คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 20 หวาดกลัวผู้หญิง
ตูมมมม!!!
ท้องฟ้ายามค่ำคืนส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้งหากแต่ไม่ใช่แสงสีจากดวงพระจันทร์สีเงินอย่างเดียว เสาแสงหลากหลายสีจำนวนทั้งหมดสิบต้นพุ่งแหวกผ่านก้อนเมฆมุ่งลงมาสู่โลกกระจายตำแหน่งออกไปโดยรอบ จนจำหลักไม่ได้
ช่างเป็ภาพที่คนปกติธรรมดาคงไม่อาจได้พบเห็นไปตลอดชีวิตหรือต่อให้พบเห็นได้นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็ผู้โชคดีกลับกันออกจะโชคร้ายจนถึงฆาตเลยด้วยซ้ำ
เนื่องจากการได้เข้ามาในสถานที่แห่งนี้มันเปรียบเสมือนกับแดนปะาของบุคคลคนธรรมดา
“...ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งยังสวยอยู่ดี”
“...” คริสติน่าเงยหน้ามองขึ้นฟ้า
“เตรียมพร้อมรึยัง”
“ค่ะ”
“งั้นก็ไปกันเถอะ” ทราเวียร์ยิ้มแย้มไม่ได้ให้ความสนใจกับศรอีกเป้าหมายหลักของเขากำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่ช้าส่วนศรมันเป็เพียงส่วนเสริมเติมแต่งหาค่าไม่ได้
เขาก้าวเดินลงจากตึกมุ่งหวังลงไปด้านล่าง
“เสาแสง?”คริสกล่าวถามขณะก้าวเท้าเดินตามหลังชายหนุ่มผู้เป็นายเหนือหัว
“มันคืออะไรคะ?”
“ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติปรากฎการณ์ที่หาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ เสาพลังงานศักดิสทธิ์ เสาฟ้าดินลำแสงอักขระ สุดแล้วแต่จะเรียกกัน มันมีชื่อเรียกมากมายจนแทบเอามาเขียนแปะฝ่าบ้านได้ทั้งหลังแต่ชื่อที่เรียกกันบ่อยสุดและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เสามนุษย์”
“เสาที่ไม่ใครก็ตามล้วนอยากได้มันมา”หนึ่งในเป้าหมายหลักสำคัญของการมาในครั้งนี้และการมาครั้งนี้เขาต้องประสบความสำเร็จไม่อาจล้มเหลวได้
ส่วนคนอื่นช่างหัวมันปล่อยไปจะเป็จะตายไม่ได้เกี่ยวกับตน
“...มันคือกลุ่มก้อนพลังงาน?” คริสติน่าเอียงคอ
“เอาเป็ว่าเธอยังไม่ต้องไปทำความเข้าใจหรอกจับตาเอาไว้ให้ดีละกันว่ามันไปตกตรงไหน ใช้เส้นทางไหนที่จะไปถึงให้เร็วที่สุด”
“ค่ะ”
“...” ทราเวียร์จ้องมองเสาหนึ่งในบรรดาทั้งหมดสิบเสาหญิงสาวผู้เป็บ่าวเองก็เห็นเลยจำต้องเก็บรายละเอียดมาวิเคราะห์หาเส้นทาง
เผื่ออีกฝ่าย้า
“มองลงไปด้านล่างสิเธอจะเห็นเหล่าหมาล่าเหยื่อไล่ที่กำลังออกตามกลิ่นสมบัติ” รอยยิ้มอันตรายปรากฎขึ้นบนใบหน้าทราเวียร์
ก่อนจะหยุดสะดุ้งหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินคำพูดของหล่อน
“หมาล่าเนื้อ? ดิฉันเห็นเป็คน” น้ำเสียงราบเรียบออกจะไร้เดียงสา
จนทำเอาเขาปวดหัวขึ้นมาเลย
“...” ทราเวียร์เงียบ นอกจากร่างทั้งสองก้าวเท้าเดินไปตามอารมณ์รอบด้านเริ่มมีบางสิ่งอย่างเคลื่อนไหวหากมองให้ดีมองให้ชัดจะเห็นว่าเป็มนุษย์เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ปกติธรรมดาเพียงแต่มีข้อแตกต่างกันจนไม่อาจเอามาเทียบเคียงกันได้
นั้นคือกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนอาศัยฝีเท้าวิ่งตามท้องถนนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติธรรมดาไปเป็สิบเท่าร้อยเท่า
กลุ่มพวกผู้มีพลังวิเศษมีพลังเหนืุ์พวกเขาต่างถูกเรียก “ผู้ถือครองอักขระ” ตัวอักขระแปลกประหลาดฝังลึกเข้าไปในร่างกายและจะปรากฎออกมาด้วยการเรียกร้องขอยืมพลัง
ทราเวียร์เองเป็หนึ่งในนั้นเป็ผู้ถือครองอักขระจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมศรผู้เป็เพียงมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาถึงได้พ่ายแพ้รวดเร็วกลายเป็ทาสข้ารับใช้ในพริบตา
“เอาเถอะ คงอีกไม่นานแหละ จะได้บอกลากับของพวกนี้ซักที”ทราเวียร์ถอนหายใจยิ้มแห้งก่อนจ้องมองคริสติน่าหล่อนยังนิ่งเงียบไม่เข้าใจถึงคำพูดผู้เป็นาย
ยังไม่อาจทำอะไรได้นอกเหนือจากนิ่งและก็นิ่ง
“...งานเข้า!!!” ััอันแหลมคมสามารถจับได้ว่ากำลังมีบางสิ่งกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งทราเวียร์กำลังยืนอยู่อีกทั้งกลุ่มคนที่กำลังจะมาถึง
ยังเป็พวกที่ชายหนุ่มสวมแว่นไม่ถูกชะตาอย่างแรง
“...” คริสติน่าเคลื่อนไหวรวดเร็ว
มายืนบังเบื้องหน้าชายหนุ่มเตรียมพร้อมสำหรับเข้าต่อสู้หล่อนเองก็ััได้เฉกเช่นเดียวกันแต่ไม่ได้แม่นยำถึงขนาดทราเวียร์
“มากันทั้งหมดสามคน อีกทั้งยังเป็ผู้หญิงด้วยกำลังมา” สิ้นเสียงกลิ่นหอมจากเรือนร่างออกนำมาก่อนใครพวก
ดึงให้หันไปจ้องมอง
“...” คริสติน่าเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นเงาสีดำมืดหลายร่างพุ่งมายังบนยอดตึกสถานที่พวกเขาทั้งสองกำลังสอดส่องจ้องมองชายหนุ่มศร
ร่างหญิงสาวทั้งสามลงพื้น ทั้งยังเป็สามสาวผู้งดงามทั้งหมดสายตาพวกหล่อนจับจ้องมองมายังทราเวียร์คนเดียวไม่มีเบนหลบ
เหมือนกับว่า้าพบเจอหน้าเขาั้แ่แรก โดยเฉพาะรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจชวนให้ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยถูกกับหญิงสาวเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงไม่รู้
“ผู้ชาย?”
“...ผู้ชายจริงด้วย”
“ผู้ชายละ”
“...” จากมองด้วยสายตาของคริสติน่า หล่อนััไม่ได้ถึงความมุ่งร้ายจากตัวกลุ่มสามสาวผู้งดงามออกจะดีอกดีใจด้วยซ้ำที่ได้เห็นทราเวียร์ผิดกับฝ่ายชายหนุ่มดูหวาดระแวงจนยากจะเห็นได้ในยามปกติ สถานการณ์ดูผิดแปลกไปจากปกติธรรมดา
หญิงสาว้าพบเจอหน้ากับชายหนุ่มผู้้าหลีกหนี
“...” ทราเวียร์สูดลมหายใจกล่าวสุภาพกลับไป
“สวัสดีครับ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ไม่มีแข็งกร้าวให้เห็น
ออกจะอัธยาศัยดีเกินควร
“เช่นกันค่ะ ว่าแต่การที่คุณมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้แสดงว่าคุณเองเป็หนึ่งในผู้ถือครองอักขระ?”หล่อนผู้ซึ่งน่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มเดินตรงเข้ามาหาทราเวียร์พร้อมกับรอยยิ้มไม่ได้เหลือบมองคริสติน่าเลยแม้แต่นิดเดียว
แสดงให้เห็นเลยว่าเป้าหมายมุ่งความสนใจครั้งนี้ล้วนตกอยู่ที่ใครหน้าไหน
“ครับผมเองเป็หนึ่งในนั้นเหมือนกันแต่ยังอ่อนประสบการณ์อยู่มากไม่ทราบว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ตอนนี้ พอเห็นเสาแสดงหลากหลายสีอดใจไม่ได้ที่จะก้าวเท้าเข้ามาสำรวจด้วยตัวเอง” แววตาไร้เดียงสาถึงขีดสุด
หากศรได้มาพบเห็นด้วยสายตาตัวเองคงใจนตาย
“คุณเข้ามาทั้งยังไม่รู้อะไรเลย?”
“ผะ ผมโดนหลอกให้มาครับ” รอยยิ้มแห้งเปล่าเปลี่ยวชวนให้สงสาร
“...” คริสติน่าเหลือบมองผู้เป็นาย
ผิดกับเหล่าหญิงสาวทั้งหลายที่ได้ฟังคำกล่าวของทราเวียร์ต่างหลงเชื่อโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีความสงสัยให้เห็นเลยแม้แต่น้อยอาจจะบอกได้เลยว่าพวกหล่อนต่างหลงเชื่อทราเวียร์สุดหัวใจ
ซึ่งมันแปลกประหลาดมากในสายตาเมดสาวปัญญาประดิษฐ์
“น่าสงสารจัง”
“น่าสงสารมาก”
“...ทำไมคนเราถึงได้โหดร้ายแบบนี้ สถานที่นี้มันอันตรายมากหากปล่อยให้คนแบบเธอเข้ามาคนเดียว ชีวิตอันน้อยของเธออาจต้องหายไป น่าสงสารน่าสงสารเกินไปแล้วค่ะ” มุมมองของหล่อนที่มีต่อทราเวียร์ดูจะเป็เพียงคนอ่อนแอไม่คู่ควรกับสถานที่แห่งนี้
เหตุการณกำลังดำเนินต่อไปทั้งกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ชายหนุ่มไม่ค่อยอยากให้มันเป็ด้วยอีก
“จะปล่อยเอาไว้คงไม่ได้ด้วย เอายังไงกันดี” หัวหน้าสาวคิดเป็งานเป็การ
“...” อิสตรีเหล่านี้ล้วนส่งเสียงไม่ชอบแววตาไม่้าให้ทราเวียร์ต้องจบชีวิตลงอีกทั้งมันยังมีความปรารถนาหนึ่งเข้ามาแทรกซึมอีกต่างหาก
นั้นคือการรับเข้ามา
“เรารับเข้ามาเถอะ”
“รับมานะ”
ด้วยเสียงทั้งหมดล้วนไปในทิศทางเดียกวัน
“มาอยู่กลุ่มเดียวกับดิฉันไหมคะ? ดิฉันพร้องปกป้องคุณเองหากคุณเข้ามาร่วมกับพวกเรา” หัวหน้ากลุ่มสาวสวยออกปากเองว่า้าให้เขาเข้าร่วม
ช่างผิดแปลกมาในสายตาคริสติน่าแต่สำหรับเขามันช่างเป็อะไรที่ไม่ได้เหนือไปกว่าความคาดหมายทราเวียร์ถอนหายใจมันจบลงแบบนี้ตลอด
...เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย!!!
“จะดีเหรอครับ?” เขายังดื้อดึงไม่้า
“ดีสิค่ะ”
“มะ ไม่เป็ไร ผมว่า ผมสามารถจัดการปัญหาได้”
“เห~~~มาอยู่กับพวกเราเถอะนะ”
“ใช่ ด้านนอกมีแต่ผู้หญิงนิสัยไม่ดีเต็มไปหมดเลยนะถ้ามาอยู่กับพวกเรา พวกเราพร้อมปกป้องคุ้มกัน มาเถอะนะ เข้ามา เข้ามา~~~”
“ใช่ ใช่”
“ผู้ชายที่ถือครองอักขระ มีน้อยมากการได้เจอหน้ากันของพวกเราทั้งสองอาจเป็โชคชะตาอีกทั้งไม่รู้เหมือนกันว่าคิดกันไปเองรึเปล่า แต่พวกฉันเกิดรู้สึกถูกอกถูกใจคุณขึ้นมากะทันหันถ้าไม่ว่ายังไงละก็” หัวหน้ากลุ่มเองออกช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขาเข้ากลุ่ม
ปล่อยเอาไว้นานอีกหน่อยอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
...ต้องหนี มันไม่ตลกแล้วนะโว้ย นี่แค่เจอหน้ากันไม่ถึงห้านาทีเป็ถึงขนาดนี้เลยเหรอ
“มะ ไม่ดีกว่าครับ ผมขอตัวละ” พูดจบไม่รอช้าให้ใครหน้าไหนมาเรียกหาทราเวียร์หันหลังออกวิ่งนำหน้าลงไปยังชั้นล่างสุดทันที
โดยมีเมดสาวปัญญาประดิษฐ์ตามติดไม่ห่าง
“ไปซะละ”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีกแน่นอน”
“หน้าตาออกจะธรรมดา แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าเขาน่ารักจัง” แววตาหัวหน้ากลุ่มมีหัวใจปรากฎขึ้นจนเห็นได้ชัดเจนไม่ใช่เพียงแค่หล่อนคนเดียว
แต่เพื่อนร่วมกลุ่มที่เหลือต่างมีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมาแบบเดียวกันไม่มีผิดแปลก
“เธอเองก็รู้สึกเหรอ?”
“เหมือนกัน ฉันเองก็รู้สึก”
“เป็ความรู้สึกที่ไม่เลว เอาไว้เจอกันครั้งหน้าลองชวนมาดู” ตลอดชีวิตหล่อนไม่เคยคิดหันไปมองเหล่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายไม่เคยคิดเหลือบด้วยหางตา ไม่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว
หากวันนี้กลับผิดแปลกไปจากเดิมมาก ถึงมากที่สุด
...เราเกิดความคิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ยถึงได้ออกปากเชิญผู้ชายเข้ามาร่วมกลุ่ม แต่น่าเสียดายเขาปฏิเสธทำไมถึงต้องปฏิเสธด้วยละ ไม่เห็นเข้าใจเลย หรือว่าเรายังแสดงออกไม่เพียงพอเอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน
เหล่าหญิงสาวทั้งหลายต่างหยิบเอาทราเวียร์ขึ้นมาพูดอย่างไม่หยุดหย่อนผิดกับทางด้านชายหนุ่มเหงื่อแตกเต็มหน้าตาไปหมด
อาการหอบหายใจไม่ได้มาจากเหนื่อยแต่มาจากตื่นเต้นตื่นกลัวจนร่างกายแสดงออกมาโดยตรง
“รอดแล้ว รอดแล้ว” ทราเวียร์ลูบแขนตัวเอง
“นึกว่าจะโดนพวกหล่อนจับตัวไปแล้วอีก”ช่างเป็คำพูดที่ไม่คู่ควรหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มสวมแว่นเลยหากมันหลุดออกมาจากปากของเวนิสหรือว่าเคย์ยังพอเป็ไปได้
หากมันจะเป็จริงหรือไม่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้
“...”
“ทำไมถึงได้นิ่ง ไม่คิดจะช่วยกันบ้าง?” ทราเวียร์เหลือบหันไปมองด้านข้าง
มองหญิงสาวผู้สวมชุดคลุมน้ำตาลทั้งตัว
“ดิฉันว่าหากท่านคิดใช้ประโยชน์จากพวกหล่อนมันจะไม่ดีกว่าเหรอคะกับการทำให้เป้าหมายท่านประสบความสำเร็จในค่ำคืนนี้” ตามความคิดของหล่อน
การหาพรรคพวกเข้ามาช่วยเหลือดูจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่าลุยเดียวหรือต่อให้ไม่คิดเข้าร่วมก็น่าจะเก็บเกี่ยวข้อมูลข่าวสารเบื้องต้น
แต่ทราเวียร์ผู้เป็นายกลับเลือกเส้นทางอื่นแทน
“ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่เอาเด็ดขาด” ทราเวียร์ส่ายหน้าเอาเป็เอาตายแน่นอนว่าหากเป็ผู้อื่นอาจกระทำได้แต่นั้นไม่ใช่กับนายเหนือหัวของตน
อาจเป็เพราะคำสาปติดตัวมาั้แ่เกิด
“หรือว่าเพราะคำสาปของท่านท่านเลยไม่คิดหยิบเอาพวกหล่อนมาใช้ประโยชน์”
“อือ ไม่ว่ายังไง เราจะหยิบเอาโอกาสจากคำสาปมาใช้ไม่ได้ไม่งั้นฉันอาจต้องหัวใจวายตายไปก่อนทำอะไรสำเร็จเสร็จสิ้น” ด้วยคำสาปของทราเวียร์ทำให้เขานั้นกลายเป็หนุ่มเนื้อหอมขั้นสุดขีดไม่ว่าใครเห็นล้วนต้องหลงรักในยามค่ำคืน
มันก็ต้องแลกมากับบางสิ่งอย่างที่เขาไม่คิดเอาไปแลกเปลี่ยนกับความเนื้อหอมจอมปลอมและด้วยพลังของคำสาปมันไม่อาจปล่อยให้เขาหลบเลี่ยงชะตากรรมไปได้
ไม่ว่าจะปกปิดยังไงก็ไม่อาจหลุดพ้นต้องกลายเป็หนุ่มเนื้อหอมใน่กลางคืนไปได้ผิดกับตอนเช้าที่ยังปกติสมบูรณ์แบบไม่มีอะไรต้องห่วงหรือกังวล
“...” ต่อให้เลือกใหม่เขายังเลือกแบบเดิม
“ทางเลือกจากฝั่งนั้นดิฉันคิดว่ามันมีความเป็ไปได้มากกว่าด้วยผู้ถือครองอักขระจำนวนมากมายย่อมต้องทำให้การลงมือครั้งนี้เสี่ยงกว่าเดิมไปอีกหลายเท่าตัวท่านยังคิดพึ่งพาตัวเองอีกเหรอคะ?” ต่อให้มันเป็ผลของคำสาปที่ทำให้ทราเวียร์เลือกไม่ยอมรับคำอีกฝ่ายหล่อนก็ยังก็ยืนยันว่าคำสาปดูจะเป็หนทางที่เข้าทางมากกว่าลุยเดียว
...คิดจะฆ่าฉันทางอ้อมรึยังไงกัน
“ต่อให้มีความเป็ไปไม่ได้มากกว่าฉันก็ไม่เอา” นอกเหนือจากเนื้อหอมมันยังส่งผลกระทบต่อบางสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นบนตัวเขาด้วย
หรือก็คือหากมีหญิงสาวคนไหนกล้าแตะต้องร่างกายเขาหล่อนจะตามติดชีวิตเขาชนิดที่ว่ารื้อท้องฟ้า ขุดเอาพื้นดินต่อให้เขาซ่อนหนียังไงก็ไม่พ้น แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าแตะต้องนานขนาดไหนหากยิ่งนานมันก็ยิ่งอันตรายต่อตัวเขา
ฟังเหมือนดีแต่หากมันเกิดขึ้นกับหญิงสาวนับสิบ นับร้อยแทบไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการเลยว่าผลของมันจะจบลงแบบนั้นเขาที่เคยมีประสบการณ์จึงเข้าใจดีเป็ที่สุดว่าการหยิบเอาพลังคำสาปมาใช้มันน่ากลัวเกินคำบรรยายทั้งยังควบคุมไม่ได้อีกต่างหาก
และด้วยพลังนี้แหละบวกกับเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีตทำให้เขากลายเป็โรคหวาดกลัวหญิงสาวจนถึงขีดสุดหากพูดคุยกันธรรมดายังได้แตะเนื้อต้องตัวได้แต่ต้องเป็จุดที่มีสิ่งขวางกั้นแม้จะไม่ชอบใจก็ยังถือว่าอยู่ในจุดที่พอรับได้
เมื่อไหร่ก็ตามเกิดแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่มีสิ่งขวางกัน อาจทำให้เขาหมดสติได้เลยไม่ว่ายังไงก็ตามหัวเด็ดตีนเดี่ยวเขาจะไม่มีทางปล่อยให้พลังคำสาปมาทำลายชีวิตเขาอีกแน่นอน
“...ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
“คริสเธอยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าผลของการหยิบเอาโอกาสมาจากคำสาปมันเป็ยังไง”ทราเวียร์สั่นสะท้านเมื่อหวนนึกย้อนกลับไป
“...รับทราบค่ะ ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ดิฉันพร้อมทำตาม”
“อือ” กระทั่งตอนนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามดึงให้ใบหน้าตัวเองจิตใจตัวเองกลับมาเ็าเหมือนเดิมยังไงก็ยังอดมีอารมณ์ร่วมไม่ได้โดยเฉพาะกับกลางคืน ่เวลาแห่งฝันร้าย ฝันร้ายอันยาวนานหากไม่ติดว่ามันเกี่ยวข้องกับคริสติน่า และเื่ราวอื่นพวงเข้ามาด้วย
ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ออกจากบ้านจนกว่าจะเช้า
“มันเป็ยังไง” คริสติน่าเปิดปากถามขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากเห็นว่านายเหนือหัวกลับมาใจเย็นเหมือนเดิม
“เลวร้าย จนเกือบเลวร้ายสุดขีด ฉันเกือบต้องเสียตัว”ทราเวียร์เบี่ยงสายตาหลบออกไปเล็กน้อยคล้ายไม่้าให้หล่อนพบเห็นใบหน้า
“เสียตัว ท่านหมายถึง ร่วมรัก” คริสติน่าเอียงคอ
“ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากจะหวนกลับไปนึกมันอีกแล้ว”