สงครามครั้งแรกกับเผ่ามารและเผ่ายักษาจบลงไปภายในระยะเวลาอันสั้น หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ มันแทบจะไม่ได้เรียกว่าสงครามเลยมากกว่า
เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ ก็มีเพียงฮั่นผิงเท่านั้นที่ปลดปล่อยพิษสวรรค์ออกมาสังหารหมู่อีกฝ่าย นี่ถือเป็นผลงานความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของนางในฐานะองค์หญิงแห่งเผ่าภูตราตรี
"ยินดีด้วย ต่อไปในอนาคตคงไม่มีใครกล้าบีบบังคับท่านได้อีกแล้วล่ะขอรับ" เย่หยุนซีบินมายืนข้างๆโฉมงามพลางกล่าว
ผู้ฟังยิ้มเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะพุ่งเข้ากอดสวมกอดชายหนุ่มอีกครั้ง "ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นได้เพราะท่าน........หยุนซี ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะมีเวลาเหลือน้อยแค่ไหนก็ตาม"
"หือ! ถึงแม้ท่านจะต้องเจ็บปวดทรมานกับการจากลาอย่างนั้นหรือ?" เย่หยุนซีเอ่ยถามด้วยความหนักใจ ส่งผลให้ดวงหน้างามของฮั่นผิงกลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา
"ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังดีกว่าปล่อยเวลาที่เหลืออยู่ให้ล่วงเลยไปอย่างสูญเปล่าโดยไม่ทำอะไร"
คำตอบนี้ทำเอาเย่หยุนซีนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มให้้กับยอดสตรีในอ้อมแขน "คิดไม่ถึงว่าท่านจะแสดงความแน่วแน่ต่อข้ามากขนาดนี้.......แต่ข้ากลับอยากรู้ยิ่งนักว่าองค์หญิงมีใจให้ข้าตั้งแต่เมื่อไหร่"
ผู้ฟังใบหน้าแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้ "เอ่อ......นะ นับตั้งแต่วันที่ท่านตัดสินใจช่วยเหลือข้าให้รอดพ้นจากการแต่งงาน ข้าก็เริ่มสนใจในตัวท่าน"
"โอ่ว ที่แท้เป็นเช่นนั้น" เย่หยุนซีอุทานพลางกระชับร่างของโฉมสะคราญมาแนบชิดใกล้ยิ่งกว่าเก่า ดังคำโบราณกล่าว หญิงสาวส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบวีรบุรุษที่ออกหน้าช่วยเหลือตน ซึ่งองค์หญิงฮั่นผิงเองก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ข้อยกเว้นสำหรับเรื่องนี้
"ท่านยินดีจะเป็นสามีที่แท้จริงของข้าหรือเปล่า?" นางเอ่ยถาม
"ฮ่าๆๆ! ถ้าหากมันเป็นความประสงค์ของท่าน ข้าย่อมไม่ขัดศรัทธา เพียงแต่ข้ามีบางอย่างที่ต้องบอกท่าน"
"หือ เรื่องอะไรกัน??"
"อืม..........เอาไว้ข้าจะอธิบายให้ฟังที่ตำหนักในคืนนี้" พูดจบ! เย่หยุนซีก็จับมือของฮั่นผิงแล้วพากันบินกลับไปหาองค์จักรพรรดินีและแม่ทัพเกา ก่อนที่พวกเขาจะกระชากมิติกลับสู่เมืองรัตติกาลในเวลาต่อมา
ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งแรกที่เย่หยุนซีทำก็คือการสนทนากับองค์จักรพรรดินีฮั่นเหมยหลินเป็นการส่วนตัวภายในเขตหวงห้ามของราชวงศ์ภูตราตรี
"ท่านมีอะไรที่จะพูดคุยกับข้างั้นหรือขอรับ?" เย่หยุนซีเปิดฉากเอ่ยถาม
องค์จักรพรรดินีคนงามเมื่อได้ยินก็เผยสีหน้าเย็นชา "หยุนซี เจ้าเป็นใครกันแน่ บอกมา?"
"โอ่ว ดูเหมือนว่าดวงตาของท่านจะมองทะลุหน้ากากเร้นสวรรค์ของข้าแล้วสินะขอรับ" เย่หยุนซียิ้มกล่าว ก่อนจะยกมือขึ้นถอดหน้ากาก เผยให้เห็นใบหน้าดั่งเดิมที่ทั้งหล่อเหลาและงดงามในเวลาเดียวกัน
"ช่างเป็นสมบัติปกปิดตัวตนที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก" ฮั่นเหมยหลินอุทานพลางหรี่ตามองด้วยความสนใจ ตกลงชายหนุ่มคนนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ ไฉนบนตัวของเขาจึงมีแต่ของล้ำค่า
"เห้อ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ขอปิดบังท่าน"
"นามแท้จริงของข้านั้น คือ เย่หยุนซี และข้าไม่ใช่คนของโลกใบนี้ แต่ถูกศิลาประหลาดก้อนหนึ่งเคลื่อนย้ายมาจากโลกอื่นเพื่อทำภารกิจกำจัด เผ่ามารกับเผ่ายักษา"
"หือ! แล้วเรื่องระหว่างเจ้ากับหลานสาวข้าล่ะ?" ฮั่นเหมยหลินเอ่ยถามทันควัน
"อ่า สำหรับเรื่องนั้น แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงให้รอดพ้นจากการแต่งงาน แต่ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะเริ่มมีใจให้ข้าจริงๆ" บุรุหนุ่มไม่คิดปิดบังอีกฝ่าย
"สรุปง่ายๆก็คือเจ้ากับฮั่นผิงหลอกทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งข้า!"
เย่หยุนซีส่ายศีรษะไปมา "มันเป็นเหตุจำเป็นน่ะ แถมข้ายังให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับท่านไปตั้งมากมาย หวังว่าจะไม่โกรธเคืองกัน"
"ที่แท้ก็วางแผนทุกอย่างเพื่อซื้อใจข้าเอาไว้แล้วนี่เอง เจ้านี่ช่างเจ้าเล่ห์มากแผนการเสียจริงๆ" ฮั่นเหมยหลินกอดอกพลางกล่าว
บุรุษหนุ่มหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆเปล่าซะหน่อย ที่ข้าช่วยเหลือพวกท่าน ข้าล้วนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพียงแต่มันสามารถหยิบยกมากล่าวอ้างได้ก็เท่านั้น"
"เห้อ ช่างมันเถอะๆ ข้าจะถือว่าเรื่องที่พวกเจ้าหลอกข้ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน ในเมื่อฮั่นผิงมีใจให้กับเจ้าก็จงดูแลนางให้ดี จนกว่าจะถึงวันที่เจ้าจะต้องจากโลกใบนี้ไป"
"โอ่ว ท่านคาดการณ์เรื่องนั้นได้้ด้วยหรือ?" เย่หยุนซีรู้สึกประหลาดใจ เพราะฮั่นเหมยหลินไม่คิดห้ามปรามความสัมพันธุ์ระหว่างเขากับองค์หญิง
"ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เผ่าภูตสตรีเช่นพวกข้าเมื่อมีความรู้สึกให้กับใครแล้ว ก็มักจะคลั่งรักจนมิอาจมีความรู้สึกให้กับบุรุษผู้อื่นได้อีก นั่นคือความจริง"
"ถึงแม้ข้าจะกีดกัน แต่ฮั่นผิงก็ยังคงจะคิดถึงเพียงเจ้าและต้องเผชิญเจ็บปวดจากการจากลาอยู่ดี"
"ดังนั้น แทนที่จะขัดขวาง ไม่สู้ให้พวกเจ้าใช้เวลาที่เหลืออยู่ร่วมกันจวบจนวินาทีสุดท้ายจะดีกว่า อย่างน้อยฮั่นผิงก็จะได้ไม่ต้องเสียดายและเสียใจภายหลัง"
"หึ! พวกท่านนี่สมแล้วที่เป็นป้าหลานกัน ความคิดความอ่านเหมือนกันไม่มีผิด" เย่หยุนซียิ้มกล่าว