วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 35: สังหารหมู่นิกายวายุอัสนี และการจุติของวิญญาณปฐมกาล

    สวรรค์ชั้นที่สอง 'อาณาเขตวายุอัสนี' ต้อนรับผู้มาเยือนจากมิติเบื้องล่างด้วยความเกรี้ยวกราดที่เหนือล้ำจินตนาการ ท้องฟ้าไม่ได้เป็นสีครามกระจ่างใสเหมือนสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง แต่มันถูกปกคลุมด้วยเมฆพายุสีดำทะมึนที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น สายฟ้าสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่เท่าลำต้นของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ผ่าฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องจนแทบจะฉีกกระชากแก้วหูของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ทว่าความน่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติ กลับเทียบไม่ได้เลยกับ 'กองทัพเซียน' ที่กำลังลอยตัวปิดกั้นน่านฟ้าอยู่เบื้องหน้า

    เรือรบเหาะเซียนขนาดมหึมาที่สร้างจากไม้เหล็กอัสนีจำนวนกว่าหนึ่งร้อยลำ ลอยลำตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุ บนดาดฟ้าเรือแต่ละลำเนืองแน่นไปด้วยยอดฝีมือในชุดเกราะสีฟ้าครามจำนวนรวมกว่า 'หนึ่งแสนคน' พวกมันคือกองกำลังหลักของ 'นิกายเซียนวายุอัสนี' ขุมอำนาจที่ปกครองสวรรค์ชั้นที่สอง ธงรบรูปลมหมุนและสายฟ้าสะบัดพลิ้วอย่างดุดัน

    เบื้องหน้าของกองทัพเรือรบ ปรากฏร่างของชายชราและชายฉกรรจ์กว่าสิบคน ลอยตัวอยู่เหนือกระแสพายุ พวกเขาคือระดับผู้อาวุโสสูงสุดและเจ้าสำนักของนิกาย ทุกคนล้วนแผ่รังสีพลังระดับ 'ตัดวิญญาณ' ออกมาอย่างไม่ปิดบัง โดยเฉพาะชายชราผมขาวที่ยืนอยู่หน้าสุด 'เหลยถิง' เจ้าสำนักวายุอัสนี ผู้มีพลังถึงระดับ 'ตัดวิญญาณขั้นปลาย' ร่างกายของมันมีกระแสไฟฟ้าสีม่วงไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา

    "มารร้ายจากชั้นล่าง! แกบังอาจทำลายกฎเกณฑ์ สังหารเทพขุนเขา และลักลอบขึ้นมายังสวรรค์ชั้นที่สอง!" เสียงของเจ้าสำนักเหลยถิงดังก้องกังวาน ผสานไปกับเสียงฟ้าร้อง "นิกายเซียนวายุอัสนีได้รับบัญชาศักดิ์สิทธิ์จากตำหนักเก้าสวรรค์ให้มาจับตายแก! จงคุกเข่าลงยอมรับทัณฑ์สวรรค์ซะ หรือจะให้พวกข้าบดขยี้แกจนวิญญาณแตกซ่าน!"

    หลินเฟยลอยตัวหลุดพ้นจากลำแสงทะลวงมิติ ขึ้นมายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองทัพนับแสนคนเพียงลำพัง ลมพายุพัดชายเสื้อคลุมสีดำของเขาให้สะบัดพลิ้ว แทนที่เขาจะหวาดกลัวต่อจำนวนศัตรูที่มืดฟ้ามัวดิน หรือแรงกดดันของยอดฝีมือระดับตัดวิญญาณนับสิบคน รอยยิ้มที่บ้าคลั่งและอำมหิตที่สุดกลับค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำที่สะท้อนภาพหยินและหยาง ทอประกายความกระหายเลือดอย่างถึงขีดสุด

    "บัญชาจากตำหนักเก้าสวรรค์งั้นรึ? ช่างประเสริฐนัก..." หลินเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาแผ่วเบาแต่กลับดังก้องเข้าไปในจิตวิญญาณของทหารเซียนนับแสนคนจนพวกมันรู้สึกหนาวสั่น "ข้ากำลังคิดอยู่พอดีว่าการล้างบางสวรรค์ทีละชั้นมันช่างน่าเบื่อ... ในเมื่อพวกเจ้ายกทัพมารวมตัวกันให้ข้าฆ่าถึงที่ ข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาให้เหนื่อย!"

    "อวดดีนัก! ค่ายกลวายุอัสนีพิฆาตสวรรค์! ยิง!" เจ้าสำนักเหลยถิงตวาดกร้าว ไม่คิดจะเจรจากับคนบ้าอีกต่อไป

    สิ้นคำสั่ง ทหารเซียนนับแสนคนบนเรือรบทั้งร้อยลำก็ประสานอินพร้อมกัน พลังปราณธาตุลมและสายฟ้าถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด ส่งผ่านเข้าสู่ปืนใหญ่คริสตัลอัสนีที่ติดตั้งอยู่บนหัวเรือรบทุกลำ ลำแสงสีฟ้าอมม่วงนับร้อยสายที่แต่ละสายมีพลังทำลายล้างเทียบเท่าการโจมตีเต็มกำลังของระดับวิญญาณแรกกำเนิด พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาหลินเฟยพร้อมกันราวกับตาข่ายมฤตยูที่ไม่มีทางหนีพ้น

    ทว่า หลินเฟยไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ยก 'ศัสตราไร้ลักษณ์' ที่สมบูรณ์แบบในมือขวาขึ้นมา ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวส่องประกายเร้นลับ ปราณปฐมกาลที่ถูกบีบอัดจากการกลืนกินน้ำพุต้นกำเนิดเซียน ไหลทะลักเข้าสู่ตัวดาบ

    "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่เจ็ด... คลื่นปฐมกาลล้างดารา!"

    หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์กวาดออกไปเบื้องหน้าในแนวนอน คลื่นกระบี่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเส้นด้ายบางๆ อีกต่อไป แต่มันระเบิดออกเป็น 'คลื่นแสงสีเทาขนาดยักษ์' ที่กว้างใหญ่ประดุจคลื่นสึนามิที่กวาดล้างจักรวาล คลื่นพลังนี้ไม่มีความบ้าคลั่ง ไม่มีเสียงระเบิด แต่มันคือ 'การลบเลือน' อย่างสมบูรณ์แบบ!

    ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

    ลำแสงทำลายล้างจากปืนใหญ่นับร้อยสาย เมื่อปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่สีเทาปฐมกาล กลับถูกกลืนกินและสลายหายไปในอากาศธาตุอย่างเงียบเชียบราวกับไม่เคยมีอยู่จริง คลื่นสีเทายังคงขยายตัวและพุ่งทะยานต่อไปด้วยความเร็วแสง ทะลวงเข้าใส่กองทัพเรือรบเหาะเซียนที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า

    "ป้องกัน! กางม่านพลังระดับสูงสุด!" เหล่ากัปตันเรือรบตะโกนสั่งการอย่างลนลานเมื่อเห็นลำแสงปืนใหญ่ถูกทำลาย ม่านพลังคริสตัลแปดเหลี่ยมนับร้อยชั้นถูกกางออกครอบคลุมเรือรบทุกลำ

    ทว่า กฎเกณฑ์ของปราณปฐมกาลนั้นอยู่เหนือทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะลุผ่านม่านพลังป้องกันระดับสวรรค์ราวกับทะลุผ่านอากาศธาตุ ก่อนจะกวาดผ่านลำเรือรบเหาะที่สร้างจากไม้เหล็กอัสนี และร่างของทหารเซียนนับหมื่นคนที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรืออย่างราบรื่น

    เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที...

    เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

    เรือรบเหาะเซียนจำนวนกว่าสี่สิบลำที่อยู่ในแนวหน้า พร้อมกับร่างของทหารเซียนกว่าสี่หมื่นคน ถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์แบบ! รอยตัดนั้นเรียบเนียนจนน่าสะพรึงกลัว วินาทีต่อมา พลังปฐมกาลที่แฝงอยู่ในรอยตัดก็สำแดงฤทธิ์ เรือรบและร่างของทหารเซียนเหล่านั้นระเบิดออกกลายเป็นฝุ่นผงและหมอกเลือดสีทองคำ ร่วงหล่นลงสู่ทะเลพายุเบื้องล่างประดุจสายฝนโลหิต!

    การโจมตีเพียงดาบเดียว... กวาดล้างกองทัพเซียนไปถึงสี่หมื่นคน!

    "บะ... บัดซบ! พลังนั่นมันอะไรกัน! มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ ไม่ใช่พลังของเซียน!" เจ้าสำนักเหลยถิงและผู้อาวุโสระดับตัดวิญญาณทั้งสิบคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ความหยิ่งยโสเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวระดับรากวิญญาณ

    "อย่ามัวตะลึง! หากปล่อยให้มันลงดาบอีกครั้ง พวกเราตายกันหมดแน่! ประสานค่ายกล 'มังกรอัสนีพยัคฆ์วายุ' เดี๋ยวนี้!" เหลยถิงคำรามสั่งการ มันกัดปลายลิ้นพ่นเลือดแก่นแท้ออกมา ผู้อาวุโสอีกสิบคนก็ทำเช่นเดียวกัน

    เลือดระดับตัดวิญญาณสิบเอ็ดสายพุ่งไปรวมกันกลางอากาศ พลังปราณธาตุลมและสายฟ้าอันมหาศาลถูกสูบดึงมาจากพายุรอบด้าน ภายในพริบตาเดียว ร่างจำแลงของ 'มังกรอัสนีสีม่วง' และ 'พยัคฆ์วายุสีคราม' ขนาดความยาวกว่าพันจั้ง ก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลิ่นอายของสัตว์เทวะจำแลงนี้กดดันจนมิติของสวรรค์ชั้นที่สองเกิดรอยร้าว พวกมันคือไม้ตายก้นหีบที่นิกายวายุอัสนีใช้สังหารผู้บุกรุกระดับวิญญาณแรกกำเนิดมานับไม่ถ้วน

    "ฉีกร่างมันให้เป็นชิ้นๆ!"

    มังกรอัสนีและพยัคฆ์วายุแผดเสียงคำราม พุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟยจากซ้ายและขวา พลังทำลายล้างของพวกมันสามารถบดขยี้เกาะลอยฟ้าให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา

    หลินเฟยมองดูสัตว์เทวะจำแลงทั้งสองด้วยความสงบนิ่ง ทว่าภายในร่างกายของเขากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด! พลังงานจาก 'น้ำพุต้นกำเนิดเซียน' ที่เขาสูบกลืนมาจากคลังสวรรค์ชั้นฟ้า ผสานเข้ากับความกดดันจากการเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับตัดวิญญาณนับสิบคน ได้ผลักดันให้ 'จักรวาลจำลอง' ในจุดตันเถียนของเขาบีบอัดจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

    ตึกตัก... ตึกตัก...

    เสียงหัวใจที่ดังก้องประดุจเสียงกลองรบของจักรวาลดังออกมาจากร่างของหลินเฟย จักรวาลจำลองในจุดตันเถียนยุบตัวลงอย่างรุนแรง ก่อนจะระเบิดออก และก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่ขึ้นมาภายในนั้น!

    มันไม่ใช่ 'ทารกวิญญาณสีทอง' ธรรมดาๆ ดั่งเช่นที่ผู้ฝึกยตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดคนอื่นมี ทว่ามันคือ 'วิญญาณปฐมกาล' รูปลักษณ์ของมันคือทารกน้อยที่หลับตาพริ้ม ร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นสีดำสนิทแผ่กลิ่นอายมารบรรพกาล มีปีกค้างคาวปีศาจ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นสีขาวสว่างแผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์สูงสุด มีปีกขนนกทูตสวรรค์ ทารกน้อยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาที่เต็มไปด้วยสัจธรรมของโลกหล้าสาดประกาย!

    ตู้มมมมมมมมมมม!

    พลังงานระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิด' ที่สมบูรณ์แบบและเหนือล้ำกว่าผู้ใดในประวัติศาสตร์ ระเบิดออกจากร่างของหลินเฟย! เสาแสงสีเทาทะลวงทะลุเมฆพายุสีดำ พุ่งตรงขึ้นสู่สวรรค์ชั้นที่สาม รังสีความกดดันของวิญญาณปฐมกาลกวาดล้างออกไปรอบทิศทาง ทำให้มังกรอัสนีและพยัคฆ์วายุที่กำลังพุ่งเข้ามา ถึงกับชะงักค้างและสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อสายเลือดที่สูงส่งกว่า!

    "ในที่สุด... ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด" หลินเฟยสูดลมหายใจลึก เขาสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อกับกฎเกณฑ์ของจักรวาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมนับร้อยเท่า!

    หลินเฟยเงยหน้ามองมังกรและพยัคฆ์ยักษ์ที่กำลังสั่นกลัว เขายกศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้น "ในเมื่อพวกเจ้าชอบสัตว์เลี้ยงนัก... ข้าก็จะส่งพวกมันกลับไปหาพวกเจ้า!"

    หลินเฟยตวัดดาบเบาๆ สองครั้ง คลื่นกระบี่สีเทารูปจันทร์เสี้ยวสองสายพุ่งออกไป ไม่ได้พุ่งไปโจมตีสัตว์เทวะ แต่มันพุ่งไป 'ตัดสายใยควบคุม' ที่เชื่อมต่อระหว่างสัตว์เทวะกับเหล่าผู้อาวุโสระดับตัดวิญญาณ!

    ฉับ! ฉับ!

    การเชื่อมต่อทางวิญญาณถูกตัดขาดสะบั้น ผู้อาวุโสทั้งสิบเอ็ดคนกระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน ทว่าฝันร้ายของพวกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หลินเฟยยื่นมือซ้ายออกไปเบื้องหน้า ใช้อำนาจของวิญญาณปฐมกาล บิดเบือนกฎเกณฑ์และเข้า 'ควบคุม' สัตว์เทวะจำแลงทั้งสองตัวแทน!

    "กลืนกินพวกมันซะ!" หลินเฟยออกคำสั่ง

    มังกรอัสนีและพยัคฆ์วายุที่บัดนี้ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเทา หันขวับกลับไปหาผู้สร้างของพวกมัน สัตว์เทวะทั้งสองแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าขย้ำและปลดปล่อยพลังทำลายล้างใส่กองทัพเรือรบที่เหลือและเหล่าผู้อาวุโสอย่างไม่ปรานี!

    "อ๊ากกกกกก! หยุดนะ! ข้าคือเจ้านายของพวกแก!" เหลยถิงและผู้อาวุโสพยายามใช้ปราณตัดวิญญาณต่อต้าน แต่พวกมันเพิ่งบาดเจ็บจากการถูกตัดสายใยวิญญาณ จึงไม่อาจต้านทานพลังสัตว์เทวะของตนเองที่ถูกหลินเฟยบัฟพลังปฐมกาลใส่ได้

    ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

    เรือรบเหาะเซียนที่เหลืออีกหกสิบลำถูกมังกรอัสนีและพยัคฆ์วายุบดขยี้จนแหลกละเอียด ทหารเซียนนับหมื่นคนถูกพายุสายฟ้าเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ผู้อาวุโสระดับตัดวิญญาณเก้าคนถูกกรงเล็บพยัคฆ์ฉีกร่างขาดกระจุย วิญญาณแรกกำเนิดของพวกมันถูกหลินเฟยใช้แรงดึงดูดปฐมกาลดูดกลืนเข้ามาเป็นสารอาหารให้แก่ 'ทารกปฐมกาล' ในจุดตันเถียนของเขา

    เหลือเพียงเจ้าสำนักเหลยถิงที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ร่างกายของมันอาบไปด้วยเลือด แขนซ้ายขาดสะบั้น มันมองดูความพินาศของนิกายที่สร้างมานับหมื่นปีด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันหลังเตรียมใช้วิชาหลบหนีทะลวงมิติ

    "จะไปไหนล่ะ เจ้าสำนัก?" เสียงกระซิบเยือกเย็นดังขึ้นที่ข้างหูของเหลยถิง!

    หลินเฟยใช้วิชาก้าวพริบตา มาปรากฏตัวขวางหน้าเหลยถิงไว้อย่างง่ายดาย ความเร็วของขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาลนั้นอยู่เหนือกฎเกณฑ์มิติของสวรรค์ชั้นที่สองไปแล้ว มือซ้ายของหลินเฟยยื่นออกไปบีบลำคอของยอดฝีมือระดับตัดวิญญาณขั้นปลาย ยกให้ลอยขึ้นกลางอากาศอย่างหมดสภาพ

    "ยะ... อย่าฆ่าข้า... ข้ายอมแล้ว... ข้าจะมอบทุกอย่าง..." เหลยถิงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง

    "ทรัพยากรของพวกกากเดนอย่างเจ้า ไม่มีค่าพอให้ข้าชายตามอง" หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต นัยน์ตาสีเทาจ้องลึกเข้าไปในวิญญาณของอีกฝ่าย "จงภูมิใจเถิด ที่เลือดของพวกเจ้า ได้เป็นเครื่องสังเวยฉลองการจุติของวิญญาณปฐมกาลของข้า!"

    กร๊อบ!

    หลินเฟยออกแรงบีบมือ หักคอและบดขยี้วิญญาณของเจ้าสำนักเหลยถิงจนแหลกละเอียด ร่างไร้วิญญาณถูกโยนทิ้งลงสู่ทะเลเลือดเบื้องล่าง

    พายุวายุอัสนีที่เคยบ้าคลั่ง บัดนี้สงบลงอย่างประหลาด ท้องฟ้าของสวรรค์ชั้นที่สองเต็มไปด้วยเศษซากของเรือรบและหมอกเลือดสีทองที่ลอยคละคลุ้ง หลินเฟยยืนตระหง่านอยู่เหนือความพินาศทั้งปวง ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือเปล่งประกายเจิดจ้า เขาทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน ทะลวงผ่านกฎเกณฑ์แห่งมิติ มุ่งสู่ 'สวรรค์ชั้นที่สาม'

    "นิกายเซียนก็ถูกล้างบางไปแล้ว... ต่อไปจะเป็นคิวของพวกเทพกระดูกแข็งคนไหนกันนะ?" หลินเฟยพึมพำด้วยรอยยิ้มที่ท้าทายสวรรค์ ก้าวต่อไปของการล้างแค้นและการค้นหาความจริงแห่งจักรวาล กำลังจะดุเดือดและนองเลือดยิ่งกว่าที่ผ่านมา!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน