“ตกลงว่านายยังหาร้านที่ถูกใจไม่เจอสักร้านเลยหรือ” ซ่งหมิงถามจางเป่าจิน “นายเดินหามาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือไง”
“เจอที่ถูกใจอยู่เหมือนกันครับ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทุกที่ที่ผมถูกใจ นายหน้าก็มักจะบอกว่าที่ตรงนั้นมีคนจองไว้แล้ว ถ้ามีคนจองไว้จริงๆ แล้วทำไมนายหน้ายังพาผมไปดูอีกล่ะ”
“มันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะ แต่ช่วงนี้ฉันติดธุระที่ต้องไปทำให้คุณพ่อซะด้วยสิ ไม่งั้นฉันคงไปเดินดูร้านค้ากับนายแล้ว เอาอย่างนี้อีกสักสองสามวันฉันก็เสร็จธุระ ตอนนั้นเราค่อยไปเดินดูร้านค้าด้วยกัน ช่วงนี้นายก็พาปิงปิงไปเดินเที่ยวรอไปก่อน”
“ไม่รบกวนพี่แล้วล่ะครับ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง แล้วร้านเสื้อล่ะครับ พี่หาได้แล้วหรือยัง”
“นั่นสิคะพี่หมิง ขนาดร้านของเป่าจินยังหายากขนาดนี้ แล้วร้านที่เราจะหามาเปิดร้านเสื้อจะไม่ยากกว่าอีกหรือ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะคะว่าร้านค้าที่เมืองหลวงจะหายากขนาดนี้”
“ฉันกำลังจะมาปรึกษากับเธอเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะปิงปิง ตอนนี้มีห้างสรรพสินค้ามาเปิดใหม่และเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงเลยล่ะ เธอจะว่ายังไงถ้าเราจะเอาร้านเสื้อของเราไปขายบนห้างแทนที่เราจะไปเปิดร้านค้าข้างนอก”
“อย่างนั้นก็ดีเลยสิคะ แล้วเราจะไปดูร้านค้าที่ห้างได้ตอนไหน” หลี่ปิงปิงถามขึ้นอย่างสนใจ “ปกติห้างสรรพสินค้าจะมีแผนกขายอาหารอยู่ด้วยไม่ใช่หรือคะ พี่คิดว่าถ้าเราขอเอาสินค้าของเป่าจินมาวางขายด้วยทางห้างเขาจะตกลงไหม”
ซ่งหมิงถอนหายใจ “พี่เคยถามเรื่องนี้เผื่อไว้แล้วเหมือนกัน แต่ที่ห้างแห่งนี้จะเปิดขายแค่ของใช้และเสื้อผ้าเท่านั้นเอง”
“น่าเสียดายจังเลยนะคะ” หลี่ปิงปิงพูดเสียงเบา เธอมองสามีอย่างเห็นใจ
“ถ้าผมหาร้านค้าไม่ได้จริงๆ ผมก็แค่ไปติดต่อร้านค้าอื่นเพื่อส่งสินค้าของเรามาขายก็ได้แล้ว เพราะไม่ว่าเราจะเปิดร้านเองหรือส่งมาให้คนอื่นขาย เราก็ทำเงินได้อยู่ดีไม่ใช่หรือครับ คุณไม่ต้องเสียใจแทนผมหรอก” จางเป่าจินปลอบใจภรรยา
“เอาน่า...วันนี้หาไม่ได้ วันหน้าพวกเราก็หาได้เอง เผลอๆ อาจจะได้ร้านที่ทำเลดีมากก็ได้นะ” ซ่งหมิงปลอบใจน้องๆ
“สวัสดีครับคุณจาง เชิญเข้ามานั่งข้างในดื่มน้ำเย็นๆ คลายร้อนก่อนครับ” นายหน้าหูต้อนรับจางเป่าจินด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“ขอบคุณครับคุณหู แต่ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า”
“แหม...คุณจางทำเหมือนผมเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ ดื่มน้ำของผมสักแก้วจะเป็นไรไป” นายหน้าหูยื่นแก้วน้ำเย็นไปตรงหน้าจางเป่าจินอย่างกระตือรือร้น “ดื่มสักหน่อยสิครับ”
จางเป่าจินขมวดคิ้ว แต่เขาก็ไม่ได้ยกน้ำขึ้นดื่ม “ตกลงว่าคุณหูโทรให้ผมมาดื่มน้ำหรือมีเรื่องร้านค้ามาพูดกับผมกันแน่”
“ก็ต้องเป็นเรื่องร้านค้าสิครับ” นายหน้าหูยิ้มอย่างใจเย็น “วันก่อนผมไปเจอร้านค้าทำเลดีร้านหนึ่งเข้าพอดี เจ้าของเขาต้องการจะขายด่วน เขาตั้งราคาไว้ที่แปดพันเหรียญ ผมเห็นว่าทำเลตรงนั้นมันดีมาก เหมาะที่คุณจางจะเปิดเป็นร้านขายผลิตผลทางการเกษตรมากๆ เลยครับ ผมก็เลยลองต่อรองราคาให้เหลือที่ประมาณเจ็ดพันเหรียญ แต่เจ้าของเขาไม่ยอมและยังบอกว่าอยากจะพูดเรื่องนี้กับคุณจางด้วยตัวเองโดยไม่อยากเจรจาผ่านนายหน้าอย่างผมน่ะครับ ผมถึงได้โทรเชิญให้คุณจางเข้ามาสำนักงานในวันนี้”
“คุณหูพาผมไปดูร้านค้าร้านนั้นก่อนได้ไหมครับ ถ้าเป็นทำเลดีอย่างที่คุณว่า ผมจะได้กลับไปปรึกษาเรื่องราคากับภรรยาอีกครั้ง”
“ได้แน่นอนครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณจางไปดูตอนนี้เลย คุณจางไม่รู้อะไรร้านนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ และยังอยู่ใกล้ตลาดค้าส่งอีกด้วยนะครับ การเดินทางก็สะดวกมาก รับรองว่าถ้าคุณจางตัดสินใจซื้อร้านค้านี้ไว้ คุณจางจะไม่ผิดหวังแน่นอน”
“ฟังอย่างนี้แล้วผมชักใจร้อน งั้นเราไปดูร้านกันเลยไหมครับ” จางเป่าจินพูดยิ้ม
“คุณจางนั่งดื่มน้ำรอไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอเข้าไปเตรียมเอกสารด้านในก่อน” นายหน้าหูส่งยิ้ม “คงใช้เวลาสักพักนะครับ เผื่อว่าคุณจางตกลงใจได้วันนี้ ผมจะได้เอาเอกสารและข้อเสนอไปพูดกับเจ้าของร้านก่อน จากนั้นค่อยนัดคุณจางให้ไปตกลงราคากับเขาทีหลัง”
“เชิญคุณหูตามสบายเลยครับ”
นายหน้าหูเดินยิ้มเข้าไปในส่วนของห้องทำงาน ซึ่งในห้องทำงานของเขามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เป็นยังไงบ้างคะคุณหู” ลู่เสี่ยวหยาถาม
“ดูเหมือนว่าคุณจางเขาจะระมัดระวังตัวพอสมควรเลยล่ะครับ ผมชวนเขาให้ดื่มน้ำตั้งหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่แตะแก้วน้ำของผมเลย” นายหน้าหูตอบ
“รออีกสักครึ่งชั่วโมงเถอะค่ะ ถ้าเขายังไม่ดื่มน้ำแก้วนั้นเข้าไปอีกเราค่อยหาวิธีใหม่”
“ความจริงแล้วคุณลู่ไม่เห็นต้องรอให้ยุ่งยากเลยนะครับ คนของคุณพ่อคุณก็มีตั้งเยอะแยะ แค่จับเขาไปไว้ที่บ้านพักที่ชานเมืองก็ไม่มีใครตามหาเขาเจอแล้ว” นายหน้าหูพูดขึ้น
“จับเขาไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ ต้องทำให้เรื่องมันใหญ่และมีคนเห็นเยอะๆ ยิ่งดี เพราะฉันไม่ได้อยากได้แค่ตัวของคุณเป่าจิน แต่ฉันอยากให้ภรรยาของเขาและคนบ้านซ่งขายหน้า เหมือนกับตอนที่พวกเขายกเลิกการดูตัวของฉันยังไงล่ะคะ”
จางเป่าจินที่นั่งอยู่ด้านนอกเพื่อรอนายหน้าหูกลับไม่รู้เลยว่าเวลานี้เขากำลังถูกใครบางคนจับตาดูอยู่ เขาเอาแต่นั่งมองแก้วน้ำเย็นแก้วนั้นอย่างใช้ความคิด และรู้สึกว่าน้ำแก้วนั้นต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นนายหน้าหูจะคะยั้นคะยอให้เขาดื่มน้ำแก้วนั้นไปทำไม แต่จางเป่าจินก็ไม่คิดที่จะไปหาคำตอบ เพราะเรื่องร้านค้าเป็นเรื่องที่เขาอยากจะจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด หากไม่ใช่เพราะสำนักงานของนายหน้าหูเป็นสำนักงานตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่และน่าเชื่อถือที่สุดในเมืองหลวง เขาก็คงไม่คิดที่จะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ ซึ่งจางเป่าจินก็คิดไว้แล้วว่าหากการซื้อขายร้านค้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาก็จะเลิกล้มความคิดที่จะหาซื้อร้านค้าในเมืองหลวงไปเสีย หลังจากนั้นเขาจะไปติดต่อตามร้านค้าต่างๆ เพื่อส่งสินค้าเข้ามาขายแทน
เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว และน้ำแก้วนั้นก็ยังวางอยู่ที่เดิม นายหน้าหูได้แต่หันไปยิ้มกับลู่เสี่ยวหยาอย่างจนใจ จากนั้นก็เดินถือเอกสารออกไปหาจางเป่าจิน
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ให้คุณจางรอนาน”
“ในเมื่อคุณหูจัดการเอกสารเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปดูร้านค้าร้านนั้นกันเถอะครับ ถ้าเกิดผมถูกใจ ผมจะซื้อร้านค้าร้านนั้นทันที”
“ทำไมวันนี้คุณดูอารมณ์ดีจังเลยคะเป่าจิน หรือว่าเจอร้านค้าที่ถูกใจแล้ว”
“ร้านค้าที่ผมไปดูวันนี้ทำเลดีทีเดียวครับ เพียงแต่ราคาที่เจ้าของเสนอไว้มันค่อนข้างแพง” จางเป่าจินพูดอย่างลำบากใจ ถึงแม้เวลานี้เขากับภรรยาจะมีเงินเก็บอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก แต่การจะจ่ายเงินออกไปทีเดียวแปดพันเหรียญก็อดที่จะเสียดายไม่ได้
“นายหน้าหูไม่ช่วยคุณต่อรองราคาเลยหรือคะ ก็ไหนพี่หมิงเคยบอกว่าถ้าให้นายหน้าหูเป็นคนจัดการ เรื่องซื้อร้านค้าก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือ” หลี่ปิงปิงถาม
“นายหน้าหูช่วยต่อรองราคาให้ผมแล้วครับ แต่เจ้าของเขายังไม่ยอม เขาอยากจะเจรจากับผมโดยไม่ผ่านนายหน้าด้วยตัวเอง พรุ่งนี้คุณยังจะไปดูความเรียบร้อยของการตกแต่งร้านอยู่ไหนครับ ไม่งั้นเราไปพบเจ้าของร้านด้วยกันดีกว่า บอกตามตรงผมไม่มั่นใจจะไปพบเขาคนเดียวเลย”
“ทำไมล่ะคะ” หลี่ปิงปิงถามอย่างสงสัย เพราะปกติแล้วนิสัยของจางเป่าจินไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่ายๆ แต่จากท่าทางของเขาเวลานี้มันเต็มไปด้วยความลังเล
“ผมแค่รู้สึกว่าวันนี้นายหน้าหูดูแปลกๆ ไป เขามักจะถ่วงเวลาผมอยู่ตลอด และชอบคะยั้นคะยอให้ผมดื่มน้ำที่เขาเตรียมไว้ให้ มันดูแปลกๆ น่ะครับ”
หลี่ปิงปิงนึกถึงนายหน้าหูที่เธอเคยไปพบกับจางเป่าจินอยู่สองสามครั้ง ซึ่งท่าทางของนายหน้าหูก็ดูจริงใจดี
“คราวก่อนที่เจอ ฉันก็ว่านายหน้าหูดูจริงใจดีนี่คะ แต่จะเอายังไงดีล่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยของการตกแต่งร้านที่ห้างสรรพสินค้ากับพี่หมิงด้วยสิ เราเลื่อนนัดเจ้าของร้านไปก่อนสักสองสามวันดีไหมคะ หลังจากนั้นฉันจะไปเป็นเพื่อนคุณเอง”
“เจ้าของร้านมีเวลาให้ผมแค่พรุ่งนี้เองครับ ผมจะลองไปถามอาเหมาดูก่อนก็แล้วกัน ถ้าเขาว่าง ผมจะชวนเขาไปด้วย”
“แล้วถ้าพี่เหมาไม่ว่างล่ะคะ” หลี่ปิงปิงขมวดคิ้ว
“ถ้าอาเหมาไม่ว่าง ผมก็แค่ไม่ไปตามนัดเท่านั้นเอง คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ ถึงแม้ผมจะอยากได้ร้านค้าร้านนั้นมากแค่ไหน แต่ถ้ามันจะแลกมากับความไม่ปลอดภัย ผมก็ไม่มีทางที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด”
“ฉันเชื่อคุณค่ะ แล้วฉันก็เชื่อลางสังหรณ์ของคุณด้วย”
เช้าวันรุ่งขึ้น จางเป่าจินรีบไปหาโจวเหมาที่หอพักแต่เช้า ซึ่งก็โชคดีที่โจวเหมาไม่มีเรียนในวันนี้พอดี ทั้งสองจึงไปพบนายหน้าหูด้วยกัน
นายหน้าหูยังคงเตรียมน้ำดื่มไว้รอจางเป่าจินอย่างกระตือรือร้นเหมือนเดิม แต่พอเห็นว่าจางเป่าจินพาโจวเหมามาด้วย เขาจึงรีบยกน้ำแก้วนั้นเข้าไปเปลี่ยนเป็นน้ำแก้วใหม่มาแทน ซึ่งจางเป่าจินก็สังเกตเห็น เพียงแต่เขายังไม่พูดอะไรออกมาเท่านั้น คิดแค่ว่าถ้าตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย เขาจะไม่กลับมาใช้บริการกับนายหน้าหูอีกอย่างแน่นอน
“เจ้าของร้านยังมาไม่ถึงหรือครับ” จางเป่าจินถาม
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เมื่อวานมัวแต่ยุ่งกับลูกค้ารายอื่นก็เลยไม่ได้โทรไปบอกคุณ วันนี้เจ้าของร้านมาพบคุณไม่ได้แล้วพครับ เพราะเขาติดธุระอื่นพอดี ส่วนเรื่องการซื้อขาย เขาก็บอกไว้ว่าถ้าคุณตกลงราคาซื้อขายได้ที่เจ็ดพันเหรียญและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์เองทั้งหมด เขาก็จะตกลงขายร้านค้าร้านนั้นให้คุณทันที ส่วนเรื่องเอกสารทั้งหมดผมจะเป็นคนดูแลให้” นายหน้าหูตอบอย่างไม่มีพิรุธ ทั้งสายตาของเขาก็มองไปที่ห้องทำงานของตัวเองอย่างกังวลอยู่ตลอด
ถึงแม้จางเป่าจินจะมองเห็น แต่เขาก็ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้เขาอยากซื้อขายร้านค้าให้เรียบร้อยเร็วๆ มากกว่า
“งั้นก็ตกลงตามนี้ล่ะครับ ค่าซื้อร้านค้าเจ็ดพันเหรียญรวมกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดผมจะรับผิดชอบเอง แล้วเอกสารทุกอย่างจะเสร็จวันนี้ไหมครับ”
“ผมลงมือเองซะอย่างก็ต้องเรียบร้อยสิครับ”
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง การซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์ร้านค้าก็เสร็จเรียบร้อย จางเป่าจินเดินออกจากสำนักงานของนายหน้าหูโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีก
ส่วนลู่เสี่ยวหยายังนั่งอยู่ในห้องทำงานของนายหน้าหู ‘ครั้งนี้คุณแค่โชคดีที่รอดตัวไปได้ แต่คนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไร ฉันจะคว้ามันมาให้ได้ และคุณก็จะหนีไม่พ้นมือฉันไปได้หรอกค่ะคุณเป่าจิน’