เสียงอันโกรธเกรี้ยวของอวิ๋นเสวี่ยเวยดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
ผู้คนไม่เคยเห็นนางเสียกิริยาเช่นนี้มาก่อน ในความทรงจำของพวกเขา นางคือเด็กสาวอัจฉริยะผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งอ่อนโยนและสง่างาม เป็เทพธิดาในดวงใจของบุรุษนับไม่ถ้วน ทว่าในยามนี้นางกลับมีน้ำเสียงดุดัน ท่าทางคุกคามยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกตาราวกับนางกลายเป็คนละคน
ชีหยวนจงรีบกล่าวแก้สถานการณ์ให้อวิ๋นเสวี่ยเวยทันที "ทุกท่านโปรดอย่าเข้าใจผิด เสวี่ยเวยเพียงแต่กังวลว่าสตรีผู้นั้นจะทำให้ระเบียบการประมูลปั่นป่วน หากนางไม่มีหินิญญาแปดสิบล้านก้อนมาจ่าย มิกลายเป็เื่ตลกหรอกหรือ!"
อวิ๋นเสวี่ยเวยรีบพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว! แม่นางจิ่วเยว่ผู้นี้ที่มาที่ไปไม่แน่ชัด ไม่รู้ว่ามาจากตระกูลใด ข้าเพียงแต่ตั้งข้อสงสัยตามหลักเหตุและผล เพราะกังวลว่านางจะถูกบันทึกชื่อลงในบัญชีดำของหอการค้าโยวหลง!"
หากเสนอราคาแล้วแต่ไม่มีหินิญญาจ่าย โรงประมูลและร้านค้าต่าง ๆ ภายใต้สังกัดของหอการค้าโยวหลงจะไม่ทำธุรกิจกับบุคคลผู้นั้นอีกซึ่งนี่คือสิ่งที่เรียกว่าการติดบัญชีดำ
เมื่อผู้คนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็รู้สึกว่าอวิ๋นเสวี่ยเวยช่างใจดีเหลือเกิน นางถึงกับยังเป็ห่วงสตรีที่ไม่รู้ที่มาผู้นั้น
ทว่าก่อนที่คนในห้องรับรองพิเศษจะได้ส่งเสียง ผู้ดูแลหลินก็แค่นเสียงหึออกมาอย่างเ็า "ผู้ที่สามารถเข้าห้องรับรองพิเศษได้ ล้วนเป็แขกคนสำคัญของหอการค้าโยวหลง ยิ่งไปกว่านั้นแม่นางจิ่วเยว่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายท่านของพวกเรา เื่จะมีหินิญญาหรือไม่นั้น ไม่จำเป็ต้องให้คุณหนูอวิ๋นเสวี่ยเวยต้องมากังวลหรอก!"
ทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง สตรีที่อยู่ในห้องผู้นั้นถึงกับมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเ้าของหอการค้าโยวหลงเชียวหรือ?
ได้ยินว่าเ้าของหอการค้าผู้นี้ลึกลับสุดหยั่งถึง มีภูมิหลังที่ลึกซึ้งเกินคาดเดา หอการค้าโยวหลงแผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีปฉิงอวิ๋น เป็มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของใต้หล้าอย่างแท้จริง
บุคคลผู้นี้ลึกลับราวกับัที่เห็นเพียงหัวแต่ไร้หาง ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ใด ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสตรีนางหนึ่ง ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะใ
อวิ๋นเสวี่ยเวยยิ่งอิจฉาจนตาแดงก่ำ เป็ไปได้อย่างไร! สตรีที่แม้แต่หน้าก็ไม่กล้าเผยออกมาเช่นนี้ จะมีคุณสมบัติอะไรไปรู้จักกับบุคคลระดับนั้น!
ก่อนหน้านี้ก็แย่งบัว์หยกม่วงของนางไป และตอนนี้ยังจะแย่งขลุ่ยหยกเก้าสุริยันของนางอีก นี่เห็นชัดว่าจงใจเป็ศัตรูกับนาง!
อวิ๋นเสวี่ยเวยเติบโตมาจนป่านนี้ ไม่เคยถูกใครท้าทายเช่นนี้มาก่อน นางโกรธจนแทบอยากจะถลกหนังอีกฝ่าย ดื่มเื และกินเนื้อสด ๆ เสียให้สิ้น!
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ดูแลหลิน หลงเยี่ยเยี่ยนก็ยกมือขึ้นนวดหน้าผาก ลูกน้องของเขาเป็อะไรกันไปหมด แต่ละคนถูกสตรีผู้นั้นวางยาเสน่ห์หรืออย่างไร ถึงได้เข้าข้างนางกันหมดเช่นนี้ อีกอย่างเขาไปบอกตอนไหนว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสตรีผู้นั้น?
ในตอนนั้นเอง เสียงของอวิ๋นหรั่นเยว่ก็ดังออกมาจากห้องรับรองพิเศษ "ท่านวางใจเถิด หินิญญาคุณภาพต่ำเพียงแปดสิบล้านก้อนข้าย่อมมีจ่าย บางทีคุณหนูอวิ๋นผู้นี้อาจจะมีทรัพย์สินจำกัด แปดสิบล้านในสายตานางจึงเป็เงินจำนวนมหาศาล นางจึงคิดว่าผู้อื่นก็น่าจะไม่มีจ่ายเช่นกัน"
คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าอวิ๋นเสวี่ยเวยอย่างแรง
อวิ๋นเสวี่ยเวยไม่มีเงินจริง ๆ แม้นางจะเป็บุตรบุญธรรมของจักรพรรดิไท่ชู ความจริงนางเคยอาศัยอยู่ในวังหลวงเพียง่วัยเด็กเท่านั้น หลังจากนั้นโอกาสที่จะถูกเรียกตัวเข้าวังก็มีไม่มาก แม้ทุกครั้งที่ไปจะได้รับของรางวัลมาบางส่วน แต่ของรางวัลเ่าั้จะมีค่าสักเท่าไหร่กัน
นางเป็เพียงบุตรบุญธรรมในนามเท่านั้น แม้คำเรียกจะฟังดูดี แต่ในความเป็จริงแล้วจักรพรรดิไท่ชูและจักรพรรดินีกลับไม่ได้ใกล้ชิดกับนางนัก เพราะพวกเขายังคงหวังว่าวันหนึ่งจะตามหาบุตรสาวแท้ ๆ ของตนจนพบ
พวกเขาเกรงว่าหากบุตรสาวแท้ ๆ กลับมาแล้วจะไม่พอใจ ดังนั้นเมื่อนางอายุได้ห้าขวบจึงถูกส่งออกจากวังหลวงให้ไปใช้ชีวิตพึ่งพิงผู้อื่นที่บ้านของน้าหญิงแทน ด้วยเหตุนี้นางจึงอิจฉาอวิ๋นหรั่นเยว่มาก เมื่อห้าปีก่อนจึงจงใจทรมานอวิ๋นหรั่นเยว่ เพื่อระบายความอิจฉาและความเกลียดชังในใจ
และเพราะไม่มีหินิญญา นางจึงแย่งชิงสัญญาหมั้นหมายของอวิ๋นหรั่นเยว่ เพื่อให้ชีหยวนจงกลายเป็แหล่งเงินหินิญญาของนาง
แคว้นซื่อเซี่ยงมีชีพจริญญาที่ไม่มีวันแห้งเหือดอยู่หลายสาย สามารถผลิตหินิญญาได้จำนวนมหาศาล ตลอดห้าปีนี้หินิญญาที่นางใช้ส่วนใหญ่ก็มาจากมือของชีหยวนจงทั้งนั้น
แต่ความจริงก็คือความจริง นางจะยอมรับได้อย่างไรว่านางไม่มีหินิญญา!
นางซ่อนความโกรธแค้นในใจไว้แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ข้าเป็บุตรบุญธรรมของจักรพรรดิแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู หากแม่นางจิ่วเยว่บอกว่าข้ามีวิสัยทัศน์คับแคบ หมายความว่าแม้แต่แคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูก็ไม่อยู่ในสายตาของเ้าอย่างนั้นหรือ?"
อวิ๋นหรั่นเยว่หัวเราะออกมา "เ้าคิดว่าบุตรบุญธรรมอย่างเ้า สามารถเป็ตัวแทนของแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูได้หรือ? อย่าพยายามยกยอตัวเองให้ดูดีเลย ตัวตนเดิมของเ้าไม่ใช่บุตรสาวแม่ทัพเมืองเล็ก ๆ หรอกหรือ ทำไมเล่า พอได้เกาะกิ่งไม้สูงเข้าหน่อยก็ลืมรากเหง้าของตัวเองเสียแล้วหรือ? เ้ามีหินิญญาเท่าไหร่ในใจเ้าน่าจะรู้ดีที่สุดมิใช่หรือ? จะแสร้งทำเป็ผู้ยิ่งใหญ่ไปเพื่ออะไรกัน?"
อวิ๋นเสวี่ยเวยกำหมัดแน่นจนสั่น โกรธจนแทบจะกระอักเื นางกล้าพูดคำเหล่านี้ออกมาได้อย่างไร! กล้าได้อย่างไร!
หลงเยี่ยเยี่ยนที่ยืนอยู่ในมุมมืดหัวเราะเบา ๆ ปากของสตรีผู้นี้ช่างด่าได้เจ็บแสบจนแทบจะฆ่าคนให้ตายได้โดยไม่ต้องลงมือ แต่เหตุใดนางถึงจงใจพุ่งเป้าไปที่อวิ๋นเสวี่ยเวยกัน?
หลงเยี่ยเยี่ยนหรี่ดวงตาสีดำสนิทลง เมื่อห้าปีก่อนสัตว์เทพเทาเถี่ยที่อวิ๋นเสวี่ยเวยฟักออกมา เคยมีกลิ่นอายของสตรีอีกคนหนึ่ง ต่อมาจึงได้รู้ว่าอวิ๋นเสวี่ยเวยเป็พี่สาวแท้ ๆ ของสตรีผู้นั้น และบนตัวของเทาเถี่ยก็สวมใส่ของวิเศษที่สตรีผู้นั้นเคยใช้
เขาปรากฏตัวที่จวนแม่ทัพในฐานะจักรพรรดิแห่งแคว้นจิ่วโยว อวิ๋นเสวี่ยเวยและพวกต่างรู้สึกปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูก แต่หลังจากอวิ๋นเสวี่ยเวยรู้ว่าเขามาตามหาอวิ๋นหรั่นเยว่ นางก็พูดให้ร้ายอวิ๋นหรั่นเยว่ไว้มากมาย ดังนั้นความประทับใจต่อนางจึงไม่ดีนัก
แม้อวิ๋นหรั่นเยว่จะร้ายกาจแต่ก็ไม่ได้เลวทรามต่ำช้าหรือมั่วผู้ชายอย่างที่นางกล่าว เพราะเขาจำได้แม่นยำว่านั่นคือครั้งแรกของอวิ๋นหรั่นเยว่
เขาไม่ได้ถือสาหาความกับอวิ๋นเสวี่ยเวย แต่ครั้งนี้เมื่อได้ยินสตรีที่ชื่อจิ่วเยว่ตอกกลับจนนางพูดไม่ออก ในใจเขาก็รู้สึกปลอดโปร่งอยู่หลายส่วน หากไม่ใช่เพราะในโลกนี้ไม่มีแม้แต่ดวงิญญาของอวิ๋นหรั่นเยว่หลงเหลืออยู่ เขาคงคิดว่าจิ่วเยว่ก็คืออวิ๋นหรั่นเยว่ เพราะแม้แต่เสียงของพวกนางยังเหมือนกันถึงเพียงนี้
ในตอนนี้ อวิ๋นเสวี่ยเวยเช็ดหางตาด้วยท่าทางน่าสงสารแล้วกล่าวว่า "แม่นางจิ่วเยว่ ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเ้าจึงมีความแค้นต่อข้ามากมายเพียงนี้ ทั้งที่ข้าไม่เคยล่วงเกินเ้าเลยแต่เ้ากลับคอยขัดขวางข้าทุกวิถีทาง เริ่มจากแย่งบัว์หยกม่วงของข้า แล้วยังแย่งขลุ่ยหยกเก้าสุริยันของข้าอีก”
“ตอนนี้เ้ายังโจมตีตัวตนของข้า... หลายคนอาจอิจฉาที่ข้ามีสัตว์เทพ แต่ข้าเชื่อว่าแม่นางจิ่วเยว่ไม่ใช่คนเช่นนั้น หากเ้ามีความเห็นอย่างไรต่อข้า มิสู้พูดให้ชัดเจนตอนนี้เลยดีหรือไม่?"
"แย่งของเ้า? บนบัว์หยกม่วงและขลุ่ยหยกเก้าสุริยันมีชื่อของเ้าเขียนไว้หรืออย่างไร? ช่างน่าขันสิ้นดี!"
น้ำเสียงของอวิ๋นหรั่นเยว่เย็นเยียบ นางถึงกับมีหน้ามาพูดเื่สัตว์เทพต่อหน้าตน คิดว่าสัตว์เทพเป็ของนางแล้วจริง ๆ หรือ?
"เ้า! …ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าสนใจของสองสิ่งนี้ เ้าไม่ประมูลอย่างอื่น แต่กลับประมูลเพียงสองสิ่งนี้ ไม่ใช่ว่าจงใจเป็ศัตรูกับข้าหรอกหรือ? เ้าไม่กล้ายอมรับว่าเ้าอิจฉาข้าใช่หรือไม่?"
"อิจฉา? อิจฉาที่เ้าหน้าตาเหมือนปลาในบ่อโคลน หรืออิจฉาที่เ้าต้องพึ่งพาบุรุษเพื่อใช้หินิญญากันเล่า?"
ดวงตาของอวิ๋นเสวี่ยเวยแทบจะลุกเป็ไฟออกมา เกือบจะรักษาภาพลักษณ์ผู้น่าสงสารเอาไว้ไม่ได้
นางหน้าเหมือนปลาในบ่อโคลนตรงไหน? ก็แค่ระยะห่างระหว่างดวงตากว้างกว่าปกตินิดเดียวเท่านั้น ไม่เคยมีใครบอกว่านางเหมือนปลาในบ่อโคลนเลย และไม่เคยมีใครกล้าบอกว่านางใช้หินิญญาของบุรุษ การที่นางทำให้บุรุษยอมจ่ายหินิญญาให้นางนั่นก็คือความสามารถของนาง!
เมื่อถูกชี้หน้าประจานต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ นางจึงรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง นางบีบน้ำตาออกมา ดวงตาแดงก่ำแล้วกล่าวว่า "ปากของเ้ามีไว้เพื่อโจมตีคนอื่นเท่านั้นหรือ? เ้ากล้าพูดหรือไม่ว่าเ้าไม่ได้อิจฉาที่ข้ามีสัตว์เทพจึงจงใจพุ่งเป้ามาที่ข้า?"
"เ้าคอยโอ้อวดว่ามีสัตว์เทพอยู่เสมอ เหตุใดไม่นำสัตว์นิมิตของเ้าออกมาให้ข้าเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยเล่า?" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวเน้นทีละคำ "หรือว่า… ความจริงแล้วสัตว์นิมิตไม่ยอมฟังคำสั่งของเ้า เ้าจึงไม่กล้าเรียกออกมา?"