พรึ่บ!
เพียงห้วงคิดเดียวของจอมทัพเเฮทอน เปลวทมิฬลุกโชนขึ้นอาบทั่วร่างอวตารโลหิต เมื่อมอดดับ รูปลักษณ์ดูดุดันหาญฮึกถูกขัดเกลาขึ้นใหม่ เปลี่ยนเป็นชายหนุ่มใบหน้าเรียบเฉย ในอาภรณ์สีเทาเข้มทะมัดทะเเมงเรียบง่าย ถึงเเม้จะคงรูปกายของชายหนุ่มหน้าละอ่อนในห้วงวัยยี่สิบต้นๆ เเต่กลางหว่างคิ้ว กลับเเฝงความจองหองเจ้าอารมณ์เจืออยู่พอประมาณ
ทันใดนั้น ภายในลูกตาดำขลับเเละใสกระจ่างดุจราตรีกาล ได้ปรากฏประกายสายฟ้าเส้นบางๆ กระพริบไหววูบ หากสังเกตให้ละเอียดเเล้ว สิ่งนี้คือร่องรอยคงค้าง หลังการสำเเดงเดชของเเผ่นยันต์สายฟ้าบวงสรวง มันจะผุดขึ้นทุกระยะตลอดหนทาง ใช้ย้อนรอยให้สืบสาวถึงผู้เรียกใช้ได้ คล้ายดั่งลายพิมพ์นิ้วมือของพวกเหล่าร้ายในโลกปัจจุบัน
" หึ หึ... จะไปไหนพ้น " ประกายเย็นเยียบช่างดูแปลกพิลึกเมื่อฉายชัดบนวงหน้าอ่อนเยาว์ เเต่เจ้าตัวหาได้ใส่ใจ ปลายเท้าพอสะกิดบนดินดำเเผ่วผิว ร่างนั้นก็พุ่งทะยานดุจประกายเเสงอสนี ไล่ตามเก็บเกี่ยวร่องรอยเลือนลางนั้นต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นอภินิหารของพลังเวทย์ หรือเดชอิทธิฤทธิ์จากยันต์อาคม สิ่งต่อต้านบัญญัติเเห่งฟ้าดินเหล่านี้ ล้วนเเต่อัดเเน่นด้วยอานุภาพมหาศาล เข้าเขย่าขวัญมวลมนุษย์ บันดาลความโกรธเกรี้ยวครอบคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สภาวะไร้สมดุลได้ดึงดูด ' เนตรฟ้าดิน ' เเห่งความเท่าเทียม ให้เผยลักษณ์ในรูปเเบบต่างออกไปเเล้วเเต่คำเรียกขาน
หนึ่งในนั้นคือ ' ทัณฑ์สวรรค์ ' มันจะสลักสัญลักษณ์เอาไว้บนเศษอณูวิญญาณของผู้เรียกใช้ให้ยากจับสังเกต ไม่ว่าจะคลี่คลายเช่นไร ก็ไม่สามารถทำสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ
สัญลักษณ์ไร้รอยจะเกาะติดเหนียวเเน่นไปจนถึงห้วงเวลาหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าอานุภาพนั้น คับฟ้าถึงขีดสุดตรงจุดใด สิ่งนี้เป็นเสมือนเงื่อนงำสำคัญ เเละมากพอให้ผู้กล้าเเกร่งทั่วเเผ่นดิน เข้าสืบสาวฆาตโทษถึงตัวการกระทำอำมหิตผิดครรลองฟ้าดินได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเเหฟ้าหรือตาข่ายดินจะทอดยาวได้กว้างใหญ่หรือทั่วถึงเเค่ไหน นับหมื่นเเสนตารางถี่กระชั้นอันยิบย่อย ย่อมจำเป็นต้องเกิดรูรั่วเพื่อพักหายใจ สิ่งนี้นำมาซึ่งรูปเเบบเฉพาะ นั่นคือการ ' สละอายุขัย ' เพื่อเรียกใช้พลังเกินขีดจำกัดของดวงวิญญาณ เข้าทดเเทนผู้อ่อนด้อยในขั้นพลัง
กลับกัน หากผู้เรียกใช้อยู่ในขั้นปรมาจารย์ระดับช่ำชอง เงื่อนงำนี้จะเเปรเปลี่ยนเป็นหลุมพรางรอล้างสังหารผู้ไล่ล่าได้อย่างไม่ยากเย็นทันที เเต่ต้องกอปรด้วยมโนทัศน์ถึงขั้นลึกซึ้งสุดหยั่ง ทั้งในสายนักเวทย์เเละศาสตร์เเห่งยันต์อาคมด้วย
" หากต้องเลือกเเล้วละก็ ข้าขอจิ้มปรมาจารย์ระดับสูง... มากกว่าไพร่พลจำนวนหลายสิบล้าน " ขณะไล่ตามประกายสายฟ้า จนข้ามผ่านผาหินสูงชันเเห่งหนึ่งในพริบตา เเฮทอนพลันปรารภกับตนเอง ราวกับเกมส์ล่าสมบัติชุดนี้ถูกใจมันยิ่งนัก
ฟุบ!
หลายชั่วโมงต่อมา เบื้องหน้ารำไรปรากฏรอยต่อระหว่างแผ่นดินดำกับผืนป่าดึกดำบรรพ์ทอดยาวจรดเส้นขอบฟ้า แฮทอนยิ้มเย็น เหินลงเหมือนพญาอินทรีจ้องตะครุบเหยื่อ เเต่ ' โอเอซิส ' ผืนเดียวในละเเวกนี้ สภาพเหมือนเพิ่งถูกมหาอุทกภัยเคลื่อนผ่านอย่างโหดร้ายไปหมาดๆ
ลำไม้สูงใหญ่หักโค่นระเนระนาด กิ่งก้านฉีกขาดกระจัดกระจาย รากไม้ทั้งยวงพลึกขึ้นชี้ฟ้าราวกับถูกหัตถ์ยักษ์ถอนกระชาก บนทุ่งหญ้าเขียวอ่อนห่างออกไปช่วงหนึ่ง ปรากฏร่องลึกเว้าเเหว่งหลายสาย หน้าดินพังทลาย คล้ายเมื่อสักครู่ เกิดการห้ำหั่นกันของอสูรร้ายสุดประมาณ
แฮทอนส่งปลายเท้าสะกิดใบหญ้าบี้เเบนเหินทะยานต่อไป ขณะเข้าสู่ดงลึก หว่างคิ้วของมันที่ยับยู่อยู่เเล้ว ยามนี้ราวกับมีกอหญ้าผุดขึ้น เบื้องหน้าฉุนกลิ่นคาวโลหิตอวลคลุ้ง สืบมาจากฝูงเเมงมุมกระโหลกพิษนับร้อยตัว นอนตายหงายท้องดาษดื่น เมื่อพินิจร่องรอยบาดเเผลฉกรรจ์ได้ถี่ถ้วน พวกมันล้วนเเต่ถูกปลิดชีพด้วยวงเขี้ยวคมกริบอาบน้ำพิษเเทบทั้งสิ้น
ล่วงลึกเข้าไปอีกนิด ทัศนียภาพเลวร้ายเบื้องหน้า ผลักให้เเฮทอนจำต้องครุ่นคิดทบทวนเล็กน้อย หน้าดินผืนใหญ่ยกตัวเเละพลิกตลบยุ่งเหยิง เผยปล่องลึกมืดมิดดุจปากถ้ำดำดิ่งสู่เเกนโลก นัยน์ตาคมกล้าลุกวาวขณะพุ่งกายเข้าไป ศิลาหยกสูงค่าหรือหินผลึกงามระยับ สิ่งประดับเหลวไหลเหล่านี้ มีเเต่รกลูกกะตาเสียเปล่า
" ค่ายกลอีกเเล้ว... " เเฮทอนยั้งตัวเองไว้เบื้องหน้าพญารากไม้หนาเเน่น ดั่งปราการตามธรรมชาติชั่วอึดใจหนึ่ง " หือ! ค่ายกลสังหารซะด้วย น่าสนุกดี! "
ร่างอวตารอารมณ์ร้อนเเย้มยิ้ม ไม่ว่าผู้ใดหรือกองกำลังไหนในอีกฝากฝั่งต่างไร้ความหมาย ล้วนไม่มีที่ว่างในสายตาผู้เเกร่งกล้าเช่นมัน ฝ่ามือผันเเปรเป็นใบดาบเย็นเยียบ หอบสำนึกสังหารกว้างใหญ่เเละคมกริบ ตัดขวางปราการเเกร่งจนขาดสะบั้นในคราวเดียว
ปราณดาบยังไม่กระทบถึงเป้าหมายในอีกด้าน เเต่สำนึกล้างสังหารล้ำลึก เข้าป่นทำลายจนวงเวทย์ทั้งผืนกระพริบเเสงวูบวาบระรัว สุดท้ายราวกับแผ่นกระจกเงาถูกกระเเทกจนเเตกร้าว พ้องด้วยเสียงระเบิดสำเนียงประหลาดดังหนักเเน่น ทั้งหมดทั้งปวงถูกอุบัติขึ้นอย่างรวบรัดในลมหายใจถัดไป
" บังอาจ! เเค่เด็กหนุ่มหรอกเรอะ ไม่มีละเว้น ตาย! " ลิ่วล้อใบหน้าขรุขระตวาดลั่น มันผู้เเหนงหน่ายเป็นนิจ เพราะจับติ้วได้ประจำยามเฝ้าปากทางอยู่ทุกที ที่ผ่านมาอยากสร้างผลงานจนตัวสั่น เเต่กลับไร้วาสนาลงล็อกเหมาะเจาะ
ยามนี้พระราหูเคลื่อนผ่าน เปิดทางสะดวกให้ชะตาพลิกฟื้นได้สมใจเสียที ยิ่งเเลเห็นเป็นชายหนุ่มหน้าขาวละอ่อน ราวกับลูกกวางน้อยเขาเพิ่งเเตกหน่อ ก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ดวงตาลุกวาว ไม่รีรอเหล่าสหายกว่ายี่สิบหน่วยกวดใกล้เข้ามาทางเบื้องหลัง
ฉึบ...
ราบเรียบเเละเเผ่วเบา
เบื้องหลังชายหนุ่มชุดเทา ตารางโลหิตเรียงประสานดั่งกระดานหมากพลันปรากฏ พร้อมศีรษะมนุษย์ฉายเเววสมน้ำหน้าทั้งยี่สิบสาย ลอยคว้างอยู่ห้วงหนึ่ง ตรงจุดรุกฆาตบนแผ่นกระดาน ไร้ตาให้เลือกเดินพอดิบพอดี
" ไอ้เด็กเหี้ยม! "
ชายไว้หนวดโค้งเเต่ไร้เครา สวมเสื้อเเขนกุด เปลือยวงเเขนกำยำกล้ามเป็นมัดๆ พูดยังไม่ทันจบคำ มันขว้างเงากำปั้นเเหวกอากาศส่งเสียงกระหึ่มดุจฟ้าร้อง ผ่านมาได้ครึ่งทาง เงากำปั้นสายนั้น ได้เเปรเป็นตะขาบยักษ์กรีดร้องเสียงเเหลมปั่นประสาท วงเขี้ยวคมกริบพลันฉีกกว้าง ต้องการบดขยี้ให้เเหลกรานในคำเดียว " ตายซะเจ้าหนู! "
" ตะขาบนิลกาฬ... ตระกลู ' กง ' งั้นรึ " ทันใดนั้น ขณะคมเขี้ยวเคลือบน้ำพิษใกล้เข้ามา ฝ่ามือไผล่หลังพลันไหวพริ้วน่าดูชม วาดดัชนีขึ้นถามฟ้า เเล้วกรีดลงมากำกับดิน!
ฉัวะ!!
เงาตะขาบสังหารเข้มข้น เลือนหายไปในบัดดลก่อนกระทบถูกเเฮทอนเพียงครึ่งก้าว ดวงตาดุจไข่ห่านของชายเปลือยท่อนเเขน ยามนี้เเดงก่ำยิ่งยวดจนน่าหวาดกลัว ในห้วงกระพริบตา ร่างกำยำฉีกออกจากกันโดยเท่าเทียม อวัยวะตับไส้กองฝากไว้กับพื้น ส่งกลิ่นคาวฉุนจัดพาให้เลือดลมปั่นป่วน
ทะยานผ่านสวนสมุนไพรที่ถูกรื้อถอนออกลวกๆ จนโล้นเกลี้ยง เบี้องหน้าห่างออกไปไม่มากนัก ภายใต้ผืนฟ้าสีครามราวกับโลกอีกใบ ได้ปรากฏขุนเขาสูงใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยม่านหมอกหนาทึบจนยากจะมองผ่านได้ ขณะจะวาดฝ่ามือออกกระบวนท่า ฝูงตะขาบยักษ์ดำมะเมื่อมนับสิบ พุ่งทะยานออกจากหมอกขาว สร้างวงกระเพื่อมสวยงามผุดขึ้นมากมาย
" สังหารคนตระกูลกงนับสิบ โดยไม่กระพริบตาเเม้เเต่น้อย เพิ่งตั้งไข่ได้เพียงเท่านี้ ทำไมเจ้าถึงเลือดเย็นนัก! " น้ำเสียงดุกร้าวดังกังวานยิ่งใหญ่ หอบพาม่านหมอกขาวควบรวมเป็นฝ่ามือป่าเถื่อนมหึมา กรีดกรายกงเล็บเข้าคว้าจับอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็นไถ่ถาม ดุจดั่งทุกสรรพชีวิต อำนาจในอุ้งมือคือที่สุด! " ถือว่ามีความสามารถอยู่บ้าง เจ้าหนูถ้าไม่อยากตายตอนนี้ ก็มารับใช้ตระกูลกงซะ! "
หมับ!
คว้าจับชายหนุ่มไว้ได้ไม่ยากเย็นอย่างที่คิด อีกทั้งโดยรอบยังมีฝูงตะขาบพิษตะกายอากาศอีกนับสิบ เเถมบนศีรษะของเหล่าเดรัจฉานนิลกาฬ ต่างมีนักยุทธคอยระเเวดระวังคุมเชิง เเต่เหตุไฉนเจ้าหนุ่มลึกลับผู้นี้ ขนคิ้วถึงไม่ขมวดเเม้เเต่น้อย มีที่มาเช่นไรกันเเน่
บุรุษกลางคนร่างสูงใหญ่ เเต่งกายภูมิฐานผ่าเผย ตั้งเเต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับรอยมลทินมิอาจเเปดเปื้อน มันเยื้องย่างเหยียบอากาศออกจากม่านหมอกดุจเทพเซียน ด้านหลังมีชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษหน้าตาหล่อเหลาอย่างยิ่งติดตามมาด้วย
" อีกครึ่งก้าวจะเข้าสู่ขอบเขตพิมานวิสุทธิ์ ไม่เลว... " เเฮทอนไม่เเยเเสบุรุษภูมิฐานเเม้เเต่น้อย ความสนใจทั้งหมดโปรยลงให้กับชายหนุ่มหล่อเหลาด้านข้าง " ถ้าไม่อยากตายจงรับใช้ข้า... "
" ตายซะ! "
บุรุษภูมิฐานใบหน้าบิดเบี้ยวโกรธจัด ภาวะเดือดดาลปะทุสูงกลบน่านฟ้า เนิ่นนานเท่าใดเเล้วหนอ ไม่มีหน้าไหนหาญกล้าดูเเคลนมันตรงไปตรงมาเช่นนี้ คลื่นจิตพอขยับ หัตถ์ยักษ์รอขย้ำให้เเหลกเหลว เพียงเเต่เสี้ยวใจนั้น ถ้อยคำสั้นๆ ที่มันไม่เคยคาดคิดว่าจะดังมาจากชายหนุ่มหยัดยืนข้างกาย
" ตกลง! ข้าน้อย ' กงอิน ' ขอรับ " กงอินค้อมกายลงต่ำ ทำพิธีคารวะอีกฝ่ายในอุ้งมือมารด้วยความลึกซึ้งสูงสุด