Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 55 การต้อนรับที่ไม่อบอุ่น

    ในตอนเช้าไตรภพได้โทรนัดหมายกับเขมิกาก่อนที่จะขึ้นรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปที่จังหวัดเชียงใหม่ มาถึงในเวลาประมาณ 10.00 น.ผู้คนที่เชียงใหม่ยังคงพลุกพล่าน สมแล้วที่ได้รับสมญานามว่าเมืองหลวงแห่งภาคเหนือ

     

    “ไตรภพ ฉันไปรับนายไม่ได้เลย ตอนนี้ติดงานด่วนมากๆ นายไปรอฉันที่บ้านก่อนนะ ฉันส่งผู้ช่วยฉันไปรับนายแล้ว นายโทรไปได้ที่เบอร์ 093-xxx-xxxxได้เลย”

     

    ไตรภพวางโทรศัพท์ ก่อนที่จะโทรไปยังเบอร์ที่เขมิกาให้มาหากไม่ใช่เพราะโสมหิมะพันปี เขาคงไม่ต้องถ่อมาไกลถึงที่นี่

     

    “สวัสดีครับ ผมไตรภพ เป็นเพื่อนกับเขมิกา”

     

    “รออยู่ด้านหน้า Lexus รถสีดำ ทะเบียน9799”

     

    ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

     

    ปลายสางวางลงทันที ไตรภพได้แต่ยืนงงนี่มันอะไรกัน แล้วเสียงปลายสายที่บูดบึ้งราวกับแค้งเคืองเขามาตั้งแต่ชาติปางไหนแต่ประสาทการได้ยินของเขาฟังแวบ ๆ ก็รู้ว่าเป็นเสียงผู้หญิง

     

    ไตรภพเดินออกจากสถานีรถไฟความเร็วสูงไปตามป้ายทางออกหน้าอาคารสอดส่องซ้ายขวาเพื่อหารถคันดังกล่าว

     

    “นั่นไง”

     

    ไตรภพเห็นรถ Lexus สีดำ ทะเบียน 9799จอดอยู่ ตัวรถเคลือบเงาดำเมี่ยม ตัดกับกระจกรถซึ่งติดฟิล์มดับทึบทำให้ไม่อาจจะมองทะลุเข้าไปภายในรถได้เลย

     

    ก๊อก ก๊อก

     

    ไตรภพเคาะประตูฝั่งคนนั่งกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย เขาจึงกดเบอร์โทรหาปลายสายอีกครั้งหนึ่ง

     

    “ฮัลโหล ผมอยู่ที่รถแล้ว”

     

    “ไอเด็กน้อย แกจะยืนบื้อทำไม ขึ้นมา”

     

    ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

     

    คราวนี้ปลายสายเป็นผู้ชาย เสียงปนด้วยความไม่พอใจไตรภพมองไปที่รถ Lexus ก่อนที่จะเปิดประตูด้านหลังเมื่อเปิดแล้วไตรภพตะลึง เป็นภาพหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบสองปีใส่ชุดสูทผูกไทด์สีดำกำลังนั่งอยู่

     

    “ไปนั่งด้านหน้าโน่น แกเป็นใครคิดจะมานั่งด้านหลังกับน้องสาวฉัน”

     

    เสียงจากชายอายุประมาณยี่สิบหกปีที่นั่งอยู่เบาะคนขับตวาดมาทางไตรภพทำให้ไตรภพส่ายหัวก่อนที่จะเปิดประตูฝั่งข้างคนขับขึ้นมานั่ง

     

    “รัดเข็มขัดด้วยหละฉันไม่อยากต้องไปนั่งเคลียร์กับตำรวจ”

     

    รถ Lexus แล่นออกจากสถานีรถไฟความเร็วสูงไตรภพที่นั่งในรถรู้สึกอึดอัดนี่ชายหญิงคู่นี้ทำไมถึงมีปฏิกิริยาที่ดูไม่เป็นมิตรเช่นนี้หละมันเรื่องอะไรกันแน่

     

    รถแล่นไปเรื่อย ๆไตรภพไม่อยากจะสนใจบรรยากาศเงียบวังเวงในรถ เขาได้แต่มองวิวด้านนอกเพียงระยะเวลาสิบห้านาที ก็ได้มาถึงคฤหาสน์หลังหนึ่ง ประมาณการด้วยสายตาน่าจะมีพื้นที่กว่าสิบไร่ที่เดาเช่นนี้ เพราะทันทีที่ผ่านเข้าประตูมา ยังต้องขับรถหลายนาทีกว่าจะถึงตัวบ้าน

     

    “ลงไปได้แล้ว จะให้ฉันต้องเชิญแกหรือไง”

     

    เสียงจากคนขับขบเน้นเสียงเข้มตะเบ็งเสียงมาทางไตรภพ เขารู้สึกไม่ชอบชายหนุ่มด้านข้างมาก ๆไตรภพก็เริ่มรู้สึกโกรธบ้างแล้ว ทำไมอยู่ดี ๆ เขาถึงได้รับการปฏิบัติแบบนี้

     

    “คุณไม่พอใจอะไรผมรึเปล่า ?”

     

    ไตรภพตัดสินใจถามไปตรง ๆเพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะให้ใครมารังแกง่าย ๆ แบบนี้ ยิ่งกับคนที่ไม่เคยรู้จักหรือมีความสัมพันธ์ด้วย

     

    “ไม่พอใจ? แกคิดว่าแกวิเศษมาจากไหนถึงจะทำแบบนั้นได้”

     

    ชายคนขับหันขวับมาหาไตรภพก่อนที่จะตอบด้วยเสียงตวาด เขาลงมาจากรถพร้อมกับหญิงสาวเบาะหลังใบหน้าของพวกเขาคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนดูปราดเดียวก็รู้ว่าต้องเป็นพี่น้องหรือญาติกันแน่นอน

     

    “เฮ้อ”

     

    ไตรภพถอนหายใจยาวเขาเองก็ไม่อยากจะมีเรื่องมีราวเท่าไหร่ ยิ่งต้องจัดการธุระสำคัญด้วยจึงพยายามควบคุมอารมณ์ ลงจากรถเดินไปบริเวณประตูเข้าคฤหาสน์

     

    “ฉันถามแก ทำไมแกไม่ตอบ แกเป็นใบ้ ?”

     

    ชายคนนั้นวิ่งมาทางไตรภพ แว่นตากันแดดถูกถอดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ค่อนข้างดูดีมีหนวดเคราเล็กน้อย สีผิวหยาบกร้านคล้ายกับออกแดดมานาน เขาจับไปที่แขนขวาของไตรภพพยายามที่จะกระชากให้หันหน้ามาคุยกับเขา

     

    “อย่ามาถูกตัวฉัน”

     

    ไตรภพสะบัดแขนที่ถูกมือขวาอันหยาบกร้านคร่ากุมไว้ส่งผลให้ร่างอันสูงใหญ่ถูกกระแทก เซตกบันไดทางเข้าบ้าน ดีที่เขายังประคองตัวได้

     

    “นายทำอะไรพี่ฉัน”

     

    เสียงหญิงสาวมัดผมที่ยาวถึงแผ่นหลังราวกับสาวมั่นเดินมาประคองพี่ชายของเธอ มองไตรภพอย่างไม่เป็นมิตรนัก

     

    “พวกคุณแสดงกิริยามารยาทไม่ดีกับผมตั้งแต่ที่สถานีรถไฟทั้งยังพูดจาเหน็บแหนมอีก นอกจากนี้พี่ชายคุณพยายามจะกระชากแขนผม จะให้ผมอยู่นิ่งๆ งั้นหรอ”

     

    ไตรภพพูดขึ้นอย่างไม่ไหว้หน้าสองพี่น้องเขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะมาอดทนอะไรเหมือนกันหากไม่ใช่เพราะโสมหิมะแล้วหละก็ ชีวิตของสองพี่น้องคงทิ้งไว้อยู่ที่นี่เป็นแน่

     

    “ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายใช้เล่ห์กลอะไรถึงหลอกลวงพี่เขมให้เชื่อนาย ว่านายสามารถรักษาคุณลุงได้ เท่าที่ดูแล้วนายมันพวกสิบแปดมงกุฎมากกว่า”

     

    “สิบแปดมุงกุฎ ?”

     

    “ใช่ ขนาดหมอเทวะยังรักษาไม่ได้แล้วนายเป็นใครกัน ฉันนี่หละเป็นคนไปสืบเรื่องนายมาเอง บ้านก็ไม่มีฐานะอะไร แม่เปิดร้านสมุนไพรเก่าๆ แล้วจะมีปัญ…”

     

    โอยย

     

    หญิงสาวร้องออกมาเมื่อจู่ ๆเธอรู้สึกว่าคอของเธอถูกมืออันขาวผ่องบีบอยู่ชายด้านข้างเมื่อเห็นน้องสาวถูกบีบคอจึงรีบพยุงตัวลุกขึ้น หมายจะขัดขวาง

     

    “ปล่อยน้องฉันนะ”

     

    เปรี้ยง

     

    ไตรภพถีบร่างใหญ่ที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหาเขาจนปลิวไปกระแทกประตูไม้สักหักเป็นสองท่อน ตอนนี้ไตรภพรู้สึกโกรธผู้หญิงตรงหน้ามากๆ คำพูดที่เธอพูดออกมามันถือเป็นการดูถูกเขาและแม่ของเขาอย่างรุนแรง

     

    “เฮอะ”

     

    โครม

     

    ไตรภพเหวี่ยงร่างของหญิงสาวไปกระแทกประตูอีกบานหนึ่งจนหักลงมาเช่นกันตอนนี้ประตูทางเข้าหน้าบ้านหักลงทั้งสองบานแล้วเสียงแตกหักของประตูส่งผลให้ฝีเท้าจำนวนมากรีบวิ่งมา

     

    “เกิดอะไรขึ้นครับคุณ มกรา คุณมีนา”

     

    กลุ่มคนที่มาใหม่นับสิบคนสวมใส่สูทสีดำแบบฟอร์มเดียวกัน พวกเขาคือหน่วยรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ข้างกายของพวกเขาเหน็บปืนพกอยู่ข้างกาย

     

    “รีบไปพยุงมีนาเร็ว”

     

    “คะ ครับ”

     

    พวกเขารีบพยุงมีนาให้ลุกขึ้นก่อนที่จะมาพยุงมกราตาม หลังจากทั้งสองคนลุกขึ้นยืนได้แล้วพวกเขาจึงถอยหลังมายืนด้านหลังทั้งสองคน

     

    “ไอหนู เมื่อกี้ฉันประมาทไปหน่อยแน่จริงมาเจอกับฉันใหม่”

     

    มกราถอดสูทสีดำออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตขาวเขาถอดออกเช่นกัน ตอนนี้ท่อนบนของเขาได้เปลือยเปล่า พร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

     

    “นายมีปัญญาแค่นี้ ? เข้ามาทั้งหมดเลยเถอะหน่าฉันไม่อยากเสียเวลา”

     

    ไตรภพมองมกราด้วยหางตาฝีมือของพวกอาจจะเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกเริ่มได้ด้วยซ้ำ เพียงแค่ไตรภพออกแรงหนึ่งสิบส่วนก็ล้มพวกนี้ได้แค่กระบวนท่าเดียวแล้ว

     

    “แกดูถูกฉันหรอ แต่ฉันไม่ชอบรุมใครแน่จริงแกเข้ามา”

     

    “ไอหนู แกรีบขอโทษคุณมกราเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นแกเจ็บปางตายแน่ ๆ ”

     

    “ใช่ ๆ คุณมกราเรียนยูโดสายดำ เป็นแชมป์ระดับภูมิภาคตั้งแต่อายุสิบแปดถ้าแกยังอยากจะมีอวัยวะครบสามสิบสองรีบขอโทษคุณมกราซะ”

     

    เสียงของหน่วยรักษาความปลอดภัยดังขึ้นเซ็งแซ่เพื่อเตือนสติไตรภพพวกเขาเองใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ชายหนุ่มเป็นอะไรไปในบ้านหลังนี้เหมือนกันไม่เช่นนั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นตามมาทีหลัง

     

    “พิรี้พิไรน่ารำคาญ”

     

    ไตรภพไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำกับพวกเขาอีกต่อไปพุ่งตัวไปทางมกรา ใช้มือขวาชกไปที่หน้าทองของเขาด้วยความเร็วจนร่างของมกราเซไปด้านหลังเหมือนกับสายป่านว่าวขาด ปากกระอักเลือดออกมากระแทกไปทางเศษซากประตู

     

    ฟึบ ฟึบ

     

    ปืนทั้งสิบกระบอกจากหน่วยรักษาความปลอดภัยชี้มาทางไตรภพตอนแรกพวกเขานึกว่าเป็นการเล่นกันสนุก ๆ ของมกรา แต่ไม่คาดชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำร้ายมกราจนบาดเจ็บถึงเพียงนี้

     

    “ยกมือขึ้น วางมือไว้บนศีรษะ“

     

    เส้นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยบอกให้ไตรภพทำตามเขาหยิบกุญแจมือจากด้านหลัง เดินเข้าไปหาชายหนุ่ม เพื่อจะคล้องกุญแจ

     

    “เฮอะ”

     

    เปรี้ยง

     

    ไตรภพเตะร่างของหน่วยรักษาความปลอดภัยคนนั้นจนปลิวก่อนที่จะทะยานร่างเข้าหาหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เหลือด้วยท่าร่างมังกรเทพเคลื่อนย้าย การใช้ออกด้วยพลังลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับเจ็ดทำให้สายตาของคนธรรมดา ไม่อาจจะมองทันได้ เหมือนกับร่างของไตรภพหายไปเฉย ๆ

     

    ผลัวะ ผลัวะ ผลัวะ

     

    เปรี้ยง ตุบ ผลัวะ

     

    เสียงทุบตีดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์ร่างของหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งเก้าคนล้มลงพื้น ไม่อาจจะลุกขึ้นยืนได้พวกเขาบ้างถูกชายหนุ่มเตะ ถูกต่อย แต่ก็เพียงแค่คนละครั้งเท่านั้นไม่น่าจะมีผลลัพธ์ที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้

     

    “นะ นาย”

     

    มีนาเอ่ยเสียงสั่งมองภาพตรงหน้าด้วยจิตใจหวาดกลัว แม้เธอจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้การอารักขาบุคคลสำคัญ หรือแม้แต่วิชายูโด แต่ชายหนุ่มตรงหน้าแข็งแกร่งเกินไป

     

    ชกพี่ชายของเธอที่เป็นยูโดดำล้มในหมัดเดียวก่อนที่จะจัดการหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสิบคนในเวลาไม่กี่วินาทีเขายังเป็นคนอยู่หรือไม่

     

    “ฉันไม่อยากจะทำเธอหรอกนะเห็นแก่ที่เธอเป็นผู้หญิงแล้วกัน“

     

    ไตรภพเดินผ่านหน้ามีนาไป เขาเดินขึ้นบันไดหน้าคฤหาสน์ผ่านประตูไม้สักที่บัดนี้หักลงทั้งสองท่อนก่อนที่จะเหลียวมามองหญิงสาว

     

    “แล้วก็… ถ้าเขมิกามาเมื่อไหร่ รีบพามาฉันมีเรื่องต้องทำ”

     

    หลังจากพูดจบไตรภพได้เดินหายเข้าไปในตัวบ้านทันที ทิ้งให้มีนาทิ้งตัวลงกับพื้นร่างกายของเธอสั่งไปหมด แม้ร่างกายเธอจะไม่อาจควบคุมได้แต่สมองของเธอสั่งให้ต้องกดโทรศัพท์เดี๋ยวนี้

     

    “มีอะไรมีนา”

     

    เขมิกาที่อยู่บนรถเบนซ์พูดขึ้นตอนนี้เธอพึ่งจะเคลียร์ธุระที่บริษัทเสร็จ จึงให้คนขับรถขับกลับไปที่คฤหาสน์ของเธอ

     

    “พี่รีบกลับมาเลยนะ แย่แล้ว”

     

    “เธอว่าอะไรนะ อะไรแย่ !”

     

    “พี่ไม่ต้องถามรีบกลับมา”

     

    หลังจากพูดจบมีนาก็วางสายไปเรี่ยวแรงของเธอตอนนี้แม้แต่จะพยุงโทรศัพท์มือถือให้มั่นคงก็ไม่อาจจะทำได้แล้ว

     

    “รีบกลับบ้านเร็ว”

     

    เขมิกาสั่งให้คนขับรถเร่งความเร็วตอนนี้เธอร้อนใจอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นที่บ้านของเธอกัน คงจะไม่ใช่อาการของพ่อเธอทรุดลงหรอกนะ

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน