หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 48

    “คุณถูกถอดถอนออกจากสภาโรงแรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” นั่นคือสิ่งที่ประธานได้พูดออกมา และการที่เขาโทรมาเอ่ยกล่าวด้วยตัวของเขาเองนั้น มันก็เป็นอะไรที่ให้เกียรติมากแล้ว ถึงพ่อกับแม่ที่เสียไปของบุคคลที่โทรไปหาจะเป็นสมาชิกสภายุคบุกเบิกก็ตามแต่สถานการณ์ที่ดูไม่ปกติของวงการอาหาร มันทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่เรื่องพวกนี้มันจะบานปลาย เชฟที่ทำงานภายในโรงแรมเกือบจะทั่วทุกมุมของประเทศไทยในตอนนี้ กำลังเดือดดาลเป็นอย่างมาก พวกเขาเอ่ยกล่าวกับผู้บริหารของโรงแรมตัวเองให้โพสข้อความ หรือแสดงรีแอคชั่นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมที่สุด ไม่อย่างนั้นพวกเขาขู่ที่จะลาออกพร้อมกันอีกด้วยจนเรื่องทั้งหมดก็วนกลับมาหาที่สภาโรงแรมเพื่อการท่องเที่ยว พวกเราเป็นเครือข่ายของโรมแรมขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากการลงทะเบียนเพื่อแนะนำที่พักผ่านแอปพลิเคชั่นหนึ่ง และการหาผู้พักที่เป็นลูกค้าให้แก่กัน และรวมกลุ่มกันจนไปถึงการวางรากฐานของการลงทุนทางธุรกิจ เม็ดเงินที่ถูกอัดฉีดในเรื่องของการกู้ยืมเองก็ด้วยซึ่งถ้าโรงแรมใดถูกตีตรา และไม่อยู่ในสารระบบปัจจุบัน ก็จะถูกกดดันทางอ้อมจากกลุ่มเครือข่ายนี้ อาทิเช่นถ้าโรมแรมใดถูกขึ้นบัญชีดำ เม็ดเงินของกองทุนจะถูกอัดฉีดเพื่อปรับปรุงโรงแรมใกล้เคียงให้ดูดีกว่าโรงแรมๆนั้นๆ ถึงจะไม่ฟรีแต่มันก็ไม่มีดอกเบี้ยใดๆ ใครบ้างที่จะไม่อยากพัฒนาธุรกิจของตัวเอง รวมตลอดจนไปถึงราคาที่พักเองก็ด้วย ที่จะปรับตัวให้ต่ำลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการแย่งลูกค้าของโรงแรมบัญชีดำมาให้มากที่สุดและแน่นอนว่าแค่แผนการพวกนี้มันก็ใช้ได้ผลเลย มันไม่ถือว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด มันเป็นเพียงแค่กลุ่มที่คอยช่วยเหลือซึ่งกัน และกันเพียงเท่านั้นเอง ถึงจะเป็นการแกล้งกันในเรื่องของธุรกิจ แต่มันก็ไม่ได้เป็นการแกล้งโดยตรง และยิ่งโรงแรมของสมศักดิ์พี่ชายของสมชายไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ เพราะตอนนี้ข่าวเสียๆหายมันก็ตามเข้ามาเองแต่นับว่าพวกผู้ถือหุ้นคนอื่นๆก็ยังไม่ได้ใจร้ายมากนัก พวกเขายังขายหุ้นของตัวเองให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีน และโรงแรมนี้จะเป็นที่พักให้กับทัวร์จีนลง มันทำให้สองพี่น้องถึงจะไม่ได้ตัดสินใจเรื่องของการบริหารอย่างเต็มส่วน แต่ก็น่าจะมีรายได้เข้าทุกๆสามเดือนหลังประชุมปิดยอดไตรมาสแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หลังจากที่ทุกคนวิเคราะห์กันแล้ว สองพี่น้องน่าจะมีหุ้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำลง เพราะบริษัทที่จีนจะต้องเกิดการลงทุนเพิ่มเติม อย่างเช่นเรื่องของการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ด้วยเงินหลากสิบถึงร้อยล้านอย่างแน่นอน และเงินของสองพี่น้องไม่ได้มีขนาดที่จะสามารถชื้อหุ้นเพิ่มเติมได้ ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ของหุ้นส่วนก็จะลดน้อยลงตามลำดับจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นในขณะที่สองพี่น้องกำลังเครียดจัดๆอยู่นั้นเอง สินผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกเบื้องหลังเลยก็กำลังทำอาหารกลางวันให้กับคนได้ทานกัน และเมนูที่เขาเลือกทำนั้นก็คือ..ปูนิ่มผัดผงกะหรี่.. สูตรสไตล์สินเพื่อนครัว ก็ถูกยกออกมาเสร็จพร้อมกับข้าวเปล่า และต้มยำทะเลหม้อไฟ ซึ่งชุดเมนูนี้สามารถทานกันได้ถึง 4 คนต่อชุด แม้ว่าจะต้องทำมันออกมาเยอะ แต่คุณภาพมันก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยผู้คนต่างพากันขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว หลังจากได้ทานอาหารมื้อนี้ และแน่นอนว่ามันเป็นอีพีพิเศษของรายการที่คนครัวของทางร้านได้รับประโยชน์เต็มๆ จากการทำงานร่วมกับสิน สิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้ไป มันจะทำให้ร้านของพวกเขามีชื่อเสียง อีกอย่างคือเรื่องของการทำอาหารได้เร็วอีกด้วยหลังจากที่ทุกคนได้ทานอาหารกันไปแล้ว มีบางคนก็เข้ามาเพื่อบริจาคเพิ่ม พวกเขาคิดว่าอาหารมื้อนี้มันทำคุณค่ามาก และการที่พวกเขาจ่ายเงินเพียงเท่านั้น มันทำให้พวกเขารู้สึกผิดต่ออาหารที่ได้ทานไป และเมื่อมีคนแรกที่ทำอย่างนั้น ใครอีกหลายๆคนก็คิดเหมือนๆกันจึงลุกมาบริจาคเพิ่ม แม้แต่นักข่าวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางอาหารก็ยังให้ความสนใจกับอาหารมากยิ่งขึ้นไปอีกชาวเน็ตต่างก็อิจฉาบุคคลที่ได้ทานอาหารพวกนี้เป็นอย่างมาก จากการรีวิวของทั้งนักข่าว และบุคคลธรรมดา พวกเขาอยากจะเดินทางไปซะตอนนี้เลย เพราะพวกเขายังบอกอีกว่าสามารถมาได้เรื่อยๆจนถึงบ่ายสามโมงหรือก็คือ 15.00น. และมันก็ทำให้ร้านบรรจุคนเต็มแน่นตลอดเวลา ส่วนคนที่ทานเสร็จแล้วก็ให้เกียรติคนที่ยังไม่ได้ทาน เข้ามานั่งแทนที่ตัวเองหลังจากที่ทานไปแล้วพวกเขาก็ต่างกลัวว่าสินจะคิดเล็กคิดน้อยเดี๋ยวเหตุการณ์มันจะแย่ลงไปอีก มันทำให้บรรยากาศกลายเป็นว่าคนไทยมีน้ำใจกันอย่างเสมอภาค จนในที่สุดเวลาก็ผ่านมาถึงช่วงบ่ายสามโมง สินก็ออกมาบอกว่าจะไม่รับเพิ่มแล้ว และทุกคนที่มาช้าก็เข้าใจดีว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์สินรีบเคลียร์อาหารชุดสุดท้ายของร้านก่อนจะนำออกมาเสิร์ฟ และถ่ายรูปกับเจ้าของร้านตามธรรมเนียมที่เคยทำมา ส่วนทางด้านของหลินๆก็คอยช่วยในเรื่องของการบริการ เธอยกออกมาเสิร์ฟ พี่ดาวเองก็ช่วยพี่โอ๊ตในเรื่องของการสัมภาษณ์คนที่มาทาน และอีพีนี้ก็เป็นอีพีที่เธอจะโด่งดังขึ้นมา แม้แต่บริษัทเก่าที่เคยเชิญเธอออก ก็เสนองานให้เธอใหม่ ทั้งเงินที่มากขึ้น และตำแหน่งที่สูงขึ้นเช่นกันแต่เธอก็ได้ปฏิเสธไป เพราะเธอหลุดพ้นจากจุดนั้นมาแล้ว และถ้าวันใดวันหนึ่งที่เธอหมดประโยชน์กับบริษัทนั้นแล้ว เหตุการณ์ก็คงจะเหมือนเดิม และอีกอย่างงานที่ทำกับสินก็โอเคลงตัว และไม่เครียดด้วย ส่วนหลินก็เริ่มมั่นใจมากขึ้นที่จะร่วมลงทุนกับสิน เพราะฐานแฟนคลับของสินที่มาก และอีกอย่างที่เธอต้องยอมรับเลยก็คือเรื่องของฝีมือทำอาหารของเขา ยืนหนึ่งจริงๆครั้งหน้าเธอน่าจะลองๆให้เขาทำอาหารจีนให้เธอทานบ้าง เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารสมือของเขาจะสู้รสชาติของเชฟจีนได้หรือไม่ ซึ่งสินก็บอกว่าตอนเย็นวันนี้จะเป็นภัตตาคารอาหารจีนริมทะเลอยู่แล้ว เดี๋ยวจะทำให้เธอเป็นพิเศษเลย และเธอก็ได้แต่ยิ้มกลับ และฝันหวานไปถึงเมนูที่เขาจะทำออกมาให้ทานและสิ่งที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือยอดของเงินบริจาคที่ตอนนี้มันมากถึงเกือบๆ 3 แสนบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียว แต่ในขณะที่ต้นทุนที่พวกเขาชื้อมาเพิ่มทีหลังรวมๆเป็นเงินเพียงแค่เกือบๆ 1 แสนบาทเองเท่านั้น นั่นเท่ากับว่า ถ้าสินทำอาหารให้กับผู้คนจำนวนมาก เพียงเวลาแค่สองชั่วโมงครึ่ง เขาก็จะสามารถทำงานได้ประมาณ 200,000 บาทไทยเลยทีเดียวนักข่าวหลายคนก็พยายามที่จะเรียบเรียงการนำเสนอข่าวออกไปสู่สาธารณชน จากคนที่ไม่เคยได้ติดตามสินก็เริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งดราม่าที่เกิดขึ้นในประเทศหรือไม่ก็เป็นข่าวที่เผยแพร่กันทุกช่อง หนังสือพิมพ์หลายๆฉบับก็ลงใบหน้าของเขาไว้หน้าที่หนึ่งเลยทีเดียว และเวลานี้เรียกได้ว่าสินกำลังฮอต และฮิตแบบสุดๆ ไม่มีใครไม่รู้จักเขาเลย เขาดังยิ่งกว่านายกอีกในตอนนี้แล้วเวลาก็ผ่านพ้นไปจนถึงช่วงที่สินเดินทางออกมาจากร้าน เขาบอกกับทุกคนว่าตอนเย็นเขาจะไปที่ไหนก่อนจะขึ้นรถ และคนขับก็ออกรถไป ท่ามกลางเสียงของแฟนคลับทั้งใหม่ทั้งเก่าก็ต่างตะโกนให้กำลังใจตลอดทาง.......error loadedปูนิ่มผัดผงกะหรี่
    error loadedเสิร์ฟพร้อมด้วย....ต้มยำทะเลหม้อไฟ


    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน