“ทรงพลังยิ่งนัก!อย่างน้อยความแข็งแกร่งนี่ต้องอยู่ขอบเขตลี้ลับ!”
ฝูงชนต่างรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองถูกแช่แข็งโดยเฉพาะหญิงสาวที่หยิ่งยโสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เมิ่งฉิง น้ำแข็งค่อยๆ แพร่กระจายไปบนตัวนางอย่างช้าๆนี่เป็นเพียงแค่ลมปราณอันหนาวเย็น แต่ได้ทำให้ผู้คนถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งความแข็งแกร่งนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
ในอาณาจักรเสวี่ยเยว่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลี้ลับถือว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งและสามารถเป็นผู้อาวุโสสูงสุดได้ หรือแม้กระทั่งเป็นประมุขก็ตาม
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวคนนี้นางได้ปล่อยกลิ่นอายอันหนาวเย็นยะเยือก นางอายุเท่าไรกัน? คาดไม่ถึงว่าเมื่อครู่นี้จะไม่มีใครสังเกตเห็นนางเลยและก็คาดไม่ถึงว่านัยน์ตาของนางจะสวยงดงามเช่นนี้
ชิงซินรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลังนางไม่สามารถมองหลินเฟิงที่เปลี่ยนไปได้ แต่นัยน์ตาของนางกลับเปลี่ยนไปเผยให้เห็นร่องรอยของความหวาดกลัวแวบแรกที่นางเห็นเมิ่งฉิงนางรู้สึกได้ว่าเมิ่งฉิงไม่ใช่คนธรรมดาและบางคนนั้นไม่จำเป็นต้องเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางก็สามารถรู้ได้ว่านางนั้นสวยแค่ไหนและเมิ่งฉิงเห็นได้ชัดเลยว่านางเพียงแค่ปล่อยกลิ่นอายก็ถึงกับทำให้บางคนต้องหลงใหลไปกับเสน่ห์ของนาง
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความแข็งแกร่งของนางมันต่างทำให้ผู้คนตื่นตกใจ เพราะเพียงหนึ่งก้าวก็ทำให้ทั้งร้านอาหารราวกับถูกแช่แข็ง
ขณะนั้นหลินเฟิงได้ยืนอยู่ด้านหลังเมิ่งฉิงกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกนั่นไม่ได้ส่งผลต่อหลินเฟิงเลยแต่เขากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเมิ่งฉิงว่ากลิ่นอายนั้นมันทรงพลังเพียงใด
แววตาของหลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะเผยความประหลาดใจออกมาหญิงสาวที่สวยงามนางนี้ไม่รู้ว่าบรรยายออกมาอย่างไรดีมิหนำซ้ำความแข็งแกร่งของนางก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ข้าน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้คนที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาเฮยเฟิงจะไม่มีความแข็งแกร่งได้อย่างไรกัน” ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของหลินเฟิงการที่มีหญิงสาวที่แข็งแกร่งติดตามเช่นนี้ดูเหมือนว่าหลังจากนี้จะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
แต่การให้ผู้หญิงมาปกป้องจะไม่ให้หลินเฟิงรู้สึกแปลกๆได้อย่างไร?
“อวี้เอ๋อร์”ชายวัยกลางคนตะโกนขณะเดินไปหาหญิงสาวอย่างภาคภูมิใจและโอบกอดนางทันที จากนั้นเมิ่งฉิงก็ได้ผลักออก
ผู้หญิงคนนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
“พวกเจ้ายังไม่ไสหัวกันไปอีก?”
เมิ่งฉิงกล่าวอย่างไม่แยแสจึงทำให้ม่านตาของชายวัยกลางคนหดตัวลง และมีใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด
“กลับ!”ชายวัยกลางคนกล่าวขณะโบกมือส่งสัญญาณว่าให้กลับพวกเขาออกไปทางหน้าต่างไม่ใช่ประตู
“พวกเจ้าก็ไสหัวไปได้แล้ว”เมิ่งฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะจ้องมองไปที่ชิงซินรวมถึงหญิงสาวอีกสองคน
“ที่นี่มันร้านอาหารของข้า”ชิงซินกล่าว
“ร้านอาหารของเจ้าตั้งแต่มาเหยียบที่นี่ไม่เคยเห็นเลยว่าจะให้ความเคารพพวกเราในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าจะสนใจทำไมว่าร้านอาหารเป็นของใคร”
เมิ่งฉิงก้าวไปข้างหน้าและยกมือที่เรียวสวยของนางขึ้นทันใดนั้นกลิ่นอายเยือกแข็งที่น่าหวาดกลัวก็ปกคลุมไปทั่วร้านอาหาร และแสงแดดก็สาดส่องเข้ามา
เพียงแค่เมิ่งฉิงขยับมือทำให้ทั้งร้านอาหารถูกทำลายพินาศย่อยยับและไม่มีแม้กระทั่งเสียงของคน ความแข็งแกร่งนี้ทำให้หลินเฟิงถึงกับอ้าปากค้าง
ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ด้านนอกร้านอาหารฝูงชนที่สัญจรไปมาบนเส้นทางหลักของเมืองหลวงต่างเห็นกลิ่นอายอันเยือกเย็นและทันใดนั้นพวกเขาเห็นร้านอาหารถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาไปด้วยความกลัว
“เกิดอะไรขึ้น?ร้านอาหารชิงซินถูกทำลาย?”
“ใครกันที่กล้าทำลายร้านอาหารชิงซิน?ช่างใจกล้ายิ่งนัก”
สายตาของฝูงชนต่างจ้องมองไปที่ร้านอาหารชิงซินอย่างตกตะลึงแผ่นหลังของชิงซินเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หญิงสาวคนนี้แข็งแกร่งเกินไปดูเหมือนว่านางจะไม่มีหวังเลยที่จะแก้แค้นได้
แต่ผู้คนที่กำลังนั่งมองจากชั้นสามของร้านอาหารมันไม่ง่ายเลยที่จะต่อกรได้
ในขณะนั้นได้มีร่างเงาลอยลงมาหยุดที่ชั้นสองของร้านอาหาร
เจ้าของร่างเงานี้สวมชุดสีดำและมีใบหน้าที่เย็นชาอายุประมาณ 20 ปี คนคนนี้จ้องมองไปที่หลินเฟิงและคนอื่นๆ ด้วยสายตาที่ไม่แยแส
“ต้วนเฟิงกล่าวไว้ว่ารัชทายาทนั้นช่างหยิ่งยโสเป็นอย่างมากแต่คนคนนี้กลับไม่เย็นชาน่าจะไม่ใช่รัชทายาทหรือเป็นองค์ชายรองที่เป็นคนที่อ่อนโยนและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนและจะปล่อยกลิ่นอายที่บริสุทธ์แต่คนคนนี้ไม่ใช่ทั้งรัชทายาทและองค์ชายรอง แล้วคนนั้นเป็นใครกัน?”
หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ในใจเขาคิดว่าคนผู้นี้เป็นรัชทายาทไม่ก็เป็นองค์ชายรอง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่คิดหรือบางทีอาจจะเป็นลูกหลานของตระกูลต้วน
“ขอบเขตลี้ลับ”ชายชุดดำพึมพำและกล่าวว่า “ความแข็งแกร่งของเจ้าทรงพลังยิ่งนักแต่การใช้ขอบเขตลี้ลับในเมืองหลวง เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะทำตามอำเภอใจได้”
เมื่อเมิ่งฉิงได้ยินคำพูดคุกคามของชายชุดดำจึงปรากฏรอยย่นขึ้นที่หน้าผากของนาง จากนั้นก็กล่าวว่า “ยังไม่ไสหัวไปอีก?”เมิ่งฉิงพูดจบจึงเงื้อมือขึ้นมาอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ”ชายชุดสีดำคว้าแขนชิงซินแล้วออกไปในทันที
“ไร้สาระเสียจริง”เมิ่งฉิงบ่นพึมพำขณะเอามือลงและเมื่อชายชุดดำได้ยินเมิ่งฉิงพูดสีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันที แต่ก็ไม่สามารถระบายความโกรธออกมาได้
หลินเฟิงหัวเราะหญิงสาวคนนี้ไม่ค่อยชอบพูด แต่ชายชุดดำทำให้นางถึงกับเกรี้ยวกราดได้เพราะคำพูดคุกคามของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาได้หาเรื่องใส่ตัวเองจนได้รับความอับอาย ฉะนั้นชายชุดดำจึงหนีออกไปและทำให้ผู้คนต่างเยาะเย้ยกับการกระทำของเขา
เมื่อเมิ่งฉิงหันไปจึงเห็นหลินเฟิงและคนอื่นๆที่กำลังมองมาทางนางด้วยสายตาเบิกกว้าง
“พี่เมิ่งฉิงความแข็งแกร่งของพี่... ช่างทรงพลังยิ่งนัก!” ต้วนเฟิงกล่าวขณะยิ้มเจื่อนๆเขาคิดว่าหลินเฟิงเป็นคนที่โหดเหี้ยมแล้วแต่ไม่คาดคิดว่าเมิ่งฉิงจะโหดเหี้ยมยิ่งกว่า เขาไม่รู้จริงๆ ว่านางได้บ่มเพาะพลังมาอย่างไรถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้
ดวงตาที่งดงามของจิ้งหยุนก็เบิกกว้างเช่นกันนางรู้สึกอายนิดหน่อยเพราะเมิ่งฉิงนั้นไม่ได้แค่สวยอย่างเดียวแต่ยังแข็งแกร่งอีกด้วย ดังนั้นนางและเมิ่งฉิงนั้นเทียบกันไม่ติดเลย
“เจ้าเป็นมนุษย์หรือสัตว์ประหลาดกันแน่?”หลินเฟิงพึมพำ ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาถึงกับเงียบ
โชคดีที่วันนั้นที่ไม่ได้พูดอะไรกับนางมากไม่อย่างนั้นต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน
“เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน”เมิ่งฉิงกล่าวขณะมีสีหน้าที่แปลกไปจากนั้นก็เดินตรงไปที่โต๊ะและนั่งลง
“...”
หลินเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
“พี่หลินเฟิงเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนคือใครกัน?” ต้วนเฟิงสงสัยจึงกล่าวถามหลินเฟิง
“พี่สาวเทพยดา”หลินเฟิงกระซิบ จึงทำให้ต้วนเฟิงสับสน
หลินเฟิงนั่งลงข้างๆเมิ่งฉิง จากนั้นกระซิบถามนางว่า “ความแข็งแกร่งของเจ้าทรงพลังขนาดนี้ทำไมถึงไม่เคยบอกข้า?”
“ก็เจ้าไม่เคยถามข้า”เมิ่งฉิงกล่าวตอบ จึงทำให้หลินเฟิงหรี่ตาลงเพราะรู้สึกหดหู่
“งั้นทำไมเจ้าถึงเพิ่งแสดงความแข็งแกร่งเอาตอนนี้?”หลินเฟิงกล่าวถาม
เมิ่งฉิงมองไปที่หลินเฟิงด้วยสายตาแพรวพราวและกล่าวว่า “ไม่บอกเจ้าหรอก”
“...”
“อย่างไรก็ตามแค่ปกป้องเจ้าก็เพียงพอแล้ว”เมิ่งฉิงกล่าว ทำให้แววตาของหลินเฟิงเปล่งประกายการที่มีหญิงสาวงามมาปกป้อง ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก
“แต่หลังจากนี้เจ้าจะต้องเล่าเรื่องเกี่ยวกับบ้านเกิดของเจ้าให้ข้าฟังทุกๆ วัน วันละห้าเรื่อง” เมิ่งฉิงกล่าวทำให้หลินเฟิงถึงกับสงสัยปนตกใจ ทุกวันวันละห้าเรื่อง...
เมื่อต้วนเฟิงและจิ้งหยุนได้ยินการสนทนาของทั้งสองคนในหัวของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยคำถาม เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน? พี่สาวเทพยดา? แล้วไหนยังเรื่องบ้านของหลินเฟิงอีก?
โดยเฉพาะจิ้งหยุนในตอนนี้ที่นางกำลังจ้องมองไปที่หลินเฟิงและเมิ่งฉิง และเข้าไปใกล้ๆการสนทนาระหว่างสองคนนี้ทำให้นางไม่สามารถเข้าใจได้ นางจึงรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาที่หัวใจของนาง
“บางทีอาจจะมีแต่หญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่างเมิ่งฉิงจึงจะสามารถคู่ควรกับหลินเฟิง”
ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่ใบหน้าของจิ้งหยุนตอนนี้จิตใจของนางรู้สึกสงบนิ่งมากขึ้น แต่ในสายตาของจิ้งหยุนนั้น หลินเฟิงเป็นคนที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมอย่างมาก
คนอื่นๆในร้านอาหารเริ่มทยอยออกไปแล้ว หลินเฟิงและคนอื่นๆ อยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบจนกระทั่งหลังจากที่ดื่มและกินจนอิ่มท้อง จึงออกไปจากร้านอาหารชิงซินและเหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง
ในขณะนั้นฝูงชนต่างมุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของเมืองหลวงเพราะมันใกล้ถึงเวลาที่ประตูจะเปิดแล้ว
หลินเฟิงควบคุมม้าและตรงไปที่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงหลังจากนั้นไม่นานก็มาถึงประตูเมืองและมองไปยังประตูเมืองทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่โตมโหฬารนั่น
“ประตูเมืองถึงแม้จะเก่าแก่มากแล้วแต่เมื่อเทียบกับประตูของอารามโบราณของนิกายหยุนไห่แล้วมันแย่กว่ามาก” หลินเฟิงกล่าว
ขณะนั้นฝูงชนเริ่มต่อแถวเรียงรายรอกันบนสะพานที่อยู่หน้าประตูเมืองกันแล้ว
“พวกเจ้าดูนั่นสิบนท้องฟ้ามีคนอยู่ ช่างสุดยอดเสียจริง!”
ในตอนนี้ผู้คนต่างส่งเสียงอุทานขึ้นมาขณะเงยหน้าขึ้นมองและได้เห็นร่างเงาอยู่บนท้องฟ้าที่กำลังเดินทางอยู่เหนือศีรษะของฝูงชนอย่างมีความสุข
ขณะนั้นหลินเฟิงก็ได้เงยหน้าขึ้งมองและเห็นปีกสีดำอันใหญ่โตกำลังกระพือปีกด้วยปีกที่ใหญ่โตของมันได้ทำให้กระแสลมเปลี่ยนไปในทันที
“ต้าเผิงนั่นคือคุณชายต้าเผิง”
นัยน์ตาของหลินเฟิงฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นคุณชายต้าเผิงเหลือบมองมาที่ฝูงชนที่อยู่ด้านล่างทันใดนั้นความเร็วได้เพิ่มขึ้นและบินตรงไปทางประตูเมืองเพื่อเข้าสู่เมืองหลวงโดยที่ไม่มีใครขวางทางเขาเลยสักคน
“คุณชายต้าเผิงช่างเลอเลิศยิ่งนักสามารถผ่านประตูเมืองจากในอากาศเข้าไปได้”
ฝูงชนต่างตกใจผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งไปไหนก็มีแต่คนเคารพนับถือ แม้จะเป็นประตูใหญ่ของเมืองหลวงก็สามารถบินเข้าไปจากอากาศได้เลยและไม่มีใครสามารถขัดขวางได้ นี่สิคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความแข็งแกร่งเช่นนี้ต่างก็สามารถทำมันได้บินจากท้องฟ้าเข้าสู่เมืองหลวงโดยที่ไม่ต้องเข้าแถวรอ
“พี่ต้าเผิงรอข้าด้วย!”
ในขณะนั้นมีเสียงดังขึ้นมาจากบนท้องฟ้าที่ห่างไกลและอยู่เหนือศีรษะของฝูงชน จากนั้นเริ่มมีเกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมามันช่างงดงามยิ่งนัก
คนคนนั้นสวมใส่เสื้อสีเดียวกับหิมะเขาช่างหล่อเหลายิ่งนักขณะอยู่บนท้องฟ้านั่นและเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็สามารถเข้าไปภายในเมืองหลวงได้แล้ว
“คุณชายลั่วเสวี่ย!”ฝูงชนต่างประหลาดใจ แปดคุณชายแห่งเสวี่ยเยว่และในเมืองหลวงมีคุณชายถึงหกคนนอกจากนี้มีหนึ่งคนอยู่นิกายเฮ่าเยว่และอีกหนึ่งคนอยู่หมู่บ้านเสวี่ยอิงซานรวมถึงคุณชายต้าเผิงและคุณชายลั่วเสวี่ย และยังมีอีกคนที่จะตามมาทีหลังนั่นหมายความว่าครั้งนี้แปดคุณชายแห่งเสวี่ยเยว่จะมารวมตัวกันที่เมืองหลวง