ณ หุบเขาไท่อี้ที่มียอดเขาสูงเสียดฟ้าซึ่งเป็ที่อยู่ของสองผู้เฒ่าฝาแฝด ปรมาจารย์ด้านพลังยุทธ์และด้านปรุงยาหลอมโอสถฝีมือล้ำเลิศ ผู้ที่ชาวยุทธ์ให้ความเคารพและยกย่องว่าเป็หนึ่งในปฐี
ชายชราผู้พี่กำลังมองขึ้นไปบนฟากฟ้าพลางใช้มือลูบเคราขาวใต้คางของตนไปมาเบา ๆ “อืม สวรรค์ท่านกำลังจะบอกอะไรข้างั้นรึ?” ผู้เฒ่านามว่า เทียนเฉิน บ่นงึมงำกับตัวเอง สายตาจ้องมองไปที่กลุ่มดาวบนฟากฟ้าแล้วส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ “เป็นอะไรไปตาเฒ่า ทำไมถึงได้มายืนถอนหายใจอยู่ตรงนี้?” ผู้เฒ่านามว่า เทียนฉิน แฝดผู้น้องเอ่ยถามพลางขยับกายไปยืนข้าง ๆ สายตามองตามไปยังกลุ่มดาวที่พี่ชายมองอยู่ ผู้เฒ่าเทียนเฉินชี้นิ้วมือไปยังดาวดวงหนึ่งกลางหมู่ดาวมังกร ดาวดวงนั้นเปล่งแสงเพียงริบหรี่“เจ้าดูนั่น ดาวดวงใจมังกรกะพริบถี่ ๆ แสงของดาวก็หม่นลงคล้ายใกล้จะดับ พรุ่งนี้ข้ากับเจ้าคงต้องเดินทางไปยังทิศใต้ของแคว้นซิงหมิงกันสักครั้ง” รถม้าเก่า ๆ วิ่งไปตามทางขรุขระที่มีแต่ฝุ่นดินสีเหลือง มุ่งหน้าไปทางใต้อย่างไร้จุดหมาย “ไป๋อิง เจ้ามองเห็นบ้านคนบ้างหรือไม่? ข้าอยากจะไปขอน้ำมาให้คุณหนูดื่มสักหน่อย”เสียงไป๋จิ้งตะโกนถามดังออกมาจากในรถม้า“ข้าไม่เห็นบ้านคนเลยสักหลัง ข้างทางมีแต่ต้นไม้เหี่ยวแห้งเต็มไปหมด” เสียงแหบแห้งของไป๋อิงตะโกนตอบกลับ“คุณหนู ท่านอดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ เดี๋ยวพวกเราคงจะเจอบ้านคนเข้าสักหลัง บ่าวจะรีบลงไปขอน้ำมาให้ท่านดื่มเจ้าค่ะ” ไป๋จิ้งพูดเสียงสั่น ดวงตาจ้องมองดูเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอดที่นอนนิ่งไม่ขยับกาย ริมฝีปากเล็กแห้งจนแตกมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย สภาพเด็กน้อยนอนหายใจรวยรินน่าเวทนาเป็นที่สุดจู่ ๆ รถม้าก็หยุดวิ่งเพราะเส้นทางด้านหน้าถูกต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางไว้ ไป๋อิงยังไม่ทันได้กระโดดลงไปดู ก็ปรากฏร่างชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งราว ๆ ห้าหกคนโผล่ออกมาจากข้างทาง“น้องสาวเจ้าจะเดินทางไหน? ให้พวกพี่ไปส่งไหม?”ชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดัน พูดเสียงดังพร้อมก้าวเท้าเข้าไปหาไป๋อิง“พวกแกเป็นใคร? อย่าเข้ามานะ!” ไป๋อิงตวาดลั่น พร้อมยกดาบยาวขึ้นฟาดฟันไปรอบ ๆ ไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้รถม้าได้“น้องสาวเจ้านี่ดุจริง ๆ แต่ดุอย่างนี้พวกพี่ชอบ มาเป็นเมียโจรซะดี ๆ ฮ่า ๆ”หัวหน้าโจรร่างใหญ่พูดอย่างหื่นกระหาย ดาบใหญ่ในมือตวัดใส่ดาบยาวของไป๋อิงเพียงครั้งเดียว ดาบในมือสาวน้อยก็ร่วงลงไปบนพื้น โจรชั่วกระชากร่างของไป๋อิงลงมาจากรถม้าอย่างแรง จนร่างบางล้มลงไปกองกับพื้น “โอ๊ย!” ไป๋อิงเจ็บปวดไปทั้งร่างจนร้องครางออกมา“หัวหน้า! ในรถม้ายังมีเด็กเล็กกับเด็กสาวอีกคน”ลูกน้องโจรตะโกนบอก เมื่อมันใช้ดาบฟันผ้ากั้นรถม้าจนขาด แล้วเห็นไป๋จิ้งนั่งกอดซีหลินอยู่ในรถม้า“ดี! ลากพวกนางลงมา เดี๋ยวพอพวกเราสนุกกับพวกนางเสร็จ ข้าจะเอาพวกนางไปขายให้หอนางโลม” หัวหน้าโจรชั่วพูดสั่งเสียงดัง พลางแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างน่าเกลียด เพราะกำลังนึกภาพอันเลวทรามต่ำช้าภายในหัว“พวกเจ้าจะเล่นสนุกอะไรกันหรือ? ขอข้าร่วมเล่นด้วยคนสิ”พวกโจรมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตามที่มาของเสียง เห็นร่างชายชราสองคนกำลังจ้องมองมาด้วยสายตาดุดัน พวกโจรยังไม่ทันได้ขยับปากตอบ ก็ถูกขุมพลังมหาศาลซัดกระแทกใส่ร่างจนลอยกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนจะตกลงพื้นกระอักเลือดขาดใจตายกันทั้งหมด“เจ้าพวกโจรชั่วสารเลว ดีแต่ก่อกรรมทำเข็ญ สมควรตายอย่างหมาไร้ที่ฝัง”ผู้เฒ่าเทียนฉินเอ่ยปากด่า สองตามองศพโจรชั่วอย่างเหยียดหยาม“พวกเจ้าออกมาเถอะ ข้าทั้งสองคนไม่ทำร้ายพวกเจ้าหรอก” ผู้เฒ่าเทียนเฉินเอ่ยพูดกับเด็กสาวในรถม้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไป๋จิ้งอุ้มซีหลินเดินลงมาจากรถม้า แล้วก้มหัวคุกเข่าขอบคุณท่านผู้อาวุโสทั้งสองที่ช่วยชีวิต“อืม นางหนูน้อยในอ้อมแขนเจ้าท่าจะอาการไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ พวกเจ้าตามพวกข้าไปพักรักษาตัวก่อนเถิด” เขาไท่อี้... ในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร ผู้เฒ่าเทียนฉินกำลังจ้องมองร่างเล็กที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าดำทะมึน คิ้วขาวทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันแน่น“บัดซบ! เจ้าเดรัจฉานตัวไหนมันทำร้ายเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ถึงเพียงนี้?” ชายชราเอ่ยถาม พลางหรี่ตามองไปยังสองสาวใช้อย่างต้องการคำตอบ“คุณหนูโดนคนในจวนราชครูซีเหลียงทำร้ายเจ้าค่ะ โดยเฉพาะฮูหยินรองซึ่งมีฐานะเป็นแม่เลี้ยง นางมักจะหาเรื่องมาลงโทษทำร้ายร่างกายคุณหนูอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ฮูหยินใหญ่มารดาของคุณหนูเสียชีวิตจากไปได้สองปี คุณหนูก็โดนกลั่นแกล้งรังแกมาโดยตลอด บิดาผู้ให้กำเนิดก็ไม่เคยมาสนใจไยดีเลยสักครั้ง รอยแผลเป็นตามตัวของคุณหนูล้วนเกิดจากฝีมือฮูหยินรองทั้งสิ้น แม้บ่าวทั้งสองจะคอยปกป้องดูแลคุณหนูอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่อาจสู้อำนาจของเจ้านายได้ ทำได้เพียงยอมเจ็บตัวไปพร้อมกับคุณหนูเท่านั้นเจ้าค่ะ” ไป๋จิ้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนราชครูซีให้ชายชราฟังด้วยน้ำตานองหน้า“แล้วพวกเจ้ารู้หรือไม่? ว่านางหนูน้อยนี่มีพิษร้ายสะสมอยู่ในกาย แม่ของนางหนูคงจะโดนคนวางยาพิษตั้งแต่ตอนที่นางตั้งครรภ์ นางหนูถึงได้รับพิษมาด้วย เจ้าพวกชั่วช้าสารเลว พวกมันต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม”ผู้เฒ่าเทียนฉินเอ่ยเสียงเย็นก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย ผู้เฒ่าเทียนเฉินที่ยืนรออยู่ด้านนอกเห็นสายตาและท่าทางของน้องชายก็เอ่ยปากถาม“อาการของนางหนูน้อยเป็นอย่างไรบ้าง? เหตุใดเจ้าถึงได้ทำหน้าราวกับอยากจะฆ่าใครสักคนอย่างนั้นเล่า?”“ฮึ..พวกมันเป็นเดรัจฉานในร่างมนุษย์ชัด ๆ ตามตัวของนางหนูน้อยมีแต่รอยแผลเป็นเต็มตัวไปหมด แถมภายในกายยังมีพิษร้ายสะสมอยู่อีกด้วย ข้าไม่สามารถถอนพิษให้นางหนูได้ในตอนนี้เพราะร่างกายนางอ่อนแอเกินไป ไม่อาจรับยาถอนพิษได้” ผู้เฒ่าเทียนฉินตอบอย่างเคืองแค้น สองกำมือแน่นด้วยความโมโห แม้ไม่มีความผูกพันกันทางสายเลือด แต่สภาพน่าเวทนาของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ผู้เฒ่าอายุสองร้อยกว่าปีรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก “เจ้าก็ใจเย็น ๆ ลงสักหน่อยเถอะ ยังไงนางหนูน้อยก็อยู่กับพวกเราอีกนาน รอร่างกายนางแข็งแรงเจ้าก็ค่อยถอนพิษให้นางก็แล้วกัน” ผู้เฒ่าเทียนเฉินเอ่ยปลอบน้องชาย“ข้าจะรับนางหนูน้อยมาเป็นหลานของเราให้นางใช้แซ่เทียน ข้าจะสอนนางปรุงยาหลอมโอสถ ส่วนเจ้าต้องสอนวรยุทธ์ให้นาง หลานของเราจะต้องเป็นปรมาจารย์อันดับสองของปฐพี”ผู้เฒ่าเทียนฉินพูดจบ ก็เดินจากไปโดยไม่รอคำตอบจากพี่ชาย“นี่เป็นการบังคับกันชัด ๆ ..เฮ้อ..แต่มีหลานสักคนก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไม่เหงา” ผู้เฒ่าเทียนเฉินแอบบ่นในใจ “ทำไมพวกเจ้าสองคนยังอยู่ในห้องนี้อีก? ไม่มีอะไรทำกันหรืออย่างไร? พวกเจ้าไม่ต้องมานั่งเฝ้าหลานสาวข้าตลอดเวลาแบบนี้ ไสหัวออกไปให้หมด!” ผู้เฒ่าเทียนฉินระบายอารมณ์ด้วยการตวาดไล่สองสาวใช้“หลานสาวท่านหรือเจ้าคะ?” แม้ไป๋อิงจะหวาดกลัว แต่ก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้“ใช่! ต่อไปนี้นางหนูน้อยจะเป็นหลานสาวข้า นางจะใช้แซ่เทียน พวกเจ้าจงจำไว้ให้ดี ห้ามเอ่ยแซ่เดิมของไอ้เดรัจฉานนั่นอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นพวกเจ้าทิ้งซะ เข้าใจไหม!”ผู้เฒ่าเทียนฉินเอ่ยขู่สองสาวใช้เสียงดังลั่น“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวช่างมีบุญยิ่งนัก ได้เป็นถึงหลานสาวของสองผู้อาวุโสที่เก่งกาจที่สุดในแผ่นดิน”ไป๋จิ้งตอบด้วยความดีใจ แม้จะไม่เคยรู้จักกับสองผู้เฒ่ามาก่อน แต่ไป๋จิ้งก็เชื่อมั่นว่าผู้เฒ่าฝาแฝดเป็นคนดี และในยามนี้พวกนางก็ไม่มีที่พึ่งพิง การได้รับความเมตตาอย่างไม่ทันตั้งตัวถือว่าเป็นโชคดีอย่างที่สุด"ฮ่า ๆ ๆ นับว่าเจ้ามีสายตาแหลมคมพอสมควร ถึงมองออกว่าพวกข้ามีฝีมือเก่งกาจ" ผู้เฒ่าเทียนฉินเอ่ยอย่างอารมณ์ดี“บ่าวว่าไป๋จิ้งยังพูดไม่ครบนะเจ้าคะ ท่านผู้อาวุโสทั้งสองในสายตาของบ่าว นอกจากจะเก่งกาจแล้ว ยังสง่างามที่สุดด้วยเจ้าค่ะ” ไป๋อิงรีบเอ่ยบ้าง“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าทั้งคู่พูดถูกใจข้ายิ่งนัก ต่อไปนี้พวกเจ้าจะเป็นคนของข้า ใครหน้าไหนกล้ามารังแกพวกเจ้า ข้าจะทำให้มันไม่ตายดี” ผู้เฒ่าเทียนฉินพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินยิ้มหน้าบานออกไปจากห้อง โดยลืมไปเสียสนิทว่าตนเข้ามาในห้องนี้เพื่อไล่สองสาวใช้