งานเปิดตัวปั้มน้ำมัน'เวล'ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนักธุรกิจแล้วยังมีดารานักแสดงคับคั่ง
เป็นต้นปิ่นและปุยฝ้าย สองสาวเคยเป็นถึงพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ดังนั้นสื่อจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กอปรกับหนึ่งในสองนักแสดงสาวมีแฟนเป็นเจ้าของปั้มและเรือ หน้าจึงต้องใหญ่เป็นพิเศษ
ชัตเตอร์ถูกกดรัวๆ แสงแฟลชเข้าตาทำเอาพร่าพราย แต่ต้องยิ้มหน้าหวาน ให้ช่างภาพเก็บรูปสวยๆ ไว้ทำข่าว
เจมส์ยืนดูสองสาวที่ถูกถ่ายรูปโดยนักข่าวหลากหลายสำนัก ใบหน้าเผยรอยยิ้มหน่อยนึง ในขณะนั้นเองกลุ่มผู้หญิงแต่งตัวในชุดเซ็กซี่ได้เดินเข้ามาทักทายเขา
พวกเธอมีด้วยกัน 4 คน เป็นดาราตัวแม่ของวงการ
“สวัสดีค่ะประธานเจมส์ พวกเราขอถ่ายรูปคู่กับคุณได้หรือเปล่าคะ” หนึ่งในนั้นที่สวมชุดเดรสสีขาวเว้าอกเซ็กซี่ทักทาย ก่อนจะเสริมว่า “ฉันพลอย ส่วนนี่ไอซ์ มุก และดา พวกเราเพิ่งจะมีผลงาน'สงครามนางมาร'ด้วยกัน ท่านประธานคงไม่รังเกียจหรอกใช่ไหมคะ”
“ไม่รังเกียจครับ” ชายหนุ่มตอบเถรตรง ยังไงเสียผู้หญิงตรงหน้าก็ดูดีไม่น้อย อีกอย่างคือเป็นมิตร มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปฏิเสธคำชวนนี้
“งั้นขอถ่ายรูปนะคะ....”
พวกสาวๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจากร่างกายอันเร่าร้อน
จากมุมสูงมองเห็นร่องอกได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหญิงสาวที่ชื่อมุกใส่ชุดเกราะอกมา ร่องของเธอจึงเปิดเผยให้เห็นมากกว่าใครอื่น อวดเนินเนื้ออึ๋มท่ามกลางสายตาผู้คน
ดาราที่ยืนอยู่บนจุดสูงไม่ถือตัวเลย นั่นคือสิ่งที่เจมส์พอจะสัมผัสได้จากพวกเธอ ดูสิเนี่ยถ่ายรูปแค่นี้แต่ยังแนบชิดแขน จนเขารู้สึกถึงหน้าอกนุ่มนิ่ม...ไม่รู้ว่าจงใจให้โดนหรือเปล่า แต่ที่รู้ๆ คือมันรู้สึกดีไม่น้อย
ใกล้ๆ เจมส์มีเลขาสามคนยืนอยู่ ได้แก่แพรไหม ซีเปียและหยก
“อีพวกหน้าไม่อาย จงใจเอาหน้าอกสกปรกนั่นมาโดนแขนท่านประธาน!” หยกขบฟันกรอด มองดาราด้วยความเป็นศัตรู
“นั่นสินะ เห็นอยู่หน้ากล้องได้รับบทติ๋มๆ หวานๆ ใครจะคิดละว่าตัวจริงกล้าได้กล้าเสียขนาดนี้” ซีเปียแสดงความคิดเห็นบ้าง
“ก็ไม่แปลก คนพวกนี้อยู่หน้าจอก็ต้องสวมหน้ากาก พวกเธอเล่นไปตามบทบาทที่ถูกเขียน มีใครบ้างที่เห็นภายในจริงๆ” แพรไหมไม่แปลกใจเลย เพราะพ่อของเธอเป็นถึงนักร้องลูกทุ่งมากความสามารถ พลอยให้เธอรู้เรื่องคนในวงการไม่น้อย
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้!” หยกกำมือแน่นแล้วเดินเข้าไปในกลุ่ม
“นั่นเธอจะทำอะไร...” ซีเปียไม่ได้เข้าไปหยุด เพียงมองเรื่องสนุกๆ เท่านั้น
แต่ก่อนที่หยกจะเข้าไปแยกปลิงเหล่านั้น ชายคนหนึ่งที่เดินถือแก้วไวน์ก็โพล่งมาทางนี้ “นั่นจะทำอะไรน่ะไอซ์ คุณเป็นแฟนผม ยังมีหน้าไปถ่ายรูปกับผู้ชายอื่นอีกเหรอ!”
“พีเต้...” ไอซ์ตกใจมากเมื่อเห็นชายคนนี้
หยกเริ่มสนใจขึ้นมา จึงมองสถานการณ์เงียบๆ
“นี่คือ...” เจมส์มองคนมาใหม่ ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม
ไอซ์คอตก บอกไปว่า “เขาเป็น...เพื่อนของฉันค่ะ เคยเรียนอยู่ที่เดียวกันเมื่อตอนยังเด็ก ก็แค่เพื่อนเก่าน่ะค่ะ”
“เหอะๆ เพื่อนเก่างั้นเหรอ อย่ามาตลก ผมเป็นแฟนของคุณและคอยส่งเงินมาซัพพอร์ตคุณทุกเดือนในระหว่างที่เรียนอยู่เมืองนอก!” เต้ดื่มไวน์อีกแก้ว ใบหน้าของเขาเวลานี้ดูโกรธเธออย่างยิ่ง ก่อนจะหันไปมองเจมส์เขม็ง
“แล้วคุณคือใคร กล้ายุ่งกับแฟนคนอื่นแบบนี้ สงสัยคงไม่อยากอยู่อย่างสงบสุขแล้วใช่ไหม”
เพราะเสียงเขาดังมาก ใครหลายคนในงานจึงได้ยิน โดยเฉพาะนักข่าวที่กลิ่นไวยิ่งกว่าสุนัข รีบหยิบกล้องมาถ่ายฉากเด็ดแทนดาราเหล่านั้น
“แล้วคุณคือใคร...” เจมส์ถามด้วยสายตาว่างเปล่า คล้ายกับอีกฝ่ายไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากความโง่บนใบหน้า
ไม่ใช่แค่เจมส์เท่านั้นที่คิดแบบนี้ นักธุรกิจ นักข่าวและดาราเองก็เช่นกัน
เต้หัวเราะเยาะแล้วตอบไปว่า “ผมคือลูกชายคนเดียวของตึก'อมร'เป็นหนึ่งในตึกหรูหรากลางเมืองกรุงเทพฯ มูลค่าทรัพย์สินโดยรวมก็มากกว่าหมื่นล้านบาท ใครๆ ก็เรียกผมว่าไฮโซเต้ ทีนี้เข้าใจหรือยัง”
หนึ่งในนักข่าวจดจำเขาได้ จึงได้กระซิบกับเพื่อนร่วมงาน “นั่นคือไฮโซที่เคยออกข่าวขับรถชนคนตายนี่นา เขาหายไปอยู่ต่างประเทศ 5 ปี ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะกลับมาแล้ว...”
เพื่อนร่วมอาชีพพยักหน้า ก่อนจะบอกด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ “แต่ว่านะ เขาไม่รู้เหรอว่าคนที่กำลังมีเรื่องด้วยคือใคร ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ต่อให้หึงแฟนมากแค่ไหนก็เถอะ แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด”
“ใช่ แม้จะเป็นนักธุรกิจเหมือนกันแต่กำปั้นของเต้ดูจะเล็กกว่าเมื่อเทียบกับประธานเจมส์ เขาไม่รู้เลยหรือว่าทำแบบนี้รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงดูแย่ลง...”
“ใครจะสนล่ะ ขอแค่มีข่าวเด็ดๆ ก็พอแล้ว เอ้าเพราะฉะนั้นไฮโซเต้ ระเบิดอารมณ์อีกสิ!”
นักข่าวก็เป็นแบบนี้แหละ พวกเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อข่าว เรื่องอื่นถือเป็นเรื่องรองลงมา
เห็นว่าเจมส์เงียบก็นึกว่ากลัว เต้จึงเปรยยิ้มๆ “กลัวแล้วใช่ไหม รีบขอโทษซะสิ ผมจะได้อภัยให้...โอ้ไม่สิ นอกจากนั้นคุณต้องเตรียมไวน์แก้วใหม่ให้ผมด้วย ไวน์ในงานโง่ๆ นี่อร่อยมาก หลังจากกลับบ้านไปผมจะสั่งให้พ่อทำการค้ากับพวกเขา นำไวน์มาไว้ในโรงแรม'อมร'”
ฟังจากคำพูดของเต้ ถึงตอนนี้หลายคนเชื่อแล้วว่าเขาโง่จริงๆ
“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง...” เจมส์ถาม
เต้ยักไหล่ “แค่เห็นว่าดาราหลายคนมางานนี้ รวมถึงไอซ์แฟนสาวของผม ผมก็เลยมาเล่นๆ เท่านั้น เจ้าของงานควรจะยินดีนะ ที่มีผมมาร่วมงาน ดูสิเนี่ยนักข่าวกำลังถ่ายรูปผมทั้งนั้น”
หลายปีแล้วที่เขาไม่มีแสง ต้องอยู่ในเงามืดเพราะขับรถชนนักศึกษาทุนคนหนึ่ง เหตุเพราะระหว่างขับรถกิ๊กสาวกำลังออรัลเซ็กส์ให้ กำลังจะถึงจุดสุดยอดจึงลืมดูทางข้ามม้าลาย
นักศึกษาที่มีอนาคตไกลจึงเสียชีวิต รวมถึงผู้หญิงที่นั่งมากับเขา เต้เป็นคนเดียวที่รอด
ใช้ชีวิตเงียบๆ ในต่างประเทศมา 5 ปี แม้จะมีเงินจากที่บ้านส่งมาไม่เคยขาด แต่ไม่เคยพอใจสักนิด
นี่สิคือบ้านของเขา แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นตัวละครสำคัญสำหรับงานนี้ไปแล้ว
“เอาล่ะรีบๆ ขอโทษผม...ตอนนี้ผมกำลังใจดีนะ แค่คำว่าขอโทษมันคงไม่ยากหรอกใช่ไหม” เต้ไม่อยากใช้กำลังทางร่างกายจบความบาดหมาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกดดันผ่านสถานะทางสังคมไม่ได้
ไอซ์มองไฮโซหนุ่มด้วยความอายจนอยากจะเป็นลม
อะไรทำให้เขาโง่ขนาดนี้นะ หรือว่าอยู่เมืองนอกนานจนไม่ได้ติดตามข่าวสารเมืองไทย ว่าตอนนี้อยู่ในงานของใคร
“เหรอ แล้วถ้าหากไม่ขอโทษล่ะ จะทำยังไง” เจมส์ย้อนถาม ถึงตอนนี้เขาเริ่มจะรำคาญแล้วสิ
“คิดให้ดีก่อนพูดดีกว่า ผมเป็นถึงลูกเต้าเหล่าใครคุณเองก็รู้เพราะผมเพิ่งบอกไปหยกๆ เอ้า รีบๆ ยอมรับความผิด หลังจากนี้ก็ไปให้ไกลจากเธอ” เต้ยังคิดว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดสูงสุด
อาศัยฐานะทางครอบครัวหนุนหลัง มีอะไรบ้างต้องกลัว ทุกคนสิควรจะกลัวเขา
ใช่เมื่อก่อนมันควรจะเป็นแบบนั้น
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม เมื่อชายที่อยู่ตรงหน้าได้ชื่อว่าผู้ทรงอิทธิพลที่สุด ณ ขณะนี้!
“งั้นก็ลองทำให้ผมขอโทษเองสิ” เจมส์มองเขาผ่านเลนส์แว่นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะยกมือขึ้นมากดปุ่มบางอย่างที่ขาแว่น
เต้โกรธเป็นอย่างมาก ในขณะที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ร่างกายดันควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาขยับเข้ามาใกล้เจมส์แล้วชกหมัดออกไป!
สิ่งที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก แม้แต่นักข่าวเองก็ไม่รู้ว่าไฮโซที่เพิ่งกลับมาวันนี้จะก่อเรื่องขึ้นอีกครั้ง!
แต่ก่อนที่หมัดจะถึงตัวเจมส์มันก็ถูกหยุดไว้โดยชายในชุดสูทสีดำที่มีร่างกายสูงใหญ่ เป็นตอนนี้เองที่เต้เริ่มกลับมาขยับร่างกายได้
“เป็นถึงไฮโซ แต่กลับใช้ความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้ง นี่คงเป็นนิสัยที่แท้จริงของคุณสินะครับ” เจมส์ลดมือลงมาจากแว่นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่...เมื่อครู่ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย มันต้องมีใครบางคนเล่นพิเรนทร์แน่ๆ” เต้ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าเต็มสองตา ใครล่ะเขาจะเชื่อ
“วันนี้เป็นงานมงคล ต่อให้เป็นลูกหลานคนใหญ่คนโตที่ไหนก็ไม่ควรมากร่างที่นี่”
กล้องเริ่มจับภาพไป ชายวัยกลางคนที่เดินออกมาคือจอมขมังเวทย์แห่งเมืองไทย อาคม!
“รีบๆ จัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่มันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้”
นักข่าวหันไปมองอีกคน ก่อนจะทำให้ใครหลายคนประหลาดใจ
นี่คือคุณเสก พ่อค้าอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งเมืองไทย มีทรัพย์สินมากกว่าหมื่นล้านบาท!
นอกจากเขาแล้วยังมีคนอื่นอยู่ด้วย และจากการตรวจสอบข้อมูล คนเหล่านี้คือผู้ถือหุ้นแบรนด์'เวล'
“เอาล่ะสิ คราวนี้พ่อของไฮโซเต้จะทำยังไง เขาจะสามารถรอดพ้นสายตาเหล่านี้ไปได้หรือเปล่า” ใครบางคนคาดการณ์ผลที่จะตามมา
นักข่าวอีกคนส่ายหน้า “ยาก นี่ไม่เหมือนกับเคสการตายของนักศึกษา มันเป็นข่าวดังก็จริงแต่ใครจะทำอะไรได้ สุดท้ายจึงเงียบหายไปในเวลาไม่นาน แต่ครั้งนี้มันต่างกัน เขาจงใจก่อกวนงานชัดๆ โดยงานครั้งนี้เป็นของคนใหญ่คนโต”
“ฮ่าฮ่า นี่คือข่าวเด็ด ท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี!”