38 : คริสต์มาส
“ทางซ้ายอีกหน่อย” เอลที่ยืนอยู่ชิดผนังห้องเพื่อมองภาพเบื้องหน้าในระยะไกลบอกเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล
“ประมาณนี้ได้รึยังครับเอล” โชลถามขณะกำลังปีนขึ้นไปบนโต๊ะเรียน เพื่อติดป้ายประกาศที่เขียนตัวอักษรสีทองว่า ‘Merry Christmas!!’ ตรงกระดานดำ
“สูงอีกนิดนึง”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
แอ๊ด!
เสียงเปิดประตูทำเอาทั้งสองสะดุ้ง หันมองเพียวที่เพิ่งเข้ามา
“อ้าว จัดกันเสร็จแล้วเหรอ เร็วกว่าที่คิดนะ” เพียวมองไปทั่วห้องที่สองคนนั้นช่วยกันจัด มันเป็นห้องห้องหนึ่งในโรงเรียนมัธยมปลายหฤทัยที่ไปขอลุงยามมาใช้จัดงานกัน พวกเขาช่วยกันย้ายโต๊ะเก้าอี้ออกไป ทำความสะอาดซะใหม่ และยกต้นคริสต์มาสต้นเก่าของบ้านโมที่ใช้จัดเมื่อปีที่แล้วมาวางไว้กลางห้อง ตามเพดานเต็มไปด้วยสายรุ้งหลายหลากสี <ยกเว้นสีแดง> โต๊ะยาวที่ยืมทางโรงเรียนมาวางชิดมุมห้องใช้วางอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องเล่นเสียงพร้อมลำโพงมีไว้เตรียมพร้อมสำหรับงานรื่นเริง ถึงจะไม่ได้อลังการและเป็นฝีมือจัดแบบเฉพาะกิจ แต่พวกเธอคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว
“ได้พวกอิวมาช่วยด้วยเลยยิ่งเร็วน่ะ ถึงจะยังเหลือแต่งอีกนิดหน่อยก็เถอะ”
“งั้นที่เหลือ พี่โชลทำต่อคนเดียวคงได้นะ” เพียวพูดเองเออเองเสร็จสรรพ ก่อนจะเข้าไปคล้องแขนเอล “งั้นพวกเราก็ไปซื้อของขวัญกันเถอะ”
เอลนัดกับเพียวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไปเลือกซื้อของขวัญให้ทุกคนด้วยกัน ตอนนี้ถึงเวลาที่นัดแล้วก็จริงอยู่แต่งานที่ทำค้างไว้ยังไม่เสร็จดี คงไม่เหมาะหากจะทิ้งงานตรงนี้ไป
“เอลไปก่อนก็ได้ครับ ที่เหลืออีกนิดเดียวผมจัดการต่อเอง” โชลเสนออย่างใจกว้าง คาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าลังเลใจของเด็กสาวบ้าง คงจะน่ารักดีไม่น้อย แต่เอลกลับตอบกลับมาเร็วเกินคาด
“งั้นฝากด้วยนะ มีอะไรเรียกอิวมาช่วยได้เลย” เอลหยิบกระเป๋าตามเพียวออกไปทันทีอย่างไม่มีแม้แต่คำว่าลังเล ชวนให้นึกสงสัยว่าเธอแค่รอให้เขาเสนอเองเฉยๆหรือเปล่าเพื่อที่จะได้ไปอย่างสบายใจ ดูจากความเร็วที่ตอบกลับมาแล้วก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เอลคงอยากไปเลือกซื้อของขวัญเต็มแก่แล้ว
หรือไม่ก็...ไม่อยากอยู่กับเขาสองคนนานนัก
ผลกระทบเมื่อตอนงานกีฬาสียังอยู่สินะ...
โชลยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงเรื่องในวันนั้น ก่อนจะหันกลับมามองต้นคริสต์มาสอย่างครุ่นคิด
“...แล้วเราจะซื้ออะไรให้เอลดีนะ” เขาเหลือบมองอิวที่เพิ่งโผล่เข้ามาให้ห้องพร้อมหอบของใช้จัดงานมาด้วย แอบคิดอย่างคาดหวังว่ามันจะรู้ว่าเอลอยากได้อะไร
“น่าเสียดายจัง เมื่อกี้ฉันไม่น่าเข้าไปขัดจังหวะแกเลย” เพียวพูดขึ้นมาลอยๆ แต่คนฟังฟังแล้วรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
เอลถอนหายใจเบาๆ กับเรื่องของโชล ซึ่งตั้งแต่คืนงานกีฬาสีนั้น เธอก็ไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้เขาเท่าไหร่นัก แต่เมื่อกี้เป็นสถานการณ์จำเป็นต้องให้เขาเข้าช่วย เพราะวันนี้เพื่อนเธอแต่ละคนดูจะยุ่งกันหมดเพื่อเตรียมหาของขวัญ เธอเลยไม่เหลือใครอีกนอกจากโชล
บรรยากาศภายในเมืองตอนนี้เองก็คึกคักเต็มที่ด้วยอารมณ์ช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส แสงไฟหลากหลายสีประดับอยู่บนต้นสนเล็กบ้างใหญ่บ้างตามแต่การตกแต่ง เด็กๆส่งหัวเราะกันใหญ่ที่ได้รับลูกอมจากคนที่แต่งตัวเป็นซานตาครอสอยู่หน้าร้านขายของเล่น มองดูทุกคนจะมีความสุขกันถ้วนหน้า แต่เอลกลับเครียดหนัก
เอลพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่มองรอบข้าง เพื่อที่จะได้ไม่เจอกับสีดำ-แดง แต่เธอก็อดเงยหน้าขึ้นมาดูไม่ได้ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงกับเสียงหัวเราะของผู้คน และถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้เจอกับสองสีนั้น แต่นั่นก็มาจากชุดซานต้ากับหุ่นสีดำที่ร้านค้านำมาตั้งโชว์ไว้เท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้เธอกลัวได้แล้ว
เพียวรับรู้ถึงความเครียดของเพื่อนได้จึงพยายามเลือกหาร้านที่มีสองสีนี้ให้น้อยที่สุด ซึ่งในที่สุดเธอก็เจอร้านหนึ่งตกแต่งด้วยสีชมพูซะเป็นส่วนใหญ่ จึงชวนเอลเข้าไปเลือกของในร้านนี้
พอเข้าไปใกล้ จู่ๆ เพียวก็ร้องกรี๊ดออกมาจนทั้งคนแถวนั้นและคนที่มาด้วยกันถึงกับสะดุ้งว่าเกิดอะไรขึ้น
เพียวทำปากพะงาบๆขณะชี้นิ้วไปที่ตุ๊กตาหมาใส่เสื้อกันหนาวที่ตั้งโชว์หน้าร้านให้เอลดู
“เอล ฉันอยากได้ตัวนี้เป็นของขวัญ” เพียวเรียกร้อง แต่เอลไม่อยู่ในสภาพจะรับฟังขณะหันไปบอกเจ้าของร้านซึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถามว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น
เพียวยังร้องอยากได้ไม่หยุดแม้จะถูกลากเข้าร้านแล้ว แต่พอเห็นเอลไม่มีทีท่าว่าจะยอมซื้อให้ เธอจึงยอมเลือกของไปเงียบๆพร้อมกับอาการงอน
เอลลอบมองอาการเพื่อนแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ชักไม่มั่นใจว่าระหว่างตัวเองกับเพียว ใครคนไหนกันแน่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่ากัน
ร้านนี้แม้จะตกแต่งด้วยสีชมพูจนเหมือนมีแต่ของหวานแหวว แต่ของที่ขายกลับมีหลากหลาย ทำให้พวกเธอสองคนเลือกของกันเพลินเลยทีเดียวและยังหาของขวัญให้ได้สำหรับแทบจะทุกคนทีเดียว
เพียวที่ได้ของครบแล้วไปจ่ายเงินก่อนแล้วกลับมาหาเอลที่กำลังพิจารณาสร้อยเส้นหนึ่งอยู่ ดูเหมือนว่าเธอจะดูนานเป็นพิเศษ จนเพียวเริ่มสงสัย
“จะซื้อให้ใครเหรอเอล” เพียวแหย่ถามเล่น แต่เอลกลับยิ้มกริ่มไม่ยอมตอบ แล้วชี้ไปที่สร้อยเส้นนั้นให้พนักงานเอามันออกมาให้ดูแทน
“รึว่าจะซื้อให้ผู้ชาย” เพียวเดาพลางตรวจดูของแล้วไม่น่าใช่พี่ทินแน่นอน เพราะเอลบอกเธอนานแล้วว่าจะทำของแฮนด์เมดจากใจให้ ดังนั้นถ้าไม่ใช่พี่ทิน ก็เหลืออีกแค่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้
เพียวเข้าไปกระแซะเอล “นี่ บอกหน่อยสิว่าซื้อให้ใคร ฉันไม่ล้อหรอกน่า”
“เดี๋ยวเธอก็รู้คืนนี้แล้วน่า” เอลบอกยังคงยิ้มกว้าง ซึ่งเพียวค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าคนที่เอลคิดซื้อให้นั้นเป็นใคร ถ้าไม่ใช่...
“เอลซื้อสร้อยให้ผมเหรอ” โชลถามด้วยความประหลาดใจหลังจากได้ยินที่เพียวบอกก่อนจะเข้าไปในห้องปาร์ตี้
เพียวพยักหน้า “ฉันมั่นใจเลยล่ะ เพราะเอลยังเปลี่ยนสายสร้อยให้เป็นโซ่เหมาะกับพวกผู้ชายมากกว่าด้วย และถ้าไม่ใช่พี่ทิน ฉันว่าก็ต้องเป็นพี่โชลนั่นแหละ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดีสิ” โชลพูดอย่างมีความหวัง นับว่าที่รุกไปเมื่องานกีฬาคราวนั้นไม่เสียเปล่าเลย
ความจริงแล้ว...เพียวเองก็เชียร์คู่นี้เต็มที่เหมือนกัน จากฟิวส์กับเนียร์ ก็มาโชลกับเอลแทน
แน่นอนว่าเป็นการเชียร์อย่างไม่มีเหตุผลมากไปกว่าแค่หาอะไรสนุกๆทำเล่นเท่านั้น
“เพียว! โชล! เข้ามาได้แล้วล่ะ” เสียงของเอลเรียกพวกเขาให้เข้าไปในห้อง
“เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นงานปาร์ตี้กันเล้ย!” โมพูดเปิดเริ่มต้นงาน พร้อมเปิดเพลงเกี่ยวกับวันคริสต์มาสดังก้องไปทั่วห้อง
ทุกคนหยิบอาหารและอาหารมาทานด้วยกัน รวมไปถึงพวกสัตว์เลี้ยงด้วยที่เอลลงทุนไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมาให้ใส่กันครบทุกตัวเพื่อเพิ่มความอบอุ่น
เวลาไหลผ่านไป เริ่มมีคนคึกมากขึ้น ถึงกับมาโชว์ท่าเต้นออกมาทีละคน
ล่าสุดทินทำท่าตีลังกากลับหลังให้ดู ทุกคนยกนิ้วให้ร้องโห่กันใหญ่ ยิ่งเนียร์จะแอบหมั่นไส้อยู่เป็นพิเศษ ส่วนเอลดูจะปลื้มเป็นที่สุด ทำเอาโชลชักใจเสีย ว่าของขวัญชิ้นนั้นเอลจะไม่ได้ซื้อให้เขาตามที่หวังไว้ แม้เพียวจะบอกว่าเอลมีของให้ทินอย่างอื่นอยู่แล้วก็ตาม
“เอาละๆ พวกเรามาแลกของขวัญกันดีกว่า” พอเพียวพูด ทุกคนต่างหยิบของขวัญของตัวเองออกมากองกันไว้
“งั้นประเดิมคู่แรกก่อนเลย เอลกับพี่ทิน!” โมประกาศ มีคนตบมือให้กันใหญ่ ทำเอาเอลเขินจนหน้าแดงที่ตัวเองให้ทินเป็นคนแรก
ระหว่างที่เอลหาของขวัญ โชลก็ใจเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้น เอลทำท่าจับกล่องเล็กนั้นขึ้นมา ทำเอาหัวใจโชลตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม
“เจอแล้ว” เอลพูดพร้อมยกกล่องของขวัญขนาดใหญ่แทน “นี่ค่ะ” เธอพูดอย่างอายๆ ขณะที่ทินแกะกล่อง
ไม่ใช่พี่ทิน ก็แสดงว่าของเราสินะ
โชลแอบกำหมัดชัยชนะเงียบๆ คนเดียว
สิ่งที่เอลให้ทินคือ ผ้าขนหนูสีน้ำเงินที่ลายถักเองว่า Tin Smart Tin Smart อยู่ตามจุดต่างๆ
“โอ้! ขอบใจหลายๆ เลยน้องเอล” ทินรับมาพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจทำเอาเอลแทบจะระเบิดอยู่แล้ว ส่วนทินก็ให้ตุ๊กตาคิตตี้กลับไป
คู่ต่อไปเป็นเนียร์กับทิน เนียร์ซื้อรองเท้าเล่นบาสคู่ใหม่ที่เท่มากๆให้กับเขา ซึ่งคนได้ถึงกับหน้าบานเป็นกระด้ง แม้ความจริงแล้วต่อให้เนียร์จะให้อะไรมา ทินก็ยังคงรู้สึกดีใจที่ได้ของจากเธอมากเท่านี้อยู่ดี แต่เนียร์กลับหมั่นไส้อีกฝ่ายขึ้นมาตงิดๆ ก็เลยแทนที่จะให้ของไปดีๆก็กลายเป็นคิดจะจับรองเท้ายัดปากที่กำลังยิ้มกว้างนั้นแทน
แต่ของขวัญจากทินก็ไม่ใช่ย่อย เมื่อเขายื่นฮูลาฮูปให้น้องสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่านได้ว่า ‘ลดพุงตัวเองบ้างนะจ๊ะ’ ก็ทำเอาเนียร์แทบจะบีบห่วงกลมๆนั่นหักก่อนทันได้ใช้อยู่แล้ว
โชลให้ลูกบอลกับฟิวส์ ซึ่งฟิวส์ก็ซื้อหนังสือเรียนวิทย์เล่มใหม่ล่าสุดให้เขา เพียวซื้อที่คาดผมให้เอล และเอลก็ซื้อตุ๊กตาตัวที่เพียวบ่นอยากได้คราวนั้นให้ ผลปรากฏว่าเพียวกรี๊ดสลบคาห้องที่ได้เป็นเจ้าของตุ๊กตาสุดน่ารักตัวนี้ ส่วนพวกสัตว์เลี้ยงก็ถึงกับปิดหูตัวเอง เพราะเสียงเพียวทำลายโสตประสาทหูของสัตว์ประหลาดอย่างพวกมันเหลือเกิน
คู่ต่อมา เนียร์ซื้อไส้กรอกแพคหนึ่งให้ฟิวส์ ซึ่งพวกที่เหลือพากันคะยั้นคะยอให้เขาใช้ไฟตัวเองย่างให้พวกนั้นกินบัดเดี๋ยวนั้นเลย จนเขาชักรู้สึกไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายคิดแกล้งเขาอยู่หรือเปล่า จนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกไหมที่คิดจะชอบผู้หญิงคนนี้ แต่ฟิวส์ก็ให้นาฬิกาข้อมือสายเล็กกับเนียร์ไป ไม่กล้าบ่นอะไรมาก
มาถึงเพียว ซึ่งซื้อริบบิ้นสีม่วงอ่อนยาว 1 เมตรให้วาล วาลก็ให้ริบบิ้นสีเหลืองยาว 1เมตรกับเพียวเหมือนจงใจซื้อเหมือนกันเด๊ะ อาจเป็นการสื่อนัยๆ ว่าเป็นการเริ่มสายสัมพันธ์อันดีระหว่างพวกเธอก็เป็นได้
ฯลฯ
เวลาผ่านไป ทุกคนต่างให้ของขวัญกันและกัน จนเหลืออีกสองคู่ที่ยังให้กันไม่ครบ อย่างเอลกับโชล ซึ่งโชลซื้อที่คาดผมอันน่ารักให้แล้วเขาก็รอรับของชิ้นนั้นที่จะต้องเป็นของเขาแน่นอน
“โชล นี่ของขวัญวันคริสต์มาส” เอลกลับยื่นต้นกระบองเพชรในกระถางอันเล็กให้เขาแทน โชลหันไปหาเพียวเหมือนต้องการคำอธิบายโดยด่วน
ถ้าไม่ได้ให้เขาแล้วให้ใครกันล่ะ ฟิวส์ก็ให้แล้ว ทินก็ให้แล้ว ผู้ชายทุกคนให้หมดแล้ว ยังจะเหลือใครอีก! หรือว่าเธอจะใช้เป็นปลอกคอให้อิว?
“เอ้าคู่สุดท้าย เอลกับเนียร์” โมประกาศคู่แลกของขวัญคู่สุดท้ายของคืนนี้
“เนียร์ นี่จ้ะ” เอลยื่นกล่องของขวัญที่โชลลุ้นอยู่นานว่าจะเป็นของเขาหรือเปล่า เขามองตาละห้อยด้วยความผิดหวังขั้นรุนแรง
“แกะเลยนะ”
เนียร์มองของข้างในอย่างตะลึง เมื่อมันเป็นสร้อยมีจี้เป็นรูปหยดน้ำสี่แฉก มีลวดเส้นเล็กเป็นตัวเชื่อม หยดน้ำนั้นเป็นสีฟ้าทะเล ส่วนสร้อยก็เป็นโซ่คล้ายสร้อยผู้ชายมากกว่าจะเป็นของผู้หญิง
“ฉันเปลี่ยนสายสร้อยให้ใหม่นะ เพราะแบบนี้มันคงจะเหมาะกับเธอมากกว่าน่ะ แล้วก็...พอฉันเห็นสร้อยนี้แล้วคิดถึงเธอขึ้นมาทันทีเลยล่ะ” เอลพูด
พอได้ยินแบบนั้นแล้วเนียร์กลับหัวเราะออกมาแทนจนคนอื่นแปลกใจ
“สงสัยพวกเราไปร้านเดียวกันมาแน่เลย” เนียร์ว่าพลางยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลที่รัดด้วยริบบิ้นเส้นเล็กไปให้เอลที่แกะดูของข้างในอย่างงงๆแล้วก็ได้เห็นสร้อยแบบเดียวกันกับที่เธอซื้อให้เนียร์ เพียงแต่สายสร้อยยังเป็นเส้นเล็กเหมาะกับผู้หญิงเหมือนเดิมและ...มันเป็นสีเขียวมรกตแทน
รูปร่างเหมือนกัน แต่พอเปลี่ยนสีกลับให้ความรู้สึกต่างกันสิ้นเชิง
“ฉันก็เหมือนกัน” เนียร์มองสร้อยสีฟ้าในมือตนก่อนสวมมันลงบนคอ แล้วพยักหน้าไปทางเอล “ที่เห็นสร้อยอันนั้นแล้วนึกถึงเธอขึ้นมาทันทีเลย”
เอลอึ้งไปชั่วขณะ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างเดียวกัน แต่สุดท้ายเธอก็หัวเราะ “คงไม่แปลกมั้ง เพราะเราเพื่อนกันนี่นา”
เพื่อน...ทุกคนในที่นี้คือเพื่อนที่จะคอยอยู่เคียงข้างกัน เนียร์ยิ้มรับคำนั้น แล้วโมก็ประกาศเริ่มงานต่อหลังการแลกของขวัญจบลง
“งั้นมาเริ่มฉลองกันต่อเลย!”
ทุกคนเฮฮากันอีกครั้งแต่ครั้งนี้อาจยกเว้นใครบางคน
หลังเลิกงาน
“โชลเป็นไรวะ ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย” ฟิวส์ถามขณะเดินกลับอพาร์ตเมนต์ มีฟาย่อนกับวิสอยู่ในกระเป๋า เขาเห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ใจสลายน่ะ” เขาตอบเสียงเบา จนฟิวส์ไม่ได้ยินและไม่ได้คิดจะถามอะไรต่ออีก
“และที่สำคัญ...” คนใจสลายยังพึมพำต่อไป
คู่แข่งดันเป็นผู้หญิงซะอีก เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว