ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 งูหน้าผี

            ภายในถ้ำ ความร้อนแรงของเปลวเพลิงที่ปลายนิ้วมือขวาของเสิ่นเสวียนพุ่งถึงขีดสุดแล้วมิติโดนแผดเผาจนบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย เป็นความร้อนแรงที่เหนือกว่าลาวาไปไกลแล้ว

            ตอนนี้เปลวเพลิงกำลังแผดเผาหลินจือโมราอยู่ทำให้โครงสร้างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

            อย่างไรก็ตาม มันทำให้กลิ่นหอมของหลินจือโมราฟุ้งกระจายออกไปด้วยแต่ก่อนหน้านี้เขาปิดกั้นอาณาเขตไว้แล้ว ทำให้กลิ่นโชยออกไปด้านนอกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นของหลินจือโมราหลุดลอดออกไปด้านนอกเขาสร้างม่านพลังป้องกันไว้ภายในถ้ำแล้ว แต่เขาประเมินหลินจือโมราต่ำเกินไป ทำให้สัตว์วิเศษบางส่วนที่อยู่รอบๆบริเวณเริ่มหลั่งไหลเข้ามา

            เสี่ยวเหยียนที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ตอนนี้มันกำลังกินผลไม้อยู่บนต้นไม้ ก็ยังได้กลิ่นนี้เช่นกัน มันจึงหันกลับไปมอง แล้วมันก็ทิ้งสิ่งของที่อยู่ในมือลงรีบมุ่งหน้ากลับไปหาเสิ่นเสวียนทันที

            ยาน้ำสกัด! ยาน้ำสกัดหยดแรกออกมาแล้ว

            หลินจือโมราเริ่มหลอมละลายท่ามกลางเปลวเพลิงที่แผดเผายาน้ำสกัดหยดแรกถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงลอยอยู่ตรงนั้นราวกับผลึกใส

            ยาน้ำสกัดมีสีใกล้เคียงกับหลินจือโมรามากมันเป็นสีหยกขาว แต่ก็มีบ้างที่เป็นสีแดงเข้ม ภายในมีพลังธาตุไฟผสมผสานอยู่อย่างรุนแรงหากผู้ที่กินเข้าไปมีร่างกายไม่แข็งแกร่งพอจะทำให้ร่างกายระเบิดได้

            ตอนนี้เสิ่นเสวียนกำลังตื่นเต้นอยู่กับการหลอมละลายหลินจือโมราไม่ทันได้สนใจว่ากลิ่นเริ่มกระจายออกไป

            ก่อนหน้านี้เสี่ยวเหยียนได้แสดงไอพลังออกมาทำให้สัตว์วิเศษที่อยู่รอบๆ ถอยห่างออกไปจากที่นี่ ส่วนพลังจิตวิญญาณของเขาก็ยังมิอาจสัมผัสได้ถึงสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งดังนั้นจึงมีความปลอดภัยสูงมาก

            ขณะนั้นเอง ร่างของเสี่ยวเหยียนพลันกระโจนเข้ามาถึงด้านหน้าถ้ำแล้วมันก็ยืนปักหลักอยู่ตรงนั้น กวาดตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

            เขาของมันเปล่งประกายแสงสว่างออกมาเพื่อประกาศว่าที่นี่คืออาณาเขตของมันทำให้สัตว์วิเศษที่อยู่รอบๆ ไม่กล้าเข้าใกล้

            สัตว์วิเศษเหล่านี้อยู่ในขั้นสองหรือสามที่มีพลังแข็งแกร่งขึ้นมาอีกเป็นเพียงสัตว์วิเศษขั้นสี่เท่านั้น สำหรับเขาแล้วไม่ต้องกังวลเลย

             

            ภายในถ้ำ ยาน้ำสกัดถูกสกัดออกมาอย่างต่อเนื่องหลังจากกลั่นกรองสิ่งเจือปนแล้ว เสิ่นเสวียนค่อยๆ กรอกใส่ขวดหยกไปทีละน้อย

            กาลเวลาผ่านไป เสี่ยวเหยียนเฝ้าอยู่ด้านหน้าตลอดเวลาแสงที่เปล่งประกายออกมาจากเขาของมันสว่างไสวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้อีก

            “กี๊ด กี๊ด!!!”

            ครั้งนี้มันไม่ได้ส่งเสียงร้องว่า“จี๊ด จี๊ด”แต่กลับร้องว่า “กี๊ด กี๊ด” พลางแยกเขี้ยว แสดงหน้าตาดุร้ายออกมา

            เสิ่นเสวียนยังคงหลอมรวมหลินจือโมราอยู่ในถ้ำต่อไป

            ทว่าด้านนอกถ้ำกลับมีบรรยากาศหนาวเหน็บเข้าปกคลุมทำให้ดูน่าขนลุกและแปลกประหลาดขึ้นกว่าเดิมมาก

            ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวเหยียนหรือเปลวเพลิงภายในถ้ำต่างก็ทำให้ความร้อนของที่นี่สูงขึ้นมาก แต่ตอนนี้ความร้อนกลับลดต่ำลง คลื่นความร้อนหลงเหลืออยู่เพียงอาณาเขตรอบๆร่างของเสี่ยวเหยียน รัศมีไม่เกินสามฉื่อเท่านั้น

            “กี๊ด กี๊ด!!!”

            เสี่ยวเหยียนแยกเขี้ยว เป็นท่าทางที่ไม่เคยทำมาก่อน

            ตูม!

            เสี่ยวเหยียนพ่นเปลวเพลิงออกจากปากอย่างรุนแรงส่องสว่างอาณาเขตรอบด้านในความมืดมิด ขณะเดียวกันก็ส่องให้เห็นบางอย่างที่มีขนาดใหญ่

            นั่นคืองูขาวตัวใหญ่ยาวสิบจั้งเกล็ดทั่วตัวของมันเหมือนผลึกน้ำแข็ง มันอ้าปากกว้างพ่นผลึกน้ำแข็งใส่เปลวเพลิงที่เสี่ยวเหยียนพ่นเข้าใส่อย่างแม่นยำ

            พลังทั้งสองต้านทานกันไว้และสลายไปพร้อมกันหลงเหลือเพียงคราบน้ำที่พื้นและควันขาวหนาทึบ

            “ฟ่อ ฟ่อ!!!”

            งูยักษ์ขดตัวแล้วยกหัวขึ้นสูงจากพื้นเกือบหนึ่งจั้งเสี่ยวเหยียนที่อยู่ต่อหน้ามันดูเหมือนมดเล็กๆ ตัวหนึ่ง งูยักษ์ตัวนี้ส่งเสียงขู่ออกมาไม่หยุดในแววตาที่มองเสี่ยวเหยียนมีความหวาดกลัวอยู่เช่นกัน

            ด้านหลังของเสี่ยวเหยียนคือถ้ำมันไม่ได้ถอยหลังไป แต่ยืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

            ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงอำนาจของตนเองออกมาหากใครด้อยกว่าก็จะพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายทันที

            ขณะที่กำลังประจันหน้ากันอยู่งูขาวให้ความสนใจถ้ำที่อยู่ด้านหลังของเสี่ยวเหยียน กลิ่นหอมที่กระจายออกมาจากในนั้นทำให้มันอยากครอบครองเพียงแต่เจ้าตัวเล็กที่ขวางหน้าอยู่นี้รับมือได้ยาก ไม่เช่นนั้นมันคงลงมือไปนานแล้ว

            แต่มันก็ตัดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ยานั้นมา

            งูขาวตัวใหญ่นั้นสะบัดหางแรงๆโจมตีใส่ร่างเสี่ยวเหยียน

            ระหว่างที่โจมตีออกไป พลังอันรุนแรงทำให้มิติรอบด้านโดนบีบอัดจนบิดเบี้ยวไปหมด

            เสี่ยวเหยียนตาโตมองอีกฝ่ายโจมตีเข้ามาลำแสงร้อนแรงยิงออกมาจากดวงตาของมัน จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นหลบการโจมตีของอีกฝ่าย แล้วพุ่งเข้าใส่ร่างที่ปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งของงูขาวใช้เขาบนหัวแทงลงไปในตำแหน่งที่งูขาวไม่ได้สนใจ

            เสี่ยวเหยียนเคยใช้กระบวนท่านี้มาก่อนที่บ่อลาวาในภูเขาไฟทำให้พญางูอัคนีที่เฝ้ารากจักรพรรดิหวาดกลัวหนีไป ทว่าที่นี่ไม่ใช่บ่อลาวา มันไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของตนเองเหมือนก่อนหน้านี้

            “ฟ่อ!”

            เมื่อรู้สึกว่าโดนแทง งูขาวจึงยกหัวขึ้นพลางส่งเสียงขู่ออกมาแล้วมันก็หันมาทางเสี่ยวเหยียน อ้าปากกว้างกลืนเสี่ยวเหยียนเข้าไปในคำเดียว

            “กี๊ด กี๊ด!!!”

            ก่อนที่ปากงูจะปิดสนิท ได้ยินเพียงเสียงร้อง“จี๊ด จี๊ด”ของเสี่ยวเหยียนที่กำลังดิ้นรน

            “แย่ล่ะ!ด้านนอก!”

            เสิ่นเสวียนที่กำลังหลอมรวมหลินจือโมราอยู่ภายในถ้ำสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ด้านนอกทำให้สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีแล้วเขาก็เก็บหลินจือโมราที่หลอมรวมไปแล้วหนึ่งในสามส่วนเข้าไป หลังจากกินยาเรียกลมปราณเข้าไปแล้วสองเม็ดเขาก็กระโจนออกไปด้านนอกถ้ำอย่างรวดเร็ว

            เขาเห็นเพียงงูขาวตัวใหญ่ดิ้นพล่านอยู่ที่พื้นร่างกายบิดเบี้ยวไปมา เดี๋ยวก็ยืดตรง เหมือนกำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรง

            “นี่คืองูหน้าผีอย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นเสวียนมองงูขาวตัวใหญ่ตรงหน้ามุมปากกระตุกเล็กน้อย

            ในความทรงจำที่คละเคล้าเข้ามามีความทรงจำเกี่ยวกับงูหน้าผีด้วย

            งูหน้าผีมีร่างกายเหมือนหยกขาวดูเหมือนอ่อนโยนทว่าดุร้าย เพราะเมื่อปรากฏตัวขึ้นจะมีใบหน้าเหมือนผี ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า‘งูหน้าผี’

            ทว่าโดยทั่วไปแล้วงูหน้าผีจะอยู่ในสถานที่ที่เย็นยะเยือกเหมือนกับก่อนหน้านี้ที่ทำให้บริเวณนี้เย็นยะเยือกขึ้นมา!

            “กี๊ด กี๊ด!”

            ขณะที่งูหน้าผีกำลังดิ้นไปมาพลันได้ยินเสียงของเสี่ยวเหยียนดังขึ้นด้วย เสิ่นเสวียนส่งพลังจิตวิญญาณออกไปตรวจสอบก็พบว่าเสี่ยวเหยียนกำลังต่อสู้อยู่ภายในปากของงูหน้าผีเขาของมันแทงเข้าไปที่กรามของงูหน้าผีแล้ว พร้อมเปลวเพลิงที่พุ่งออกมาแผดเผาภายในปากของงูหน้าผีอย่างโหดเหี้ยมราวกับกำลังย่างสด

            “ขั้นหก?”

            เสิ่นเสวียนมองไอพลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของงูหน้าผีจึงมั่นใจว่าพลังของอีกฝ่ายน่าจะเพิ่งเข้าสู่ขั้นหกได้ไม่นาน สำหรับเขาแล้วขั้นหกยังมีความท้าทายอยู่มากเทียบได้กับผู้ฝึกฝนขั้นหยวนก่อกำเนิด

            ในขณะนี้เขายังสู้ไม่ได้

            ทว่าแม้จะสู้ไม่ได้ก็ต้องช่วยเสี่ยวเหยียนออกมาก่อน

            จากนั้นกระบี่เพลิงของเผ่าอนธการพลันปรากฏขึ้นในมือแล้วเขาก็กระโดดขึ้นไปฟันกระบี่ใส่ร่างงูตัวนั้นสุดแรง

            เคร้ง!

            เสียงคล้ายโลหะกระทบกันดังก้องกระบี่ในมือฟันลงไปบนร่างของงูหน้าผีแต่กลับทำให้ร่างของเสิ่นเสวียนกระเด็นถอยหลังกลับไปทิ้งเพียงบาดแผลลึกไว้บนร่างของอีกฝ่ายเท่านั้น มิอาจฟันร่างของมันให้ขาดได้

            “พลังป้องกันแข็งแกร่งยิ่งนัก!”

            เสิ่นเสวียนตกใจมาก งูยักษ์สองตัวที่เขาได้เจอมาทั้งก่อนและหลังแต่ละตัวแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!

            ทว่าในตอนนี้งูหน้าผีไม่ได้สนใจเสิ่นเสวียนเลยเป้าหมายของมันมีเพียงอย่างเดียวคือจัดการเจ้าตัวเล็กในปากให้เรียบร้อย

            เสิ่นเสวียนจับกระบี่ด้วยสองมือแล้วฟันลงไปอีกครั้งที่แผลเดิม

            เคร้ง!

            เคร้ง!

            เคร้ง!!!

            หลังจากโจมตีไปหลายครั้งติดต่อกันในที่สุดก็ฟันหางงูลึกลงไปถึงครึ่งหนึ่งแล้ว

            งูหน้าผีเจ็บปวดมาก หางงูสะบัดโจมตีใส่เสิ่นเสวียนอีกครั้งเขายกกระบี่ขึ้นบังเอาไว้ ทว่าพลังอันแข็งแกร่งทำให้เขาถอยหลังไปหลายจั้ง และเป็นเพราะพลังที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขาสามารถฟันหางของงูหน้าผีจนขาดสะบั้นได้

            “ฟ่อ!”

            งูหน้าผีที่หางขาดไปแล้วชูคอสูงขึ้นมาทันทีไอพลังเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง และไอพลังของมันค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน