเป็นการทักทาย จนมาถึงร้านค้าที่ตนเองได้ซื้อไว้ ก็เดินเข้าไปสำรวจด้านในก็เห็นร่องรอยของคนที่เข้ามาอยู่ เมื่อเดินตามรอยนั่นไปก็พบกับเด็กน้อยน่าตามอมแมมใสเสื้อเก่าขาดๆกำลังป้อนข้าวให้กับหญิงป่วยคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นมีผ้าเก่าๆมาห่มเอาไว้ครึ่งตัว เมื่อทั้งสองเห็นก็ตกใจ รนรานเหมือนกลัวว่าจะโดนทำร้าย เด็กน้อยวางถ้วยข้าวลงรีบโผลเข้ากอดมารดาตนเอง จ้องมองชิงหลงด้วยความสั่นกลัว ร้องไห้ออกมาด้วยความสงสาร"อย่าทำอะไรข้ากับท่านแม่ของข้าเลย ท่านแม่ข้ากำลังป่วยอยู่ รอท่านแม่ข้าหายก่อนพวกข้าจะรีบออกไปทันที" เด็กน้อยกล่าวขอร้อง อ้อนวอนชิงหลงด้วยน้ำตาเอ่อ...เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ทำอะไรแม่ของเจ้าหรอก ข้าแค่มาดูร้านค้าที่ข้าซื้อไว้ก็เท่านั้นเมื่อทั้ง2ได้ยินก็ทำหน้าเศร้าสร้อย เมื่อร้านค้านี้มีคนซื้อแล้ว พวกเขาจึงต้องพากันออกไปเป็นที่แน่นอนแล้ว "ข้ารู้ว่าท่านคิดอะไร ถ้าท่านกับลูกไม่มีที่ให้ไปจะมาอยู่กับข้าก็ได้" "พูดจริงๆหรอ คุณชายน้อย ข้ากับลูกไปอยู่กับคุณชายน้อยได้จริงๆหรอ""แน่นอน ชีวิตของข้าก็ไม่ต่างอะไรกับท่านนักหรอก ตอนที่ข้ายังเด็กอายุน่าจะ8ขวบได้ ก็ต้องออกจากตระกูลมาพร้อมกับพ่อและแม่ ข้าถึงเข้าใจความรู้สึกของพวกเจ้าดี"เด็กน้อยดีใจก่อนจะหันมากล่าวขอบคุณชิงหลงอยู่หลายครั้ง จนชิงหลงบอกให้หยุด "เจ้าจะขอบคุณข้าไปถึงเมื่อไหร่ พอได้แล้ว ว่าแต่ท่านให้ข้าตรวจดูอาการก่อนดีไหม""คุณชายน้อยเป็นหมอหรือ เจ้าค่ะ""ไม่ใช่หรอก ข้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปนี่ล่ะ ข้าพอจะรู้เกี่ยวกับวิชาการรักษามาบ้างเท่านั้น""ท่านยื่นแขนมาหาข้าหน่อย ข้าจะตรวจดูอาการและรักษาให้"นางยื่นแขนมาทางชิงหลงก่อนจะจ้องมองการกระทำไม่วางตา เมื่อชิงหลงนำมือมาจับที่ข้อมือไม่นานก็รู้สึกเหมือนร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง รู้สึกอบอุ่นสบายตัวเหมือนอาการป่วยที่นางกำลังเป็นอยู่เริ่มหายไปแล้ว นางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าชิงหลงถอนมือออกไปแล้ว พร้อมกับอาการป่วยก็หายไปด้วย"นี่ข้าหายป่วยแล้วอย่างนั้นหรอ? นางพูดออกมาด้วยความงุนงง"ชิงหลงหัวเราะก่อนจะบอกว่า "ใช่แล้ว"นางลุกขึ้นนั่งก่อนจะบอกชื่อให้ชิงหลงรู้ "ข้าชื่อ ปิงเอ้อหลิง นั่นเป็นบุตรสาวของข้าชื่อ ปิงจื่อหลิง""อ่ะ...บุตรสาวของท่าน" ชิงหลงหันไปมองก่อนจะหันกลับมา ก็พบว่า ปิงเอ้อหลิง กำลังหัวเราะอยู่คริๆ คริๆ "ข้านึกว่าเป็นเด็กผู้ชายซะอีก" ชิงหลงกล่าวออกมา"บุตรสาวข้าชอบแต่งตัวเป็นชายจนคนเข้าใจผิดกันบ่อยๆนั่นล่ะ คุณชายน้อยไม่ต้องใส่ใจ""เฮ้อ..เอาเป็นว่า ท่านตามข้าไปที่บ้านก่อนก็แล้วกัน มีอะไรค่อยคุยกันอีกที"ชิงหลงพาทั้ง2เดินไปยังบ้านของตนเอง เมื่อมาถึงพ่อแม่ของเขาก็แปลกใจที่ชิงหลงพาใครก็ไม่รู้มาอีก จึงได้กล่าวถามหลงเอ๋อ เจ้าพาใครมาด้วยน่ะ พอดีลูกไปพบพวกเขาที่ร้านค้ามาน่ะ ขอรับ ก็เลยพามาด้วยเพราะทั้ง2ไม่มีที่จะไปอ๋อ อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นเจ้าทั้ง 2 ตามข้าไปที่ห้องอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยกันอีกที ชิงหยูเยว่กล่าวออกไป เมื่อชิงหยูเยว่พาทั้ง2คนมาก็ดูดีขึ้นมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะเด็กน้อยน่ารักคนนี้เมื่อสอบถามก็พบว่านางเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เพราะนางป่วยจึงถูกไล่ออก กล่าวว่าทุกคนจะติดโรคกับนาง เลยพาบุตรสาวออกมาอยู่ที่ร้านค้าที่ชิงหลงไปซื้อไว้ เพราะไม่มีที่ไป ผ่านไป 3 วัน ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว เหลือแต่ร้านค้าเท่านั้น ที่ยังไม่ได้เปิดทำการแต่วันนี้ชิงหลงได้พาตงเสี่ยวกับฟงหมิงออกมาด้วย มุ่งไปยังร้านค้าระหว่างทางได้สั่งของตกแต่งไปด้วย เพื่อไม่ให้ร้านค้าดูเรียบๆจนเกินไปเมื่อมาถึงก็เริ่มจัดตกแต่งร้านทันที ชิงหลงนำอาวุธ ชุดเกราะบางส่วนออกมา ซึ่งชิงหลงก็ไม่รู้ราคาของอาวุธ เลยให้ตงเสี่ยวกับฟงหมิงเป็นคนจัดการ ชิงหลงนำขวดยาออกมา 10 ขวด ตั้งไว้ในตู้กระจกที่มีป้ายติดไว้ว่า ยาเม็ดเพิ่มระดับพลังปราณ ชิงหลงเขียนชื่อเม็ดยาสีทองติดไว้ที่ขวดเพื่อให้ลูกค้าได้รู้ตอนนี้ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ ได้ถูกกำหนดราคาตามระดับของอาวุธ ยิ่งระดับสูงยิ่งมีราคาแพง โดยชิงหลงมอบหน้าที่ให้ทั้ง 2 เป็นคนดูแลร้านค้าแห่งนี้
ทางด้านเจ้ากรมเมือง กงซุนจ้าน ได้เดินทางไปยังพระราชวังต้าหลัวพร้อมกับอัฐิของพระราชา เหยียนต้าหลัว เพื่อนำกลับไปทำพิธีให้สมเกียรติกับฐานะและนำอัฐิเข้าสู่สุสานราชวงศ์ต่อไป การเดินทางกลับไปราชวังต้าหลัวครั้งนี้จะทำให้อะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย เช่น การที่ชิงหลงกลายเป็น ผู้สืบทอด ของพระราชาเหยียนต้าหลัว โดยบังเอิญ ซึ่งได้ถูกยอมรับโดยแหวนมังกรทองแต่เพราะอาณาจักรต้าหลัวมีพระราชาองค์ปัจจุบันอยู่แล้วจึงต้องมีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเพื่อหาทางออกร่วมกัน เมื่อมาถึงพระราชวังต้าหลัว เจ้ากรมเมือง ก็รีบเข้าเฝ้าพระราชาเหยียนต้าจื่อ ทันที โดยบอกกล่าวกับกงกงว่า เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านมีเรื่องสำคัญจะกราบทูลเป็นการส่วนตัว เมื่อกงกงรับฟังแล้วก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปกราบทูลพระราชาเหยียนต้าจื่อให้"ฝ่าบาทท่านเจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านมีเรื่องสำคัญจะกราบทูลเป็นการส่วนตัว พะยะค่ะ""ให้ท่านเจ้ากรมเมือง เข้ามาได้""พะยะค่ะ ฝ่าบาท""เชิญท่านเจ้ากรมเมือง ฝ่าบาททรงอนุญาติแล้ว"เจ้ากรมเมืองเดินเข้าไปด้านในก่อนจะถวายความเคารพฝ่าบาททันที"เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านถวายบังคมฝ่าบาท พะยะค่ะ""ไม่ต้องมากพิธี ว่าแต่ท่านมีเรื่องสำคัญอะไรถึงได้มาด้วยตัวเองแบบนี้ล่ะ""กระหม่อมได้พบกับอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัว และได้นำมาถึงพระราชวังตอนนี้แล้วพะยะค่ะ""เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าตามหาอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวพบแล้วอย่างนั้นรึ""ใช่แล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท" ตลอดระยะเวลา1000ปี มานี้ ได้ออกค้นหามาตลอดทุกรุ่นของแต่ละตระกูลก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบเลยแม้แต่น้อย ในที่สุดพระราชาเหยียนต้าหลัวก็ได้กลับมาอยู่ที่พระราชวังต้าหลัวเสียที น้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายที่เอ่อล้นออกมาเต็มไปด้วยความเศร้า ความสุข และความหวัง ที่บรรพบุรุษของราชวงศ์เหยียนได้กลับมาอยู่กับเหล่าลูกหลานอีกครั้ง"ในที่สุดภาระนี้ก็สิ้นสุดลงที่ยุคของข้า สองไหล่ที่เคยแบกบางอย่างเอาไว้ก็หายไป ข้าจะจัดงานให้สมพระเกียรติที่สุด และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาทำความเคารพต่อพระราชาเหยียนต้าหลัวผู้ก่อตั้งอาณาจักรนี้ขึ้นมา""ฝ่าบาทกระหม่อมยังมีอีกเรื่องที่ต้องกราบทูลเกี่ยวกับ "ผู้สืบทอด" ของพระราชาเหยียนต้าหลัว พะยะค่ะ""หืม..ผู้สืบทอด เจ้าหมายถึงอะไร หรือว่าจะเกี่ยวกับแหวนมังกรทองนั่น""ใช่แล้วพะยะค่ะ แหวนมังกรทองได้ยอมรับเด็กน้อยคนหนึ่งเป็นเจ้าของ และเป็นผู้ที่พบอัฐิของ พระราชาเหยียนต้าหลัว พะยะค่ะ""แล้วเด็กนั่นอายุเท่าไหร่ ชื่ออะไร ไปพบอัฐิพระราชาเหยียนต้าหลัวที่ไหน บอกข้ามาเร็วๆ""เด็กน้อยนั่นมีชื่อว่า ชิงหลง อายุน่าจะ 11 ปี ไปพบอัฐิพระราชาเหยียนต้าหลัวที่ ป่าพฤกษาทมิฬ""หาาา....!! เจ้าว่า ป่าพฤกษาทมิฬอย่างนั้นรึ! มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เด็กอายุ 11 ปี จะเข้าไปในป่าพฤกษาทมิฬนั่นได้ คงมีคนอื่นไปด้วยแน่นอน""กระหม่อมคาดไว้แล้วว่าฝ่าบาทต้องไม่เชื่อในสิ่งที่กระหม่อมกราบทูล ตอนแรกกระหม่อมก็คิดแบบเดียวกับฝ่าบาทนี่ล่ะ พะยะค่ะ แต่เมื่อได้เห็นในสิ่งที่เด็กน้อยชิงหลงทำฝ่าบาทอาจจะตกตะลึงจนพูดไม่ออกแน่นอน"ขณะที่ฝ่าบาทกำลังจะกล่าวออกมา ก็มีเสียงร้องตะโกนมาขัดจังหวะซะก่อน"พระบิดา ลูกว่าจะขออนุญาตไปเที่ยวที่เมืองหมอกนภาได้หรือไม่ เจ้าค่ะ""ลูกพึ่งจะหายดี พักอีกหน่อยค่อยไปก็ได้ แล้วเจ้ามีเรื่องอันใดถึงต้องไปที่เมืองนั่นอีกครั้งล่ะ""เอ่อ..ลูกจะเอาของรางวัลไปมอบให้กับเด็กน้อยคนหนึ่งที่รักษาอาการลูกจนหายดี เมื่อครั้งที่อาการกำเริบก่อนจะไปถึงบ้านพักท่านหมอ เจ้าค่ะ""พ่อก็ลืมถามเจ้าไปเลยว่าเด็กที่ช่วยเจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมีวิชาแพทย์ที่ลึกล้ำขนาดนี้ ""เขาเป็นคนดีมากเลยนะ พระบิดา หลังจากที่รักษาอาการลูกจนหายดี ก็ให้ลูกจ่ายค่าอาหาร1มื้อเป็นการตอบแทนเท่านั้นเอง""หาา...มีเด็กน้อยแบบนี่ด้วยหรอ พระบิดาก็พึ่งจะเคยได้ยิน แล้วเด็กนั่นชื่ออะไรล่ะ""เขาบอกว่า ชื่อ ชิงหลง เจ้าค่ะ"ฝ่าบาทกับเจ้ากรมเมืองต่างอุทานออกมาพร้อมกันทันที"อะไรนะ!!!"